blogazine prachatai บล็อกกาซีน (beta)  |  บล็อกทั้งหมด  |  จัดการบล็อก  |  เงื่อนไขและข้อตกลง  |  นโยบายความเป็นส่วนตัว  |  ประชาไท
 

น้ำไม่ไหลไฟฟ้าจึงดับ

ส่งมาเมื่อ 29 ม.ค. 2008 - 11:40:19.  หมวด: ชุมชน/สิ่งแวดล้อม  ป้าย:

 

ผมได้รู้ข่าวว่าไฟฟ้าที่บ้านดับก็ตอนอยู่บนดอยบ้านห้วยคุ ข่าวสารที่ส่งมาบอกเพียงว่า หลังจากผมและเธอออกจากบ้านมาได้ ๒ วันหลอดไฟที่อยู่ข้างนอกก็ดับลง ทั้งที่มันเพิ่งได้รับการติดตั้ง คนส่งสารยังบอกอีกว่า เขาได้ไปดูที่มิเตอร์ไฟฟ้าของบ้านแล้วปรากฏว่า สายไฟที่ต่อกับมิเตอร์ถูกดึงออกด้วยมือนิรนาม เมื่อสนทนากันอยู่นานสองนาน คนส่งสารผู้ใจดีก็บอกหมายเลขโทรศัพท์ของการไฟฟ้า หลังผู้แจ้งสารหมดสิ้นหน้าที่ ต่อไปจากนี้คงเป็นหน้าที่ของผมที่ต้องดำเนินการต่อ ผมและเธอเรามองหน้ากัน ต่างคนต่างตั้งคำถามในใจ เกิดอะไรขึ้นกับบ้านที่เราเช่าอยู่มาเกือบครึ่งปี? ผมถามเธอก่อนหลังความเงียบมาเยือนเราสองคนได้ไม่นาน


"นั่นสิ มันเกิดอะไรขึ้น เราก็อยู่กันมานานไม่เห็นมีอะไร พอไม่อยู่บ้านไม่กี่วัน ไฟฟ้าก็มาดับ"

"แต่ก่อนเราก็ไม่อยู่ไม่เห็นมันจะมีอะไร"

"หรือว่าจะเป็นเพราะ..."

แล้วเราทั้งสองก็หาเหตุผลนานมาอธิบายความเชื่อของตัวเอง จริงแล้วจะบอกว่ามันเป็นความเชื่อก็คงไม่ได้เท่าใดนัก แต่ถ้าหากเรียกมันว่าการสันนิษฐานยังจะดูดีกว่า เราสันนิษฐานเอาเองต่างๆ นานา


"หรือว่าเรายังไม่ได้ไปจ่ายค่าไฟ เขาก็เลยมาตัด--เขาในที่นี้หมายถึงเจ้าหน้าที่ของการไฟฟ้า"

"ไม่ใช่หรอกก็เราเพิ่งไปจ่ายมา มันจะมาตัดได้ยังไง"

"หรือว่าจะเป็นเพราะบ้านที่เขาทะเลาะกันแล้วมาดึงสายไฟบ้านเรา เพราะคิดว่าเป็นของคู่อริ"

"ไม่แน่อาจจะมีส่วน"

เราต่างหาข้อสันนิษฐานขึ้นมารองรับเหตุผลความเชื่อของตัวเอง แต่ก็นั้นแหละ มันเป็นเพียงข้อสันนิษฐานที่เราตั้งขึ้น ผมพยายามกดเบอร์โทรศัพท์ที่คนส่งสารให้มาอยู่หลายครั้ง จากนี้ไปเราคงได้ทราบความจริงกันเสียทีว่า ทำไมไฟฟ้าที่บ้านดับ


"ผมมีเรื่องอยากสอบถามครับ"

"เรื่องอะหยั่งเจ้า"

"คือว่าไฟฟ้าที่บ้านผมดับนะครับ ตอนนี้ผมไม่ได้อยู่ที่บ้าน ผมอยู่เชียงรายครับ"

"ดับมากี่วันแล้วเจ้า"

"เห็นเพื่อน--บ้าน (อันนี้ไม่ได้เขียนผิด แต่เพราะบ้านเช่าข้างๆ บ้านเช่าของผม เขาเป็นเพื่อนผม-ผมจึงเรียกเขาว่า เพื่อน--บ้านข้างๆ) ข้างๆ บอกว่า ประมาณ ๒ วันครับ เขาบอกว่าสายไฟถูกดึงออกจากมิเตอร์ด้วยครับ"


"อ้ายมีหมายเลขผู้ใจ้ไฟก่อเจ้า"

"ไม่มีครับ มีแต่เลขที่บ้าน..."

