blogazine prachatai บล็อกกาซีน (beta)  |  บล็อกทั้งหมด  |  จัดการบล็อก  |  เงื่อนไขและข้อตกลง  |  นโยบายความเป็นส่วนตัว  |  ประชาไท

จดหมายถึงเพื่อน (1)

Submitted on 09 January 2009 - 00:00:00.  Category: ชีวิต.  Tags:

รัฐภาค เพื่อนรักยิ่ง


เป็นไงบ้าง คลายเครียดหรือยังล่ะ ไม่มีกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ ยกขบวนแสดงพลังอะไรต่อไป กันมองเป็นเรื่องที่น่าศึกษา เป็นเรื่องของการพัฒนา การแก้ไข การสร้างถนนสายใหม่ อำนาจประชาชนเป็นอำนาจที่มีพลังยิ่งใหญ่ แต่ต้องเป็นอำนาจที่ยึดกฎหมายเป็นกรอบ กันว่าอำนาจทั้งสามต้องสมดุลกัน คือ อำนาจบริหาร (รัฐบาล) ตุลาการ (ศาล) นิติบัญญัติ (รัฐสภา) กันหมายถึงว่า คานอำนาจกันไว้ ไม่ให้หนักไปฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ในเวลานี้ เราอยู่ได้ก็เพราะศาล กันอยากถามแกเกี่ยวกับบ้านเมืองของเราสักหน่อย เพราะแกสนใจข่าวการบ้านการเมืองตั้งแต่เรียนมัธยมต้น ส่วนกันไม่ค่อยสนใจเท่าไร มันปวดหัวน่ะ

กรรมการบ้องไฟ (2)

Submitted on 02 January 2009 - 00:00:00.  Category: ชีวิต.  Tags:

สถานที่

แข่งบ้องไฟเป็นทุ่งนาเก่า อยู่ใกล้ๆที่ว่าการอำเภอ กรรมการ 3 คน ผม ธาตรี คุณโพยม นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่   กระจายอยู่ห่างกัน คนละมุมมอง บ้องไฟส่งเข้าแข่งขัน  12  ราย กรรมการฝ่ายจุดชนวน นำบ้องไฟรายแรกไปโคนต้นไม้ กรรมการที่ไต่ต้นไม้เก่ง 2 คน  นำลำตัวบ้องไฟพาดง่ามไม้ จุดชนวน ปรากฏควันกรุ่นตรงหางบ้องไฟ   สะเก็ดประกายไฟฟู่ขึ้น  บ้องไฟพุ่งพรวดขึ้นสู่ท้องฟ้าทันที  เสียงโห่ร้องของชาวบ้านที่มาชมมากมายดังขึ้น  

รายแรกขึ้นสูงปานกลาง ควันมาก ผมกรอกคะแนนสบายใจ 7 คะแนน บ้องไฟรายที่สอง ระเบิดตูมก่อนขึ้นคาง่ามไม้ กรรมการคนล่างไต่ลงอย่างลนลาน คนแรกลงไม่ทัน กอดกิ่งไม้ที่แกว่งไกวไว้แน่น กิ่งไม้อีกกิ่ง ถูกแรงระเบิดหักลงมา ประชาชนที่ชมเงียบไปครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าปลอดภัย เสียงโห่ร้องก็ดังขึ้นอีกอื้ออึง บ้องไฟถูกจุดไป  4  ราย  คุณโพยมถูกกรรมการหมู่บ้านดึงไปกินเหล้า  แกชอบอยู่แล้ว เดินมาบอกผมเพื่อทราบ  เพื่อทราบจริงๆ ผมไม่รู้จะทักท้วงหรือขัดข้องอย่างไร สักครู่ธาตรีถูกหนุ่มๆในหมู่บ้านดึงไปกินเบียร์ เหลือผมเพียงคนเดียว ผมชักร้อนขึ้นมา  เหงื่อเริ่มซึมหลัง สถานการณ์รุกไล่หลังผมชนกำแพง

บ้องไฟ
ที่ขึ้นสูงควันน้อย เริ่มมีมากขึ้นและสูสีกัน ผมชักสับสน บอกตนเองไม่ได้ว่า บ้องไฟรายใดขึ้นสูงที่ 1, 2 และ 3   เพราะเราใช้สายตามองดูบ้องไฟบนท้องฟ้า และประมาณด้วยสายตาว่า บ้องไฟนั้นสูงระดับเท่านั้นเท่านี้ ดูเพียงครั้งเดียวก็ตัดสิน ไม่อาจดูซ้ำได้ ตัดสินใจเป็นอย่างไรก็ให้เป็นไป ผมกดปากกาหนักๆวงจัดลำดับที่ 1, 2, 3 คัดลอกใหม่ให้เรียบร้อย ส่งปลัดอำเภอเพื่อประกาศผลรับรางวัล บอกปลัดว่า
"อีกประมาณ 20 นาที ท่านค่อยประกาศผลนะครับ  คนดูจะได้ตื่นเต้น"

