เรื่องเล่าเล็กๆ จากกระท่อมทุ่งเสี้ยว

เจ้าเก็บกวาดขยะในบ้านเจ้าตัวข้าเล่าเก็บกวาดในบ้านข้า
เราต่างคน ต่างเก็บความ...ไม่งามตา
รอบชายคาบ้านเราทิ้ง-ทุกวี่วัน
ไม่เที่ยวไปล่วงล้ำคอยตำหนิ ไปแตะติบ้านโน้นติบ้านนั้น
บ้านตัวเอง รกรุงรัง ช่างหัวมัน (ช่างน่าขัน...ใครจะเชื่อฟังน้ำคำ)
สู้เก็บกวาดขยะในบ้านเรา ให้เกลี้ยงเกลา...รอบชายคา น่าเหยียบย่ำ
ให้คนเห็น คุณค่าล้วน ควรกระทำ เขาไม่จำเอาอย่าง-ช่างปะไร
บ้านเราดีไม่มีขยะรก บ้านคนอื่นสกปรกเราอยู่ได้
ใครจะนำ ไฟ มาโยนไม่สนใจ เราไม่มี เชื้อไฟ ไว้เผาบ้าน
เจ้าเก็บกวาดขยะในบ้านเจ้า ตัวข้าเล่าเก็บกวาดสะอาดสะอ้าน
ถ้าพร้อมใจกันกวาดเกลื่อนทุกเรือนชาน เชื้อไฟรานสังคมสังคมล่ม-คงลดรา
เก็บกวาดสิ...เก็บกวาดในบ้านเรา อย่ามัวเมาขันแข่งกันแช่งด่า
บ้านเราเรี่ยม...เอี่ยมอ่อง สะอาดตา คนศรัทธาความดีงาม-ย่อมตามเรา
ส่วนคนทราม รัก ความสกปรก ย่อมรักรกรุงรังดั่งตัวเขา
อย่าสนใจไปยุแหย่ไปแก้เกลา คนโฉดเฉา ย่อมโฉดเฉา จนเท่าตาย
สร้างคนดี ทีละคน...โดยสำนึก มาผนึกแรงรวมร่วมความหมาย
ค่อยค่อยเก็บ ค่อยค่อยกอบ-รอบรอบกาย ค่อยขยาย...คนศรัทธา-มาร่วมใจ
ดีกว่าเสียเวลา ด่า คนสกปรก ชาติคน รก ย่อม รก กันไม่หวั่นไหว
สร้าง คนดี กันดีกว่า-อย่าไยไพ สร้างกันไปกวาดกันไป-ในบ้านเรา.
กระท่อมทุ่งเสี้ยว เชียงใหม่
ภาพประกอบจากภาคีคนฮักเจียงใหม่
[ Permalink ] . [ 29 ความคิดเห็น ]
บก.ซัง คร้าบ ผมผิดอืกแล้ว
ขอความกรุณาช่วยแก้ วรรคแรกของบทที่ 8 ที่เขียนว่า " จากตัวเรา เพื่อตัวเขา...ได้สำนึก "
เปลี่ยนเป็น " สร้างคนดี ทีละคน...โดยสำนึก " ขอบคุณครับ.