"รอคำเจ้า เดียวน้องจะผ่อหื้อ..............น้องผ่อแล้วเจ้า ค่าไฟอ้ายไปจ่ายแล้ว รายการตัดไฟก็บ่มีนะเจ้า"

"แล้วผมต้องทำยังไงครับ"

"เดียวพอวันจันทร์อ้ายก่อโทรมาแจ้งตี้ช่าง แล้วช่างเพิ่นจะไปผ่อหื้อเจ้า"

"ขอบคุณครับ"

"ยินดีเจ้า"


เมื่อไม่ทราบแน่ชัดถึงสาเหตุแห่งไฟดับ ผมก็ครุ่นคิดอะไรหลายอย่าง ขณะที่ไฟฟ้าดับอะไรจะเกิดขึ้นหลังจากนั้น อาหารในตู้เย็นคงเริ่มเสียเป็นอย่างแรง อย่างต่อมาคือน้ำไม่ไหล สาเหตุที่ร้ำไม่ไหลก็คงไม่ใช่อย่างอื่น เนื่องมาแต่บ้านที่ผมเช่าอยู่ยังใช้น้ำบ่อ เวลาที่เราจะใช้น้ำต้องเปิดไดน์เพื่อดึงน้ำขึ้นมาใช้ พอไฟฟ้าดับน้ำก็เลยไม่ไหลไปด้วย หากว่าน้ำไม่ไหลอะไรจะเกิดขึ้น แน่ละอย่างน้อยเราก็คงไม่ได้อาบน้ำ แต่สำหรับผมการไม่ได้อาบน้ำดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่สำหรับเธอมันคือเรื่องใหญ่ เมื่อไม่มีน้ำอาบถ้วยจานใส่อาหารจะล้างยังไง ผ้าที่กองเลยหัวเข่าจะซักยังไง เครื่องซักผ้าก็กลายเป็นเพียงกล่องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ไร้ประโยชน์


บางคนอาจจะบอกให้เราหวนคืนสู่อดีตด้วยการใช้ถังตักเอาน้ำขึ้นมาใช้จนกว่าไฟฟ้าจะกลับสู่สภาพเดิม แต่ความจริงเงื่อนไขหลายอย่างที่เราสร้างขึ้นไม่สามารถให้เราทำอย่างนั้นได้ ทั้งเราไม่มีเชือก ไม่มีถัง และน้ำที่เราใช้ก็ต้องผ่านตัวกรองน้ำ เพื่อให้น้ำสะอาดขึ้นมาหน่อย แต่นี่น้ำไมได้กรองเวลาอมไว้ในปากคงเหมือนอมเชื้อโรคนับร้อยเอาไว้


ผมและเธอ เราต่างถกเถียงกันเพิ่มขึ้นถึงเหตุผลของไฟฟ้าดับ แลการถกเถียงของเราก็ใช่ว่าจะยุติลงได้ง่ายๆ นานแสนนานของการโต้เถียง เราต่างไม่ได้ข้อยุติอันใดเลย ในที่สุดเราก็ตกลงกันว่า พอเสียทีกับเรื่องไฟฟ้าดับ เราจะไม่พูดถึงมันอีกจนกว่าจะได้กลับบ้านไปดูด้วยตา แล้วจะพูดถึงมันอีกครั้ง


หลังกลับมาถึงบ้าน ความรู้สึกแรกเมื่อเปิดประตูเข้าไปในบ้านคือความหวาดกลัว เราต่างกลัวว่าตัวเองจะได้อยู่ในความมืด ไม่ได้อาบน้ำ ไม่มีตู้เย็นใช้ ไม่ได้ซักผ้า แม้ว่าบ้านหลังไม่ใหญ่มาก แต่ไฟจากเทียนไม่กี่แรงเทียนจะทำให้บ้านสว่างไสวได้เพียงใด เมื่อเก็บข้าวของเข้าที่เข้าทางเรียบร้อย สิ่งแรกที่ทำคือเดินไปดูสายไฟ แล้วเราก็พบว่า สายไฟไม่ถูกดึงออก สายไฟที่ถูกดึงออกเป็นของใครก็ไม่รู้ จากนั้นก็ค่อยๆ ไล่เรียงหาสาเหตุแห่งไฟฟ้าดับ และที่สุดมันก็มืดแปดด้าน