กรรมการบ้องไฟ (1)

Submitted on 26 December 2008 - 00:00:00.  Category: ชีวิต.  Tags:

งานลอยกระทง

ของอำเภอเวียงแหงผ่านพ้นไปแล้ว แต่ผลการตัดสินการประกวดกระทง ยังคงถูกวิพากษ์วิจารณ์แพร่หลาย ไม่จางหายไปง่ายๆ บ้างกล่าวว่า กรรมการตัดสินลำเอียง ตัดสินให้กระทงบ้านเจ้าภาพของงานชนะเลิศ เพราะพากรรมการไปเลี้ยงดูปูเสื่อ บางกลุ่มว่าประธานกรรมการตัดสิน มีภรรยาเป็นชาวบ้านของกระทงที่ชนะเลิศ สารพัดของการณ์วิจารณ์ บ่งบอกการไม่พอใจ ไม่ยอมรับกรรมการตัดสินกระทงชุดนี้

 

เวลาผ่านไป

เทศกาลวันเข้าพรรษาวนมาถึง ปีนี้นอกจากงานทำบุญแล้ว จะมีการประกวดบ้องไฟหรือบั้งไฟด้วย

โดยบ้านเวียงแหงเป็นเจ้าภาพ หมู่บ้านใกล้ไกลได้รับแจ้งข่าว เชิญชวนส่งบ้องไฟเข้าประกวด


เรื่องสำคัญที่ถูกหยิบยกมากล่าวถึงอีกได้แก่ กรรมการตัดสินทุกหมู่บ้านแจ้งให้เจ้าภาพเลือกกรรมการที่เป็นกลางจริงๆ ไม่เอากรรมการจากหมู่บ้านใดๆ ควรให้อำเภอเป็นกรรมการกลางจะดีที่สุด ทุกหมู่บ้านยอมรับได้ นายอำเภอได้รับการเรียกร้อง จึงได้จัดประชุมเจ้าหน้าที่อำเภอ ทุกฝ่ายเห็นควรมอบหน้าที่กรรมการตัดสินบ้องไฟ ให้สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอ หัวหน้าการประถมศึกษาอำเภอรับข้อเสนอ


ท่านหัวหน้าการฯ รับเรื่องมาหารือในสำนักงาน ที่ประชุมตกลงเลือกกรรมการ
3 คน คุณโพยม ฝ่ายการเงิน

ธาตรี เจ้าหน้าที่ธุรการ ตัวผม นักวิชาการ

 

ผมชักหนักใจ

ไม่มีความรู้เรื่องบ้องไฟเพียงพอจะตัดสินได้ มีเพียงความเป็นกลางที่ชาวบ้านไว้ใจ

ปรึกษากรรมการด้วยกัน
ปรึกษาผู้รู้ เช่น สะหล่า (ช่างผู้ชำนาญการ) บ้องไฟ พระที่วัด เราจะต้องดูอะไร จึงจะให้คะแนนบ้องไฟได้ถูกต้อง อย่างไรได้มาก ได้น้อย เขาบอกว่า ให้ดู 2 อย่าง ขึ้นสูงประการที่หนึ่ง ไม่มีควันหรือควันน้อยเป็นประการที่สอง กรรมการดูบ้องไฟรายแรกที่พุ่งขึ้นท้องฟ้า ควรให้คะแนนน้อยไว้ก่อน ราว 7 คะแนนจากเต็ม 10 คะแนน บ้องไฟต่อไป ถ้าขึ้นสูงและควันมีน้อยกว่าบ้องไฟรายแรก ให้กรอกคะแนนลงไปมากกว่า 7 คะแนน ถ้าขึ้นไม่สูงกว่ารายแรกและควันมากกว่าก็ให้คะแนนน้อยกว่า 7 คะแนน ไม่ยาก ไม่ต้องหนักใจ.



