เรื่องเล่าเล็กๆ จากกระท่อมทุ่งเสี้ยว

1.
ทุกๆ ยามเช้า
ชายในชุดสันยาสี จะมาเก็บดอกไม้จากในสวนที่อยู่ใกล้ๆ มือและดวงตาของเขาส่อแววแห่งความโลภที่มีต่อดอกไม้เหล่านั้น และเขาจะเด็ดดอกไม้ทุกดอกที่เอื้อมมือถึง เห็นได้ชัดว่า เขาจะถวายดอกไม้เหล่านั้นต่อรูปปั้นไร้ชีวิต อันเป็นสิ่งที่ทำขึ้นมาจากก้อนหิน
ดอกไม้เหล่านั้น
สวยงามน่ารัก อ่อนโยน เพิ่งจะผลิบานขึ้นรับแสงแดดยามเช้า แต่นักบวชคนนั้น หาได้เด็ดมันด้วยความอ่อนโยน เขาทึ้งดอกไม้ลงมาและกระชากเอาทุกสิ่งในสวนดอกไม้แห่งนั้น พระเจ้าของเขาต้องการดอกไม้อย่างมากมาย ต้องการสิ่งมีชีวิตเหลือคณานับ สำหรับรูปปั้นไร้ชีวิตทำจากก้อนหิน
อีกวันต่อมา
ฉันเฝ้าดูเด็กๆบางคนเก็บดอกไม้ เด็กเหล่านั้นจะไม่เอาดอกไม้เหล่านั้นไปถวายพระเจ้า พวกเขาคุยกัน และทึ้งดอกไม้เหล่านั้นโดยไม่ไตร่ตรอง จากนั้นก็ขว้างทิ้งไป เธอเคยสังเกตตัวเองทำเช่นนี้หรือเปล่า
ฉันสงสัยว่าทำไมเธอถึงทำอย่างนั้น
ขณะที่เธอเดินไปตามทาง เธอจะหักกิ่งไม้ เด็ดใบไม้แล้วทิ้งมันไป เธอเคยสังเกตการณ์กระทำอันไร้ความคิดของตนเองเช่นนี้หรือไม่ ผู้ใหญ่ก็ทำเช่นเดียวกัน พวกเขาจะมีการแสดงออกถึงความป่าเถื่อนโหดร้ายข้างใน และความไม่เคารพอันน่าสะพรึงกลัวต่อสิ่งที่มีชีวิตทั้งหลาย – ในแบบของพวกเขาเอง ผู้ใหญ่มักพูดถึงการไม่ทำร้าย แต่กระนั้นก็ตาม ทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขาทำ ล้วนมีอันตรายทั้งสิ้น
เราเข้าใจได้
ถึงการที่เธอเด็ดดอกไม้มาเสียบแซมผม หรือยื่นมันให้ใครสักคนด้วยความรัก แต่ทำไมเธอจึงฉีกทึ้งดอกไม้เหล่านั้นเล่า พวกผู้ใหญ่มีความน่าเกลียด เพราะเต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน
พวกเขาประหัตประหารชีวิตกันในสงคราม
รวมทั้งทำลายกันและกันให้ตกต่ำลงด้วยอำนาจเงิน
ผู้ใหญ่มีรูปแบบการกระทำอันน่ารังเกียจ และเห็นชัดแจ้งว่าคนหนุ่มสาวที่นี่และที่อื่น ก็กำลังเจริญรอยตามการกระทำของพวกผู้ใหญ่เหล่านี้
2.
เมื่อวันก่อน
ฉันออกไปเดินเล่นกับเด็กชายคนหนึ่ง เราได้เจอก้อนหินก้อนหนึ่งวางอยู่บนทางเดิน เมื่อฉันหยิบก้อนหินนั้นออกไป เขาก็ถามว่า
“ทำไมท่านจึงทำอย่างนั้นล่ะ?”