พี่ถนอมคะ แก้ให้แล้วนะคะ :-)
ขอบคูณ ซัง อีกครั้งที่ช่วยแก้ไขให้อย่างรวดเร็ว
ผิดอย่างนี้เรียกว่า สว. (สูงวัย)ได้ไหมเนี่ยอ้ายหนอม
ฮา ฮา ฮา ฮา
นั่นสิครับ ดูบางท่านไม่ดูปากดูจมูกตนเองเลย ไล่ด่าว่าปากคนอื่นไม่ดี จมูกชอบแต่กลิ่นเมถุน
แหมจะเอาอะไรกันนักกันหนากะอีกระผม.....................ฉอด ฉอด ฉอด
คุก คุก คุก
พ่วง เออ น่าจะใช่ บวกกับความตั้งใจจะให้ดีมากเกินไปด้วย ทำอะไรๆที่มากเกินไป ไม่รู้จักหยุดไม่รู้จักพอ-ในเวลา ปริมาณ และคุณภาพที่ควรพอ แทนที่จะดีกลับทำให้เสียหาย โชคดี..ที่การสื่อสารในโลกของไซเบอร์สามารถติดตามมาแก้ไขได้ ถ้าเป็นหนังสือถึงขั้นนื้...ทำอะไรไม่ได้แล้ว ที่พี่นำมาเขียนนี่...เป็นหลักปฏิบัติของชาวพูทธ ซึ่งนักปฏิบัติธรรมจะรู้จักกันเป็นอย่างดี ขอบคุณที่แวะมาทักทาย หวังว่าคงปรับตัวเข้าที่เข้าทางได้แล้ว
ข่าวด่วน จ้า ! 8 สิงหาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป เชิญชม นิทรรศการ " สักวันหนึ่งยูงทองจักร้องรำ " ที่ร้านสายหมอกกับดอกไม้ " ถนนวงแหวนรอบกลาง หน้าศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ห่างจากเรือนจำ 200 กว่าเมตร ไพฑูรย์ พรหมวิจิตร กวีแห่งล้านนาเป็นเจ้าภาพ เพื่อนำรายได้ช่วยผู้ประสบภัยนากีส
ในงานมีดนตรี มีการแสดง perfermance และอ่านบทกวี อ้อ-ผมได้รับเชิญไปเล่นดนตรีในงานนี้ด้วย อย่าลืมพกเงินติดตัวไปบ้างนะครับ ดูๆงานนี้..ไม่น่าจะมีของฟรีสักเท่าไหร่ นอกจากเหล้าภูมิปัญญาของอ้ายไพฑูรย์ ฮา...
บอกไฟดาว เกิดขึ้นในช่วงสุดท้ายการสิ้นสุดการเดินทางของบอกไฟตาด
มีแสงสว่างสั้นยาวแล้วแต่สล่าจะสรรหาวัตถุมาดำรงถึงแสงนั้นไว้ให้ยาวนานแล้วแต่ตัว
ส่วนเหลือหลังจากทิ้แสงสุดท้าย ทั้งหางทั้งบอก ต๊กไปไนหนอ อ้ายหนอม
คำถามของคุณกาน ใครรู้ช่วยผมตอบด้วยจ้า ! ผมจนปัญญาจริงๆพะยะคะ.
บ้านช่องของตัวเองไม่ค่อยเก็บกวาด ชอบมองดูว่าหญ้าบ้านคนอื่นเขียว.........ครับ แน่นอน.....ถ้าต่างคนต่างช่วยทำความสะอาดบ้านของตัวเอง ทีละคนทีละบ้าน ทุกอย่างก็จะดีไปเองครับ อย่ามัวแต่โจมตีกันไปมา ประท้วงกันสนุกสนาน .......พวกที่ประท้วงที่ดีแต่ก่นว่าผู้อื่นน่ะ หันไปมองดูบ้านตัวเองบ้างนะครับ ทำความสะอาดด้วย ระวังจะท่วมน้ำลายตัวเองกันนะครับ.....
คุณนกเอี้ยงนครเจดีย์ สงครามนี้ ไม่มีใครยับยั้งได้หรอกครับ ตราบใดที่ต่างฝ่ายต่างยังใช้ชุดความคิดแบบอำมหิต และมีเจตนามุ่งร้ายต่อกันเอาไว้ว่า ถ้าพวกมึงล้มลงพ่ายแพ้พวกกูเมื่อไหร่พวกกูจะทำลายพวกมึง ไม่ให้เหลือแม้แต่เถ้าธุลี เป็นฐานการคิดในการต่อสู้กัน ใครจะยอมใครได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายผิดหรือว่าถูก ในเมื่อความพ่ายแพ้น่าสพรึงกลัวถึงเพียงนี้ ผมว่าเรื่องนี้เป็นเสมือนหลุมดำของสังคม ใครๆเข้าไปก็มีอันเป็นไปไม่มากก็น้อย ไม่ว่าคุณจะเป็นคนดีขนาดไหน.
