ลอยไปกับสายน้ำ
หลังการเดินทางอันเหนื่อยล้าด้วยการล่องเรือข้ามวันข้ามคืนในแม่น้ำโขงสิ้นสุดลง ผมพบว่าตัวเองกลายเป็นคนติดการฟังเป็นชีวิตจิตใจ บางครั้งในยามเย็นที่ขี่รถมอเตอร์ไซค์ (ขออภัยที่ไม่ใช้จักรยาน เพื่อการประหยัดพลังงาน) ไปซื้อกับข้าว ผมพบว่า รถเข็นขายอาหารสำเร็จรูปจำพวกแกงถุงของลุงรัญเจ้าเก่าในซอยวัดโป่งน้อยมีเรื่องเล่าหลายเรื่องให้ผมต้องนิ่งฟัง
เรื่องเล่าหลายเรื่องที่ผู้ซื้อนำมาเล่าให้พ่อค้าฟัง และหลายเรื่องเช่นกันที่พ่อค้าได้นำมาเล่าให้ลูกค้าฟัง บางเรื่องที่ผมได้ยิน ผมก็เลยผ่านเลยไป แบบว่าฟังพอผ่านๆ แต่บางเรื่องต้องนำกลับมาคิดต่อ และคิดเอาเองเป็นวรรคเป็นเวรเสียด้วยอย่างเช่นเรื่องที่ผมจะเล่าให้ฟังต่อไปนี้
ลุงรัญเล่าให้ฟังว่า “หลังจากประเทศเราได้รัฐบาลใหม่ คนที่ถูกขนานนามว่า รากหญ้ามีความยินดีปรีดาเป็นอย่างมาก เพราะนโยบายเก่าๆ ที่รัฐบาลชุดที่ผ่านมาได้เคยทำไว้จะถูกนำมาสานต่ออีกครั้ง อย่างโครงการเงินล้านก็จะกลับมาอีกครั้ง และนโยบายหลายส่วนคนทั้งประเทศก็จะได้รับผลประโยชน์ อย่างโครงการผันน้ำโขงให้คนในภาคอีสานที่รัฐบาลโดยท่านผู้นำที่หน้าตาไม่ค่อยหล่อแถมพูดไม่เพราะในบางครั้งกำลังตัดสินใจที่จะทำ คนอีสานก็ได้ประโยชน์ เพราะจะได้ทำนากันตลอดปี ที่สำคัญแผ่นดินอีสานที่ได้รับการขนานนามว่า เป็นดินแดนแห่งความแห้งแล้งก็จะได้ไม่แล้งอีกต่อไป”
นอกจากลุงรัญจะพูดถึงโครงการนี้แล้ว แกยังพูดถึงอีกหลายโครงการของรัฐบาลจนผมนึกว่า แกเป็นโฆษกรัฐบาลที่มีหน้าที่แถลงนโยบายของรัฐบาล หลังนิ่งฟังการแถลงนโยบายของรัฐบาลโดยคนรากหญ้าเสร็จสิ้นลง กับข้าว ๓-๔ อย่างก็ถูกส่งใส่มือ ก่อนออกจากร้านค้ารถเข็ญขวัญใจคนรากหญ้า ผมกลับรู้สึกอิ่มใจจาการฟังครั้งนี้อย่างประหลาด และรู้สึกว่าตัวเองไม่เคยนิ่งฟังอะไรได้นานอย่างนี้มาก่อน