นั่นบ่งชี้ถึงอะไรเล่า ไม่ใช่เรื่องขาดการเอาใจใส่และขาดการเคารพนอบน้อมล่ะหรือ
พวกเธอแสดงออกถึงการเคารพ
เนื่องจากเพราะความกลัว ใช่หรือไม่ เธอมักจะลุกขึ้นยืนทันที เมื่อผู้ใหญ่เดินเข้ามาในห้อง แต่นั่นไม่ใช่ความเคารพนอบน้อม นั่นเป็นความกลัว เพราะถ้าหากเธอรู้สึกเคารพนอบน้อมจริงๆ
เธอไม่น่าจะทำลายดอกไม้
เธอน่าจะหยิบก้อนหินออกจากทางเดิน
หรือเธอน่าจะดูแลช่วยเอาใจใส่ต้นไม้ในสวน
แต่ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่หรือผู้เยาว์ พวกเรามักจะไม่มีความรู้สึกเคารพนับถืออย่างแท้จริง ทำไมจึงเป็นเช่นนี้ล่ะ มิใช่เป็นเพราะว่า เราไม่เข้าใจว่าความรักคืออะไรดอกหรือ
3.
เธอเข้าใจไหม ว่าความรักเป็นสิ่งที่เรียบง่าย
ไม่ใช่สิ่งซับซ้อนยุ่งเหยิงเยี่ยงความรักเชิงกามารมณ์ หรือความรักในพระเจ้า แต่เป็นความรักเฉยๆ อ่อนโยนและสุภาพอย่างแท้จริงในการเข้าไปสัมผัสกับทุกสิ่งทุกอย่าง ที่บ้านเธอก็มักจะไม่ได้รับความรักเรียบง่ายเช่นนี้เสมอไป เพราะพ่อแม่ของเธอยุ่งและวุ่นวายเกินไป อาจจะไม่มีความรักความอ่อนโยน – อย่างแท้จริงที่บ้านเลย
ดังนั้น
พวกเธอจึงมาที่นี่ พร้อมกับภูมิหลังของการเฉยชารับรู้ และเธอก็ประพฤติเช่นเดียวกับคนอื่นๆ และเราจะทำให้เกิดความรับรู้ที่ว่องไวได้อย่างไร นี่ไม่ใช่ว่า ต้องมีกฎระเบียบห้ามไม่ให้เธอเด็ดดอกไม้ เพราะว่าเมื่อเธอเพียงสะกดกลั้นตัวเองจากกฎระเบียบก็จะมีความกลัว แต่ความรู้สึกรับรู้ได้อย่างว่องไวนี้ ซึ่งทำให้เธอตื่นตัว ที่จะไม่ทำอันตรายต่อผู้คน ต่อสัตว์ และต้นไม้ จะเกิดขึ้นได้อย่างไรล่ะ
พวกเธอสนใจเรื่องเหล่านี้หรือเปล่า
เธอควรจะสนใจ ถ้าหากเธอไม่สนใจที่จะแววไวต่อการรับรู้ เธอก็น่าจะเหมือนกับคนตาย และคนส่วนใหญ่ก็เป็นเช่นนั้น แม้ว่าคนเหล่านั้นจะมีอาหารกินวันละสามมื้อในแต่ละวัน มีงานทำ มีลูกมีเต้า นั่งอยู่บนรถส่วนตัว หรือสวมใส่เสื้อผ้าอันสวยงามก็ตาม พวกเขาส่วนใหญ่อย่างดีที่สูด ก็เป็นเพียงแค่บุคคลที่ตายแล้วเท่านั้น
เธอรู้หรือเปล่า
ว่าสภาพที่รับรู้ได้อย่างว่องไวนั้นหมายถึงอะไร
แน่นอน
มันหมายถึงว่ามีความรู้สึกที่อ่อนโยนนุ่มนวลต่อสิ่งต่างๆ
เช่น
เห็นสัตว์ได้รับความเจ็บปวดมีความทุกข์
แล้วทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดลงไปในเรื่องนี้
หรือหยิบเอาก้อนหินออกจากทางเดิน
เพราะมีเท้าอันเปล่าเปลือยมากมายเหยียบย่ำไปบนทางสายนั้น
หรือหยิบเอาตะปูออกมาจากถนน
เพราะว่ามันอาจจะแทงยางรถยนต์ของใครสักคนหนึ่ง
การรับรู้อย่างว่องไวนั้น หมายถึงความรู้สึกที่มีต่อผู้คน ต่อนก ต่อดอกไม้ ต่อต้นไม้ นี่ ไม่ใช่เป็นเพราะว่า สิ่งเหล่านั้นเป็นของเธอ แต่เพียงเพราะเธอตื่นตัวต่อความงดงามมหัศจรรย์ของสิ่งเหล่านั้น และสภาพการรับรู้เช่นนี้จะเกิดขึ้นได้อย่างไร
4.
