blogazine prachatai บล็อกกาซีน (beta)  |  บล็อกทั้งหมด  |  จัดการบล็อก  |  เงื่อนไขและข้อตกลง  |  นโยบายความเป็นส่วนตัว  |  ประชาไท

มุมเล็กๆ บนถนนสายนั้น

ส่งมาเมื่อ 20 ส.ค. 2008 - 00:00:00.  หมวด: ห้องแสดงภาพ  ป้าย:

ทั้งที่แค่เป็นเวลาบ่าย แต่บ้านของเราไม่มีแสงแดด
ก้อนเมฆหนาทึบขนาดมหึมาเคลื่อนเร็วเหมือนคลื่นน้ำ แผ่ความเย็นให้วันธรรมดาในฤดูฝนเย็น ให้จับใจขึ้นไปอีก

20_8_01a
 

แน่นอนว่าคนใต้ฟ้าแถวบ้านฉันไม่ได้กลัวเปียก แต่พวกเขากลัวน้ำท่วม แม้ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา คนข้างบ้านฉันยืนยันเป็นมั่นเหมาะว่า “ที่นี่น้ำไม่ท่วม” เขาบอกว่าเราเป็นตำบลที่อยู่ตรงกลางระหว่างน้ำปิงของเชียงใหม่และลำพูน โดยมีจุดชลประทานอยู่เหนือหมู่บ้าน มีประตูน้ำ ดังนั้นหากน้ำมามากเกินไป ก็จะมีการปิดประตูน้ำ ที่บอกว่ากักเก็บน้ำได้มากโข ความจริงฉันเชื่อในระบบชลประทานหมู่บ้าน แต่สิ่งที่ฉันไม่เชื่อมั่นคือปริมาณน้ำฝนและอากาศที่แปรปรวนเกินไปต่างหาก

วันที่เทาทึมพาคนมาจุกตัวกันที่แผงขายผัก ต่างสนทนาสารพันเรื่อง วันนี้ฉันแค่แวะซื้อขนมชั้นเพียงห่อเดียวเพื่อรองท้องก่อนออกไปข้างนอก เสียงขี้เมาคนหนึ่งโวยวายอยู่ข้างถนนทำเอาฉันสำลักขนม บางคนทำตาโตมองไปยังชายเฒ่าผู้นั้น เขามีอะไรทุกข์ใจหรือหงุดหงิดก็ไม่มีใครรู้ได้ รู้แต่ว่าฉันกำลังสะอึก และมองหาตู้แช่เพื่อจะซื้อน้ำสักขวด


“หนูๆ ไปตักกินตรงนั้นก็ได้ลูก”

คุณยายชี้ไปยังกระติกสีเขียวเก่าคร่ำคร่า แต่บรรจุน้ำไว้เต็มพร้อมน้ำแข็ง บนฝามีกระบวยอันหนึ่งวางอยู่ เพื่อบอกว่าทุกคนสามารถใช้ตักกินได้


“ยายเอาน้ำมาบริการให้ฟรี เผื่อใครผ่านไปผ่านมาร้อนๆ จะได้แวะกิน”

กลิ่นน้ำยาอุทัยทิพย์แทรกซึมอยู่ในหยดน้ำ กินแล้วชื่นใจหายสะอึก หันมาอีกทีลุงขี้เมาเดินเข้ามาใกล้ทุกคนแล้ว

“พ่อมีอะไรไม่ทุกข์อกทุกข์ใจหรือ ถึงได้เมาแต่บ่ายแบบนี้”

มีคนถามเขา คนถูกถามทำตาปรือ นิ่งไปสักพักแล้วก็หัวเราะ
|
“ก็ไม่มีอะไร๊ กลุ้มใจเรื่องลูกเรื่องหลาน ลูกที่ส่งไปเรียนกรุงเทพ มันจะมีผัว”

“ฮา...เอ้อ...เอ้ย”

ใครไม่รู้หัวเราะมาก่อนเลย ตามด้วยประโยคอุทาน คำว่า “เอ้อเอ้ย” แสดงได้ทั้งความเอ็นดูและอาการถอนหายใจ


“ลูกสาวคนไหน แล้วมันอายุเท่าไหร่ ผัวมันเป็นใคร...
?!!
เสียงระงมถามปลุกวันหม่นหมองให้ตื่น ใครหลายคนมีท่าทีกระชับกระเฉง พวกเขาคงมีเรื่องสนทนาไปอีกนับชั่วโมง ฉันค่อยๆ แทรกตัวจากความวุ่นวายออกมา เดาว่าคุณยายคงไม่ได้ยินเสียงขอบคุณเบาๆ สำหรับน้ำดื่มชื่นใจนั้น

20_8_02

....................