งานเลี้ยงรุ่น

Submitted on 19 December 2008 - 00:00:00.  Category: ชีวิต.  Tags:

 

ใกล้สิ้นปีแล้ว

เหลืออีกเดือนเดียว เดือนธันวาคมเป็นเดือนสุดท้ายของปี ที่เวลาเดินเร็วที่สุด จำนวนวันก็เท่าๆกับเดือนอื่นๆ เราไม่ได้เร่งรัดวันเวลา ปล่อยวันในเดือนสุดท้ายเดินไปตามปรกติ เวลาเดินไปสม่ำเสมอ ภายใต้ความรู้สึกคึกคัก เหมือนมีชีวิตชีวาเป็นพิเศษของเรา งานเลี้ยงรุ่นใกล้เข้ามาอีกปีหนึ่ง กำหนดคงเป็นต้นเดือนมกราคม 2552 จะได้พบเพื่อนที่เคยนุ่งกางเกงขาสั้นสีกากีเสื้อขาวอีกครั้ง หน้าตาคงเปลี่ยนไปตามวัย

ผมเผ้าน้อยลง หน้าเหี่ยวตีนกาขึ้น ลงพุงแข่งกัน ฟันฟางแท้ลดจำนวนฟันปลอมเข้ามาครองแทนที่ ไม่น่าดูเลย ช่างเป็นอนิจจังเสียจริง

ความลับของสุนทร

Submitted on 12 December 2008 - 00:00:00.  Category: ชีวิต.  Tags:

ลูกเสือ

ทุกหมู่ช่วยกันกางเต็นท์ ประกอบอาหาร มองเห็นควันไฟลอยกรุ่นสู่เบื้องบน ได้ยินลูกเสือพูดคุยกันแว่วมา นอกจากครูวีรภาพ และครูภาสกร ที่เป็นผู้กำกับลูกเสือแล้ว ยังมีท่านอื่นทำหน้าที่รองผู้กำกับลูกเสือ

เริ่มมืดค่ำลงแล้ว แสงสว่างจากหลอดไฟฟ้าที่แขวนเป็นจุดๆ ทั่วค่ายลูกเสือส่องสว่างพอประมาณ เนื่องจากแขวนสูงและวางจุดห่างกันมาก สถานที่นี่เรียกกันว่าหน่วยอุทยานแห่งชาติศรีลานนา หรืออุทยานห้วยกุ่ม กิโลเมตรที่ 65 ฝั่งตะวันออกถนนเชียงใหม่-ฝาง


ครูชาย

ตั้งวงโขกหมากรุก เป็นกีฬาที่ครูชายในโรงเรียนกำลังนิยมไม่เว้นแม้ภารโรง เนื่องจากครูที่ย้ายมาใหม่จากกรุงเทพฯ ชื่อ “ภักดี” มีฝีมือทางหมากรุกขั้นเซียนนำมาเผยแพร่ ทุกคนมีฝีมือหมากรุกไล่เลี่ยกัน การแข่งขันนั้นหากผู้แข่งขันฝีมือสูสีกัน การเล่นย่อมออกรสชาติ ทั้งผู้เล่น ผู้ชม ครูวีรภาพกับครูภาสกรคว้ากระดานหมากรุกได้ก่อนผู้อื่น จึงได้เป็นมวยคู่แรก ทั้งคู่เป็นเพื่อนกัน แต่มักมีข้อโต้แย้งขัดคอกันเสมอ

ไม่มีพ่อให้กอด

Submitted on 05 December 2008 - 00:00:00.  Category: ชีวิต.  Tags:

ในวัยราว 6 ขวบ

พ่ออุ้มผมที่บาดเจ็บตรงสะบ้าหัวเข่า เดินท่องน้ำที่กำลังท่วมผ่านสนามโรงเรียน ไปส่งห้องเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เป็นบาดแผลเกิดจากคมมีดที่ผมฟันกิ่งไม้แห้ง แล้วแฉลบมาโดนจนเนื้อแหว่ง ต้องทายาพันผ้ายาวคืบกว่า ตอนเย็นพ่อก็ไปรับอุ้มกลับบ้านอีกรอบ พ่อแม่ญาติพี่น้องให้ผมหยุดโรงเรียน แต่ผมรบเร้าจะไปโรงเรียนให้ได้


ฤดูหนาว

เวียนมาถึง อากาศหนาวเย็น การอาบน้ำตอนเย็นเป็นเรื่องอิหลักอิเหลื่อของสมาชิกทุกคนในครอบครัว ย่าตักน้ำใส่คุวางไว้กลางข่วงบ้าน (ลานบ้าน) ตั้งแต่เที่ยงวัน ตักอาบน้ำตอนเย็นจะได้อุ่น ใครขยันหน่อยตักน้ำใส่ปี๊บแล้วต้ม เป็นช่วง 40 กว่าปีมาแล้วยังไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่น เวลาเย็นลงแล้ว ผมลำบากใจเรื่องอาบน้ำ วิ่งเล่นถ่วงเวลาจนมืดค่ำ พ่อเรียกอาบน้ำหลายครั้งก็ทำเฉยๆ ขั้นสุดท้ายพ่อไล่จับผมจนชุลมุนไปหมด