ขณะใดที่เธอรับรู้ได้อย่างว่องไวลึกซึ้ง
เธอจะไม่เด็ดดอกไม้ได้เองโดยธรรมชาติ จะมีความปรารถนาโดยฉับพลัน ในอันที่จะไม่ทำลายสิ่งต่างๆ ไม่ทำลายผู้คน ซึ่งก็หมายถึงการมีความเคารพนับถือ หรือความรักที่แท้จริงนั่นเอง
การที่จะรักนั้น - เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต
แต่ที่ว่ารักนั้น หมายถึงอะไรล่ะ
เมื่อเธอรักใครสักคนหนึ่ง เพราะว่าเขาคนนั้นมีความรักต่อเธอ
นั่นไม่ใช่ความรัก
การที่จะรักคือการมีความรู้สึกรักเป็นพิเศษ
โดยไม่มีการเรียกร้องสิ่งหนึ่งสิ่งใดเป็นการตอบแทน
เธออาจจะเฉลียวฉลาดสอบได้ทุกครั้ง มีปริญญาเอก และมีตำแหน่งหน้าที่การงานสูง แต่หากเธอไม่มีความรู้สึกรับรู้ได้อย่างว่องไวเช่นนี้ ดวงใจของเธอจะว่างเปล่า และเธอจะทุกข์ทนหม่นไหม้ไปจนชั่วชีวิต
ดังนั้น
จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก ที่ดวงใจจะเต็มเปี่ยมด้วยความรู้สึกแห่งรัก เพราะหลังจากนั้น เธอจะไม่ทำลาย ไม่หยาบคายอำมหิต และจะไม่มีสงครามอีกต่อไป นับจากนั้น เธอจะเป็นมนุษย์ที่มีความสุข และเพราะเหตุที่เธอมีความสุข เธอจะไม่สวดวิงวอน เธอจะไม่แสวงหาพระเจ้า เพราะความสุขอันนั้นเองคือพระเจ้า
5.
เอาละ
แล้วความรักเช่นนี้จะเกิดขึ้นได้อย่างไร ความรักจะต้องเริ่มต้นจากครู เริ่มต้นจากนักการศึกษาอย่างแน่นอน นอกจากให้ข่าวสารความรู้แก่เธอในวิชาคณิตศาสตร์ภูมิศาสตร์ หรือประวัติศาสตร์แล้ว
ถ้าครูคนนั้นมีความรู้สึกแห่งความรักในหัวใจของเขา
และพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้
ถ้าครูคนนั้นหยิบเอาก้อนหินออกจากทางเดิน
หรือไม่ยอมให้คนรับใช้ทำแต่งานสกปรก
ถ้าหากในการพูดของครูคนนั้นในการงาน ในการพักผ่อนของเขา เมื่อเขารับประทานอาหาร เมื่อเขาอยู่กับเธอ หรืออยู่กับตัวเขาเองโดยลำพัง เขารู้สึกอยู่ในสภาวะอันแปลกประหลาดนี้ และชี้ให้เธอเห็นอยู่บ่อยๆ เธอก็จะรู้ว่าความรักคืออะไรได้เหมือนกัน
6.
เธออาจจะมีผิวพรรณอันหมดจด มีใบหน้าอันสวยงาม เธออาจสวมส่าหรีน่ารัก หรือเป็นนักกีฬาที่ยิ่งใหญ่ แต่ถ้าไร้ซึ่งความรักในหัวใจของเธอแล้ว เธอก็คือมนุษย์ที่น่าเกลียด น่าเกลียดยิ่งกว่าจะบอกว่าน่าเกลียดอย่างไร
แต่เมื่อเธอมีความรัก
ไม่ว่าใบหน้าของเธอจะธรรมดาสามัญหรืองดงาม
ใบหน้านั้นก็จะมีประกายรุ่งเรือง
การที่จะรักได้นั้น – เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ในชีวิต
และนับเป็นเรื่องสำคัญยิ่งที่จะพูดเกี่ยวกับความรัก
ที่จะรู้สึกในความรัก
ที่จะทะนุถนอมกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงมันไว้
ให้คุณค่ามัน
มิฉะนั้นแล้วมันจะเหือดหายมลายไป
เพราะโลกนี้มีแต่ความโหดร้ายทารุณเป็นอย่างยิ่ง
7.
