เรื่องเล่าเล็กๆ จากกระท่อมทุ่งเสี้ยว
น้องชาย
อย่าสิ้นคิดสิ้นหวังให้มากนักไปเลย
โลกนี้ยังมีคนดีและความดีอยู่
โลกนี้ทั้งโลก...
ไม่ได้มีแต่คนเลวและความชั่วร้าย
อย่างที่น้องชายประณามและสิ้นหวังหรอก
โลกนี้ยังมีคนดีและความดีอยู่มากมาย
มองดูสิ
เห็นไหม
ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
ทุกครั้งที่มีวิกฤตการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นในโลก
ถึงขั้นทำลายล้างชีวิตมนุษย์อย่างมโหฬาร
ไม่ว่าจะเป็นภัยที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ด้วยกัน
หรือภัยที่เกิดจากธรรมชาติ
ไม่ว่าจะเป็น ณ ซีกใดในโลกนี้
เราจะเห็นคนดี
และความดีของพวกเขา
ที่ทำให้โลกนี้...เป็นโลกที่น่ารักน่าอยู่น่าอาศัย
ปรากฏตัวออกมาจากทุกหนทุกแห่ง
จากทุกชาติทุกภาษา
จากทุกซอกทุกมุมของโลก
เพื่อหยิบยื่นความช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์
แด่เพื่อนมนุษย์ที่ประสบกับโศกนาฏกรรมอันใหญ่หลวง
ใช่หรือมิใช่
ทุกครั้งที่โลกเกิดวิกฤตการณ์เช่นนี้
พวกเขาจะพากันหลั่งไหลออกมา
คนแล้วคนเล่า
พวกแล้วพวกเล่า
มากมาย
ราวกับสายน้ำที่หลั่งไหลไม่รู้จักเหือดแห้ง
จนบางครั้งเราเกือบเผลอคิดไปว่า
โลกนี้ทั้งโลก...
นอกจากนักการเมืองที่คอยแต่ทะเลาะเบาะแว้งแย่งชิงอำนาจกัน
และคอยแต่ปกป้องผลประโยชน์ของตัวเองกับพวกพ้อง
โดยไม่แยแสสนใจความทุกข์สุขของประชาชนที่กำลังจะอดตาย
เพราะข้าวยากหมากแพง
คนทุกคนในโลกนี้...
ล้วนแล้วแต่เป็นคนดีด้วยกันหมดทุกคน
น้องชาย
อย่าสิ้นคิดสิ้นหวังให้มากนักไปเลย
โลกนี้ยังมีคนดีและความดีอยู่
ยังมีอยู่และมีอยู่มากมาย
มองดูสิ
เห็นไหม
วันนี้
พวกเขาพากันหลั่งไหลออกมาอีกแล้ว
ออกมาเพื่อช่วยซับน้ำตาให้กับประชาชนชาวพม่า
และชาวจีนบนผืนแผ่นดินใหญ่ที่ประสบกับมหันตภัยธรรมชาติ
จากพายุร้ายและแผ่นดินไหว
ที่ทำให้ผู้คนบาดเจ็บและล้มลงตายในทันทีทันใด
นับเป็นเรือนหมื่นเรือนแสน...
มองดูสิ
เห็นไหม
คนดีและความดี
ที่ทำให้โลกนี้น่ารักน่าอยู่น่าอาศัย-ยังมีอยู่มากมาย
ใช่ เพราะการมีชีวิตอยู่...เป็นเรื่องที่ยากแสนยาก
พวกเขาจึงเป็นคนที่มีคุณค่าความหมาย-ที่เราจะต้องมองหาให้พบ
เพื่อเป็นพลังแห่งความรักและศรัทธาในการมีชีวิตอยู่
แต่ถ้าเธอยังมองเห็นโลกแต่ด้านที่เลวร้าย
แม้แต่พระเจ้าก็คงช่วยอะไรเธอไม่ได้.