“อ้าว รถยางรั่วมั้งพี่”

เด็กหนุ่มในปั๊มน้ำมันบอกฉัน ทันทีที่เข้าขี่มอเตอร์ไซค์คันเก่าเข้าไปจอด ฉันเพิ่งจะเอ่ยปากบอกเขาว่าเติมน้ำมัน 50 บาท แต่ชายหนุ่มส่ายหน้าบอกว่าน้ำมันหมดถัง และมันขาดตลาดมาตั้งแต่เมื่อวานเย็นแล้ว

“ตายแล้ว ทำยังไงดี น้ำมันหมด ยางรถรั่ว”
ฉันรำพึง ขมวดคิ้ว

“เอาน้ำมันขวดไหมพี่”

เขากระซิบเบาๆ ฉันทำหน้างงๆ มันคืออะไรกันนะน้ำมันขวด

แววตาของฉันคงแทนคำตอบ ในเมื่อขีดน้ำมันบอกไว้ว่าคงไปได้ถึงแค่ร้านหนังสือ แต่ขากลับไม่รู้จะถึงบ้านหรือเปล่า เพียงสักครู่ที่ชายหนุ่มหายไปจากหน้าร้าน เขาก็กลับมาพร้อมกับขวดมิรินด้าขนาดเล็กราคา 7 บาทแต่ในนั้นบรรจุน้ำมันสีแดง

“25 บาท พี่”
“ค่ะๆ”
ฉันตอบพลางรีบล้วงเงินออกมาให้ คำนวณด้วยสมองอันเฉื่อยช้าว่าขวดมิรินด้านี้ไม่น่าจะมีความจุถึงครึ่งลิตร ดังนั้นหากเติม 2 ขวดให้ครบ 1 ลิตร เป็นเงิน  50 บาท

“สงสัยปั๊มกักน้ำมันแล้วขายของเถื่อน”
เสียงใครบางคนแทรกมาแทนคำตอบ ทั้งดูไม่เกรงใจและไม่พอใจนัก เด็กหนุ่มในปั๊มทำตาขวางใส่ แต่การค้าก็จบลงด้วยดี ในเมื่อทุกคนที่เข้าปั๊มมาต้องการให้รถเคลื่อนต่อไปได้

บางครั้งในความเงียบ ก็มีความวุ่นวายอยู่อึดอัดแน่นอยู่

20_8_03


ฉันกลับมาวุ่นวายอยู่กับเจ้ายางรถแบนๆ ที่แฟ่บเหี่ยวติดพื้นถนน เด็กหนุ่มชี้ไปยังมุมข้างร้านเพื่อบอกให้เติมลมเสียก่อน
“เติมแล้วเดี๋ยวพี่ขี่ไปปะร้านถัดไปนะ ยางจะได้ไม่เสีย”


ฉันพยักหน้า ค้นหาเศษตังค์ค่าเติมลมจากกระเป๋าพัลวัล ได้ยินเสียงบอกตามมา

“เติมฟรีครับ”

ขอบคุณเขาแล้วก็มุ่งหน้าไปยังมุมเติมลม เม็ดฝนเริ่มโปรยมาบางเบา กระดาษข้างผนังที่เขียนเอาไว้ด้วยลายมือโย้เย้ว่า “ทุกท่านเติมลมได้ฟรีครับ แต่ช่วยกันปิดวาวด้วยเพราะค่าไฟแพง” เริ่มจะซีดจางมองไม่ค่อยเห็น แต่ใครหลายคนที่มุ่งตรงเข้ามาคงคุ้นชินและไม่ต้องอาศัยป้ายอีกต่อไปแล้ว