อ้ายเห็นว่ามีงานอ้ายไพทูรย์วันที่ 8 มันคืองานอะไรครับนี่
ผมไม่ได้ติดต่อพี่ไพทูรย์มานานแล้ว
สวัสดี พ่วง เป็นงานหารายได้ช่วยผู้ประสบภัยนากีส คนส่งข่าวเขาแจ้งมาดังนี้ ครับ ดูรายละเอียดดูที่พี่โพสท์ไว้ข้างบน
อ้ายหนอม คำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ
เป็นการทักทายเท่านั้นเอง
เพราะกานกับอ้ายบ่ได้เจอกันเมินแล้ว
ก็เลยไม่รู้ว่าจะคุยเรื่องอะไร
มาแค่บอกเพียงว่ากึดเติง
โดยผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่
ห้าเป็นเมื่อก่อน
ถ้าบ่เห็นหน้าก็คงไม่รู้ว่ายังมีชีวิตอยู่
แต่ปัจจุบันมันลอยไปบนฟ้าแล้วโก้งมาหากัน
ตะอั้นครับอ้าย
กาน ขอบคุณคร้าบ สำหรับความเท่-และความคิดถึง เช่นกัน
หากเก็บกวาดภายนอก...พอได้ครับ
แต่ว่ากวาดภายในใจ...ยากครับ
อ้ายหนอมครับ
ทุกวันนี้ มันเป็นแบบนี้...
ขยะบ้านของตน กวาดออกพ้นหน้าบ้าน มันจะพัดปลิวไปที่ไหนก็ช่าง
เช้ามาหอบถุงพลาสติกบรรจุขยะติดรถไปทิ้งหน้าบ้านคนอื่น
เศษขยะท้ายรถปิคอัพไม่เคยเก็บ ปล่อยให้ปลิวไปกับสายลมบนท้องถนน
ขยะปฏิกูลในบ้านบางบ้าน ทับถมเน่าเหม็น บอกทนได้
แต่พอทางการสร้างที่กำจัดขยะบอกว่าเหม็น พากันต่อต้าน
ทั้งที่ตนก็เป็นผู้หนึ่งที่สร้างขยะ
ข้างต้นเป็นเรื่องของขยะแท้ ๆ
แต่ในความหมาย ของความหมาย
ขยะคือ ความรับผิดชอบ
เมื่อเป็นผู้สร้างย่อมต้องรับผิดชอบหรือร่วมรับผิดชอบ จะโยนออกนอกบ้านให้เป็นภาระคนอื่นไม่ได้ จะโยนปัญหาหลากหลายในบ้านเมืองให้ผู้อื่นไม่ได้ ต้องร่วมรับผิดชอบเต็มเปา
โดยเฉพาะหมู่นักการเมือง ชอบโยนขยะ(ความชั่วร้าย)ให้คนอื่น เพื่อตนเองจะได้สะอาด
ครั้นมีองค์กรตรวจสอบ และจับผิด ก็เลยโทษโน่นโทษนี่ โทษรัฐธรรมนูญ ทั้งที่เป็นเพราะตนปฏิบัติตามไม่ได้ ควรโทษตัวอาตมาเอง มิใช่หรือ ?!!
