blogazine prachatai บล็อกกาซีน (beta)  |  บล็อกทั้งหมด  |  จัดการบล็อก  |  เงื่อนไขและข้อตกลง  |  นโยบายความเป็นส่วนตัว  |  ประชาไท

H-FACTOR: where is your heart?

ส่งมาเมื่อ 16 ม.ค. 2008 - 03:27:06.  หมวด: สังคม  ป้าย:

‘ลีนาร์’

“ยามเมื่อเราต่างพูดถึงความสุข จะเกิดพลังขึ้นและสร้างคุณค่าขึ้นมาได้”

คำกล่าวจากใบหน้ายิ้มแย้มของ ลิซ่า คาเมน เจ้าของภาพยนตร์สารคดีเรื่อง H-FACTOR: where is your heart? ที่เธอและลูกสาวสำรวจธรรมชาติของความสุขของผู้คนข้ามทวีปผ่านคำถามง่าย ๆ

‘ความสุขของคุณคืออะไร’

ย้อนไปในวันหนึ่ง ขณะที่ลิซ่าปั่นจักรยานผ่านตอนเหนือของประเทศอินเดีย เธอฉุกคิดขึ้นมาว่าจะทำอย่างไรให้ชาวอินเดียจะแสดงออกถึงความสนุกและความสุขอย่างแท้จริงท่ามกลางความอัตคัดขัดสนที่ยังคงดำเนินอยู่ในเวลานั้น

นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของหัวข้อหลักของสารคดีซึ่งเธอและเคย์ล่า ลูกสาววัย 9 ขวบของเธอ ร่วมกันแบกกล้องค้นหารูปแบบความสุขของผู้คนหลากหลายเพศ วัย อาชีพ และสถานะ จากทั่วอินเดียจนถึงสหรัฐอเมริกา โดยมีเวลาให้แต่ละคนเพียง 60 วินาทีที่จะตอบคำถามนี้ออกมาอย่างอิสระ ซึ่งหลายคนยอมรับว่าไม่เคยปล่อยให้คำถามนี้เข้ามาในความคิดตัวเองเลยแม้ครั้งเดียว และคำถามหนึ่งคำถามนั้นก็นำมาซึ่งหลายคำตอบ ด้วยอิสระทางความคิดของผู้คนทำให้เราสามารถมองเห็นความสุขในหลาย ๆ แง่มุม

มีคนจำนวนมากที่สามารถหาความสุขได้จากรอบ ๆ กาย โดยไม่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงสิ่งใด ๆ เพียงแต่ปล่อยให้อะไรต่าง ๆ คงอยู่ในแบบนั้น มีหลายคนที่ตอบว่ามีความสุขเพราะได้ทำให้คนอื่นยิ้มหรือหัวเราะ การได้พูดคุย ท่องเที่ยว สร้างสัมพันธไมตรีกับผู้อื่นหรือได้อยู่ใกล้คนที่รัก ทั้งพ่อ แม่ พี่ น้อง และคนรัก ก็เช่นเดียวกัน มีจำนวนมากที่ชี้ไปหาคนใกล้ตัวและบอกว่านี่คือความสุขที่สุดในชีวิต ทั้งนี้ รวมถึงการได้ทำสิ่งที่รักด้วยเช่นกัน

ศาสนาก็เป็นอีกหนึ่งหนทางของผู้คนที่นิยามความสุขเป็นความสงบที่ได้จากการพูดคุยกับพระเจ้า รวมถึงการเข้าใจหลักธรรมและปฏิบัติตาม เพื่อเป้าหมายทั้งความสงบในจิตใจและเป้าหมายในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นชาตินี้หรือชาติหน้าก็ตาม

มีจำนวนไม่น้อย ที่ตอบว่าความสุขคือการมีเงินมาก ๆ เพื่อนำไปปลดเปลื้องทุกข์จากความยากจน ความลำบากต่าง ๆ ซึ่งคงทำให้ความสุขแท้จริงเกิดขึ้นได้ในชีวิตของพวกเขา

นักจิตวิทยาคนหนึ่งบอกว่า เงินซื้อความสุขได้ หลายคนคงเถียงคำพูดนี้ เพราะเราต่างเคยได้ยินว่าเงินซื้อความสุขไม่ได้ แต่นักจิตวิทยาก็บอกเพิ่มว่า นั่นเป็นเพียงความสุขระยะสั้น ความสุขชั่วครั้งชั่วคราว ในสภาพสังคมทุกวันนี้ที่การดำรงชีวิตอยู่มีเงินมาเป็นส่วนหนึ่ง และก็เป็นส่วนสำคัญในชีวิตใครหลายคนจริง ๆ