20 พฤษภาคม 2551
กระท่อมทุ่งเสี้ยว เชียงใหม่
[ Permalink ] . [ 5 Comments ]
ชีวิต
ชีวิตเป็นเรื่องยาก
เพราะชีวิตเป็นอย่างที่มันเป็น
ไม่ได้เป็นอย่างที่เราอยากให้มันเป็น อย่างนั้น-อย่างนี้
ไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่ชอบ
[ Permalink ] . [ Read more ] . [ 8 Comments ]

[ Permalink ] . [ Read more ] . [ 20 Comments ]

จริงหรือ
ที่เขาพูดกันว่า
เราหว่านเมล็ดใดลงไปในท้องทุ่ง
ถ้าหากเมล็ดนั้น
มิได้เน่าเปื่อยตายด้วยสาเหตุใดสาเหตุหนึ่ง
มันย่อมจะงอกงามเติบโตให้พืชผลแก่เรา
ตามชนิดของเมล็ดพืชพันธุ์นั้น
ดังเช่นชาวนาหว่านเมล็ดข้าวลงไปในท้องทุ่ง
เขาก็ย่อมได้ต้นข้าวและเมล็ดข้าว
เป็นผลของการหว่านเมล็ดลงไปในท้องทุ่ง
เมื่อถึงวาระแห่งการงอกงามเติบโตและแตกดอกออกผล
จริงหรือ
ที่เขาพูดกันว่า
การกระทำทุกอย่างทางกาย วาจา และ ใจของคนเรา
ที่เราได้กระทำต่อสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวัน
ที่ต้องเกี่ยวข้องกับผู้คน โลก และสังคม
ถ้าหากการกระทำนั้นมิได้เป็นโมฆะ
เหมือนเมล็ดพืชพันธุ์ที่เน่าเปื่อย
เราย่อมได้รับผลแห่งการกระทำที่เกิดขึ้น
เช่นเดียวกับคนหว่านเมล็ดพืชพันธุ์ลงไปในท้องทุ่ง
นั่นคือกระทำเหตุเช่นใด
ย่อมได้ผลแห่งการกระทำตามเหตุนั้น
จริงหรือ
ที่เขาพูดกันว่าผลแห่งการกระทำ
ทุกการกระทำที่เราได้กระทำลงไปแล้ว
บางสิ่งบางอย่างจะปรากฏผลแก่ตัวเรา-ในทันทีทันใด
บางสิ่งบางอย่างต้องรอคอยเป็นเวลานาน
บางสิ่งบางอย่างเวลาผ่านไปเนิ่นนานจนเราหลงลืม
จึงจักก่อเกิดผล…
และเราต้องได้รับผลแห่งการกระทำนั้น
ตามเหตุที่เราได้กระทำเอาไว้…โดยไม่มีทางหลีกเลี่ยง
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ดีงามหรือเลวร้าย-หนักหรือว่าเบา
จริงหรือ
ที่เขาพูดกันว่า
ความเชื่อที่เด็กอมมือก็สามารถเข้าใจได้ง่ายๆนี้
เป็นความเชื่อพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของมนุษย์
และคนทุกคนควรจะเชื่อและยึดถือเป็นหลักปฏิบัติ
เพื่อที่เขาจะได้ดำเนินชีวิตไปโดยราบรื่น
และปลอดภัยในสันติสุขของชีวิต
ทั้งต่อตัวเองและผู้อื่น…
จริงหรือ
ที่ความเชื่ออันเก่าแก่โบราณ
ผ่านกาลเวลามาถึง 2500 กว่าปีนี้
เป็นความจริง…
จริงหรือ
จริงหรือ
จริงหรือ
กระทำเหตุเช่นใดย่อมได้รับผลแห่งการกระทำเช่นนั้น
เราลองมาท้าทาย…
เพื่อพิสูจน์และตรวจสอบความเชื่อนี้กันดีไหม
ว่า “ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว” เป็นสัจธรรมอันเที่ยงแท้หรือไม่
สาธุชนท่านใด-คับข้องใจและสงสัย
เชิญเร่เข้ามาร่วมกันลองของโดยไว
สวัสดี.