เมื่อกลับมาถึงบ้านกับข้าวก็ถูกนำไปวางไว้บนขันโตกในห้องครัว แล้วผมก็มานั่งครุ่นคิดอะไรบางอย่างตรงม้านั่งนอกบ้าน ผมจะไม่คิดมากเลยหากว่า เรื่องที่ผมได้ยินเป็นเรื่องไกลตัวผม แต่เรื่องที่ผมได้ยินเป็นเรื่องใกล้ตัวผมจนยากที่จะสลัดมันหลุดทิ้งไปได้ อย่างที่ ๑ ในฐานะลูกอีสาน ผมไม่เคยปฏิเสธว่าอีสานไม่แห้งแล้ง และที่สำคัญน้ำก็เป็นส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญต่อคนอีสานมากเช่นกัน แต่ในขณะที่รัฐบาลหลังการรัฐประหาร และดูเหมือนว่า หลังการเลือกตั้งแล้วเสร็จ และได้เป็นแกนนำรัฐบาลสมใจ ท่านผู้นำก็เริ่มเสนอนโยบายใหม่ๆ หลายอย่าง หนึ่งในนั้นที่ท่านผู้นำย้ำเป็นนักหนาว่า จะต้องทำให้ได้คือ โครงการผันแม่น้ำโขง เพื่อคนอีสาน
หากว่ารัฐบาลใหม่อยู่ครบเทอม (๔ ปี) โครงการนี้อาจดำเนินไปข้างหน้า สิ่งที่เป็นคำถามของผมคือว่า รัฐบาลใหม่จริงใจกับพี่น้องคนอีสานมากน้อยแค่ไหน? ในฐานะคนอีสานคนหนึ่ง ผมกลับคิดว่า รัฐบาลใหม่ไม่ได้มีความจริงใจต่อคนอีสานเลยแม้แต่น้อย ถึงแม้ว่าท่านจะนำเสนอโครงการผันน้ำ เพื่อแผ่นดินอีสานจะได้มีน้ำใช้ และอีสานก็จะไม่แล้งอีกต่อไป คนอีสานจะได้ทำนาทั้งปี ที่สำคัญคนอีสานจะต้องไม่พลัดถิ่นอีกต่อไป อะไรเป็นสาเหตุที่รัฐบาลนี้ไม่มีความจริงใจให้กับคนอีสานในทัศนะของผม
หากมองไปที่นโยบายเรื่องการผันน้ำโขงเพื่อแผ่นดินอีสาน เราจะได้พบว่า มันเป็นเพียงนโยบายที่จงใจหลอกคนอีสานโดยตรง เพราะน้ำโขงที่จะผันมาให้คนอีสานใช้ ซึ่งในทางวิชาการเรียกว่า การผันน้ำระบบท่อ การผันน้ำจากแม่น้ำโขงนั้น รัฐบาลยังคงไม่ได้ศึกษาอย่างแท้จริงว่า วันนี้เกิดอะไรขึ้นกับแม่น้ำโขง และน้ำที่ผันมานั้นคนอีสานผู้เป็นเจ้าของพื้นที่จะได้ใช้ประโยชน์ช่วงไหน อีกอย่างหนึ่งสิ่งที่รัฐบาลใหม่ต้องทบทวนโครงการนี้ให้ดีคือ วันนี้เรารู้อย่างแท้จริงแล้วหรือยังว่า น้ำโขงที่จะผันมานั้น คุณภาพของน้ำเหมาะสมกับการทำเกษตรในหน้าแล้งแล้วหรือยัง?
