blogazine prachatai บล็อกกาซีน (beta)  |  บล็อกทั้งหมด  |  จัดการบล็อก  |  เงื่อนไขและข้อตกลง  |  นโยบายความเป็นส่วนตัว  |  ประชาไท

สงคราม (จากมุมมองของ กฤษณะมูรติ)

ส่งมาเมื่อ 04 ธ.ค. 2008 - 00:00:00.  หมวด: วิพากษ์  ป้าย:


เราจะแก้ปัญหาความยุ่งเหยิง วุ่นวาย ทางการเมืองในปัจจุบัน

และวิกฤติการณ์ในโลกได้อย่างไร มีอะไรที่ปัจเจกบุคคลจะสามารถทำได้ เพื่อหยุดยั้งสงครามที่กำลังจะเกิดขึ้น


สงคราม

เป็นการแสดงออกที่มีขอบข่ายกว้างขวาง และทำให้สูญเสียเลือดเนื้อของชีวิตประจำวันของเราใช่หรือไม่ สงครามเป็นเพียงการแสดงออกภายนอกของสภาพภายใน เป็นส่วนขยายของการกระทำของเราในชีวิตประจำวัน สงครามมีขอบเขตกว้างขวางกว่า นองเลือดกว่าและสร้างความพินาศได้มากกว่า แต่มันก็เป็นผลรวมของกิจกรรมแต่ละอย่างของเรา


ดังนั้น

คุณและผมก็เป็นสาเหตุของสงคราม และเราสามารถจะทำอะไรเพื่อหยุดสงครามเล่า ที่เห็นได้ชัดก็คือ สงครามที่ทำท่าจะเกิดขึ้นตลอดเวลา ไม่อาจหยุดได้โดยคุณและผม เพราะเมื่อสงครามเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว มันก็ไม่อาจหยุดได้ สาเหตุต่างๆของสงครามมีมากเกินไป ใหญ่โตเกินไป และได้เริ่มแสดงผลแล้ว ไม่อาจเพิกถอนได้


แต่คุณกับผม

เมื่อเห็นว่าบ้านไฟไหม้ สามารถเข้าใจสาเหตุของไฟนั้น สามารถจะไปจากบ้านนั้น และสร้างบ้านใหม่ด้ายวัสดุที่ไม่ติดไฟ ไม่ทำให้เกิดสงครามอีก นี่...เป็นทั้งหมดที่เราอาจจะทำได้ คุณและผมสามารถมองเห็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสงคราม และถ้าเราสนใจที่จะยุติสงคราม เราก็อาจจะเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเรา ซึ่งเป็นสาเหตุของสงคราม


สุภาพสตรีชาวอเมริกันท่านหนึ่ง

มาพบผมเมื่อสองปีที่แล้ว เธอกล่าวว่า ระหว่างสงครามเธอสูญเสียลูกชายในอิตาลี และเธอมีลูกชายอีกคนอายุสิบหก ซึ่งเธออยากจะปกป้องจากสงคราม เราจึงพูดกันเรื่องนี้ ผมแนะเธอว่า ถ้าเธออยากจะช่วยลูก

เธอต้องหยุดเป็นคนอเมริกัน

เธอต้องหยุดโลภ

หยุดสะสมทรัพย์สมบัติ

หยุดแสวงหาอำนาจและการครอบงำผู้อื่น

และเป็นคนง่ายๆในทุกเรื่อง

ไม่ใช่แต่ในเรื่องเสื้อผ้าหรือสิ่งภายนอก แต่เป็นคนง่ายๆในด้านความคิดความรู้สึกในสัมพันธภาพของเธอ กับคนและสิ่งอื่นๆ เธอกล่าวว่า

มันมากเกินไป ท่านกำลังขอมากเกินไป ฉันทำไม่ได้ เพราะสภาพเหตุการณ์ต่างๆ มันรุนแรงเกินกว่าที่ฉันจะเปลี่ยนแปลง ”