ของดีจากป่า

Submitted on 28 November 2008 - 10:41:39.  Category: ชีวิต.  Tags:

ผมกับธาตรีสนิทสนมกันมากขึ้น

ผมเป็นหนุ่มใหญ่มีครอบครัวแล้วมาจากในเมืองเชียงใหม่ ธาตรีหนุ่มโสดผิวสีกาแฟลืมใส่นมวัยยี่สิบเศษมาจากกรุงเทพฯ เราทั้งคู่สูงต่ำพอกัน เวลาผ่านไปได้สองสัปดาห์ ผมชวนธาตรีเดินเตร่หาบ้านเช่าหลังใหม่ ได้บ้านไม้สองชั้นหลังใหญ่อยู่ติดถนนริมทุ่งนา มีบ่อน้ำใสอยู่ข้างบ้าน ตกลงราคากันเรียบร้อย ผมชวนธาตรีมาอยู่ด้วยกัน เขาทำท่าอิดออด...

 

ผมจึงโน้มน้าวว่า เราอยู่กันสามคนกับหัวหน้า การทำอะไรก็เกรงใจท่าน เราต้องสำรวมพอสมควรจะร้องเพลงเต้นแร้งเต้นกาก็ทำไม่สะดวก เห็นผู้หญิงสวยๆ ขาวๆ เดินผ่านหน้าบ้าน จะพูดจาทักทายเย้าแหย่ทำไม่ได้เต็มที่ ค่าเช่าบ้านไม่ต้องห่วง ผมเบิกได้ อาหารเราไม่ต้องทำให้เหนื่อย กินข้าวเดือนร้านเจ๊อี๊ดก็ได้ ผมชำเลืองดูท่าทีของธาตรีสีหน้าเขาดีขึ้นปรากฏรอยยิ้ม...ที่สุดเราทั้งคู่ย้ายมาอยู่บ้านเช่าหลังใหม่ใกล้ที่ทำงานกว่าบ้านหลังเก่า ผมบอกให้ธาตรีเลือกนอนห้องใดชั้นใดก็ได้ ธาตรียิ้มชอบใจบอกขอห้องใหญ่ชั้นบน ผมบอกว่าเอาไปเลยหนุ่มโสดจะได้แต่งห้องให้เต็มที่

เป่าเขาควายขายของ

Submitted on 21 November 2008 - 00:00:00.  Category: ชีวิต.  Tags:

จำได้ว่า

วันแรกที่ผมเดินทางมาถึงห้องทำงานที่ว่าการอำเภอเวียงแหง เป็นเดือนพฤศจิกายน2528 หัวหน้าหน่วยงานแนะนำให้รู้จักเจ้าหน้าที่งานต่างๆ ดูหน้าตาใครอาวุโสกว่าผม ผมยกมือไหว้ก่อนแล้วทักทาย


ใครหนุ่มกว่าก็ทักทายเพียงวาจา ทุกคนอัธยาศัยดี เป็นกันเอง เด็กหนุ่มผิวเข้มคนหนึ่งทราบภายหลังว่าเป็นชาวกรุงเทพฯ ชื่อ ธาตรี ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ธุรการ ยกมือไหว้ผม และกล่าวคำว่า “สวัสดีครับ” ผมรับไหว้กล่าวคำสวัสดีเช่นกัน

ฝุ่น ฝน ถนนรูปงู

Submitted on 14 November 2008 - 00:00:00.  Category: ชีวิต.  Tags:

เปิดอัลบั้มเห็นภาพตนเอง
ยืนคู่กับผู้บริหารโรงเรียน กอดอกวางมาดเท่ หน้าที่ว่าการอำเภอเวียงแหง สวมหมวกไหมพรมเสื้อกันหนาว ถุงมือ กางเกงสีทึมทึบและรองเท้าผ้าใบ ถ่ายนานหลายปี ภาพๆ เดียวทำให้เกิดภาพชีวิตจริงในอดีตปี 2530 ทยอยเคลื่อนมาสู่มโนคติมากมาย มันตื่นเต้นระทึก เข็ดขยาด น่าจดจำ