คุณ vagabond จริงอย่างที่คุณว่า ขยะภายในนี่กวาดยาก เพราะมองไม่เห็น แต่มีตัวตน และสัมผัสได้ด้วยใจ โดยเฉพาะขยะที่มีชื่อว่า โลภะ โทสะ โมหะ ยากแสนยากที่ใครจะกวาดได้หมดจดเกลี้ยงเกลา ส่วนตัวผม ทุกวันนี้ เพียงแค่รู้ว่ามันเป็นขยะของหัวใจก็ถือว่าตัวเองมีบุญแล้ว แต่ก็หวังเอาไว้ว่าสักวันหนึ่ง ไม้กวาดแห่งสติ...ของตัวเองคงจะกล้าแฃ็งพอที่จะกวาดมันให้เบาบางลงบ้าง นี่...ก็เพิ่งโกรธน้องชาย และทำร้ายเขาด้วยวาจามา เพราะไม้กวาดแห่งสติไล่ตามกวาดขยะที่ชื่อว่าโทสะไม่ทัน เพียงเพราะหงุดหงิดที่เห็นเขาเมาเหล้า...แล้วทนเห็นเขานั่งพูดคนเดียวเหมือนคนบ้าไม่ไหว ทั้งๆที่เขาก็ไม่ได้ทำความเดือดร้อนให้กับใคร เขาเพียงแต่เมาแล้วชอบนั่งพูดคนเดียว เท่านั้นเอง พอหายเมาก็เป็นปรกติ.
บุณย์ มหาฤทธิ์ ขอบคุณครับ ที่ช่วยขยายมุมมองให้ลึกและกว้าง โยงใยไปถึงการเมืองที่ผมมองว่ามันเป็นหลุมดำ และโปรดอย่าถามผมเลยว่าเราควรจะทำอย่างไรดี ระหว่างพันธมิตรกับรัฐบาล ไม่ว่าฝ่ายใดจะเป็นเทพหรือว่ามาร แต่ถ้าต่างฝ่ายต่างมีฐานการคิดและเจตนาจะเอาชนะเพื่อทำลายกันไม่ให้เหลือแม้แต่เถ้าธุลี ผมว่าไม่มีใครยอมใครหรอกครับ ผมจึงไม่แปลกใจ...ที่ต่างฝ่ายต่างขุดค้นทุกอย่างทุกวิธีที่จะเอาชนะกันออกมาใช้ เพราะความพ่ายแพ้มันน่าสพรึงกลัว ผมอ่านที่คุณเขียนเคาะสนิมในไทยนิวส์ บางฉบับ...อ่านแล้วเครียดไปด้วยครับ เมืองไทยใช่ของเราหรีอเปล่าก็ไม่รู้ (ฮา ) ปล่อยวางเสียบ้างก็ดี ล้มป่วยเข้าโรงพยาบาลเพราะลุงหมัก เป็นเรื่องที่น่าอับอายนะครับ เพราะลุงแกดูตลกจะตายไป.