การผันน้ำโขงผ่านท่อแล้วนำมาเก็บไว้ในอ่างเก็บน้ำ หากน้ำที่ผันมาเป็นช่วงหน้าฝน สารเคมีในภาคเกษตรที่โดนฝนชะล้างลงสู่แม่น้ำ เราก็จะได้อ่างเก็บน้ำที่เต็มไปด้วยสารเคมี และน้ำที่นำมาเก็บไว้บนอ่างเก็บน้ำ เพื่อรอการปล่อยน้ำในช่วงหน้าแล้ง น้ำในอ่างเก็บน้ำก็เสี่ยงที่จะมีความเน่าเสีย และนี่คือคำถามอีกข้อหนึ่งว่ารัฐบาลใหม่จริงใจกับคนอีสานมากมายแค่ไหน ท่านถึงกล้าปล่อยน้ำเสียจากการกักเก็บในอ่างมาสู่ไร่นาของคนอีสาน
เราในฐานะคนอีสานเห็นดีเห็นงามกับโครงการนี้แล้วหรือยัง และเราพร้อมที่จะเป็นเหยื่อจากการหลอกลวงแล้วหรือยัง หากว่าเราพร้อมแล้ว สิ่งที่เราต้องติดตามกันต่อไปคือ เมื่อเขาปล่อยน้ำไปแล้ว การจัดการน้ำที่ไหลไปตามท่อจะอยู่ในมือของใคร ชาวบ้านคนท้องถิ่นหรือว่าเจ้าหน้าที่รัฐ และงบบริหารจัดการจะมาจากไหน แน่ละสิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ เมื่อน้ำถูกปล่อยไปสู่ไร่นาของผู้ใด ผู้ใช้น้ำก็จะต้องจ่ายค่าน้ำในจำนวนที่เราใช้ไป และเมื่อเวลานั้นมาถึง พี่น้องชาวอีสานดินแดนที่ราบสูงอันอุดมไปด้วยความแห้งแล้ง เราก็จะได้พบความจริงที่ว่า ‘ในน้ำมีปลา ในนามีมิเตอร์’
คำว่า ‘ของฟรีไม่มีในโลก’ คงเป็นคำพูดที่ใช้ได้จริงเมื่อเวลานั้นมาถึง ในฐานะคนอีสานคนหนึ่งจึงได้แต่เพียงอยากบอกพี่น้องคนอีสานด้วยกันว่า เราจะยอมเป็นเหยื่อของนอมินีกระนั้นหรือ หรือว่าเราจะต้องร้องเพลงถึงเขาหลอกแต่เต็มใจให้หลอก ผมในฐานะลูกอีสานไม่อยากให้พี่น้องคนอีสานต้องเป็นอย่างนั้น และยอมรับชะตากรรมอย่างนั้น ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะลุกขึ้นมาบอกท่านผู้นำของเราว่า ‘พอกันทีกับการหลอกลวง และโกหกของท่าน’ และท่านผู้นำเสนอโครงการนี้เสร็จอย่าลืมจับจมูกของตัวเองนะครับว่า มันยาวขึ้นมาเพิ่มเหมือนพิน๊อคคิโอหรือเปล่า...
[ Permalink ] . [ 14 ความคิดเห็น ]
แล้วทำไงคนอีสานจะเข้มแข็ง มีศักดิ์ศรีมากกว่าที่เป็นอยู่นี้ละ
ทำไมคนอีสานไม่จองหองมากกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้
ทำไมคนอีสานต้องถูกดูถูกอยู่เรื่อง มันเห็นเราเป็นควายใช่มะ
ทั้งๆที่รู้ว่าเค้าหลอกก็ยังเต็มใจให้หลอก
และที่แย่กว่านั้น ไม่มีปัญฯญาจะรู้เลยว่าเค้าหลอกนี่ซิยิ้งร้ายใหญ่
ถึงเวลาหรือยัง ที่เราจะลุกขึ้นอย่าหยิ่งผยองบ้าง
รวมตัวกันดีมั้ย
เพื่อกรอกหูพี่น้องชาวอีสานทุกคนให้มีศักดิ์ศี ให้หยิ่ง ให้มีความภาคภูมิใจในชาติกำเนิด
เราจะไม่ยอมให้ใครเอาบุคลิกหรือเอกลักษณ์ประจำถิ่นของเรามาเป็นที่ขบขันอีกต่อไป
