เรื่องเล่าเล็กๆ จากกระท่อมทุ่งเสี้ยว

ข้าคือความลวง
คือสิ่งที่โกหกมดเท็จ
ข้าเป็นความลวงของสิ่งใด
สิ่งนั้นย่อมถูกเข้าใจผิดและถูกมองไปเป็นอื่น
ถ้าใครสักคนหนึ่ง...
ได้รู้จักตัวข้าด้วยตัวของเขาเองอย่างแท้จริง
เขาย่อมไม่ปรารถนาจะได้รู้จักความลวงใดๆในโลกนี้อีกเลย
ข้าคือความอัปลักษณ์
คือสิ่งที่น่าเกลียด
ข้าเป็นความอัปลักษณ์ของสิ่งใด
สิ่งนั้นย่อมแลดูต่ำต้อยด้อยค่า
ถ้าใครสักคนหนึ่ง...
ได้รู้จักตัวข้าด้วยตัวของเขาเองอย่างแท้จริง
เขาย่อมไม่ปรารถนาจะได้พบปะความอัปลักษณ์ใดๆในโลกนี้อีก
ข้าคือความเลว
คือการกระทำที่ไม่ถูกต้อง
ข้าเป็นความเลวของสิ่งใด
ย่อมมีการกระทำที่ไม่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรมของสิ่งนั้น
ข้าจึงมีแต่ความขัดแย้ง เบียดเบียน และทำลายในทุกสิ่ง
ถ้าใครสักคนหนึ่ง...
ได้รู้จักตัวข้าด้วยตัวของเขาเองอย่างแท้จริง
เขาย่อมไม่ปรารถนาจะเข้าไปกรายใกล้ความเลวใดๆในโลกนี้อีก
ใช่
ข้าคือความลวง
ข้าคือความอัปลักษณ์
ข้าคือความเลว
ที่ดำรงอยู่ในโลกนี้ด้วยความยากลำบากและขมขื่นมานานแล้ว
และจะยังคงอยู่อีกต่อไป
เพราะถึงแม้ตัวข้า-จะน่ารังเกียจน่าขยะแขยง
ไม่เป็นที่รักและปรารถนาของใครในโลกนี้
แต่ผู้คนในโลกนี้
ต่างก็ชอบใช้ข้าเป็นเล่ห์เพทุบาย
เป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์
ในเวลาที่พวกเขาเกิดความโลภขึ้นมา
โดยไม่คำนึงถึงความผิดความถูกต้องและความเดือดร้อนของใครๆ
และหลังจากพวกเขาใช้ข้าแล้ว
ไม่ว่าพวกเขาจะรังเกียจและขยะแขยงข้าสักเพียงใด
พวกเขาก็ไม่กล้าที่จะกำจัดข้าให้สิ้นซาก
เพราะเมื่อพวกเขาเกิดความโลภขึ้นมาอีก
พวกเขากลัวว่าจะเรียกหาตัวข้า ความลวง ความอัปลักษณ์ และความเลว
มาเป็นเครื่องมือตอบสนองตัณหาของพวกเขาไม่พบ
ดังนั้น
หลังจากพวกเขาใช้งานข้าเรียบร้อยแล้ว
พวกเขาจึงทำได้เพียงแค่โยนข้าไปให้พ้นๆตัว-พ้นหูพ้นตา
เหมือนดั่งผ้าขี้ริ้ว...
จะเก็บไว้ใกล้ตัวก็น่ารังเกียจน่าอับอาย-จะทำลายก็เสียดายประโยชน์ใช้สอย
หรือไม่ก็ยัดเยียดข้าให้ไปอยู่กับคนอื่น ( เหมือนอย่างที่พวกนักการเมืองถ่อยๆชอบทำกัน )
เพื่อตัวเองจะไม่ได้ชื่อว่า เป็นคนโกหก เป็นคนน่าเกลียด เป็นคนเลว
ข้าจึงจำเป็นต้องมีอยู่ในโลกนี้
ด้วยความยากลำบากและขมขื่นอีกต่อไป-ตราบนานเท่านาน
เพราะโลกนี้มีแต่คนทำความชั่ว
แล้วชอบประกาศตัวเองกับโลกว่า ข้าคือคนซื่อสัตย์ ข้าคือคนหมดจดงดงาม ข้าคือคนดี
แทนที่จะประกาศไปตามความเป็นจริงว่า ข้าคือคนลวงโลก ข้าคือคนสกปรกโสมม ข้าคือคนสารเลว
ซึ่งจะทำให้มนุษย์แลดูสง่างามและน่านับถือเป็นอย่างยิ่ง
เพราะเขากล้าที่จะยอมรับตัวเอง-เป็นอย่างที่เขาเป็นจริงต่อโลก
ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนชั่ว...