ถ้าหากขณะที่เธอยังอยู่ในวัยเยาว์ แล้วเธอไม่รู้สึกรัก ถ้าหากเธอไม่มองดูผู้คน มองดูสัตว์ มองดูดอกไม้ด้วยความรักแล้ว เมื่อเธอเติบโตขึ้น เธอก็จะพบว่าชีวิตกลวงเปล่า เธอจะโดดเดี่ยวเป็นอย่างยิ่ง และเงาดำของความกลัวจะติดตามเธอไปตลอดกาล
แต่ขณะใดที่เธอ
มีสิ่งพิเศษสุดที่เรียกว่าความรักอยู่ในหัวใจ
และสัมผัสได้ถึงความลึก
ความปีติและความปลาบปลื้มของความรักนี้
เธอก็จะค้นพบว่าสำหรับเธอนั้น
โลกถูกทำให้เปลี่ยนไปแล้ว.
หมายเหตุ : จากบางบทในหนังสือรวมงานชื่อ “ ความรัก ” ของกฤษณะมูรติ แปลโดย พยับแดด จัดพิมพ์โดย ห้องสมุดกฤษณะมูรติ ร่วมกับ สำนักพิมพ์ถ้ำแก่นจันทร์ 40 /1 ต. ลุ่มสุ่ม อ.ไทรโยค จ.กาญจบุรี 71150 ตีพิมพ์ครั้งแรก 1 กุมภาพันธ์ 2535
งานแปลของกฤษณะมูรติ ชิ้นนี้ เป็นงานที่ผมได้อ่านแล้วอยากให้คนหลายๆคนได้อ่าน โดยเฉพาะท่านที่สนใจในเรื่องของความรัก และอยากรู้จักว่าความรักที่แท้จริงเป็นอย่างไร มีความสำคัญต่อชีวิตมากน้อยเพียงใด และจะรู้จักมันได้อย่างไร
ครับ ผมขออนุญาต พยับแดด ผู้แปล นำงานชิ้นนี้ที่เดิมชื่อว่า “ความเรียบง่ายของความรัก” มาลง ณ ที่นี้ เพื่อเป็นของขวัญวันขึ้นปีใหม่ปี 2552 แด่ ผู้อ่านทุกท่านที่ให้เกียรติเข้ามาเยี่ยม กระท่อมทุ่งเสี้ยว ในเว็บประชาไท
และขออนุญาตใช้ชื่อใหม่จากประโยคหนึ่งในเรื่องนี้ แทนชื่อเก่า เพราะผมชอบประโยคนี้มาก (การที่จะรักนั้น – เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต) เพราะดูจูงใจชวนให้ติดตามอ่านเป็นอย่างยิ่ง รวมทั้ง การจัดวรรคตอนใหม่ ให้อ่านง่าย น่าสนใจ ตามลำดับหมายเลข ผมต้องขออภัย พยับแดด ในการถือวิสาสะในส่วนนี้ด้วยครับ เพราะผมอยากให้คนเข้ามาอ่านงานสร้างสรรค์ ที่เต็มไปด้วยคุณค่าและดีเยี่ยมชิ้นนี้มากๆ สวัสดีปีใหม่ครับ.