19 เมษายน 2551
กระท่อมทุ่งเสี้ยว เชียงใหม่
[ Permalink ] . [ 11 Comments ]
ลมแล้งโชย…ปลิดโปรยใบไม้แห้ง
สีส้มแดง เหลือง น้ำตาล หวานอมเศร้า
ร่วงหล่นลอยเคว้งคว้างมาบางเบา
ซบลานดินเงียบเหงา…บอกเล่าธรรม
บอกเล่าธรรม-ธรรมชาติการผลัดเปลี่ยน เพื่อหมุนเวียนใบชราเก่าคร่าคร่ำ
ใบที่ผ่านการพลิ้วพรายการร่ายรำ ใบที่ตรำตากงานมานานพอ
ใบที่ถึงคราวต้องพรากจากกิ่งก้าน ปล่อยวางงานให้ใบใหม่ได้สานต่อ
บนกิ่งก้านเปลือยเปล่าที่เฝ้ารอ ใบใหม่ก่อเกิดใหม่ได้สำแดง
งานซึมซับแสงแดดและสายลม เพื่อเพาะบ่มลำต้นตรงคงเข้มแข็ง
จึงต้องปลิดใบชราล้าโรยแรง ในหน้าแล้งของทุกปีที่มาเยือน
แต่ละใบ…แต่ละใบ…บนกิ่งก้าน เพียงลมพานมาน้อยนิดปลิดใบเกลื่อน
เพื่อลำต้นอยู่รอด ตลอด วัน ปี เดือน ไม่เคยเคลื่อนคลาดกำหนดกฎธรรมชาติ.
หมายเหตุ ภาพประกอบ ของ 'วินัย ปราบริปู' หอศิลป์เมืองน่าน10 เมษายน 2551
กระท่อมทุ่งเสี้ยว เชียงใหม่
[ Permalink ] . [ 10 Comments ]

เป็นอย่างที่เธอเป็นเช่นนั้นแหละ
ไม่ต้องแตะแต้มแต่งแสร้งเสกสรรค์
เป็นอย่างที่เธอเป็นเช่นทุกวัน
ไม่ต้องปั้นเปลี่ยนสีหน้าท่าทางใด
พูดอย่างที่เธอพูดอย่างนั้นแหละ ไม่ต้องแตะแต่งถ้อยร้อยคำใหม่
พูดสั้น-สั้น กลั่นออกมาจากหัวใจ เหมือนเคยใช้ทุกวันนั้นดียิ่ง
คิดอย่างที่เธอคิดอย่างนั้นแหละ ไม่ต้องแตะแต่งจริตคิดเพริศพริ้ง
คิดอย่างที่เธอรู้สึก นึกคิด จริง กับทุกสิ่งในระบอบ รอบ-รอบกาย
อยู่อย่างที่เธออยู่อย่างนั้นแหละ ไม่ต้องแตะแต่งสามัญอันเรียบง่าย
ด้วยแสงสีจัดจ้าจนพร่าพราย จนความอาย ไม่มี-ที่ซ่อนหน้า
เป็นอย่างที่เธอเป็น…เช่นนี้เถิด อย่าเตลิดหลงใหลไปไขว่คว้า
เป็นอะไรที่เป็นอื่นฝืนอัตตา สูงเทียมฟ้า ยิ่งดูชั่ว-ใช่ตัวเรา
งดงามแล้ว ควรเพียงพอ-อย่าต่อเติม ไปสร้างเสริมแนวทางเอาอย่างเขา
เป็นชาวดิน งามตามถิ่น-ดินกล่อมเกลา ถึงงาม เศร้า แต่ก็มีศักดิ์ศรีดิน
รักอย่างที่เธอเป็นเช่นนี้แหละ ไม่ต้องแตะแต้มแต่งให้ใครถวิล
รักอย่างที่เธอเป็นมาเป็นอาจิณ รักในวิญญาณ ซื่อ ใส ในตัวเธอ.
8 เมษายน 2551
กระท่อมทุ่งเสี้ยว เชียงใหม่
[ Permalink ] . [ 6 Comments ]
ยิ่งชูก้านกิ่งใบไปสู่ฟ้า
ราวจักคว้าดวงตะวันอันสุกใส
ลงจากฟ้ามาเล่นเป็นโคมไฟ
ส่องดวงใจตกอับคนคับแค้น
และยิ่งสูงขึ้นไปจนไกลลิบ
ราวจักหยิบดวงดาวพร่างพราวแสน
มาเรียงร้อยสร้อยดาววับวาวแทน
สร้อยใส่แขนเจ้าสาวผู้หนาวรัก
ยิ่งต้องหยั่งรากลึกลงสู่ดิน
ดูดดื่มกินโลกธาตุอย่างหน่วงหนัก
ทุกเส้นสายชอนไชลงไกลนัก
เพื่อที่จักเติบใหญ่ให้ร่มเงา
เพื่อผลิดอกออกผลจนสุกงอม
เพื่อโน้มน้อมกิ่งลงดำรงเผ่า
เพื่อสืบเนื่องชีวิตนี้แนบเนา
เพื่อกล่อมเกลาโลกขมขื่นให้ชื่นบาน
เพื่อที่จักตายไปในวันหนึ่ง
เมื่อยามถึงกาลเวลามาเรียกขาน
ทอดกายลงพักผ่อนนอนนิ่งนาน
อยู่ในกาลนิรันดร์สงบเงียบ.