แต่โลกนี้
ก็ไม่เคยมีมนุษย์หน้าไหนที่ทำความชั่ว...แล้วออกมาประกาศกับโลกว่าตัวเองเป็นคนชั่ว
ข้าจึงต้องเป็นเหมือนดั่งผ้าขี้ริ้วของคนพวกนี้มาโดยตลอด
ด้วยเหตุที่พวกเขาขี้ขลาดและไร้ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์-ดังนี้นี่เอง.
กระท่อมทุ่งเสี้ยว เชียงใหม่
[ Permalink ] . [ 12 ความคิดเห็น ]
มนุษย์ที่โลภโมโทสันก้อเป็นฉันนี้ แหละ อ้ายหนอม มนุษย์อวิชชา ฯลฯ
อ้ ายแสงดาว ผมเขียนแล้ว ผมก็มานึกสดุ้ง เพราะมารู้สึกว่าดูๆไปแล้วตัวเองก็เป๋นคนแบบนี้
เหมีอนกัน ไม่ได้ดีเด่อะไร ฮา นี่กระมังที่นักปราชญ์เขาพูดกันว่า สัจจะเป็นมีดสองคม งานเขียนเกี่ยวกับเรื่องจริยาธรรมนื่ ทำให้เรายุ่งยากจังเลย เพราะมันสะท้อนให้เห็นความไม่ดีของตัวเราด้วย เฮ้อ...
คนเลวคนชั่ว ไม่เคยยอมรับหรอกว่าตัวเองเลวและชั่ว แถมยังนึกว่าตัวเองเลิศเลอไปเสียทุกอย่าง ก็เหมือนคนบ้า ไม่เคยยอมรับว่าตัวบ้า ฉันใดฉันนั้น แต่เราเองก็ไม่ดีไปหมดเสียทุกอย่าง ไม่มีใครในโลกจะ perfect ใสบริสุทธิทั้งหมดหรอกนะ แต่อย่างน้อย เราก็พยายามเป็นคนดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ คือรักตัวเองให้มากๆ พร้อมๆกับรักคนอื่นด้วยก็เท่านั้นเอง
คุณ alisa aaa ผมชอบความเเห็นในเชิงสรุปของคุณจังเลย และผมถือว่าความเห็นของคุณเป็นการช่วยสรุปบทความบทนี้ให้ผมได้ดีที่สุด เพราะตรงกับความเป็นจริงที่คนเราเป็นกันในโลกของความเป็นจริง คือไม่มีคนดีจนไม่มีที่ติ และไม่มีคนเลวจนหาส่วนดีใดๆไม่พบในโลกนี้ นี่ คือความเป็นจริงนะครับ และบนพื้นฐานของความเป็นจริงนี้ ผมเห็นด้วยกับการเป็นคนที่เราควรจะเป็น-อย่างที่คุณว่า
"แต่อย่างน้อยเราก็พยายามเป็นคนดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ คือรักตัวเองให้มากๆ พร้อมกับรักคน
อี่นด้วย..." ขอบคุณครับที่ช่วยคิดและเสียสละเวลาโพสท์เข้ามาเติมเต็มให้.
ผมเคยอ่านเรื่องสั้นเรื่องหนึ่งชื่อเรื่อง "ที่สุดแห่งรัก"ประทับใจคำของตัวละครเอกที่พอสรุปได้ว่า
" โลกมันวิปริต มื่อคนเลวสารภาพก่นด่าว่าตนเองเลว แต่สังคมกลับคิดว่าเขาคนนั้นเป็นคนดี"
ขออภัยเจ้าของเรื่องสั้นเรื่องนี้ที่ผมจำชื่อท่านมิได้...แต่ถ้าจำไม่ผิดผมอ่านที่มติชนรายสัปดาห์
ขออภัยครับอ้ายเรื่องนี้ผมโนคอมเม้นท์ครับ...
................
ระลึกถึงครับ
ตอบ-คุณพ่วง น่าคิด และน่าตั้งคำถาม ว่ามันควรจะเป็นความวิปริตที่เป็นเรื่องที่ดีหรือเปล่า สมมุติว่า ถ้าเรารู้จักคนๆหนึ่ง แล้วเขาบอกความจริง เกี่ยวกับความเป็นคนของตัวเขา-ตามความเป็นจริงกับเราว่า เขาเป็นคนขื้โกงและชอบหักหลังคน กับคนที่เป็นแบบนี้เหมือนกัน แต่สวมเปลือกนอกให้เราเข้าใจว่าเขาเป็นคนดีมีศีลธรรมปกปิดความเลวร้ายของตัวเองเอาไว้ ระหว่างสองคนนี่ เราควรจะคิดว่าใครดีกว่ากัน ถ้าคนเลวประกาศว่าตัวเองเป็นคนเลวมีจริง (หรืออาจจะมี) เหมือนที่พี่สมมุติเรื่อง ให้ความเลวออกมาพูด เพราะน้อยเนื้อตำใจ เนื่องจาก ถูกมนุษย์ใช้งานมาก แต่ไม่เคยมีใครรัก แถมยังทิ้งๆขว้างๆ ผลักไสออกไปให้ไกลตัว หลังจากใช้งานแล้ว เหมือนผ้าขี้ริ้วยังไงล่ะ!
