เรื่องเล่าเล็กๆ จากกระท่อมทุ่งเสี้ยว

ไหลมาจากป่าเขาอันเหงาเงียบ
เย็นยะเยียบลงสู่ถิ่นแผ่นดินใหญ่
พาดผ่านเมืองแห่งตำนานล้านนาไทย
คงคู่เวียงเชียงใหม่มาเนิ่นนาน
เป็นเส้นเลือดของชุมชนบนฟากฝั่ง
ที่ยืนยังเกลียวกลมผสมผสาน
ด้วยพืชผลนาไร่จากแรงงาน
จากสายธารแม่น้ำใหญ่ที่ไหลริน
ตั้งแต่ดึกดำบรรพ์อันไกลโพ้น
ยังอ่อนโยนเป็นมือแม่กระแสสินธุ์
คอยหล่อเลี้ยงผองชนบนแผ่นดิน
มิรู้สิ้นกระแสแผ่กระจาย
ถ้าแม่ปิงถูก “ มือทุน ” มาตัดขาด
เพื่อนำสู่ตลาดไปค้าขาย
เหล่าชุมชนสองฝั่งฟากอันมากมาย
คงถึงคราวล้มละลาย...สิ้นสายน้ำ
เพราะนี่คือ...มือดำอำมหิต
ที่ครุ่นคิดคอยแต่จะขย้ำ
ทรัพยากรท้องถิ่นแผ่นดินธรรม
เพื่อกอบกำผลกำไรให้แก่ตน
ไหลมาจากป่าเขาอันเหงาเงียบ
เย็นยะเยียบในวงแวดแดดและฝน
โอ้ แม่น้ำสีทองของคนจน
จะถูกปล้นแล้วหรือไรในวันนี้.
หมายเหตุผู้เขียน กวีบทนี้ ผมเขียนให้งานนิทรรศการเกี่ยวกับแม่น้ำปิง เมื่อไม่นานมานี้ที่หอศิลป์ มช. ซึ่งจัดโดย “กลุ่มภาคีคนฮักเจียงใหม่” ที่เป็นแกนนำต่อสู้คัดค้านรัฐที่จะทุบฝายทดน้ำพญาคำที่อยู่ห่างจากสะพานเนาวรัฐไปทางทิศใต้ประมาณ 500 เมตร
เพื่อเอี้ออำนวยทางสะดวกให้กับโครงการธุรกิจท่องเที่ยวเรือสำราญ จะได้แล่นเรือจากท่าเรือในเมืองล่องไปเวียงกุมกาม โดยไม่คำนึงถึงเกษตรกรนับพันครอบครัวที่อาศัยน้ำจากระบบส่งน้ำจากฝายพญาคำไปทำการเกษตร ซึ่งเป็นอาชีพหลักของพวกเขา จะต้องเดือดร้อน หากฝายพญาคำที่มีอายุมาหลายชั่วคนถูกทำลาย...

ด้วยเหตุผลที่เขาว่า เป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำท่วมเมืองเชียงใหม่ในหน้าฝน ซึ่งเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นและไม่เป็นความจริง เพราะมีคนคัดค้านกันมากมาย และสามารถชี้ให้เห็นสาเหตุที่แท้จริงหลายสาเหตุ แน่นอนเรื่องนี้ยังไม่ยุติ...