ภาพรถติดโคลนยาวเหยียดบนดอย ภาพจอดรถจักรยานยนต์ ยืนกินข้าวเหนียวกับไส้อั่วกลางฝนกลางป่า ดื่มน้ำฝนที่ไหลผ่านหน้าผาก จมูก ผ่านปากกลั้วคอ ภาพบ่างโฉบจากต้นไม้ ภาพเป่าเขา ควาย เพิงขายของริมทาง ภาพนั่งเฮลิคอปเตอร์เลียบเลาะผ่านหุบเหว เหตุการณ์บนรถยนต์กลางดอยยามดาวสาดแสง ยุงกัดตลอดคืน ฝูงหิ่งห้อยบินส่องแสงวิบ ๆ กลางป่ามืด ริมน้ำแตะ ภาพรถยนต์กระโจนลงสู่น้ำแตะ เร่งเครื่องสุดแรงสู่ริมฝั่งให้ได้ ถ้าแรงส่งไม่พอ รถหยุดกึ่งกลางน้ำ ผู้โดยสารจบการเดินทางแค่นั้น ต้องเดินต่อน่องโป่งแน่นอน

บ้านหาย

Submitted on 07 November 2008 - 00:00:00.  Category: ชีวิต.  Tags:

ดวงอาทิตย์

คล้อยต่ำใกล้ลับขอบดอย บอกการอำลาท้องฟ้าไปทุกขณะ ช่างเหมือนข้าราชการเกษียณ ที่ต้องอำลาชีวิตราชการในวันนี้ ทุกอย่างมีเริ่มและสิ้นสุด ผู้คนเริ่มทยอยเข้าร้าน “เงาจันทร์” ทุกคนนั่งประจำที่ เครื่องดื่มถูกลำเลียงบริการ ข้าราชการเกษียณนั่งเรียงกันครบ 12 คน อีกด้านหนึ่งของโต๊ะ ผู้บริหารนั่งกระจายไป หัวหน้าการนั่งประจำหัวโต๊ะ ท่าทางผึ่งผายแย้มยิ้มสำรวม นักร้องครูชายหญิงที่เสียงเพราะพริ้งที่สุด สับเปลี่ยนกันเกริ่นกล่อมบรรยากาศ เสียงหัวเราะหยอกเย้า เสียงชนแก้วเริ่มคึกคัก

 

ชิดชัย

ผู้อำนวยการโรงเรียนหนุ่ม จอดรถจักรยานยนต์ไว้หน้าร้าน โดยหันหน้าขึ้นในตำแหน่งทิศเหนือ ซึ่งบ้านของตนตั้งอยู่ วางแผนว่า วันนี้จะกินเหล้าให้หนำใจ ฉลองให้ผู้บริหารโรงเรียนรุ่นพี่ที่เคารพนับถือกัน

ชิดชัยไม่ค่อยได้กินเหล้าบ่อย นานๆ มีงานสำคัญจะกินสักครั้ง หากเมาได้ที่แล้ว มักคิดอะไรไม่ค่อยออก

ตอนเวลากลับ ติดเครื่องรถได้ขึ้นคร่อม วิ่งไปเรื่อยๆ ตาก็มองดูบ้านทางซ้ายมือ เมาอย่างไรก็ต้องจำบ้านได้

ถึงบ้านแน่นอน ชิดชัยบอกกับตนเอง ชิดชัยกลับเข้าร้าน นั่งประจำที่ใกล้กับกนกศักดิ์และรพีพัตร ผู้บริหารเพื่อนสนิท ดื่มได้สักพัก กนกศักดิ์สะกิดรพีพัตร

พัตร...ไปส่งกันไปห้องน้ำหน่อย ร้านนี้ไม่เคยมา ไปไม่ถูกวะ”

ชัย...กันไปห้องน้ำกับเจ้าโหนกศักดิ์ก่อนนะ...เดี๋ยวมา” รพีพัตรพูดกลั้วหัวเราะกับชิดชัย ที่ได้แหย่เพื่อนว่า “ เจ้าโหนกศักดิ์” เชิงส่องงาสองง่าม

อ้ายโหนก...เร็วๆ หน่อย กันอยากฟังแกร้องเพลงแล้ว” ชิดชัยส่งเสียงตามหลังเพื่อนทั้งคู่

« ก่อนหน้า

 

ถนอมรัก เดือนเต็มดวง

ถนอมรัก เดือนเต็มดวง

หน้าเว็บ

บันทึกล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

Blogroll

มีอะไรใหม่ในบล็อกกาซีน

พิเศษ