สวัสดีอ้ายถนอมครับ
แน่นอนละครับอ้าย ผมจะต้องถืงเจียงใหม่ ๒๒ มิถุนาเป็นแน่แท้ อ้ายครับ ผมโทรคุยกับหนูนา ว่า ตกลงไปเยี่ยมบ้านอ้ายถนอมครับผม อ้ายย่าลืมบอกอ้ายแสงดาวต๋วยเน้อ
คุรแสงพุครับ ผมส่งข่าวบอกอ้ายแสงดาวเรียบร้อยแล้ว มาถึงแล้วจะมาเยี่ยมกกะท่อมทุ่งเสี้ยว วัน เวลาไหน โทร.มาบอกล่วงหน้าด้วยครับ
อ้ายหนอม คับ แตว่า วันที่ 24 - 27 มิย อ้ายไม่ว่างนะ คับ เพราะอ้ายต้องไปเชียงของ ไปงานแต่งของน้อง "รัตน์ คำพร " นักเขียน ที่ไปช่วยทำงานที่เชียงของ ช่วยกลุ่มรักษ์เชียงของที่ต้านจีนที่จะมาระเบิดเกาะแก่งอันทำลายธรรมชาติวิถีชีวิตของพี่น้องเชียงของ และของเรา ตวย
ช่วยบอกหนู นา พาอ้ายแสงพูไซ ไปบ้านอ้ายหนอม ปี้ยาย ในวันที่ 22 หรือ 23
ไม่รู้ว่าอ้ายแสงพูไซ จะอยู่เจียงใหม่กี่วัน
อ้ายหนอม ช่วย post มาที่คอลัมน์ อ้าย่ ตวย เน้อ คับ เพราะอ้ายติดไปเชียงของ อ้ายก็อยากเจออ้ายแสงพูไซ มาก คับ เพราะนานๆทีพี่น้องลาวเฮาจะได้มาพบกัน และอ้ายก็อยากเจอพวกเรา ด้วย ฮักษาสุขภาพทุกๆคน คับ
อ้ายถนอม
ผมไปถืงเจียงใหม่ ๒๒ มิ.ย วันที ๒๓ ป๋ะกันแต้ๆเจ้า
ไม่มีใครดีเลิศ 100 เปอร์เซนต์ มนุษย์มีทั้งดีและเลวอยู่ในตัว ขอเพียงแค่
1.ไม่กดขี่เพื่อนมนุษย์
2.ไม่ดูถูกเพื่อนมนุษย์
3.เห็นอกเห็นใจและให้ความช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ตามกำลังของตนเอง
4.ไม่ประกอบอาชีพที่ขูดรีดเพื่อนมนุษย์
5.ไม่อ้างความชอบธรรมตามกฎหมายอย่างไม่ลืมหูลืมตา แล้วลงมือต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันด้วยอาการยิ้มเยาะ เยาะเย้ยและถากถาง และปฎิบัติต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเยี่ยงทาส
6.ไม่มักใหญ่ใฝ่สูง ลืมกำพืดดั้งเดิม
7.ต้องรักความยุติธรรม(ไม่ใช่ความยุติธรรมตามตัวบทกฎหมาย เพราะยังไม่ใช่ความยุติธรรมที่แท้จริง) ความยุติธรรมที่แท้จริงต้องอยู่ในหัวใจมนุษย์เรา และให้สิ่งนั้นแก่เพื่อนมนุษย์เรา
8.ไม่ยกหางตัวเองว่าเป็นคนดี ทำตัวลอยอยู่เหนือเหตุผล ไม่ทำอะไรเลยแล้วบอกว่าตนเองเป็นคนดี
9.ต้องเป็นคนติดดิน ไม่ทำตัวเว่อร์ ลอยจับไม่ติด ฟุ่มเฟือยฟุ้งเฟ้อกับวัตถุนิยม อะไรออกใหม่ก็ทำตัวบ้าเห่อซื้อไปหมด เปลื่ยนใหม่ทุกรุ่น เงินทองรั่วไหลออกไปต่างประเทศหมด ทำมาหากินเท่าไรไม่เคยพอ
10.เป็นคนดีทั้งกาย วาจา และใจ
ทำได้แค่นี้ก็พอใช้ได้แล้วครับ ไม่ถึงกับต้อง 100 เปอร์เซนต์หรอก
คุณนกเอี้ยงนครเจดีย์ เป็น 10 ข้อคิดที่ดีมากครับ ถือเป็นหลักปฎิบัติในชีวิตได้โดยปราศจากข้อ
สงสัย ขอบคุณครับที่แบ่งปันข้อคิดที่ดีงามมา ณ ที่นี้