ยื่นหนังสือกรมชลฯ คัดค้านการสร้างประตูระบายน้ำเพื่อทุบฝาย
และในขณะที่ผมกำลังเขียนต้นฉบับนี้ ทาง “กลุ่มภาคีคนฮักเจียงใหม่” กำลังรวบรวมบทความที่ให้รายละเอียดเกี่ยวกับเรี่องนี้จากนักคิดนักเขียนสอง-สามท่าน รวมเล่มพิมพ์เป็นหนังสือชื่อ “เมืองแม่น้ำในหุบเขา” โดยได้รับทุนจัดพิมพ์จากมูลนิธิไทยรักษ์ป่า ในหนังสือเล่มนี้มีบทกวีบทนี้และบทความสั้นๆในเชิงประวัติศาสตร์เกี่ยวกับแม่น้ำปิงที่ผมเขียนอีกชิ้นหนึ่งได้รับเกียรติรวมอยู่ด้วย ครับ-นี่คือที่มาที่ไปของบทกวี “เสียงกระซิบจากแม่ปิง” ที่คุณกำลังอ่าน.
กระท่อมทุ่งเสี้ยว เชียงใหม่
[ Permalink ] . [ 12 ความคิดเห็น ]
ขออนุญาตนำไปประชาสัมพันธ์นะอ้าย
คนฮักน้ำปิงเชียงใหม่หลายๆที่คงยังไม่มีโอกาสรับรู้เรื่องนี้
เคารพ
พ่วง ด้วยความยินดีครับ ไม่ทราบว่าตอนนี้ พ่วงจัดการกับตัวเองอย่างไรกับกลิ่นยาฆ่าแมลงจากสวนส้ม หรือว่าปรับตัวปรับใจ จำยอมรับมันได้แล้ว เป็นห่วงนะ อาจเคยชินจนทนได้...จนไม่รู้สึกอะไร แต่ถ้าสะสมเข้าไว้ในร่างกายไว้นาน คิวที่จะเข้าไปจัดงานในวัดให้ตัวเอง อาจจะมาถึงเร็วก่อนวัยอันควรนะโว้ย ! สารระเหยจากยาฆ่าแมลงใม่ใช่ของเล่น.
ตอนนี้กำลังถมที่สร้างรังใหม่อยู่ครับ
พื้นที่แคบๆ รังเล็กๆเหมาะกับแรงกำลังตนเอง
จะเอาแบบบ้านดินอ้ายแสงดาวแต่คนข้างๆค้อนใสคอแทบหัก..ฮา
.........
ตอนนี้อยู่ในสภาวะนิ่งครับอ้าย
ตั้งลำใหม่ยังไม่ตรงครับ
เคารพ
ชาวบ้านคงขอบคุณที่อ้ายช่วยเป็นกระบอกเสียงช่วยเหลือกันครับ
ไม่ได้แวะมาเสียนาน ด้วยเหตุผลกลต่างๆนานา
แต่ก็ยังไม่เคยลืมเลือนกันแม้สักครัง
ขอบคุณครับอ้าย สำหรับคำแนะนำในครานั้น
ขอบคุณจากใจ
จะติดตามงานอ้ายไปเรื่อยๆนะครับ
คุณ วรวลัญช์ ขอบคุณครับที่เข้ามาอ่านและทักทายกันอยู่เสมอ
อ้ายหนอม อ้ายไปเยือนทักทายแล้วกับ "ถนอมรัก เดือนเต็มดวง" แล้ว
สวัสดีถนอม
เรื่องนี้เพิ่งรู้
แปลกแต่จริงเสมอในประเทศที่คนโลภครองเมือง
ดีแล้ว ช่วยกันเป็นปากเสียง
เอาใจช่วย
ไม่ได้เข้ามาอ่านเสียนาน ....
หาตั้งนานว่าอ้ายหนอมอยู่ตรงไหน ที่แท้เปลี่ยนรูปใหม่นี่เอง 555
ที่บ้านก็ใช้ฝายพญาคำหล่อเลี้ยงชีวิตมานานแสนนาน
ไม่รู้คนมีอำนาจเอาอะไรมาคิด(หรือเขาไม่ได้คิดหว่า)
พัฒนาเอื้อประโยชน์เพื่อนเฉพาะกลุ่ม ได้ไม่เท่าเสีย นั่งนอน ตีลังกาคิดยังงัยก็ไม่คุ้ม
แก้..น้ำท่วมก็ไม่มีน้ำหนัก
นักท่องเที่ยวได้กันเท่าไหรเชียว เข้ากระเป๋ากันแค่กี่คน
มาแล้วก็ไป ทิ้งอะไรไว้ต่างหน้าให้แก้ไข (ขยะ มลพิษ ต้นทุนสิ่งแวดล้อม ฯลฯ)
คำว่า"พัฒนา" มันน่าจะหมายความว่าทำแล้ว ให้ชีวิต วิถี ความเป็นอยู่ สังคม ความเป็นอยู่ โดยรวมดีขึ้นไม่ใช่เหรอ เข้าถึงปัจจัยในการดำรงชีวิตพื้นฐานง่ายขึ้น ไม่ใช่เหรอ
แต่นี่.. มันจะทำให้หลายหมื่นครอบครัวล่มสลาย แล้วมันจะเรียกว่าการพัฒนาได้อย่างไร
แค่ทุกวันนี้ก็แย่พออยู่แล้ว เด็กรุ่นใหม่แทบไม่รู้จักเหมือง ฝายกันแล้ว วิธี ภูมิปัญญาเลือนหาย
วันนี้...บ้านเราไม่คุยกันเรื่องเหตุผลกันอีกแล้ว ใช้แต่ความรู้สึก ใช้แต่อำนาจ ใช้.....
เลยมีแต่ความฉ้อฉล
ขอบคุณภาคีคนฮักเชียงใหม่ และอ้ายหนอมทีช่วยเป็นปากเสียงอีกแรง ครับ
มาชา ผมมีส่วนเข้าไปรับรู้ปัญหา ก้เลยอดพูดไม่ได้ หวังว่าคงสบายดีนะครับ ผมไปไหนไม่ค่อยได้ อะไรๆในยุคของคุณสมัคร มันแพงบัดซบไปหมด
คุณสันป่ากาย ว่ากันว่ามีคนเขาอยากใช้งบประมาณมหาศาลจากโครงการนี้ มากกว่าจะสนใจว่าทำออกมาแล้ว จะมีผลกระทบเดือดร้อนกับใคร นี่กำลังพยายามจะทำให้ได้กันอีกแล้ว บางทีในอนาคตคุณอาจจะต้องชื้อน้ำสายนี้จากรัฐบาล หรือไม่มีโอกาสใช้เลยก็ได้ ถ้าแม่นำปิงส่วนนี้ ถูกช่วงชิงไปรับใช้ทุนอุตสาหกรรม ผมดูสถานการณ์แล้วยากจะต้านทานครับ รูปเก่าผมหน้าตาดูเหี้ยมเกรียม ก้เลยเปลี่ยน เพื่อผู้อ่านจะได้สบายใจ ขอบคุณครับที่เข้ามาพูดคุยด้วย.
นายทุนคิดว่าได้เงินช้าครับ......เพราะว่านายทุนไม่ได้เป็นเกษตรกร....เรื่องก็เลยต้องออกมาเป็นอย่างนี้....ต้องต้านให้อยู่ครับ.....ถ้าต้านไม่อยู่เกษตรกรต้องตายหยังเขียดแน่...
คุณนกเอี้ยงนครเจดีย์ ใช่ครับ มันเป็นเค้กชิ้นใหญ่อันหอมหวาน ที่ใครๆที่ใครๆก็อยากเข้าไปเอาส่วนแบ่งบนความทุกข์ยากของเกษตรกรรม.