27 มีนาคม 2551
กระท่อมทุ่งเสี้ยว เชียงใหม่
[ Permalink ] . [ 3 Comments ]

วิถีในทางโลกและทางธรรม
มันเป็นเรื่องที่ตรงกันข้ามและสวนทางกันแทบทุกกรณี เช่น ในขณะที่ทางโลกสอนให้เรายึดมั่นถือมั่นเอาโน่นเอานี่ แต่ทางธรรมกลับสอนให้เราลดละปล่อยวางทั้งสิ่งที่เป็นวัตถุธรรมและนามธรรม เพื่อจะนำชีวิตไปสู่การหลุดพ้นจากความทุกข์ จากมุมมองของผม ซึ่งเป็นคนที่ยังมีกิเลสค่อนข้างหนาหนัก ผมว่ามันเป็นเรื่องที่ยากแสนยากที่ปุถุชนคนธรรมดาอย่างเราๆท่านๆที่ยังติดข้องอยู่ในโลก จะเดินเข้าไปสู่ทางธรรมได้ ถ้าหากไม่มีเหตุปัจจัยอะไรสักอย่าง ทำให้เกิดความศรัทธาและแรงบันดาลใจอันใหญ่หลวง ดึงดูดให้เข้าไป
โดยเฉพาะการเดินเข้าไปสู่ทางธรรมในฐานะนักปฏิบัติ เพราะมีแต่เรื่องที่ต้องฝืนใจและฝืนความเคยชินที่เราคุ้นเคยไปแทบทุกอย่าง
เมื่อพระผู้เริ่มฝึกหัดปฏิบัตินั่งวิปัสสนากรรมฐานองค์หนึ่ง
ณ สำนักปฏิบัติธรรมของหลวงพ่อชา วัดหนองป่าพง จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นพระอาจารย์สายวิปัสสนากรรมฐานชื่อดัง และเป็นที่รู้จักกันทั่วไปทั้งประเทศ ได้เกิดความหงุดหงิดและรำคาญเพื่อนพระที่เริ่มมาฝึกหัดปฏิบัติด้วยกัน เพราะไม่เอาใจใส่ในการปฏิบัติ และได้ปรารภกับหลวงพ่อชาในเชิงขอความเห็นว่า
“มีหลายครั้งหลายหน ที่ดูพระหลายรูปที่นี่ไม่ฝึกปฏิบัติ ดูท่านไม่ใส่ใจจะทำหรือขาดสติ เรื่องนี้กวนใจผม”
คำตอบจากหลวงพ่อชา แทนที่จะเป็นคำตอบที่ผมคาดหมายเอาไว้ตามฐานและกรอบการคิดที่เราคุ้นเคยกัน กลับเป็นคำตอบที่ตรงกันข้าม และทำให้ผมรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าจนแน่นิ่ง…และหยุดคิดว่า
“มันไม่ถูกต้องที่จะคอยจับตาดูผู้อื่น นี่ไม่ช่วยการฝึกปฏิบัติของท่านเลย ถ้าท่านรำคาญใจก็จงเฝ้าดูความรำคาญในใจของท่าน ถ้าศีลของคนอื่นบกพร่องหรือเขาเหล่านั้นไม่ใช่พระที่ดี ก็ไม่ใช่เรื่องของท่านที่จะไปตัดสิน ท่านจะไม่เกิดปัญญาจากการจับตาดูผู้อื่น ไม่มีใครสามารถปฏิบัติให้ท่านได้ หรือท่านก็ไม่สามารถปฏิบัติให้ผู้อื่นได้ จงมีสติในการปฏิบัติของตัวท่านเอง และนี่คือแนวทางของการปฏิบัติ”
[ Permalink ] . [ Read more ] . [ 4 Comments ]
น้องชาย
น้องชายที่รักของข้า
จงฟังคำของข้าและจำใส่ใจเอาไว้ให้ดี
อาวุธที่น่ากลัวที่สุดของมนุษย์ คือ ภาษาของมนุษย์
ไม่ว่าเจ้าจะเกิดมาเป็นมนุษย์ที่มีภาษาที่ดีหรือว่าเลว
จงจำใส่ใจเอาไว้ให้ดีภาษาที่เจ้ามีอยู่และกำลังใช้สื่อสาร
มันสามารถที่จะเป็นได้ทั้งข้าทาสผู้รับใช้และเป็นนายของตัวเจ้า
[ Permalink ] . [ Read more ] . [ 9 Comments ]
แล้วในที่สุดก็ถึงวันนี้