ให้มันรู้บ้างว่าไผเป็นไผซะบ้าง
แล้วทำไงคนอีสานจะเข้มแข็ง มีศักดิ์ศรีมากกว่าที่เป็นอยู่นี้ละ
ทำไมคนอีสานไม่จองหองมากกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้
ทำไมคนอีสานต้องถูกดูถูกอยู่เรื่อย มันเห็นเราเป็นควายใช่มะ
ทั้งๆที่รู้ว่าเค้าหลอกก็ยังเต็มใจให้หลอก
และที่แย่กว่านั้น ไม่มีปัญญาจะรู้เลยว่าเค้าหลอกนี่ซิยิ่งร้ายใหญ่
ถึงเวลาหรือยัง ที่เราจะลุกขึ้นอย่าหยิ่งผยองบ้าง
รวมตัวกันดีมั้ย
เพื่อกรอกหูพี่น้องชาวอีสานทุกคนให้มีศักดิ์ศรี ให้หยิ่ง ให้มีความภาคภูมิใจในชาติกำเนิด
เราจะไม่ยอมให้ใครเอาบุคลิกหรือเอกลักษณ์ประจำถิ่นของเรามาเป็นที่ขบขันอีกต่อไป
ให้มันรู้บ้างว่าไผเป็นไผซะบ้าง
ใครทำงานสื่อหนังสือพิมพ์ วิทยุ ทีวี สื่ออินเตอร์เน็ตก็สอดแทรกทัศนคติที่หยิ่งผยองในถิ่นกำเนิดมันมันเข้าไป สอนใหhอับอายกับการแบมือรับของบริจาคบ้าง
ทุกที่ทุกเวลาทุกสถานที่แทรกมันเข้าไป
ใครที่เป็นนักร้องนักแต่งเพลงหยุดเดี๋ยวนี้เลยเอ็งที่แต่งเพลงให้เห็นแต่ความด้อยค่าตลกขบขันของคนอีสานหัดพัฒนาบ้าง
คนเป็นครูยิ่งสมควรปลูกฝังค่านิยมให้เด็กรุ่นหลังมันใหม่ ล้างสมองมันไปเลย
ส่วนนักการเมืองเหรอ ตูไม่หวังพึ่งม่างมันหรอก
ใช้เราต้องเป็นตัวของเราเอง อาจต้องใช้เวลาบ้างเพื้อขยายความคิดและแนวร่วมให้กว้างใหญ่ไพศาล เมื่อเถิงเวลานั้น " น้ำก็จะท่วมฟ้า ปล้ก็จักกินดาว"
ฉันชอบเพลงสาวลาดพร้าวมาก โจ๊ะดี
หวัดีคับอ้ายแสงดาว ถ้าปลากินดาวแล้วจะมีแสงดาวบ่หนอ หรือว่าแสงดาวจะเป็นดาวแนวใด วานบอกข้าน้อยด้วย (ฮา) เรื่องงาน 100 วันพี่มดกำลังดำเนินการเขียนเล่าบรรยากาศอยู่ครับ คงได้ติดตามกันในไม่ช้า ระลึกถึงเสมอคับ
คำไม่คมวันนี้เสนอคำว่า
(ดื่มวันละนิด จิตแจ่มใส่)
ชอบเรื่องนี้จัง อ่านแล้วรู้สึกว่ารักท่านนายกคนนี้ม๊ากขึ้นอีก จนอยากให้หมดวาระไวไว (555)
ดาวในความหมายของอ้าย หรือที่น้าหงาแต่งเพลงนี้ ก้อคือ พวกดาวที่คิดว่าตัวเองสูงส่ง อยู่บนฟ้า อยู่สูง เหนือคนอื่น แล้วดูถูก เอาเปรียบประชาชนบนดินนิรันดร์มา ปลาก้อคือประชาชนนี่แหละ ถ้าได้รวมกันเป็นใหญ่ในแผ่นดินแบบรวมหมู่เมื่อไหร สัญญลักษณ์แห่งดาวบนฟ้าก็จักต้องสูญสลายมลายไป ฉะนั้นพวกดาวบนฟ้าทั้งหลาย กรูณาลงมาสู่ดินซะเถอะ
ส่วนอ้ายแสงดาวฯ เป็นดาวบนดิน , เจ้า ... แล้วเจอกัน คับ บุญฮักษษ เน้อ มาตร
เพลงสาวลาดพร้าว มันก็ขำดีนะท่านโอยา...ไม่ได้บอกว่ามันไม่ขำนี่ แต่ไม่ชอบที่มันไม่พัฒนาเข้าใจมะ มันซ้ำซาก เพลงอีสานเพลงพื้นบ้านอีสานเนื้อหามันขำทั้งนั้นแหละ แต่อยากฟังอะไรที่มันเดินหน้ามั่ง