เช่นนั้นแล้ว เธอก็เป็นสาเหตุของความพินาศของลูกชายเธอ


เราสามารถควบคุมสภาพเหตุการณ์ได้

เพราะเราได้สร้างสภาพเหตุการณ์นี้ขึ้นเอง สังคมคือผลของสัมพันธภาพของคุณและของผมรวมกัน ถ้าเราเปลี่ยนแปลงสัมพันธภาพของเรา สังคมก็จะเปลี่ยนแปลง การพึ่งพากฎหมาย พึ่งพิงการบังคับ เพี่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางสังคมแต่เพียงเปลือกนอก ในขณะที่สังคมเสื่อมอยู่ภายใน ในขณะที่ยังแสวงหาอำนาจ ตำแหน่ง การครอบงำอยู่ภายใน ก็คือการทำลายเปลือกของสังคม ไม่ว่าจะสร้างเปลือกนี้อย่างเป็นวิทยาศาสตร์ และรอบคอบเพียงใด สิ่งที่อยู่ภายในย่อมชนะเปลือกนอกเสมอ


อะไรทำให้เกิดสงคราม

ทั้งสงครามศาสนา สงครามการเมือง หรือสงครามเศรษฐกิจ ที่เห็นได้ชัดก็คือความเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อในเรื่องชาตินิยม ลัทธิต่างๆ ความยึดถือแบบงมงาย หรือแนวคิดใดๆ

ถ้าเราไม่มีความเชื่อ

มีแต่ความปรารถนาดี

ความรัก

ความเห็นใจ

ก็จะไม่มีสงคราม

แต่เราถูกอบรมมาเลี้ยงดูด้วยความเชื่อ ความคิด และความยึดถือแบบงมงาย ดังนั้น เราก็สร้างความไม่พอใจขึ้นมา

วิกฤติการณ์ในปัจจุบันมีลักษณะพิเศษ และเราในฐานะที่เป็นมนุษย์ ต้องเลือกเอาทางใดทางหนึ่ง

คือ

เลือกดำเนินไปตามทางของความขัดแย้ง อันไม่หยุดหย่อน

และสงครามต่อเนื่อง

อันเป็นผลของการกระทำของเราในชีวิตประจำวัน

หรือ

เลือกมองให้เห็นสาเหตุของสงคราม

และหันหลังให้มันเสีย !


ที่เห็นได้ชัด

สิ่งที่ทำให้เกิดสงคราม คือ ตัณหา ความอยากได้อำนาจ ตำแหน่ง อภิสิทธิ์ เงิน และโรคร้ายที่เรียกว่า ลัทธิชาตินิยม ซึ่งก็คือการบูชาธงผืนหนึ่ง และโรคศาสนาที่เป็นระบบ ซึ่งคือการบูชาความเชื่องมงาย ทั้งหมดนี้เป็นสาเหตุของสงคราม...

ถ้าคุณในฐานะของปัจเจกชน

นับถือศาสนาที่เป็นระบบสักศาสนาหนึ่ง

ถ้าคุณละโมบอยากได้อำนาจ

ถ้าคุณอิจฉาริษยา

คุณก็มีทางที่จะผลิตสังคมที่ให้ผลในทางทำลาย...

ดังนั้น ก็อีกนั่นแหละ มันขึ้นอยู่กับคุณ ไม่ใช่ผู้นำ ไม่ใช่ผู้ที่เรียกกันว่า รัฐบุรุษ หรือคนอื่นๆ ทั้งหลายทั้งปวง มันขึ้นอยู่กับคุณและผม แต่ดูเราจะไม่ตระหนักในข้อนี้ ถ้าเรารู้สึกรับผิดชอบต่อการกระทำของเราอย่างจริงจังแล้ว

เราก็จะสามารถยุติสงครามทั้งหลาย

อันเป็นความทุกข์ที่น่าสะพรึงกลัวนี้อย่างรวดเร็ว

แต่คุณก็เห็นว่าเราต่างก็เฉยเมยไม่รู้สึกรู้สา

เรามีอาหารกินวันละสามมื้อ

เรามีงานทำ

เรามีสมุดบัญชีฝากเงิน ไม่ว่าจะจำนวนมากหรือน้อย

และเราก็พูดว่า

เพื่อเห็นแก่พระเจ้า โปรดอย่ารบกวนเรา ปล่อยเราไว้ตามลำพัง ”


ยิ่งเราอยู่สูงขึ้นเท่าใด

เราก็ต้องการความปลอดภัย ความมั่นคงถาวร ความสงบยิ่งขึ้นเท่านั้น เราต้องการให้ปล่อยเราไว้ตามลำพังมากขึ้น เพื่อรักษาสิ่งต่างๆ ให้คงที่ตามที่มันเป็นอยู่ แต่สิ่งทั้งหลายไม่อาจรักษาให้คงที่อย่างที่มันเป็นอยู่ ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังเสื่อมสลาย เราไม่ต้องการเผชิญหน้ากับสิ่งเหล่านี้ เราไม่ต้องการเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่า คุณและผมเป็นสาเหตุของสงคราม...