วันที่อดีตท่านนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้เดินทางกลับเมืองไทยโดยสายการบินไทยเที่ยวที่ ที จี 603 ที่ร่อนลงบนรันเวย์ของสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อเวลา 09.40น.ของวันที่ 28 ก.พ. เพื่อกลับมาต่อสู้คดีทุจริตจัดซื้อที่ดินถนนรัชดา ที่ท่านตกเป็นจำเลยที่หนึ่ง รวมทั้งข้อกล่าวหาอื่นๆในช่วงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ท่ามกลางความดีอกดีใจของฝ่ายที่สนับสนุนที่พากันไปต้อนรับอย่างเอิกเกริก และท่ามกลางความตึงเครียดของฝ่ายคัดค้าน ที่เริ่มส่งเสียงคำรามฮึ่มๆ ออกมาประปราย
ถึงแม้การยอมรับกลับมาต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรมในสังคมของอดีตท่านนายกฯ จะเป็นคำตอบเดียวที่ดีที่สุดที่สังคมทุกฝ่ายอยากจะเห็น แต่ก็ยังมีคนเกรงกลัวและหวาดระแวงอยู่
เพราะอดีตท่านนายกฯผู้นี้ เราต้องยอมรับความจริงกันว่า ท่านเป็นผู้นำของประเทศคนแรกในประวัติศาสตร์การเมืองระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทย ( หรืออาจจะเป็นคนแรกของโลก ) ที่ถูกปฏิวัติรัฐประหาร และลี้ภัยอยู่นอกประเทศ นอกจากจะไม่มีใครสามารถทำลายท่านให้ย่อยยับแบบไม่ให้ผุดให้เกิดเหมือนคนอื่นๆ แล้ว ท่านยังสามารถกลับคืนบ้านเมืองมาต่อสู้กับคดีความผิดและข้อกล่าวหาที่ท่านบอกกับสังคมว่า ตัวท่านและครอบครัวไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างสง่างาม และน่ามหัศจรรย์ราวกับปาฏิหาริย์
ปรากฏการณ์ที่แปลกใหม่นี้
จึงเป็นที่ร้อนๆ หนาวๆ ของฝ่ายที่คัดค้าน ที่หวาดหวั่นว่าจะมีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมอย่างช่วยไม่ได้ ซึ่งเรื่องนี้ คุณหมอประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโสผู้ปรารถนาดีต่อบ้านเมืองเสมอมา ได้แสดงความเห็นในเชิงชี้นำให้กับสังคมทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรักหรือเกลียดคุณทักษิณ ฝ่ายที่วางตัวเป็นกลางไม่รักไม่เกลียด รวมทั้งฝ่ายที่ไม่เอาไหนเลย หรือเอายังไงก็ได้ทั้งนั้น เพราะพวกเขาต่างปลงตกและคิดว่า...บ้านเมืองนี้ไม่ใช่ของพวกเขาเสียแล้ว-เอาไว้ว่า
“พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นบุคคลที่มีทั้งคนรักและไม่รักเป็นจำนวนมาก จนเป็นปรากฏการณ์ที่แปลกใหม่ แบ่งแยกคนในสังคมไทย ดังนั้นสังคมจะต้องช่วยกันระมัดระวังไม่ให้ความคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน นำไปสู่ความแตกแยกที่รุนแรง แม้แต่ละฝ่ายจะทะเลาะกันก็ไม่เป็นไร แต่ขอให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามกรอบของกฎหมาย ใช้สันติวิธีแก้ปัญหา...”
[ Permalink ] . [ Read more ] . [ 12 Comments ]