เพราะตอนนี้มันไม่ทำให้ลูกอีสานเลือดใหม่เกิดความภาคภูมิใจในการเป็นลูกอีสาน
ฟังแล้วมันทำให้ลูกสาวต้องเดินห่อตัว หรือท่าจะดีคือไม่มีตัวตนในสายตาคนอื่นไปเลย
มันไม่ใช่ว่าเราอายในความเป็นลูกอีสานนะ แต่ขออะไรที่ฟังแล้วมันภาคภูมิใจได้มะ
หรือฟังแล้ว เกิดวามรู้สึกว่า ...โอ้โหหหหหหหห นี่เพลงอีสานเหรอ คนอีสานเหรอ ดนตรีอีสานเหรอ นักร้องอีสานเหรอ......อะไรก็เหอะที่น่าภูมิใจน่ะ ทำเป็นมะ
แล้วก็ไม่ชอบมากๆที่คนอีสานไม่มีความหยิ่ง ไม่มีความโกรธด้วย เวลาที่เราถูกเอามาล้อ
เหมือนว่าเรายอมจำนนกับคำพูดพวกนั้นหมด
อยากให้คนอีสานทุกคนลุกขึ้นมาโวยวายบ้างนิ มันผิดมากมั้ย
ลุกขึ้นมาโวยบ้างเวลาเพลง ละคร ข่าว บทความ หรืออะไรก็แล้วแต่ ที่พาดพิงถึงคนอีสานในเชิงดูถูก ตลกขบขัน โวยให้มันดังทั่วประเทศ ทั่วโลกเลยดิ คนที่เคยยอมแต่ตกอยู่เบี้ยล่างมันจะได้ฮึดยอมมีปากลุกขึ้นโวยบ้าง
.....ยังบ่นไม่จบ มีต่อภาค 2
พิมพ์ผิด.......บรรทัดที่ 4...
"
แก้เป็น.....
"ฟังแล้วมันทำให้ลูกสาวต้องเดินห่อตัว หรือท่าจะดีคือไม่มีตัวตนในสายตาคนอื่นไปเลย "
อ้าว ! ลืมแก้
ที่ถูคือ
"ฟังแล้วมันทำให้ลูกอีสานต้องเดินห่อตัว หรือท่าจะดีคือไม่มีตัวตนในสายตาคนอื่นไปเลย "
ลูกอีสาน .... ไม่ใช่ลูกสาว ตาลาย เพราะอารมณ์กำลังกรุ่นได้ที่
ขอระบายภาค 2 ต่อละนะ
ขอปรากฎการณ์ที่คนอีสานซักคนจะลุกขึ้นมาเรียกร้องศักดิ์ศรีบ้างก็ดีนะ
เอาให้โลกรู้ซักทีไดhมะ ว่าคนอีสานไม่ใช่อึอึ(คี่คี่)
เพราะตอนนี้มันชาติกำเนิดของเรามันกำลังกลายเป็นคำดูถูกสำหรับคนอื่นไปแล้ว ไม่เว้นแม้แต่เด็กเล็กหัวเท่ากำปั้น เวลามันเห็นพฤติกรรมไม่เข้าท่าของคนอื่นมันบอก "เสี่ยว"
แต่ม่าง..ไอ้ลูกเสียวทั้งหลายที่อาจเคยได้ยินคำพูดแบบนี้ มันยังนั่งอมสากเฉยอยู่
ทำไมมันต่ำต้อยจริงวะ แล้วเมื่อไหร่ปลามันจะได้กินดาวซะที ฝันไปเหอะ ชาติหน้าตอนบ่ายมันคงได้กินแหละ
ว่างๆพากันมาดูงานที่ภาคใต้หน่อยนะ มาดูว่าทำไมคนใต้ถึงเข้มแข็งนักในเรื่องนี้
ขนาดนักการภารโรงที่ทำงานนะ เค้ายังมีศักดิ์ศรีในความเป็นคนของเค้ามากกว่าที่ข้าราชการระดับสูงชาวอีสานอีก นักการฯที่นี่ถูกไล่ออกเพราะผู้บังคับบัญญาหาว่ากระด้างกระเดื่องต่อคำสั่ง นักการฯคนนี้เค้าไม่เสียใจเลยที่จะต้องไปหางานใหม่ เค้าจะเสียใจมากกว่าถ้าเค้าไม่ได้ลุกขึ้นพูดถึงความอยุติธรรมที่เค้าได้รับ ต่อให้ต้องแลกด้วยการต้องถูกไล่ เค้าก็ไม่เห็นแคร์ นั่นคือสิ่งที่อยากให้คนอีสานเป็น มีศักดิ์ศรี มีความหยิ่งจองหองในความเป็นคน ในถิ่นฐานบ้านเกิด ในอาชีพ..