คุณและผมอาจคุยกันเรื่องสันติภาพ

ประชุมกัน นั่งรอบโต๊ะเจรจา แต่ภายในจิตใจแล้ว เราต้องการอำนาจ ตำแหน่ง เราถูกจูงใจโดยความละโมบ เราวางแผนแยบยล เราเป็นคนชาตินิยม เราถูกผูกมัดไว้ด้วยความเชื่อ คามงมงาย ซึ่งเรายินดีที่จะตาย หรือทำลายซึ่งกันและกัน เพื่อสิ่งเหล่านี้ คุณคิดว่าสิ่งเหล่านี้ทั้งคุณและผม จะสามารถมีสันติภาพได้หรือ


เพื่อที่จะมีสันติภาพ

เราเองจะต้องเป็นผู้สงบสันติ การมีชีวิตอยู่อย่างสันติ หมายความว่าเราจะต้องไม่สร้างความเป็นศัตรูกัน สันติภาพไม่ใช่อุดมการณ์ สำหรับผม อุดมการณ์เป็นเพียงการหนี การหลบเลี่ยงสิ่งที่เป็นอยู่ ( ตามความเป็นจริง ) การขัดแย้งกับสิ่งที่เป็นอยู่ อุดมการณ์ขัดขวางการกระทำที่ตรงตามสิ่งที่เป็นอยู่จริง


เพื่อที่จะมีสันติภาพ

เราจะต้องรัก เราจะต้องเริ่มการไม่มีชีวิตอยู่ตามอุดมการณ์ แต่เริ่มการมองเห็นสิ่งต่างๆ อย่างที่มันเป็นอยู่จริง กระทำการไปตามที่มันเป็น และเปลี่ยนแปลงมัน ตราบเท่าที่เราแต่ละคน แสวงหาความมั่นคงปลอดภัยทางใจ

ความมั่นคงปลอดภัยทางชีวภาพที่จำเป็น คือ อาหาร เสื้อผ้า ที่อยู่อาศัยจะถูกทำลาย เราแสวงหาความมั่นคงปลอดภัยทางใจที่ไม่มีอยู่ และถ้าเราทำได้ เราก็แสวงหาสิ่งนี้โดยใช้อำนาจ ตำแหน่ง ยศถาบรรดาศักดิ์ ชื่อเสียงวงศ์ตระกูล ซึ่งทั้งหมดนี้ ทำลายความมั่นคงปลอดภัยทางชีวภาพ นี้เป็นความจริงที่มองเห็นได้ชัด ถ้าคุณจะมองดู


เพื่อทำให้เกิดสันติภาพในโลก

เพื่อที่จะหยุดสงครามทั้งหลาย จะต้องมีการปฏิวัติภายในตัวปัจเจกบุคคล ในตัวคุณและตัวผม การปฏิวัติทางเศรษฐกิจโดยไม่มีการปฏิวัติภายในจิตใจนั้น ไม่มีความหมาย เพราะความหิว เป็นผลของการปรับเศรษฐกิจที่ไม่ถูกต้อง อันเป็นผลมาจากสภาวะภายในของเรา คือความละโมบ ความริษยา ความประสงค์ร้าย และความยึดถือว่าเป็นของเรา


เพื่อที่จะยุติ

ความทุกข์โศก ความหิว สงคราม จะต้องมีการปฏิวัติภายในใจ และพวกเราไม่กี่คน เต็มใจที่จะเผชิญหน้ากับเรื่องนี้ เราจะเจรจาเรื่องสันติภาพ ออกกฎหมาย สร้างสันนิบาตใหม่ สหประชาชาติ และอะไรต่ออะไรเรื่อยไป

