เรื่องเล่าเล็กๆ จากกระท่อมทุ่งเสี้ยว

ระบอบการเมือง ที่ดีที่สุดในโลกนี้มี หรือไม่มี
ถ้าหากมี แล้วถูกขยำขยี้ทิ้งไป
ยัง สามารถพลิกฟื้น กลับคืนมาใหม่
เพราะมันเป็นเพียงแบบแผน ที่ไร้ชีวิตจิตใจ
ถูกขยำขยี้ทิ้งไป สักกี่ครั้ง ( เช่น ประชาธิปไตย )
ถึงคราวจำเป็น ต้องหวนคืนกลับไปใช้
ร่างขึ้นมากำหนดใหม่ ยังได้คืนเหมือนเดิม
แต่ ชีวิตคน แม้เพียง หนึ่ง คน
ไม่ว่า ฝ่ายใด
มาดแม้น มีอันเป็นไป
เหมือนดั่งใบไม้ ถูกเด็ดออกจากขั้ว
ระบอบการเมือง ใดใด
ที่ดีที่สุด ในโลกนี้ ( หรือโลกหน้า )
ก็ไม่อาจ ชุบชีวิต
เข าผู้ตายแล้ว ฟื้น กลับคืนมาใหม่ - เหมือนระบอบแบบแผนที่ไร้ชีวิต
ทำไม เขาผู้เป็นประชาชน จึงต้องเป็นคนแรก
และเป็นคนสุดท้าย ที่ต้องสิ้นชีพสังเวย
ทั้งฝ่ายชนะ และผู้ปราชัย
ในเกมการต่อสู้ ทุกยุคทุกสมัย
ทำไม ทำไม ทำไม พวกเขา
จึงต้องเป็นคนแรก และเป็นคนสุดท้าย
ที่ต้อง ตาย ตาย ตาย ตาย ตาย ตาย ตาย ตาย ตาย ตาย ตาย...
เมื่อผู้นำทั้งสองฝ่าย มิอาจตกลงกันได้ – ด้วยสันติวิธี
ทำไม...
กระท่อมทุ่งเสี้ยว เชียงใหม่
[ Permalink ] . [ 16 ความคิดเห็น ]
เพราะว่าความจริงแล้วคนเราไม่เคยมีความเท่าเทียมกัน....ความเท่าเทียมกันตามตัวบทกฏหมายเป็นเหมือนแค่เครื่องหมายแสดงการปลอบประโลมมนุษย์ที่ด้อยกว่า.....ไม่ว่าด้วยประการใด ๆ.....ก็พอ ๆ กันกับความยุติธรรมนั่นแหละครับ....มันเป็นแค่ตราชั่งราคาเพชรน้ำหนักหนึ่งกิโลกรัมเท่ากับดินข้างถนนหนักหนึ่งกิโลกรัม....คนรวยได้เพชร คนจนได้ดิน....แล้วบอกว่ายุติธรรมดีแล้ว....รู้สึกทุเรศสังคมไหมละครับ....ความเท่าเทียมของมนุษย์ในสังคมอุดมคติเรายังไม่เคยมีครับ.....