"สำหรับความเท่-"
ถ้าหากกานทำความบ่สะบายใจ๋ให้อ้าย
ขอสูมาเน้อครับ
"มนต์เพลงแห่งความฝัน"
เขาเติมความใผ่ฝัน ไว้ในใจฉันจนล้นปรี่
ฝันฉันไม่เคยมี ฝันที่ต้องรอคอย ...../
"เพลงรัก...ดอกไม้งาม"
งาม...แสงเดือนโลมหล้า
เพลง...รักลอยมาจากไหน
เพลงรักงามดอกไม้
พาดวงใจของเธอร้าวราน..../
"กาลผ่านมา"
โอ้กาลผ่านมานั้นมีเธอ
แต่คืนนี้เสียงเพลงลาโหยอาลัย
ใครนะใคร...ใครนะใคร...ยามร้างไกลใครจะจำ..../
"งามชิด"
งาม...แท้งาม...แสงเดือนงาม...นวลผ่อง
ฉันปอง...จ้องเธอ...เพ้อครวญ....ป่วนใจ.../
"ศรีวลักษณี"
โอ้ศรีวลักษณี...โสภี..ไม่มีใครเหมือน
ยิ้มแย้มดั่งแรมดวงเดือน
เตือนใจ..ใฝ่ฝันจันทร์แรม...../
นี่เป็นเพียงบทเพลงเศร้าๆ...เพียงบางส่วน ที่ผมยังจำฝังใจ...ได้ไม่ลืมเลือน
แม้ว่า...กาลเวลาจะล่วงเลยมาแล้ว...ไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีเลยทีเดียว แต่บทเพลง
เศร้าเหล่านี้...ก็ยังคงดังก้อง...แต่แฝงด้วยความนุ่มนวล...จากการถ่ายทอดบทเพลง
เหล่านี้ออกมาเป็นเสียงร้องที่หวานแผ่ว...ของผู้ชายที่มากด้วยอารมณ์ศิลป์คนนี้
เขาคือ...ศิลปินพื้นบ้าน...แห่งลุ่มน้ำแม่ขาน...คุณถนอม ไชยวงศ์แก้ว
ศิลปินเพลงหวาน และตำนานกวีแห่งท้องทุ่ง...ณ. กระท่อมทุ่งเสี้ยว คนนี้
สรี...สวัสดีครับอ้ายหนอม สบายดีก่จาหา....บ่ะได้ปะกั๋นเมินนักแกเน๊าะ
อ้าย...ก่ยังคงเดิมห๋องเอกลักษณ์ศิลปินกวีแห่งท้องทุ่งเสี้ยว...ไว้ได้เหมือนเดิมอย่างยาวนาน
ผมดีใจ๋ครับ...ตี้ได้แว่มาแอ่วหาอ้ายในวันนี้...โดยสะหลดสะหล๋ำเข้ามาต๋ามเวปห๋องอ้ายจรัลฯ
และเผอิญได้อ่านบทกวี...ตี้อ้ายได้เขียนไว้อาลัยอ้ายจรัลฯไว้ครับ /
ตังบ้านเฮาเป๋นจะใดพ่องครับอ้าย...กู้คนยังสบายดีก่ครับ... ส่วนผมสบายดี...บ่เจ็บบ่ไข้
ผมยังกึ๊ดเติงหาหมู่เฮาอยู่กู้คน...ตี้เกยฮ่วมกิ๋น...ฮ่วมแอ่ว...ฮ่วมนอนตวยกั๋นอยู่เสมอ...แต่
เปื้อนฮักตี้ผมเกยมี...เขาก่ไปสบายกั๋นเกือบหมดลึ๊งละครับ...เช่น..ไอ่หล้าธนา คำอักษร
ซึ่งก่เป๋นลูกศิษย์คนนึ่งเหมือนผม...ตี้อ้ายหนอมเกยถ่ายทอดบทเพลง...และแนวก๋านเล่น
กีต้าร์ฮื้อไว้...เมื่อสมัยเป๋นบ่าวแผ่ว....ผมยังบ่เกยลืม...วันวาน...ตี้ยังหวานอยู่...บ่ฮู้ลืม /
เอาไว้ผมจะเข้ามาแอ่วหาบ่อยๆเน่อครับเน่ออ้าย...เอ...อ้ายจ๋ำผมได้ล่ะยังครับ...แห่ะๆๆๆ
ผม...ฤทธิ์แมง..แห่งหน้ากรมทางหลวงทุ่งเสี้ยว / อะครับ /
ต๊ายตี้สุดนี้...ผมขอฮื้ออ้ายถนอม...สุขภาพ...เหมือนจื้ออ้ายน่อ...ฮื้อดีๆ...ไว้เป๋นเก๊าเป๋นกิม
เน่อ
กาน กึดนักไปได้ อ้ายบ่ได้ซีเรียสอะไรหรอก-คร้าบ สบายใจได้ ขืนเก็บเอาสิ่งที่ได้กระทำไปแล้วล่วงเลยไปแล้ว ไม่ว่าผิดพลาดหรือถูกต้อง เก็บมาคิดมาก จะเป็นทุกข์กังวลเปล่าๆ ถ้าไม่รู้จักปล่อยวาง เรื่องสารพัดเรื่องที่กลายเป็นอดีตไปเสียแล้ว สวัสดี.