แต่เราไม่สามารถจะได้มาซึ่งสันติภาพ

เพราะเราไม่ยอมละทิ้งตำแหน่งของเรา

อำนาจของเรา

เงินของเรา

สมบัติของเรา

ชีวิตอันเขลาของเรา

การพึ่งพิงผู้อื่นนั้น ไร้ผลโดยชิ้นเชิง คนอื่นๆไม่สามารถนำสันติภาพมาให้เรา ไม่มีผู้นำคนใดจะให้สันติภาพแก่เรา ไม่มีรัฐบาล กองทัพใด ประเทศใด


สิ่งที่จะนำสันติภาพมาให้เรา

คือการเปลี่ยนแปลงภายใน ซึ่งจะนำไปสู่การปฏิบัติภายนอก การเปลี่ยนแปลงภายในไม่ใช่การแยกตัวออกมา ไม่ใช่การถอยจากการกระทำภายนอก ตรงกันข้ามจะมีการกระทำที่ถูกต้อง ก็ต่อเมื่อมีความคิดที่ถูกต้องเท่านั้น และไม่มีความคิดที่ถูกต้อง เมื่อไม่มีความรู้จักตัวเอง ไม่มีความรู้จักตัวเองก็จะไม่มีสันติภาพ


การยุติสงครามภายนอก

คุณต้องเริ่มยุติสงครามภายในตัวคุณ พวกคุณบางคนจะพยักหน้าและกล่าวว่า

ฉันเห็นด้วย ”

แล้วก็ออกไปข้างนอก และทำอย่างเดิม

เหมือนอย่างที่คุณทำมาตลอดสิบปีหรือยี่สิบปีที่แล้ว ทุกอย่าง

การเห็นของคุณเป็นเพียงคำพูดและไม่มีความสำคัญอะไร

เพราะความทุกข์ยากทั้งหลายในโลกนี้และสงคราม

จะไม่อาจหยุดได้โดยการเห็นด้วยอย่างไม่จริงจังของคุณ


สงครามและความทุกข์จะหยุดได้

ก็ต่อเมื่อคุณตระหนักถึงอันตรายเท่านั้น

เมื่อคุณตระหนักถึงความรับผิดชอบของคุณ

เมื่อคุณไม่ปล่อยให้เป็นเรื่องของคนอื่น

ถ้าคุณตระหนักถึงความทุกข์ทรมาน

ถ้าคุณเห็นความเร่งด่วนของการปฏิบัติอย่างทันควัน

และไม่ผัดวันประกันพรุ่ง

คุณก็จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง

สันติภาพจะได้มาก็เมื่อตัวคุณเองมีสันติภาพ

เมื่อตัวคุณเองมีสันติภาพกับเพื่อนบ้านเท่านั้น.


หมายเหตุ ; ปาฐะกถาเรื่อง สงคราม ของ กฤษณะมูรติ บทนี้ เป็นงานแปลโดย ภาวรรณ หมอกยา ตีพิมพ์อยู่ในรวมเล่มงานของ กฤษณะมูรติ ชื่อ “ สัจจะแห่งชีวิต ” ร่วมกับนักแปลอีกสองท่าน ตีพิมพ์ครั้งแรก พ.. 2530 ครั้งที่สอง 2533 จัดพิมพ์โดย “ กองทุนวุฒิธรรม เพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรม ”


เมื่อได้อ่านบทปาฐะกถานี้แล้ว ผมรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่เหมาะกับสถานการณ์บ้านเมืองของเรา ที่กำลังตะโกนหาสันติภาพกันเป็นอย่างยิ่ง ผมจึงนำงานชิ้นนี้มาลงแด่ท่านผู้อ่าน เพราะสาเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นในบ้านเรา ก็เป็นสิ่งที่ กฤษณะมูรติ ได้พูดเอาไว้อย่างครอบคลุม และขออนุญาต คุณภาวรรณ หมอกยา ที่แปลงานความคิดดีๆมาให้อ่านกัน ณ ที่นี้ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ.