ฉันทำตามคำแนะนำ เมื่อเติมเสร็จก็ปิดวาวให้เขาเรียบร้อย แล้วมุ่งหน้าไปยังร้านปะยาง

เจ้าของร้านเป็นชาวจีนวัยกลางคนต้อนรับอย่างดี จากนั้นก็สั่งลูกน้องในร้านให้ปะยางด้วยเสียงอันห้าวเหี้ยม เด็กหนุ่มกุลีกจอทำงานแทบไม่มีเสียงพูด บรรยากาศในร้านมีพลังบางอย่างที่ชวนอึดอัด ฉันจึงพยายามนั่งรออย่างเงียบๆ ได้ยินแต่เสียงเฮียบ่นลูกจ้างเรื่องวางของเกะกะ วันหยุด วันมาสาย พร้อมลำเลิกบุญคุณที่พามาทำงาน มีข้าวให้กิน ตบท้ายด้วยการสอนให้ขยันขันแข็ง

เฮียหันมายิ้มให้ลูกค้าอย่างฉันเป็นระยะๆ ในขณะที่เขานั่งเอกเขนกดูโอลิมปิกไปพร้อมกับกินลำไยในถาดไม้

............

ปะยางเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฉันวนรถย้อนกลับมาทางเดิม เพื่อไปทำธุระตามที่ตั้งใจเอาไว้

ผ่านหน้าแผงขายผัก ผู้คนยังชุลมุนคงเดิม หันไปยิ้มอีกครั้งให้กับคุณยายที่มองมา แต่ทันใดนั้นมอเตอร์ไซค์กันเก่าเจ้ากรรมก็เร่งไม่ขึ้น แผ่วลง แผ่วลง แล้วก็ค่อยๆ ดับลงไป

พยายามสตาร์ทเท่าไหร่ก็ไม่ติด ความรู้เรื่องเครื่องยนต์อันน้อยนิดแถมยังขี่มอเตอร์ไซค์ไม่ค่อยคล่อง ทำให้ฉันต้องลงมาจูงมันอย่างช้าๆ ผ่านหน้าแผงขายผักไป ท่ามกลางสายตาหลายคู่

สงสัยวันนี้เป็นวันที่ดีเกินไป ฉันคิดแบบขำๆ ก็หลังจากฝนโปรยไม่กี่นาที ก็มีแดดจัดจ้านสาดทาบเข้ามา เสียงคนร้องโห่เบาๆ ให้กับแสงแดด ถ้าฝนหยุดตกเสียแต่วันนี้ น้ำก็คงจะไม่ท่วมบ้านเราแล้ว มีแต่เหงื่อที่ท่วมตัวอยู่ระหว่างการเข็นรถไปซ่อม

20_8_04

เอาเถอะ สงสัยวันนี้จะไม่ได้ออกไปไหนแล้ว อะไรที่คั่งค้างก็แค่เสียเวลาไปอีกหนึ่งวัน แม้ฝนจะตก พรุ่งนี้น้ำจะท่วม ราคาน้ำมันจะพุ่งพรวด หรือโลกจะวุ่นวายขึ้นไปเรื่อยๆ เรื่องที่คนคุยกันในแผงผัก ราคาหมู ราคาข้าวสาร ฉันรู้ว่าทุกอย่างกำลังกระทบกระเทือนและให้บทเรียนกับเราอยู่

แต่อย่างน้อย บนถนนสายนี้ ฉันก็ยังชื่นใจกับกระติกน้ำดื่มฟรี ลมยางไม่คิดเงิน เด็กหนุ่มในร้านปะยางที่ช่วยใส่น้ำมันเบรคแถมให้โดยไม่คิดค่าแรง

เรื่องเล็กๆ เหล่านี้กระมัง ที่ทำให้เรายังยิ้มได้ ในวันที่มีพายุแบบนี้.

ส่งมาโดย เสธ เมื่อ 20 ส.ค. 2008 - 03:45:06 - ip: 203.144.164.36  

ครับ

เล็กๆ จิ๋วๆ

ชนชั้นกลาง

อยู่ไปวันๆ

ส่งมาโดย golb เมื่อ 21 ส.ค. 2008 - 10:26:25 - ip: 61.19.233.242  

น้ำมันหมด?

น้ำมันปลอม?