แมงก่ำปุ้งดำ สว้สดี ฤทธิ์ ดีใจจริงๆที่บังเอิญโคจรมาพบกันในโลกของไซเบอร์ ยิ่งเอาเพลงเก่าๆที่เราเคยร้องเล่นกันมาบอกเล่าใหฟัง ภาพความหลังต่างๆในวันสนุกสนาน ระหว่างเราก็ล่องลอยมา เหมือนเพิ่งผ่านเมื่อวานนี้เอง แต่ก็มีลางเหมือนกัน เพราะสองสามอาทิตย์ก่อน อ้ายเจอไอ่ เดช ซึ่งเป็นคนเดืยวในครอบครัวของฤทธิ์ที่เหลืออยู่ทุ่งเสี้ยว อ้ายก็ถามถึงฤทธิ์ว่าเป็นยังไง แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบอะไรนัก ดีใจ...ที่น้องๆยังมีชีวิตอยู่ และคงสุขสบาย และเข้ามาทักทาย นี่พี่ก็ยังนึกถึง เข็ม ด้วย.
แมงกำปุ้งดำ อ้อ พี่นวลอีกคนหนื่ง ไม่ทราบว่าชีวิตเขาเป็นอย่างไร อายเพิ่งกลับมาอยู่บ้านได้สองปีกว่าๆ เห็นแต่บ้านและที่ดิน มีพงหญ้าขึ้นรกรุงรัง ถามคนรู้จัก เขาบอกว่า ขายและย้ายไปอยู่กรุงเทพน้าน-นานแล้ว แม่ฤทธิ์เคยเจอครั้งหนึ่งตอนแกมาเยี่ยมเดช เจอที่ร้านขายข้าวสารในตลาดพื่ก็เลยอาสาขับรถไปส่งแกไปบ้านเดช สวัสดี.
สรี.....สวัสดีอ้ายหนอมแห๋มรอบนึ่ง...อ้ายครับ...บรรยากาศตี้เฮาเกยนั่งฮ้องเพลงดีดซึงต้า
ตวยกั๋นนั้น...ผมว่า...หยั่งใดๆ...ผมก่ลืมบ่ได้ครับ...มันเป๋นความประทับใจ๋...และจะฝังจ๋ำอยู่
ในใจ๋ผมไปตลอด...เถิงแม้ว่า...กาลเวลาจะผ่านไปเมินเต้าฮือ...กะต๋าม....ผมยังจ๋ำได้ครับ
ขอบคุณนักๆเน่อครับตี้อ้ายได้เล่าเหตุก๋านตังบ้านผมฮื้อฟัง...ครับผมบ่ได้ติดต่อกับอ้ายผมเมิน
นักแกแล้ว...เพราะว่าเปลี่ยนเบอร์มือถือกั๋นเซี้ยง...ล่ะก่ย้ายบ้านตวย...กะเลยขาดก๋านติดต่อ
กั๋นไป...อ้ายผมคงจะสบายดีเน๊าะครับ...ส่วนน้องผมนั้น...ไปอยู่ตี้ญี่ปุ่นปุ๊นครับ...ได้ลูกได้เมีย
เป๋นคนญี่ปุ่นครับ...แต่กะขาดก๋านติดต่อกั๋นไปสิบกว่าปี๋ได้...ส่วนแม่ผม...ก่บ่ค่อยได้ปะกั๋นเต้า
ฮือ...สวนกั๋นไปก่สวนกั๋นมา...ส่วนน้านวล...ก่ปะกั๋นอยู่ครับ...อยู่เมืองกอกตวยกั๋น...เมินๆปะกั๋น
เตื้อนึ่ง... แล้วตังครอบครัวอ้ายลอ...เป๋นใดกั๋นพ่องครับ...อ้ายธรรม..ไอ่แหวน...อ้ายหนิม..และ
แห๋มสองสาวลอครับ...สบายดีน่อ..ป้อแม่อ้ายยังอยู่ครบก่ครับ...เฮ้อ...แต่ก่ยังดีเน๊าะ..ว่าเฮาก่