กระท่อมทุ่งเสี้ยว เชียงใหม่


ส่งมาโดย นกเอี้ยงนครเจดีย์ เมื่อ 04 ธ.ค. 2008 - 21:57:00 - ip: 61.7.167.93  

สันติภาพ.....คงหายากเต็มทีครับ เพราะคนเรายังไม่เท่าเทียมกัน หรือเท่ากัน ทุกคน.....ขอย้ำว่าเท่ากัน เสมอกัน....ความเหลื่อมล้ำต่ำสูง ไม่ว่าจะในกรณีใด ๆ ก็ตาม....ทำลายสันติภาพ.....ตายกันไปอีกสิบชาติก็อย่าหวังว่าจะได้เห็นกันนะครับ....ทำใจให้สบาย....แล้วตายตาหลับ....สบาย.....นั่นละครับ สันติภาพในหลุมฝังศพ ซึ่งเป็นความเท่าเทียมของทุกผู้คน....สวัสดีครับ....

ส่งมาโดย ถนอม ไชยวงษ์แก้ว เมื่อ 04 ธ.ค. 2008 - 23:24:34 - ip: 114.128.177.107  

คุณนกเอี้ยงนครเจดีย์ ขอบคุณครับ ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็น นอกจากคุณที่มองเรื่องนี้อย่างสิ้นหวังแล้ว ผมยังอยากจะฟังจากท่านอี่นๆที่ได้อ่านบทความนื้อีกครับ

ส่งมาโดย vagabond เมื่อ 05 ธ.ค. 2008 - 19:00:16 - ip: 118.172.17.26  

ช่างเป็นการบังเอิญอะไรเช่นนี้ครับ ผมเพิ่งอ่านบทละครวิทยุเรื่อง ความฝัน ซึ่งเป็นงานพระราชนิพนธ์แปลในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขอคัดบทกวีสรุปความท้ายเรื่องมาร่วมแจมด้วยคนครับ...

ความฝัน

ตื่นขึ้น เพราะความฝันของพวกเธอเป็นฝันร้าย!
จงตื่นเข้าไว้ เพราะสิ่งที่น่าพรั่นพรึงกำลังคืบเข้ามาใกล้
มันมาหาเธอด้วย
เธอผู้ซึ่งอยู่ห่างไกลจากเลือดไหลนอง
มันมาสู่เธอและการนอนกลางวันของเธอ
ที่เธอไม่ชอบให้ใครมากวน
ถ้ามันไม่มาวันนี้ มันก็มาพรุ่งนี้
มั่นใจได้เลย
อ้า การนอนอันแสนสบาย
อยู่บนหมอนลายดอกไม้สีแดง
เป็นของขวัญวันคริสต์มาสจากอนิตา
ผู้ซึ่งใช้เวลาปักถึงสามสัปดาห์
อ้า การนอนอันแสนสบาย
เมื่อเนื้อทอดมีมันชุ่มและผักก็นุ่ม
ตอนที่กำลังจะเคลิ้มหลับ ก็คิดถึงข่าวประจำสัปดาห์เมื่อคืนนี้

ส่งมาโดย vagabond เมื่อ 05 ธ.ค. 2008 - 19:01:37 - ip: 118.172.17.26  

แกะที่กินตอนเทศกาลอีสเตอร์
ธรรมชาติที่กำลังงอกงามขึ้น
การเปิดคาสิโนที่บาเดน-บาเดน
เคมบริดจ์ชนะออกซฟอร์ดไปสองเท่าครึ่งลำเรือ
พอแล้ว สำหรับการใช้สมอง
อ้า หมอนที่นุ่มนิ่มนี้ ยัดด้วยขนห่านคัดเบอร์หนึ่ง!
นอนบนหมอนนี้เราลืมเรื่องน่าโกรธเคืองในโลกไปเลย
อย่างเช่นข่าวเรื่องนั้นไง:-
จำเลยหญิงในคดีเป็นหมอรีดลูกเถื่อน ได้ให้การต่อสู้คดีว่า:
หญิง แม่ของลูกเจ็ดคน มาหาฉันพร้อมกับทารกน้อย
เธอไม่มีผ้าอ้อมสำหรับทารกนั้น
เด็กถูกห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์
เอาเถอะ มันเป็นเรื่องของศาล ไม่ใช่เรื่องของเรา
เราทำอะไรไม่ได้ หากว่าใครบางคนจะยากเข็ญกว่าอีกคน
อะไรมันจะมาในอนาคต ให้ลูกหลานเราเป็นคนต่อสู้จัดการเอาเอง
อ้าว เธอนอนแล้วหรือ? ตื่นไว้ ตื่นไว้ให้ดีเพื่อน!
เริ่มมีการปล่อยกระแสไฟฟ้าไปตามรั้วกักกันแล้วนะ
และคนยืนย