คุณ นกเอี้ยงนครเจดีย์ ครับ โลกในสังคมอุดมคติ และโลกของความเป็นจริง มันยากที่จะบรรจบกันได้ ผมเข้าใจ และพยามจะมองโลกตามความเป็นจริงอยู่เสมอ สังคมในยูคสมัยเรา ว้าเหว่และน่ากลัว เพราะเราได้สูญเสียระบบชุมชนที่เอื้อเฟื้อกัน เป็นระบบแบบตัวใครตัวมัน และคิดถึงแต่ผลประโยชน์เป็นตัวตั้ง
ชอบน้ำเสียงในบทกวีนะครับ เห็นด้วยว่าประชาชนมักถูกบูชายัญก่อนเสมอ
แต่มีจุดเดียวที่ผมคิดว่า เราอาจคิดง่ายเกิดไปเกี่ยวกับ "ประชาธิปไตย" ที่คุณว่าล้มแล้วก็สร้างขึ้นใหม่ จริงอยู่ว่าสร้างขึ้นได้ แต่ยากลำบากมาก โดยเฉพาะในสังคมไทยที่ถูกกดทับด้วยอำนาจอื่น ที่ฉวยโอกาสเอาแต่ สร้างวาทกรรมทำลายประชาธิปไตยประชาชนตลอดยุคสมัยนับแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475
ประชาธิปไตย ยังก้าวไปไม่ถึงไหน ก็เพราะถูกบรรดาซากเดนเผด็จการ ทำลายทั้งในทางตรงและทางอ้อม และยังนำพยายามสร้าง วาทกรรมให้ประชาชนทั่วไปเกลียดประชาธิปไตยเสียอีก ขณะที่สยบยอมได้กับอำนาจอื่นที่ไม่มีความเป็นธรรมเท่าเทียม
ประชาธิปไตย ต้องเป็นทั้งเนื้อหา และรูปแบบ แต่สิ่งที่ผมคิดว่าสังคมไทยขบคิดเกี่ยวกับน้อยเกินไป ก็คือ ประชาธิปไตยเป็นหลักการพื้นฐานที่บ่งชี้สภาวะความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน มีเสรีภาพในแบบประชาชนธรรมดา อย่างเท่าเทียมกัน เรื่องนี้สำคัญมาก แต่ดูเหมือนเรามักจะถูกตัดตอนเสียก่อน ที่จะได้ทำความเข้าใจมันอย่างถ่องแท้
สังคมเราที่เปลี่ยนแปลงตัวใครตัวมัน ผมหวังว่าบรรดานักเขียน กวี จะเลิกมองอะไรที่ตัวบุคคล แต่หันมองที่ปัญหาโครงสร้างบ้า
คณ Homo erectus ขอบคุณที่คุณอ่านแบบพินิจพิเคราะห์จริงๆ โดยข้อเท็จจริงของการได้ระบอบนี้มา เป็นความจริงอย่างที่สะกิดมา ซึ่งผมก็ตระหนักดี แต่ไม่ว่าจะยากขนาดไหน ดีขนาดไหน ผมมองเห็นว่า มันไม่ควรได้มาด้วยความสูญเสียเลือดเนื้อชืวิตผู้คน ผมจึงจงใจดิสเครดิตข้อเท็จจริงตรงนี้ เพี่อเยาะหยัน...ระบอบที่ดีที่สุต ซึ่งมักจะได้มาบนกองเลีอดและทรากศพของประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องภายในประเทศที่น่าจะหมดสมัยไปแล้ว แต่สังคมบ้านเราก็ยังเป็นอย่างที่คุณว่า ขอบคุณครับ.
ท่าน Homo erectus แทบจะตอบแทนสิ่งที่ขะเจ๊าไค่อู้
ทั้งนั้น นักเขียน นักกวี และสื่อมวลชนทุกสาย มีอิทธิพลต่อการสร้างสังคมอารมณ์ความรู้สึกสู่ความเท่าเทียม เสมอภาค แบบสังคมศิวิไลย์ชนได้เป็นอย่างดี
คุณไปอ่านดูนวนิยาย บทความ ข้อเขียน ฯลฯ ของ นักเขียนร่วมทศวรรษเต๊อะ
มันล้วนเป็นการแสดงออกของ"ความอ่อนด้อยในความรู้เรื่องประชาธิปไตย"เกือบทั้งนั้น
คนเหล่านี้ อาจบ่มีความรู้พอ หรือ ไม่ตระหนักในศักดืศรีความเป็นมนุษย์ของตนเองด้วยซ้ำ
การเขียน การสื่อ การสร้างรังสรรค์งาน ถึงมีแต่เรื่องการแบ่งแยก ดูถูก ชนชั้น ฯลฯ กำหนดด้วยการศึกษา ชาติตระกูล โฮกาส ความมี ความจน ฯลฯสามานย์ตึงมวล
ทุกคนเฮาสามารถร่วมก้าวเดินสู่ถนนประชาธิปไตยร่วมกันทุกลมหายใจ และ ทุกก้าว บ่ดีถอย
ตามกำลังความสามารถ บ่าว่าประกอบกาชีพการงานใด งานเขียน งานวรรณกรรม สำคัญด้วย*
"ประชาธิปไตย ยังก้าวไปไม่ถึงไหน ก็เพราะถูกบรรดาซากเดนเผด็จการ ทำลายทั้งในทางตรงและทางอ้อม"
.....