เมื่อน้ำไม่ไหลอันเนื่องมาแต่ไฟฟ้าดับ แสงเทียนได้คืบคลานเข้ามาหลังพระอาทิตย์ตกดิน ขณะนั่งกินข้าว เราตกลงกันว่า เราจะเข้าห้องน้ำให้น้อย เพราะน้ำในห้องน้ำมีจำนวนจำกัด เรื่องอาบน้ำถ้าทนไม่ไหวจริงๆ เราจะไปขออาบน้ำที่บ้านเพื่อน-ข้างๆ และข้อตกลงหลายอย่างก็เริ่มขึ้น


หลังกินข้าวเสร็จ เรานั่งพูดคุยกันถึงเรื่องไฟฟ้าดับอย่างเป็นจริงเป็นจังอีกครั้ง


ไฟฟ้าดับอาจมาจากหลายสาเหตุ และที่สำคัญน้ำไม่ไหลก็เป็นสาเหตุหนึ่งด้วย เพราะบ้านเรายังใช้ไฟฟ้าที่มาจากเขื่อนที่ต้องปั่นไฟด้วยระบบน้ำไหลผ่านเครื่องให้กำเนิดพลังงานไฟฟ้าอยู่ หากว่าน้ำในแม่น้ำไม่มีให้ไหล เราจะเป็นอย่างไร ผมยังไม่อยากคิดในตอนนี้ แต่เอาเป็นว่าน้ำไม่ไหลเพราะไฟฟ้าดับในครานั้นทำให้ผมได้เข้าใจเพิ่มขึ้นมาว่า น้ำสำคัญกับเราไม่น้อย แม้แต่ไฟที่เราใช้อยู่ก็มาจากน้ำ แปลกแต่จริงน้ำมาเป็นไฟ และไฟมาจากน้ำ พอไฟไม่มาน้ำก็ไม่มา อันไหนสำคัญกว่าอันไหนยากที่จะตอบจริงๆ

 

ส่งมาโดย แสงพูไช เมื่อ 29 ม.ค. 2008 - 15:36:39 - ip: 202.136.247.76  

สบายดีมาตร์
เป็นหยังหวะ?......ฮาๆ...ฮาๆ แถมชมเชยหลายเด้อที่เขียนแบบนี้
เข้ามาเยี่ยมเพราะนานแล้วบ่อได้เห็นกัน

ส่งมาโดย โยทะกา สีชมพู เมื่อ 30 ม.ค. 2008 - 12:18:56 - ip: 203.172.199.250  

น้ำไม่ไหล ไฟจึงดับ ฝนไม่ตก เพราะกบไม่ร้อง วันก่อนมีฝนหลงฤดู เป็นไข้พึ่งมาอ่านแล้วเจอกันถ้ามีโอกาส

ส่งมาโดย เพื่อนข้างบ้าน เมื่อ 07 ก.พ. 2008 - 21:23:19 - ip: 118.172.16.139  

พอดีเห็นเพื่อนไม่ค่อยอยู่บ้านก็เลยอยากจะเเนะนำเผื่อเวลาวันข้างหน้า...ผมจำได้ว่าสมัยผมเด็กในหมู่บ้านผมมักจะมีบ่อน้ำสาธารณะหรือบางทีก็บ่อน้ำในบ้านข้างๆ ซึ่งคนในหมู่บ้านสามารถใข้ร่วมกันได้...และสำหรับบ้านผมยังมีน้ำริน(น้ำที่ผุดขึ้นมาจากดินเเล้วชาวบ้านทำเป็นบ่อกักน้ำไว้เเล้วต่อรางรินด้วยไม้ไผ่ต่อมากลายเป็นท่อเหล็ก..)ทั้งบ่อเเละน้ำรินเราใช้กินเเละอาบตลอดจนซักผ้าอะไรต่อมิอะไรจิปาถะ ที่สำคัญตอนนั้นเราใช้ไฟเทียนกับตะเกียงต่อมาก็เป็นไฟฟ้าเเต่ยังไงก็ตามถึงเเม้จะมีไฟน้ำไหลไม่ไหลแห้งไม่เเห้งมันก็ไม่เกี่ยวกับไฟฟ้าเเต่อย่างใดเพราะมันไม่เหมือนในเมือง ซึ่งผมกำลังจะบอกว่าวิถีชีวิตของเรานั้นถูกผูกติดอยู่กับไฟฟ้าเเละการใช้น้ำโดยไฟฟ้ามากขึ้นทุกที...เราคุ้นชินกับการได้น้ำมาโดยจ่ายเงินเเละนั่งรอไฟฟ้าเอาน้ำมาให้เรา
....ดังนั้นเวลาน้ำไม่ไหลเพราะไฟดับไม่ว่าเพื่อนหรือว่าผมจะรู้สึกกังวลทันทีว่าจะเอาน้ำที่ไหนใช้วะเนี่ย..ความกังวลยังอาจลามไปจนถึงการนั่งถกเถียงกันเเบบเพื่อนผมก็เป็นได้ ..จนกระทั่งลืมไปสนิทว่าน้ำที่ใช้อยู่มันใช้มอเตอร์ดึงน้ำขึ้นมาจากบ่อในรั้วบ้านนั่นเอง..แถมระดับน้ำในบ่อก็ลึกไม่ถึงสองเมตร(มีต่อ)