ส่งมาโดย vagabond เมื่อ 05 ธ.ค. 2008 - 19:03:46 - ip: 118.172.17.26  

และคนยืนยามก็เข้าประจำตามจุดแล้ว
ไม่นะ อย่านอน ขณะที่ผู้จัดระเบียบโลกกำลังทำงานกันใหญ่
จงอย่าไว้ใจในอำนาจของพวกเขา
อำนาจที่พวกเขาอ้างว่าต้องหามาเพื่อพวกเธอ!
จงเฝ้าระวัง อย่าให้หัวใจว่างเปล่า
ในเมื่อความว่างเปล่าในหัวใจพวกเธอเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องการ!
จงทำสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์
จงร้องเพลง ที่คนไม่ได้หวังจากปากของเธอ
จงเป็นคนที่ไม่ยอมอะไรง่ายๆ
จงเป็นทราย อย่าเป็นน้ำมันหล่อลื่นกลไกของโลก!



หมายเหตุ : คัดมาจากบทกวีท้ายเรื่อง ของบทละครวิทยุเรื่อง ความฝัน
เขียนโดย กุนเทอร์ ไอช์ นักเขียนชาวเยอรมัน

ส่งมาโดย east เมื่อ 05 ธ.ค. 2008 - 21:57:57 - ip: 58.9.215.65  

อ้ายหนอม ! เป็นบทความที่ดีมาก
ดูเหมือนว่าภาระแห่งการหยุดสงครามจะถูกผลักลงมาบนบ่า หลังไหล่ และหัวใจที่โศกลึกขอเพศแม่ หญิงในปาปัวนิวกินีที่อยู่ในโหมดสงครามระหว่างเผ่าเลือกตกลงกันฆ่าลูกชายของตนเพื่อที่จะไม่ให้เขาโตขึ้นมาเป็นนักรบของเผ่า โดยพวกเธอคิดว่าเมื่อเพศชายมีจำนวนน้อยลง สงครามคงสงบ
จากบทความนี้มุ่งเน้นไปที่ตัวปัจเจก ซึ่งในระดับสากลย่อมเป็นสารัตถะที่สมควรแพร่หลาย แต่สำหรับเมืองไทยทุกวันนี้ปัญหาสำคัญอยู่ที่โครงสร้างสังคมที่ไม่แข็งแรงที่จะเลี้ยงดูปัจเจกบุคลให้มีสิทธิเสรีภาพกันอย่างสมควรกับธรรมชาติของสัตว์สังคม ก็เป็นประเด็นปัจเจกอีกนั่นแหละ เรางมงายในปัจเจกบุคคลบางหน่วยมากเกินไป เชื่อมั่นในสิ่งที่เรียกว่า ความดี และ บุญ มากเกินไป แต่ไม่สามารถตรวจสอบได้ ว่าปัจเจกนั้นเป็นคุณจริงต่อสังคมหรือเปล่า แล้วไม่จริงจังกับการสร้างสังคมที่แข็งแรงไว้รองรับอาการแปรปรวนของปัจเจก เมื่อปัจเจกเหลวสังคมเลยเละไปตามปัจเจกนั้น ๆ
ปัญหาเดิมนั่นแหละ ระบบ กับ บุคคล นั่นแหละ อะไรควรสำคัญกว่ากัน ?
คำตอบก็คือ ระบบเห็น ๆ แต่ก็มีกลุ่มผู้สร้างวาทกรรมมาทำลายว่า หากได้บุคคลดีมาดูแลระบบห่วยแตกยังไงก็ใช้ได้

ส่งมาโดย east เมื่อ 05 ธ.ค. 2008 - 22:09:58 - ip: 58.9.215.65  

vagabond จ๊ะ ! ไม่มีขนมปังกิน ก็ให้พวกเขากินเค้กสิจ๊ะ
เค้กก็ไม่มีกินจ้ะ ข้าวก็ไม่มีกรอกหม้อครบทุกมื้อ
คนที่มีเนื้อแกะนุ่ม ๆ กิน หมอนขนห่านนิ่ม ๆ นอน ประชากรส่วนใหญ่จน เจ็บ อด ตาย
แต่ครอบครัวรวยระดับโลก เขาเรียกว่า ความวิปริตและอยุติธรรมของโลกแบบสุดโต่งสายพิณขาดบาดมือทั้งคนบรรเลงและคนฟังเลยจ้ะ !
วีว่า ไอดอล ของเธอจ้ะ อีกไม่นานคนรากหญ้าจะขอหมอนใบนั้นที่เธอฝันยามหนุนไปแบ่งกันนอนบ้าง