วันนี้ไม่มีเงินซื้อข้าวกิน
วันนี้มีเงินไม่พอซื้อของประทังชีวิต
กับ
วันนี้จะไปกินของอร่อยที่ไหน
วันนี้ฉันจะซื้ออะไรที่ต้องการ
.....
แต่ทั้งสองต้องดำรงในโลกและสังคมนี้อยู่
.....
เรานึกยังว่าเราอยู่ตรงไหน
...
เรากำลังอยู่ในฟากที่กำลังเอาเปรีบสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย
หรือว่าเราอยู่ในฟากที่สิ่งมีชีวิตทั้งหลายเอาเปรียบเรา
....
เงือนไขการคิดอยู่ที่ตัวเรา ว่าแต่ว่าจะคิดคนเดียว หรือคิดดังๆ ให้สิ่งมีชีวิตรู้
....
ขอบ่นหน่อยเถอะ เพราะสับสนในสิ่งที่มีชีวิต
ไม่ต้องไปเสียใจอะไรเลยครับ....คนจนก็ต้องจนต่อไป....เพราะโอกาสที่จะสู้กับคนที่มีฐานะเหนือกว่า....หรือทุนนิยมเรานั่นเอง....ทำอย่างไรก็สู้ไม่ได้หรอกครับ ต้องอดทนกันต่อไป จนกว่าจะตายจากกันไปข้างหนึ่ง.....เพราะคนจนไม่รุ้ว่าจะเอาอะไรไปสู้....แค่ค่ารถจะไปขึ่นศาลยังไม่มีเลย....เก็บเงินไว้ซื้อข้าวสารทีละลิตรยังจะดีกว่า.....คิดแล้วเหนื่อย...
เชิญชวน แสดงความคิดเห็นกันตามสบายนะครับ ไม่ว่าจะคิดเหมือนและคิดต่าง
วันพรุ่งนี้..ที่ขอบฟ้าไกล จะผ่องอำไพ..หรือฟ้าจะหม่น
คำถาม..อยู่ที่ทุกคน ต่างก็ค้น..คำตอบเอาเอง
กฎหมาย & กฎหมู่
กติกา & กติกู
พม่าเรียกร้องประชาธิปไตย & ประเทศไทยเรียกร้องเผด็จการ (*จากคุณผีแดง webสนุก)
ดี & เลว & ชั่ว & คุณธรรม & จริยธรรม & เผด็จการ & ประชาธิปไตย & ประชาชน...
ทั้งหมดมีความเหมือนกันตรงที่เป็นข้ออ้างและเป็นตัวประกันในหลายๆ กรณี...น่าเศร้านัก...
นับแต่นี้..จะเป็นจุดเริ่มต้นสงครามแห่งประชาชนอย่างแท้จริง..
....ขอไว้อาลัย...แด่ อคติ ของคนไทยทุกคน...
****ความฝันที่ไฝ่...
...เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ ประชาชนจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน...