ยังมาปะกั๋นได้..แม้จะอยู่ไก๋กั๋น...มีอะหยั๋งก่เอิ้นห๋ากั๋นเน่อครับ...สวัสดีครับ/
เอ่อ....อ้ายหนอม...ตะวา...ผมได้นั่ง search หาเพื่อนฝูงแห๋มหลายคน...โดยเฉพาะไอ่พล
ลูกหมอสุรินทร์ ล่ะก่..ไอ่ต้อย ลูกหมอแสง จ๋ำได้ก่ครับ... ป๋ากฏว่า..ผมได้ปะกับไอ่ต้อยแล้ว
ต๋อนนี้...ไปเป๋นครูอยู่ตี้ขอนแก่น..ได้ลูกได้เมียอยู่ปุ๊น...ผมก่ได้เบอร์มาจากก๋าน search แล้ว
ก่โทรฯไปหาแก...ก่อู้กั๋นม่วนขะหนาด...ยังอู้กั๋นเถิงต๋อนตี้ได้เกยฮ่วมกั๋นนั่งฮ้องเพลง..อัดเพลง
ตี้ฮ้องใส่ตลับเทปตวยกั๋นได้อยู่...และเทปตลับนั้น...ก่ยังอยู่กับตั๋วผมจ๋นเถิงบ่เด่วนี้เลย...ยังฟัง
ได้ครับ...เป๋นเสียงผม..ไอ่ต้อย...ไอ่หวัด(ลูกจ่าแหวง)... ตะวา...ก่เม๊าท์แตกกั๋นหลายเรื่อง
ไปต๋ามปะสาคนเฒ่าตี้เกยฮู้จักกั๋นมาตั้งแต่เป๋นหล่ะอ่อนต่อนแต่น...จ๋นเป๋นบ่าวแผ่ว...แอ่วสาว
ตวยกั๋น...นอนตวยกั๋น...เฮ้อ....มันก่เป๋นฟามสุขห๋องคนตี้มีอายุแล้วเน๊าะ...บะน่า...เปิ้นเถิงได้
มีกำอู้ไว้ว่า...มักของขม...ชมเด็กสาว...เล่าความหลัง...เอ๊อะ...แป๋ว่า...เฮาเฒ่าล่ะอี้เต๊อะน่อ...
ฮ่ะๆๆๆๆ... แต่....มันกะเป๋นความสุขความทรงจ๋ำห๋องแต่ละคนแต่ละกลุ่ม...ตี้เกยคบกั๋นมา
เน๊าะ... ฮ่ะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ....อยากไค้หัวเป๋นภาษาสเปนเจ้นล้ำ /
ฤทธิ์แมง /
แมงก่ำปุ๊งดำ ขอบคุณนักๆที่ตอบมารวดเร็วทันใจ พี่ออกจากบ้านไปล่นดนตรีตั้งแต่ปี 41ถึงปี 48
ก่อนจะมาอยู่บ้านประมาณ 2 ปีกว่าๆอ้ายธรรมก็ตาย...เพราะกินเหล้าหามรุ่งหามคำจนกระเพาะอาหารฉีกขาด ปลายปีต่อมาไอ่แหวนก็ตามไป...เพราะตับแข็งระยะสุดท้าย-หมอห้ามแล้วว่าดื่มไม่ได้แม้แต่แก้วเดียว...อยากลองของก็เลยเจอของจริง - โดยไม่มีโอกาสให้แก้ตัว อีกไม่กี่เดือนถัดมา แม่พี่ก็เสียด้วยโรคมะเร็งที่ป่วยเรื้อรังมานาน ติดตามมาด้วยคุณ ฮอร์ส แฟนโต้ถูกไฟครอกในอพาร์ทเม้นทร์ที่สวีเดนติดๆกันมา ถัดมากลางปี 48 ปลูกบ้านเสร็จแล้ว พาแฟนมาออยู่บ้านได้ 1 เดือน พ่อพี่ก็ติดตามไป ด้วยด้วยหัวใจล้มเหลว... ชืวิตพี่ต้องเข้าๆออกๆระหว่างวัดกับป่าช้าจนเกือบจะประสาทแดก...