สันยาสี : นักบวชเร่ร่อน หรืออนาคาริก ที่มีอยู่แห่งเดียวในประเทศอินเดีย
กระท่อมทุ่งเสี้ยว เชียงใหม่
[ Permalink ] . [ 22 ความคิดเห็น ]
สวัสดีปีหม๋อ้ายหนอมและมิตรสหายทั้งฮัก และจัง
จะเจ๊ากับทีมงาน กำลังตั้ง Theme สำหรับนิตยสารฉบับแรกของปี 2009
แปลกตรงที่ว่าบ่ได้นัดกั๋นเฮากลับอู้เรื่องเดียวกั๋น
ขออนุญาตินำมาแบ่งปันกั๋น ณ ที่นี้เพื่อต้อนรับปีใหม่
----------------------- ----------------------------*
กราบสวัสดีก้าวสู่ปี คศ.2009
ในฐานะสื่อนิตยสารของชาวบ้านไทยในประเทศเยอรมนี ซึ่งได้เปิดตัวรับใช้ร่วมย่างก้าวปีที่13 ขอทักทายร่วมทุกข์กับมวลชนคนไทยทั้งในและนอกประเทศ ซึ่งจำเป็นต้องรับรู้เรื่องการรัดเข็มขัดอย่างแรง โรงงานปิดตัวลงเรื่อย ๆ คนตกงานมากอยู่แล้วก็มากขึ้นกว่าเดิม เงินทองของประเทศชาติได้ใช้จ่ายเสียหายไปกับการไร้สาระผิดประเภทหลายด้าน หน่วยงานราชการบริการประชาชนนอกประเทศแทบไม่กระดิกส่วนใด ต่างซบเซาเหงาหงอยรอวันที่ดีกว่า
กระนั้นเริ่มศักราชใหม่เราก็ยังคงหวังจะก้าวสู่ ปี 2009 ในด้านบวก ซึ่งสื่อเล็กน้อยอย่างดิฉันเห็นว่า ก้าวจำเป็น และ ก้าวสำคํญที่สุด ที่คนไทยใน/นอกประเทศสมควรร่วมก้าวสู่อย่างตั้งใจดีคือ
สำคัญอันดับหนึ่ง ก้าวสู่ความเป็นประชาธิปไตย ซึ่งคือปัญหาการขัดแย้งระดับชาติ ณ เวลานี้ หากจะเรียนรู้จากอ
อดีตกาลในประเทศกลุ่มเชื้อสายแองโกล-แซกซอนคือ ในดินแดนอังกฤษและในอเมริกาเหนือที่เคยถูกราษฎรภายในประ เทศของตนเองต่อสู้เพื่อเสรีภาพมาแล้วหลายครั้ง คนระดับสูงได้ตั้งสติ เพื่อประโยชน์แห่งสมบัติและฐานะของตนเองที่จะคงอยู่ต่อไป พวกเขาถ่อมใจลงผ่อนผันให้ราษฎรในประเทศอังกฤษมีระบประชาธิปไตย และอาศัยระบบนั้นพัฒนาทรัพย์สมบัติศักดินา ให้เป็นทุนสมัยใหม่ร่วมก้าวสู่การสร้างประวิติศาสตร์หน้าใหม่กับกลุ่มนายทุนคลื่นลูกใหม่ที่ไล่ทับมาอย่างรวดเร็ว
ฝรั่งเศสช่วงปลายศตวรรษที่ 18 สมัยเริ่มมีเครื่องจักรกลไอน้ำใช้แล้ว ก็ยังเคยดื้อดึงรักษาระบบเดิมของตนไว้ ซึ่งเป็นการขัดแย้งกับความสัมพันธ์ใหม่ในวิธีการผลิตด้วยเครื่องจักรเทคโนโลยี แน่นอนช่วงเวลานั้นวิกฤตการในทางเศรษฐกิจจึงเกิดขึ้น ประชาชนคนเล็กคนน้อยในประเทศประสพความอดอยากกันมากถึงกับพากันเดินขบวนไปยังพระราชวังแวร์ซาย จนก้าวสู่การทำลายคุกบาสติลย์ เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ค.ศ.1789 อันเป็นสัญญลักษณ์เริ่มต้นแห่งการอภิวัฒน์ใหญ่ฝรั่งเศสเริ่มสถาปนาระบบประชาธิปไตยแบบตะวันตก
สำคัญอันดับสองสู่ก้าวร่วมรณรงค์ปัญหาโลกร้อน