ส่งมาโดย วรวลัญช์ เมื่อ 05 ธ.ค. 2008 - 22:39:18 - ip: 58.137.99.77  

เพิ่งไปงาน ซีเอมยู บุ๊คแฟร์ มาครับ
ได้หนังสือ ความรักอยู่ที่ไหน ด้วย

โซนหนังสือเก่า
ซาวบาทถ้วน

รีบหยิบใส่ย่ามเกือบบ่ตัน

แวะมาเยี่ยมเยือยครับอ้าย

ส่งมาโดย สันขวาน เมื่อ 06 ธ.ค. 2008 - 11:03:46 - ip: 118.172.95.236  

อย่าอยู่กับความฝัน ละเมอ...

ถ้าเธอเห็นว่า เรื่องที่กล่าว เรื่องที่เขียน เรื่องที่เรียน เป็นจริง...

จงลงมือทำ แม้เบื้องต้น กับตนเอง....

ทำ และ ทำ ....

( พุทธศาสนา ในความเห็นผม .... ไม่ใช่ปรัชญาใด ๆ เลย ...
เป็นวิธีการปฏิบัติล้วน ๆ ทำแล้วคุณจะได้ จะพบ... )

โลกที่แปลกแยก และ แตกต่าง ล้วนมีที่มาจาก การกระทำของคน ทั้งนั้น...
ใครค้นพบวิถีทาง ที่ตนสุขได้ ก็จงทำเสีย...
จะสุข ชั่วคราว จะสุขยาวนาน นั่นคุณพบและเลือกเอา....

ข้อขัดแย้ง แตกต่าง เหลือง แดง เขียว ขาว ...
เกิดในใจ ดับเอาเองในใจ...

ไม่มีปรัชญา พอกิน พอเพียง พอสมสู่ ที่ไหน ...
ทำเอาซะ...

ส่งมาโดย ถนอม ไชยวงษ์แก้ว เมื่อ 07 ธ.ค. 2008 - 12:38:52 - ip: 117.47.42.198  

คุณ vagabqnd ขอบคุณคร้บสำหรับบทกวีที่ชวนตื่นใจ

ส่งมาโดย ถนอม ไชยวงษ์แก้ว เมื่อ 07 ธ.ค. 2008 - 12:43:50 - ip: 117.47.42.198  

คุณ east ขอบคุณครับที่ช่วยวิเคราะห์และขยายบทความนี้ให้กระจ่างชัดขึ้นมาอีก

ส่งมาโดย ถนอม ไชยวงษ์แก้ว เมื่อ 07 ธ.ค. 2008 - 12:47:43 - ip: 117.47.42.198  

วรลัญช์ โชคดี ที่พบความรักอยู่ที่ไหน พื่เองเพิ่งได้มาไม่กี่เดือนนี่เอง !

ส่งมาโดย ถนอม ไชยวงษ์แก้ว เมื่อ 07 ธ.ค. 2008 - 12:50:23 - ip: 117.47.42.198  

คุณสันขวาน ผมเเห็นด้วยกับคุณคร้บ

ส่งมาโดย หินทิเบตก้อนสุดท้าย เมื่อ 08 ธ.ค. 2008 - 09:58:31 - ip: 124.120.181.101  

ดูเหมือนว่าสีเหลือง คนยองจะออกเสียงว่า สีเหลิง ใช่ไหมคะอ้ายหนอม

บางคน สี..ไม่เหลิง ไม่แดง

ไม่ต้องเล่นละครน้ำเน่า และก็ไม่ต้องการมีสงคราม แต่สงครามมาเคาะประตูบ้านอยู่เสมอในชีวิต

"เจตจำนงสู่อำนาจ" จึงเป็นสิ่งที่ลอยอบอวลอยู่ทุกอณู ไม่ใช่เพียงของโลกมนุษย์ที่ต่ำทราม แต่ทว่ามันเป็นสิ่งที่อยู่ในระดับของจักรวาล