แมงก่ำปุ๊งดำ ตอนนื้บ้านพี่ ก็มีครอบพื่ ครอบครัวของแวว บ้านพ่อแม่อ้ายเหลิมอยู่เป็นหลัก มีอ้ายหนิมซึ่งเลิกกับเมีย มาอยู่ศูนย์โยเรเชียงใหม่-มาพักเป็นครั้งคราว เช่นเดียวกับอ้ายทองที่เป็นตำรวจ ก็มาเป็นครั้งคราว น้องสาวคนโตเป็นพยาบาลอยู่สวนดอก แต่งงานและซื้อบ้านอยู่สันทราย น้องสาวที่อยู่สวีเดนยังอยู่สวีเดน...และแต่งงานใหม่ไปแล้ว
ขอบคุณที่เล่าเรื่องทางโน้นให้ฟัง บ้านเราเปลี่ยนไปเยอะ...ทั้งผู้คนและสิ่งแวดล้อม แต่คนเก่าแก่ก็ยังพอมีเหลือให้ทักทาย ดึกแล้ว...ขอหยุดแค่นี้ก่อนนะ ราตรีสวัสดิ์.
เอ้อเฮ้ย.....อนิจจัง...วัฎะสังขารา....ชีวิตและร่างกาย...เป็นของไม่เที่ยงแท้...เรายืมมันมาจาก
ธรรมชาติ....และอีกไม่นาน...เราก็ต้องคืนลมหายใจให้กับธรรมชาติกันทุกคน...และทอดร่าง
อยู่ใต้พื้นดิน...กลับคืนสู่ธรรมชาติกันอีกครั้ง.... เฮ้อ...ฉะนั้น...ในช่วงที่ ที่เรายังมีชีวิตอยู่นั้น
ควรจะตักตวงหาความสุข...และทำแต่ความดีให้มากเข้าไว้... ไม่ต้องรบราฆ่าฟัน...ไม่ต้องแก่ง
แย่งชิงดีชิงเด่นอะไรกันเลย... เพราะอีกไม่นาน...ธรรมชาติก็จะมาทวงคืนกันทุกคนแหล่ะ.....
ผมก็ขอแสดงความเสียใจกับอ้ายหนอมด้วยนะ...ที่ผ่านมรสุมแห่งการสูญเสียมาแบบที่ตั้งตัว
แทบไม่ติด... แต่...อะไรก็ตาม...ที่มันเป็นความทรงจำที่เลวร้าย...เราก็อย่าไปคิดถึงมัน..ลืมๆ
มันไปซะบ้าง... เหลือไว้แต่ความทรงจำที่ดีๆไว้เท่านั้นก็พอ... เพราะชีวิตคนเรานั้น...มันสั้นนัก/
ขอบคุณอ้ายหนอม...ที่เล่าเรื่องราวทางบ้านอ้ายให้ฟัง... และถ้าโอกาสดีๆมาถึง...เราคงจะได้
พบกันนะครับ /
แมงก๋ำปุ๊งคำ...ลุ่มน้ำขาน /