เรื่องเล่าเล็กๆ จากกระท่อมทุ่งเสี้ยว

จริงหรือ
ที่เขาพูดกันว่า
เราหว่านเมล็ดใดลงไปในท้องทุ่ง
ถ้าหากเมล็ดนั้น
มิได้เน่าเปื่อยตายด้วยสาเหตุใดสาเหตุหนึ่ง
มันย่อมจะงอกงามเติบโตให้พืชผลแก่เรา
ตามชนิดของเมล็ดพืชพันธุ์นั้น
ดังเช่นชาวนาหว่านเมล็ดข้าวลงไปในท้องทุ่ง
เขาก็ย่อมได้ต้นข้าวและเมล็ดข้าว
เป็นผลของการหว่านเมล็ดลงไปในท้องทุ่ง
เมื่อถึงวาระแห่งการงอกงามเติบโตและแตกดอกออกผล
จริงหรือ
ที่เขาพูดกันว่า
การกระทำทุกอย่างทางกาย วาจา และ ใจของคนเรา
ที่เราได้กระทำต่อสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวัน
ที่ต้องเกี่ยวข้องกับผู้คน โลก และสังคม
ถ้าหากการกระทำนั้นมิได้เป็นโมฆะ
เหมือนเมล็ดพืชพันธุ์ที่เน่าเปื่อย
เราย่อมได้รับผลแห่งการกระทำที่เกิดขึ้น
เช่นเดียวกับคนหว่านเมล็ดพืชพันธุ์ลงไปในท้องทุ่ง
นั่นคือกระทำเหตุเช่นใด
ย่อมได้ผลแห่งการกระทำตามเหตุนั้น
จริงหรือ
ที่เขาพูดกันว่าผลแห่งการกระทำ
ทุกการกระทำที่เราได้กระทำลงไปแล้ว
บางสิ่งบางอย่างจะปรากฏผลแก่ตัวเรา-ในทันทีทันใด
บางสิ่งบางอย่างต้องรอคอยเป็นเวลานาน
บางสิ่งบางอย่างเวลาผ่านไปเนิ่นนานจนเราหลงลืม
จึงจักก่อเกิดผล…
และเราต้องได้รับผลแห่งการกระทำนั้น
ตามเหตุที่เราได้กระทำเอาไว้…โดยไม่มีทางหลีกเลี่ยง
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ดีงามหรือเลวร้าย-หนักหรือว่าเบา
จริงหรือ
ที่เขาพูดกันว่า
ความเชื่อที่เด็กอมมือก็สามารถเข้าใจได้ง่ายๆนี้
เป็นความเชื่อพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของมนุษย์
และคนทุกคนควรจะเชื่อและยึดถือเป็นหลักปฏิบัติ
เพื่อที่เขาจะได้ดำเนินชีวิตไปโดยราบรื่น
และปลอดภัยในสันติสุขของชีวิต
ทั้งต่อตัวเองและผู้อื่น…
จริงหรือ
ที่ความเชื่ออันเก่าแก่โบราณ
ผ่านกาลเวลามาถึง 2500 กว่าปีนี้
เป็นความจริง…
จริงหรือ
จริงหรือ
จริงหรือ
กระทำเหตุเช่นใดย่อมได้รับผลแห่งการกระทำเช่นนั้น
เราลองมาท้าทาย…
เพื่อพิสูจน์และตรวจสอบความเชื่อนี้กันดีไหม
ว่า “ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว” เป็นสัจธรรมอันเที่ยงแท้หรือไม่
สาธุชนท่านใด-คับข้องใจและสงสัย
เชิญเร่เข้ามาร่วมกันลองของโดยไว
สวัสดี.