ขณะที่ท่านกำลังอ่านนิตยสารอยู่นี้ อาสาสมัครกรีนพีซและชุมชน ต่าง ๆ กำลังร่วมรณรงค์ทั่วโลกเพื่อต่อสู้กับภาวะโลกร้อน (Global Day of Action) ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งข้อความ "ลงมือทำอย่างจริงจังเพื่อยุติภาวะโลกร้อน (Get serious about climate change)" ไปยังผู้นำประเทศทั่วโลก ( โดยเฉพาะ บารัค โอบาม่า) ที่เข้าร่วมการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ชาวบ้านอย่างเราก็ร่วมมือได้จากในครัว ในบ้าน ในชีวิตประจำวัน
แม่บ้านไทยในเยอรมันทุกครัวเรือน พวกเราจะได้รับ Umweltkalander 2009 มาติดไว้ที่ข้างฝา Welcher Abfall kommt wohin? อธิบายวันเวลาและชนิดของขยะ วันเก็บขยะชนิดนั้นๆ จะมาบอกว่า ฉันเป็นคนไทยไม่รู้เรื่องด้วยไม่ได้อย่างเด็ดขาด
เริ่มจากในครัว เราแยกขยะที่เป็นเศษผักที่เหลือจากธรรมชาติ ลงในขยะถังเขียว และต้องไปทิ้งลงถังเขียว Bioabfall ส่วนขยะจากสารพลาสติกและสารสังเคราะห์เล็กน้อยเรานำลงถังดำ Restabfall กระดาษหนังสือพิมพ์ นิตยสารเก่าก็ต้องแยกเก็บมัดตั้งไว้เพื่อลงถังเก็บรับกระดาษเก่า Alt papier มุมหนึ่งของบ้านเรายังตั้ง Gelber Sack รองรับ Wertstoffe หรือ Leichtverpackungen mit gruenem Punkt ซึ่งเป็นถุงพิเศษสีเหลืองตั้งรับกล่องอาหาร กระป๋องน้ำ กระป๋องนมฯลฯ สำหรับการรวบรวมนำไปรีไซเคิลกลับมาใช้งานใหม่ในรูปธรรมอื่นอันเกิดประโยชน์ต่อไป
ยังไม่จบ มีถังพิเศษใหญ่ ๆ วางตามมุมสวน หรือที่จอดรถสาธารณะรอรองเก็บขวดเปล่าและเศษแก้วแยกสีต่าง ๆ และ Spermuell/Elektrosperrmuell รองรับถ่านไฟฉาย และขยะอีเทคทรอนิคเคลือบสารอันตราย
ท่านผู้อ่านคงกำลังอ่านนิตยสารนิรนารีช่วงเวลาบรรยากาศวันแห่งความรัก
อ่านบทบรรณาธิการแล้วดูเหมือนอยู่เยอรมันแสนยุ่งยากเหลือทน แต่จริง ๆ เป็นความรักชนิดหนึ่ง คือรักษ์มวลชนมนุษยชาติ(อย่างที่พระเจ้าทรงรักมนุษยชาติ และสรรพสิ่งทั้งมวลไม่ต้องการให้ใครสักคนพินาศเลย)
เรารักษ์มนุษยชาติและสรรพสิ่งด้วยการยอมต่อกฏเกณฑ์ หรือ วิธีการก้าวสู่สังคมยุคชะลอโลกร้อนในมาตรฐานคุณสมบัติคุณภาพเยอรมัน นั่นคือการเคารพกฏหมาย และ มีระเบียบวินัย
-----ขอสูมาเต๊อะ ยาวไปหน่อย
สวัสดีปีใหม่ในความรักมนุษยชาติแลสรรพสิ่ง
นิรนารี ด้วยความยินดี และขออวยพร ให้นิรนารีกับทีมงานจงยืนหยัดอยู่ต่อไปตราบนานเท่านาน สวัสดีปีใหม่ครับ
สวัสดีปีใหม่ครับ ขอให้สุขภาพแข็งแรงครับ
ชอบอ่านงานของคุณมากเป็นเพื่อนยามเช้าได้ดี ขอบคุณปีใหม่ที่มีข้อคิดดี งานเขียนดีให้คนอื่นได้มีความสุข ขอพระอวยพรให้คุณด้วยค่ะ
คุณ Homo erectus ขอบคุณครับ ขอให้พรนี้กลับไปเป็นสิริมงคลแด่คุณเช่นกัน
คุณsurangrut ขอพรพระอำนวยพรแด่คุณเช่นกัน ขอบคุณครับ
สวัสดีปีใหม่คะ
หนูอยากจะถามว่า ชุดสันยาสีเป็นยังไงหรือ ไม่เคยได้ยินคำนี้เลยค่ะ
สวัสดีความรัก
สวัสดีปีใหม่เน้ออ้ายหนอม...