ส่งมาโดย vagabond เมื่อ 21 ส.ค. 2008 - 17:36:20 - ip: 118.172.93.248  

น้ำใจยังหาได้
สำหรับผมมันทำให้โลกบ้าๆบวมๆใบนี้ยังน่าอยู่
เล็กๆน้อยอย่างนี้ผมทั้งให้และรับมาหลายครั้ง


ส่งมาโดย เป็นธรรมชาติ เมื่อ 22 ส.ค. 2008 - 00:20:33 - ip: 202.5.95.205  

จงแสดงน้ำใจเมื่อใครๆต้องการความช่วยเหลือ...

ส่งมาโดย surangrut เมื่อ 10 ก.ย. 2008 - 17:15:30 - ip: 203.172.48.80  

บ้านเราคนชั้นกลางมากมาย แล้วทะเลาะกันได้ทุกวันเป็นเหยื่อให้คนมีสตางค์ควบคุม คนที่ว่าทำเพื่อประชาชนนั่งรถยนต์ราคาแพง หยิบเศษเงินให้คนชั้นกลางที่ดีใจได้เงินใช้ แล้วชี้นำเราทะเลาะกัน เขานั่งห้องแอร์วางแผน เหนื่อยก็ไปเมืองนอก พักผ่อน สงสารใครดี?

ส่งมาโดย นกเอี้ยงนครเจดีย์ เมื่อ 10 ก.ย. 2008 - 20:04:19 - ip: 222.123.57.238  

มีแต่คนบ้านนอกที่มีน้ำใจให้กัน คนในกรุงหายากเต็มที บ้านอยู่ติดกันยังจ้องจะหาเรื่องกันตลอดเวลา......ดู ๆ ไป การจ้องกัดกันมันเหมือนกับสัตว์อะไรบางชนิดที่เราคุ้น ๆ กันอยู่....สุนัข....ใช่ครับเหมือนสุนัขกัดกัน....น้ำใจที่เอื้อเฟี้อเผื่อแผ่เหมือนคนบ้านนอกมันหายไปไหนกันหมด....ใครรู้ช่วยตอบทีครับ....

แสดงความคิดเห็น

ในทุกความคิดเห็น จะมีหมายเลขไอพีของคุณ (38.103.63.62) แสดง

  • การแสดงความเห็นในเว็บบอร์ดต้องอยู่บนพื้นฐานการเคารพในสิทธิและความหลากหลายทางเชื้อชาติ เพศ ศาสนา วัฒนธรรม และความเชื่อ ตลอดจน วิถีชีวิต และสิทธิส่วนบุคคล
  • การวิพากษ์วิจารณ์คำพูด ข้อเขียน หรือความคิดเห็นของบุคคลอื่น ย่อมทำได้โดยสุภาพหลีกเลี่ยงข้อความใดๆอันเป็นการละเมิดหรือดูแคลนต่อบุคคลอื่น
  • การวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของบุคคลอื่นย่อมทำได้โดยสุภาพ ในกรณีที่เป็นการกระทำที่กระทบต่อสาธารณะหรือกระทำโดยสาธารณะ
  • ประชาไทขอความร่วมมือ หากต้องการให้ข้อมูลที่คิดว่าเป็นประโยชน์ได้แสดงบนเว็บบอร์ด กรุณางดเว้นการใช้ถ้อยคำที่มีลักษณะเหยียดเพศ เหยียดเชื้อชาติ ศาสนา และเชื่อมโยงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นการล่อแหลม

คำถาม: วันนี้วันที่เท่าไหร่ ? (ใส่เฉพาะเลขวันที่เท่านั้น) *

ชื่อ: *

อีเมล: (ถ้ามี) ข้อมูลนี้จะไม่แสดงต่อสาธารณะ.

โฮมเพจ: (ถ้ามี)

ความคิดเห็น: * ใช้โค้ด HTML ไม่ได้

(สูงสุด 1,000 ตัวอักษร)
พิมพ์ได้อีก ตัว

 

วาดวลี

วาดวลี

หน้าเว็บ

บันทึกล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

Blogroll

บล็อกก่อนหน้า

มีอะไรใหม่ในบล็อกกาซีน

พิเศษ