ส่งมาโดย เพื่อนข้างบ้านคนเดิม เมื่อ 07 ก.พ. 2008 - 21:30:45 - ip: 118.172.16.139  

ผมอ่านเเล้วทำให้ฉุกคิดขึ้นมาได้อย่างหนึ่งก็คือ...เราเคยชินกับความสบายมากขึ้นทุกทีในขณะที่เรากลับลืมการใช้กำลังของเรา...แม้ว่าปีนี้จะ 2551เเละบ้านเช่าจะอยู่ในตัวเมืองเชียงใหม่..ผมกลับคิดถึงเชือกไนล่อนขนาดพอดีๆสีเขียวเข้มสักเส้นกับถังน้ำคุสีดำ(ถ้าเป็นเมื่อก่อนใช้เเกลลอนน้ำมันปาดหัวออกเหลือเเต่ที่จับ) ...ถึงไฟดับหรือถูกตัดเพราะไม่ได้จ่ายเงิน(ฮา)กูก็มีน้ำใช้วะ...เอาไว้คราวหน้าท่าจะได้ซื้อมาเตรียมไว้..อาบน้ำซักผ้าก็เอามันข้างน้ำบ่อนั่นแหละว่ามั้ยมาตร...555555...

แสดงความคิดเห็น

ในทุกความคิดเห็น จะมีหมายเลขไอพีของคุณ (38.103.63.17) แสดง

  • การแสดงความเห็นในเว็บบอร์ดต้องอยู่บนพื้นฐานการเคารพในสิทธิและความหลากหลายทางเชื้อชาติ เพศ ศาสนา วัฒนธรรม และความเชื่อ ตลอดจน วิถีชีวิต และสิทธิส่วนบุคคล
  • การวิพากษ์วิจารณ์คำพูด ข้อเขียน หรือความคิดเห็นของบุคคลอื่น ย่อมทำได้โดยสุภาพหลีกเลี่ยงข้อความใดๆอันเป็นการละเมิดหรือดูแคลนต่อบุคคลอื่น
  • การวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของบุคคลอื่นย่อมทำได้โดยสุภาพ ในกรณีที่เป็นการกระทำที่กระทบต่อสาธารณะหรือกระทำโดยสาธารณะ
  • ประชาไทขอความร่วมมือ หากต้องการให้ข้อมูลที่คิดว่าเป็นประโยชน์ได้แสดงบนเว็บบอร์ด กรุณางดเว้นการใช้ถ้อยคำที่มีลักษณะเหยียดเพศ เหยียดเชื้อชาติ ศาสนา และเชื่อมโยงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นการล่อแหลม

คำถาม: วันนี้วันที่เท่าไหร่ ? (ใส่เฉพาะเลขวันที่เท่านั้น) *

ชื่อ: *

อีเมล: (ถ้ามี) ข้อมูลนี้จะไม่แสดงต่อสาธารณะ.

โฮมเพจ: (ถ้ามี)

ความคิดเห็น: * ใช้โค้ด HTML ไม่ได้

(สูงสุด 1,000 ตัวอักษร)
พิมพ์ได้อีก ตัว

 
 

สุมาตร ภูลายยาว

สุมาตร ภูลายยาว

หน้าเว็บ

บันทึกล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

Blogroll

บล็อกก่อนหน้า

มีอะไรใหม่ในบล็อกกาซีน

พิเศษ