(งดงาม และไพเราะตลอดกาล)
ขออภัยที่ วุ่นวายเหมือนสถานการณ์บ้านเมือง
เชิญ ครับ เชิญ ท่านผู้อ่านที่เป็นนักคิดทางสังคมและการเมือง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด ทรือไม่เป็นฝ่ายใด มาร่วมแสดงความคิดเห็น โดยไม่ต้องกังวล...ว่าผมจะเลือกที่รักมักที่ชัง ผมชอบฟังความคิดเห็นที่หลากหลายครับ มันสนุกและทำให้ผมมองอะไรกว้างขึ้น ขอบคุณครับ
การเมืองเรื่องของจาวบ้าน ไผ๋ก็บ่ามีความฮู้ปอ
มันขึ้นอยู่กับว่าชุมชนนั้นต้องการอะหยั๋ง ช่วงเวลานั้น ๆสำหรับเขา
แต่เฮาจาวบ้านย่อมฮุ้ดีกว่านักวิชาการในมหาวิทยาลัยแน่นอนนว่า
การอู้เรือ่งการเมืองหื้อส่งผลกระทบกับตั๋วเฮา ชุมชนเฮา สิทธิเฮา ฯลฯ
ไผ๋ว่าการเมืองเรื่องของคนมีความฮู้ เขาก็เป๋นคนอู้กีดกั๋นคน
ตามอารมณ์ความรู้สึกของสังคมศักดินา ที่ต้องการกดขี่ หื้อเฮาหุบปาก
ฮา(จาวบ้าน)คิดแบบ 1เสียง แล้วถูกผิดฝากไว้กับพระเจ้า ตามสิทธิ
คิงจะกึดจะใด จะเต้นผาง ๆ ปัญหาของคิง อิอิ
ฮาว่าจะอี้หลู่ ยะหยั๋งฮาต้องคิดเหมือนคิง ถ้าคนส่วนใหญ๋หันตวยฮา สังคมพัฒนา
บ่หันตวย ฮาก็ยังว่าของฮา อย่างที่ฮาว่าถูก อิอิ
ความฮู้บ่มีมาตรฐานแน่นอน
ทุกคนเรียนรู้เท่าทันกั๋นได้ในยุคดิจิตอล
งานนักเขียนไทยเต็มบ้านเต็มเมือง ที่อ่านแล้วบ่สร้างสรรค์อันใด
มันยังตะบันเขียนรกบบ้านรกเมืองได้รางวัลสารพัดง่าวของกลุ่มศักดินา คนอ่านก็ง่าวตวยตึงบ้านตึงเมือง
บ่เมินมานี้นักการเมืองสึ่งตึงก็กำหนดความฮู้ สส. ไทย อย่างน้อย ป.ตรี
บ่ากี่วันมานี้ เจ้าของดีแตกซ้ำมาบอก ควรหื้อแค่พวกจบ ป.ตรี ใช้สิทธิเลือกตั้ง เอ๋อเอ๊ย
บอกว่าตั๋วเก่าถูกที่สุด ก็บ่ได้เจ๊า สังคมประชาธิปไตยที่ชัดเจนนา
ขึ้นอยู่กับ เวลา จังหวะ และ สังคมส่วนมากเสียงข้างนักที่ยอมรับ
แม่แบบ ปชต. ลินคอร์น ก้าวสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาก็บ่มีปริญญา
เขาโตในบ้านท่อนซุง พ่อเป็นช่างไม้ และ อ่านพระคริสตธรรมคัมภีร์เล่มเดียวลอ
นักปฏิรูปสังคมที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และนำสังคมมนุษยชาติสู่ยุคสว่างทางปัญญา
ทั่วโลกตึงยอมฮับ นักบวชหัวพัฒนาชื่อ มาติน ลูเธอ่ร์ แห่งประเทศเยอรมันนี
มันน่ากลัวที่สุดในสมัยนั้นที่ทั้งการเมือง และ ศาสนาเป็นหนึ่งเดียว เข้มแข็งและกุมอำนาจ
เขาถูกตามล่า ต้องซ่อนตัวอยู่ วันที่ทางการเรียกตัวเขาเข้าไปในที่ประชุมเพราะต้องการ"กำจัด"เขาเสีย มีแต่คนบอกเขาว่า "อย่าไปเลยเพราะศรัตรูของท่านมีมากกว่ากระเบื้องมุงหลังคาโบสถ์นี้เสียอีก"