19 เมษายน 2551
กระท่อมทุ่งเสี้ยว เชียงใหม่
[ Permalink ] . [ 11 ความคิดเห็น ]
โลกยุคใหม่ไม่น่าเชื่อ
หว่านอะไรลงไปออกผลเป็นเช่นนั้น เพราะเดี๋ยวนี้เขาตัดแต่งพันธุกรรมได้แล้ว
ผสมข้ามสายพันธ์ก็ยังได้
ดังนั้นความดีชั่วก็น่าจะเป็นเช่นกัน
นางพรายครับ แสดงว่าผู้คนในโลกยูคใหม่ของเราเสื่อมคลายความเชื่อมั่นในเรื่องศีลธรรม แม้แต่ระบบศีลธรรมในพุทธศาสนา ที่ถือกันว่าเป็นระบบที่เป็นสากลที่สุด
แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่แปลกอะไรๆในโลกนี้เมื่อถึงระยะเวลาหนึ่ง ย่อมเสื่อมโทรมลงเป็นธรรมดา ผมเพียงแต่สงสัยว่าถ้าหลักทางศีลธรรมที่ดีที่สุด ไม่สามารถเป็นที่พึ่งพาของเราในยุคปัจจุบันได้อีกต่อไป แล้วเราจะหันหน้าไปพึ่งพาอะไรดี สังคมยุคใหม่นี่ผู้คนโหดร้ายมากนะครับ ขอบคุณมากครับที่แสดงความเห็นมา
ไม่รู้นะ อ้ายว่าเราต้องเป็นตัวตนของตัวเอง อย่าให้ใครมาครอบงำ แค่นี้แหละ จ๊ะ
ครับ ผมชอบพระพุทธเจ้า ตรงที่ท่านไม่บังคับให้คนเชื่อและต้องเคารพคำสั่งสอนของท่าน รวมทั้งตัวของท่านด้วย ถ้าใครอยากจะเชื่อ...อยากจะเคารพนับถือ ย่อมเกิดจากใจอย่างแท้จริง เพราะเป็นความเชื่อที่ไม่ได้เกิดจากการใช้อำนาจขู่เข็ญ และคอยกำหราบคนที่เขาไม่เชื่อ...
หลักกาลามสูตร ไง, จ้า
คุณ ใช่ ใช่ ใช่ ไชยโย ! ใช่แล้วจ้า ไม่น่าเชื่อว่าจะมืคนนึกออก ผมอุตส่าห์ไม่ปริปากออกมา กลัวคนเขาจะเบี่อยาขม...เฮ้อ ! ...
นั่นนะสิครับ จวบจนถึงวันนี้ ผมก็ยังไม่แน่ใจ
หรือเราจะไม่มีคำตอบใดใดสำหรับคำถามนี้
เพราะมันอยู่เหนือความรับรู้
คุณวรวลัญช์ ใช่ครับ เพราะเราหาคำตอบมากมายในชีวิตไม่ได้ ผมจึงรู้สึกว่าเราจำเป็นจะต้องมีความเชื่ออะไรไว้เป็นหลักยึด ผมว่าเรื่องกรรมในพุทธศาสนานี่...เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากนะครับ
ถ้าคุณเบื่อความรู้ทางโลก ลองหันมาศึกษาเรื่องนี้ดูบ้างซิครับ บางทีคุณอาจจะพบสิ่งที่คุณหามาตลอดชีวิตตรงนี้ก็ได้
ขออภัย ประโยคที่ว่า " ผมรู้สึกว่าเราจำเป็นต้องมีอะไร...ไว้เป็นหลักยึด" ตกคำว่า "สักอย่าง" ต่อจากคำว่า "อะไร..."
ใช้หลักศิลธรรมและความยุติธรรมครับ ถ้าทุกคนมีสองสิ่งนี้โลกก็จะน่าอยู่ครับ ทำดีก็ต้องได้ดีอยู่แล้ว ยิ่งทำชั่วยิ่งได้ชั่วไม่ต้องสงสัย สมัยนี้กรรมติดจรวดครับ จะได้อยู่กันอีกนานเท่าใดครับ????????? เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ผู้อื่นให้มากขื้นกว่านี้กันหน่อย เอื้อเฟื้อทั้งความรู้ความคิดและความยุติธรรม เอื้อเฟื้อทุกอย่างในชีวิต ยิ่งให้ก็จะยิ่งได้ครับ...............ลืมกันไปหรือเปล่า
คุณนกเอี้ยงนครเจดีย์ คุณคิดเมือนผม แต่คนอื่นเขาคิดไม่เหมือนคุณและผม นอกจากไม่เหมือนแล้วยังยอมให้กันไม่ได้ด้วย สังคมจึงย่อมเดินไปสู่วิกฤต หมาบ้ากัดกัน คนที่เขารู้ใครเลยอยากจะเข้าใกล้ ขอบคุณมากๆครับที่มาร่วมแสดงความคิดเห็นที่ดีงาม