ญี่ปุ่นก้าวข้าม "จุดจบของประวัติศาสตร์" ไปแล้ว แต่ไทยยังคงกระเตาะกระแตะ
รอวันเวลาที่จะก้าวพ้น

กรุงโรมไม่ได้สร้างจบในวันเดียว ดังนั้น "ม้วนเดียวจบ" ไม่มีจริง

ไม่เชื่อก็รอดู ยูโธเปีย รบกับยูโธปลอม

ส่งมาโดย ถนอม ไชยวงษ์แก้ว เมื่อ 08 ธ.ค. 2008 - 12:48:02 - ip: 117.47.125.102  

หินธิเบตก้อนสุดท้าย ใช่ครับ ผมมีเชื้อสายเป็นคนยองปลายๆ พูดไม่ได้แต่เข้าใจ เมื่อคืนวาน ฟังรายการเพลงที่คูรจัดที่ FM 100 ของมช. ได้ฟังเพลงของคนที่คุณเล่าว่า เขาเป็นคนทำงานช้า นานๆออกมาที เพราะมาก ทำให้ได้คิดว่า เราไม่จำเป็นต้องทำอะไรมากจนท่วมเมีอง แต่ทำให้ดีที่สุด มันโอ.เค..กว่า ถัดจากรายการของคุณไปดูแจ็ชของคูณ เทวัญ ตอนจบรายการ ผู้จัดรายการ หยิบยกวาทะมือหนึ่งในโลกของแจ็สท่านหนึ่งมาส่งท้ายว่า ดนตรี ไม่ว่าคุณจะเชี่ยวชาญขนาดไหน ถ้าคุณขาดอารมณ์และความรู้สึก คุณก็หมดสิ้นทุกอย่าง แฮ่...เหนื่อย สวัสดีคร้าบ

ส่งมาโดย อ้ายแสงดาวฯฯ เมื่อ 08 ธ.ค. 2008 - 13:14:59 - ip: 115.67.143.70  



เห็นตวย คับ

แสดงความคิดเห็น

ในทุกความคิดเห็น จะมีหมายเลขไอพีของคุณ (38.103.63.62) แสดง

  • การแสดงความเห็นในเว็บบอร์ดต้องอยู่บนพื้นฐานการเคารพในสิทธิและความหลากหลายทางเชื้อชาติ เพศ ศาสนา วัฒนธรรม และความเชื่อ ตลอดจน วิถีชีวิต และสิทธิส่วนบุคคล
  • การวิพากษ์วิจารณ์คำพูด ข้อเขียน หรือความคิดเห็นของบุคคลอื่น ย่อมทำได้โดยสุภาพหลีกเลี่ยงข้อความใดๆอันเป็นการละเมิดหรือดูแคลนต่อบุคคลอื่น
  • การวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของบุคคลอื่นย่อมทำได้โดยสุภาพ ในกรณีที่เป็นการกระทำที่กระทบต่อสาธารณะหรือกระทำโดยสาธารณะ
  • ประชาไทขอความร่วมมือ หากต้องการให้ข้อมูลที่คิดว่าเป็นประโยชน์ได้แสดงบนเว็บบอร์ด กรุณางดเว้นการใช้ถ้อยคำที่มีลักษณะเหยียดเพศ เหยียดเชื้อชาติ ศาสนา และเชื่อมโยงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นการล่อแหลม

คำถาม: วันนี้วันที่เท่าไหร่ ? (ใส่เฉพาะเลขวันที่เท่านั้น) *

ชื่อ: *

อีเมล: (ถ้ามี) ข้อมูลนี้จะไม่แสดงต่อสาธารณะ.

โฮมเพจ: (ถ้ามี)

ความคิดเห็น: * ใช้โค้ด HTML ไม่ได้

(สูงสุด 1,000 ตัวอักษร)
พิมพ์ได้อีก ตัว

 

ถนอม ไชยวงษ์แก้ว

ถนอม ไชยวงษ์แก้ว

หน้าเว็บ

บันทึกล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

Blogroll

บล็อกก่อนหน้า

มีอะไรใหม่ในบล็อกกาซีน

พิเศษ