อ่านแล้วทำให้นึกถึงถ้อยคำของลูกชายกวี
"น่าสงสาร
ทำไมผุ้ใหญ่ไม่ชอบกอดต้นไม้"
คุณyelly ครับ พยับแดด ผู้แปล หมายเหตุ คนที่ใส่ชุดสันยาสีเอาไว้ว่า เป็นพวกนักบวชเร่ร่อน หรือ อนาคาริก ( ผู้สละละทิ้งบ้านเรือนเพื่อแสวงหาพระเจ้า - ตามความเชื่อของเขา ) ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่สังกัดศาสนาหนึ่งศาสนาใด มักจะนุ่งผ้าย้อมฝาดตามแต่จะหาได้ สันยาสีบางคนอาจจะมีผ้าเตี่ยวผืนเดียว ส่วนใหญ่จะไม่โกนผม แต่จะปล่อยผมยาวไว้หนวดเครา พักอยู่ตามสถานที่ทางศาสนา เช่น เทวาลัย และภิกขาจาร ( เที่ยวขออาหาร ) ไปเรื่อยๆ
มีอยู่แห่งเดียวในประเทศอินเดีย คุณYelly คงจะพอจินตนาการเห็นภาพได้นะครับ สวัสดีปีใหม่เช่นกันครับ อ้อ ข้อความในวงเล็บ ผมเขียนเพิ่มเติมเองนะครับ
ภู เชียงดาว สวัสดีความรัก สวัสดีปีใหม่เช่นกันจ้า !
ขอบคุณสำหรับคืนวันที่ผ่านมาได้ไปนอนทับรอยนักเขียบนในดวงใจ ไปฟังเสียงหัวใจเต้นของนักเขียนที่ชื่นชอบมันเป็นเช่นนี้เองหนอเจ้าความสุข สวัสดีปีใหม่ครับผม...รักเคารพด้วยหัวใจอันใสซื่อของตำรวจนอกคอกครับสักวันจะลงไปนอนอ่านหนังสือบ้านพี่ถนอมอีกนะครับผม...
จินตวีร์ เกียงมี ด้วยความยินดีครับจ่า มาเยี่ยมคราวใด ผมก็ถือเป็นสิริมงคล แด่กระทอมทุ่งเสี้ยวในคราวนั้น ปีใหม่ขออำนาจแห่งความดีที่คุณได้ช่วยเหลือผู้คน จงปกป้องคุ้มภัยอันตรายทุกอย่างแก่คุณ และความสุขชื่นบานกับชีวิตอยู่เสมอๆนะครับ
และมีความสุขชื่นบานกับชีวิตอยู่เสมอๆนะครับ.
ขอสุขภาวะดี เกิดขึ้นตลอดปี รังสรรค์สิ่งดี ๆ บทความดี ข้อความดี ๆ ส่งให้แก่ผู้คนได้ต่อไป
ขอบคุณหลายครั้งที่ช่วยเตือนสติ ครับ
คุณสันทราย ขอบคุณครับ ขอให้พรอันดงามนี้จงกลับไปเป็นเป็นมิ่งขวัญชีวิต แด่ คุณสันทรายเช่นกันครับ
สวัสดีครับอ้ายหนอม
ช่วงนี้สุขกาย สบายใจพอควร
แวะมาทักทายปี้อ้าย บ่มีหยังแลกเปลี่ยนครับ ปลอดโปร่งโล่งสบาย
............
ซำบายดีเมืองฝาง
พ่วง ดีจังเลย คนเราถ้าสบายใจ ถ้าสงบใจได้ อะไรๆก็พลอยดีไปด้วย เรื่องหนักก็เป็นเบา เรื่องเศร้าๆก็ระงับได้ จะเอาอะไรนักหนากับชีวิตนะ สวัสดีปีใหม่ครับ.