เพราะต่อให้ทำงานเป็นคนใช้ เค้าเหล่านั้นก็ยังสามารถทำให้ตัวและคนอื่นรับรู้ในศักดิ์ศรีความเป็นคนของตนได้นี่
ขอปรากฎการณ์แบบลุกขึ้นโวยเวลาได้รับความอยุติธรรมได้มะ ผ่านสื่อไปเล้ยยย แต่ไม่ใช่โวยไม่ใช่เห็นแก่เงินนะ พอเจอเงินอุดปากก็นั่งอมสากต่อ นู๋สู้คนเดียวไม่ได้นะ
คงต้องเริ่มได้แล้วนะ ก่อนที่สาว (เหลือ) น้อย น่าตาน่ารักน่าเอ็นดู พร้อมสุ่มเสียงใสกังวาลปานน่ำผึ้งเดือนห้าอย่างนู๋จะอายที่เป็นคนอีสานซะก่อน
เพราะตอนนี้เวลาหนุ่มๆชาวใต้ถามว่า "สาวน้อยน่าตาน่ารักน่าเอ็นดูเสียงใสกังวาลปานระฆังวัดโบสถ์คนนี้มาจากที่ใดฤา" นู๋ตอบอย่างพยายามจะภาคภูมิใจน่ะนะ ว่าเป็น "สาวอีสาน"
แต่ว่าตอนนี้ความพยายามมันชักจะมากขึ้นเรื่อยๆแล้ว มันต้องถึงซักวันแน่ๆที่นู่จะอายที่จะตอบว่าเป็นคนอีสาน
ถามจริง ตอนนี้จะมีลูกอีสานเลือดใหม่ซักกี่คนที่ไม่อายที่จะตอบอย่างเต็มปากเต็มคำว่าเป็นคนอีสาน คือถ้าเลี่ยงได้ มักจะเลี่ยงทั้งนั้นแหละ
เบื๋อ......................กับพวกที่เห็นดีเห็นงามกับการเป็นคนรักสงบแล้วนั่งบื่อซึมกระทือยอมตกเป็นเบื้องล่างของคนภาคอื่น นี่ไม่ได้จะคิดปุกปั่นให้เกิดความแตกแยกนะ มันไม่ใช่ .....
แต่มันเป็นการสร้างความเข้งแข็งในการเป็นน้ำหนึ่งอันเดียวกันต่างหาก
คนเราเมื่อเกิดความภาคภูมิใจในความเป็นคน ในอาชีพ ในถิ่นฐานบ้านเกิด ไม่ยอมให้ใครมากดขี่มาเอาเปรียบมาดูถูกแล้ว จากวงแคบของชุมชน ไปสู่ระดับภาค ความเข้มแข็งมันก็ต้องเกิดครอบคลุมไปสู่ทั้งประเทศอยู่แล้ว
เบื่อ...........เบื่ออีกทีนะ............เบื่อ