แต่คุณธรรมมันต้องมีคุณธรรมนำแสงสว่างสู่ยุคสมัย
หน้าประตูนายทหารใหญ่คนหนึ่ง บอกเขาข้าง ๆ หูว่า "ไปเถิด หากไปในนามของความถูกต้อง พระเจ้าสถิตย์อยู่กับท่าน"
และจากการประชุมครั้งนั้นนิกายโปรเตสเต้นท์ Evangelich ก็ได้ถูกยกเป็นที่ยอมรับ
คือ แยกจากนิกายคาธิลิค เจ้าเก่าดั้งเดิมที่กำลังเละตุ้มเปะ
คุณ นิรนารื ขอบคุณครับ สำหรับทัศนะความคิดที่เต็มไปด้วยรายละเอียดและเหตุผล ชวนให้ให้ใครต่อใครมาร่วมคิดต่อยอด
ผมดูเหมือนจะหมดศรัทธากับการเมืองบ้านเราเข้าแล้ว ผมไม่ได้ด่ากราดทุกอย่าง หรือโยนความผิดทุกอย่างให้ทุนนิยมแบบฅนซ้ายจัดตามทฤษฎีของมาร์กซ์ จะหวังรัฐบาลแห่งชาติตามทฤษฎีของเฮเกลก็ไม่มีทาง เอาแบบการเมืองในอุดมคติอย่างของเพลโต ยิ่งไม่หวังเข้าไปใหญ่ และขอสารภาพว่า การเลือกตั้งที่ผ่านๆมาผมลงคะแนนช่องไม่เลือกใครเลย และหากรัฐธรรมนูญไม่มีข้อไหนถือว่าการไม่ไปใช้สิทธิ์ออกเสียงลงคะแนนเป็นความผิดจนต้องเสียสิทธิทางการเมืองแล้วละก็ ผมขอเลือกนอนอยู่บ้านอ่านหนังสือดีกว่า
แต่ถึงยังไง ผมขอยืนยันว่ายังไม่ถึงกับสิ้นหวังกับประเทศนี้ไปเสียทีเดียว ทำอะไรไม่ได้ก็อยู่ไปวันๆ กินเหล้ากับเพื่อนที่รู้ใจกันเมื่อไหร่ก็พอมีความสุขบ้าง มีน้ำใจเล็กๆน้อยๆกับเพื่อนร่วมสังคม หวังว่าจะช่วยกันทำให้มันดีขึ้นบ้าง แค่นี้ก็คงพอแล้วกระมังครับ
ส่วนบ้านเราจะเป็นประชาธิปไตยแบบไหน เศษหนึ่งส่วนสี่ใบ ครึ่งใบ เต็มใบ ใครจะเป็นนายกรัฐมนตรีหรือว่าพรรคไหนจะเป็นรัฐบาล รัฐบาลผสมหรือรัฐบาลพรรคเดียว(พักเดียว) จะมีรัฐประหารอีกไหม จะต้องแก้รัฐธรรมนูญ หรือเขียนใหม่อีกกี่ฉบับ ฯลฯ มันเป็นเรื่องราวไร้สาระของชีวิตครับ
คุณvagabondครับ....
ต้องเข้าใจว่า..บ้านเมืองนี้ประเทศนี้ และขณะนี้ใครคุม..
คุณหรือใครจะมาคิดทำอะไรตามกฏหมาย..ตามกติกาไม่ได้...
ถ้าเขาไม่เห็นด้วย...
และขอร้องว่า..อย่าหมดศรัทธา...อย่าสิ้นหวัง..ประชาธิปไตยจะไม่ไร้สาระครับ
อ่า...ที่สำคัญ...ผมอยากเป็นเพื่อนกินเหล้าไปวันๆ คับ..แฮะๆ..
แน่นอนว่า กลุ่มนักคิดมาร์กซิสต์มองว่า ทุนเป็นศัตรูตัวสุดท้าย แต่อย่างไรก็ตาม ฝ่ายซ้ายไม่ได้โจมตีทุนโดยไม่ลืมหูลืมตา เหมือนบรรดาเอ็นจีโอบ้านเราทำแน่ๆครับ เพราะทุนนิยมมีทั้งพลังในด้านบวกและด้านลบ (คุณได้เสรีภาพสูงขึ้น ได้ความสะดวกสบายเพิ่มขึ้น ในขณะที่คุณก็เป็นทาสระบบ หรือถูกทำให้กลายเป็นสินค้าได้มากขึ้นไปพร้อมกัน) โดยตัวของทุนเองไม่ได้ดีหรือชั่วอะไร ... การโจมตีทุนอย่างไม่แยกแยะ ผมว่ามันนำไปสู่ความมืดบอดทางปัญญาของสังคมอย่างยิ่งครับ