นอกจากความสุขที่หาได้จากรอบ ๆ ตัวแล้ว ยังมีกลุ่มคนอีกกลุ่มที่พูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า ความสุขเกิดจากข้างใน ความสุขที่ไม่ต้องสร้างแรงบันดาลใจจากที่ไหน แค่ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปและอยู่ร่วมกับทุกสิ่งได้ ความสุขก็จะบังเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

หลายครั้ง ที่เราอาจคิดว่าหากมีหรือไม่มีสิ่งนั้นสิ่งนี้เราก็จะมีความสุข เช่น “ถ้าเรามีบ้าน มีลูก มีครอบครัว ได้ท่องเที่ยวรอบโลก ก็คงจะมีความสุขนะ”   สิ่งเหล่านี้ ทั้งนักจิตวิทยาและพระที่ ลิซ่าสัมภาษณ์กล่าวว่า การคิดในรูปแบบนี้จะสร้างความคาดหวังให้กับตัวเอง และยามเมื่อยังไม่บรรลุผลตามที่ต้องการ ความสุขก็ยังไม่อาจเกิดขึ้น แม้จะเกิดขึ้นแล้ว ก็ไม่แน่นอนว่าจะทำให้เกิดความสุขได้ตลอดไปหรือไม่ ดังนั้น ความคิดว่า “ถ้าเรามี” หรือ “ถ้าเราไม่มี” จึงเป็นการสร้างทุกข์ให้ตัวเองมากกว่าเดิม

พูดง่าย ๆ ก็คือ หากเราพยายามมีความสุข เราก็ไม่อาจมีได้อย่างแท้จริง

เพราะการคาดหวังนี้ หากเราผิดหวัง หรือยังไม่ได้ตามที่ต้องการ เราก็ยังไม่มีความสุขเสียที และไม่แน่ว่าเมื่อเราได้อย่างนั้นแล้ว ความสุขจะเกิดขึ้นกับเราและคงอยู่ตลอดไป

ดังนั้น เราควรปล่อยให้อะไรต่าง ๆ เกิดขึ้น และมีชีวิตร่วมกับสิ่งเหล่านั้น
หรือที่ภาษาอังกฤษบอกว่า “Let it be” นั่นเอง

นอกจากภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้ ลิซ่ายังเปิดโอกาสให้คนทั่วโลกได้ถ่ายทอดและแบ่งปันความสุขกันผ่านเว็บไซต์ www.whatisyourhappiness.com เพราะเธอถือว่ายังคงมีความสุขมากมายหลงเหลืออยู่ในโลกนี้

เพียงแต่เราต่างมองไม่เห็นเท่านั้นเอง

 

ส่งมาโดย ท่านโอยาชิโร่ เมื่อ 16 ม.ค. 2008 - 14:12:36 - ip: 118.172.38.193  

แนะนำว่าอย่าให้ลิซ่า คาเมน กับลูกสาวเข้ามาในหมู่บ้านฉันเป้นอันขาดค่ะ
เพราะในหมู่บ้านฉันทุกคนต่างไขว้คว้าหาความสุขของตัวเอง
พูดให้ตรงกว่านี้คือมีความมุ่งหวังที่จะมีความสุขในแบบของตัวเองแหละค่ะ
แล้วมันก็ต้องมีขัดแย้งกระทบกระทั่งกัน
แต่ความขัดแย้งมันก็ไม่ทำให้โลกนี้หน้าเบื่อจนเกินไป
:P

ส่งมาโดย เกรียนสาด ชามะนาว เมื่อ 20 ม.ค. 2008 - 00:10:30 - ip: 124.157.206.116  

โอ๊ย!!!! พวกสุขนิยม เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ

แบบหลายๆ คนในบลอกกาซีนนี้ ... อย่างแสวงหาแต่ความสุขอย่างเดียว หันไปดู เด็กดมกาว คนในสลัม การฆ่าตัดคอที่ภาคใต้ พระข่มขืนเณร ฯลฯ

โลกไม่ได้จะมีสีชมพูอย่างเดียว อย่าเอาแต่สายลมแสงแดดกันเลย

โลกมันไม่เสมอภาค อย่าเอาความคิดแบบสมัยก่อน 14 ตุลา มาบังความเสร็งเคร๊งของสังคมเลย

ดูตัวอย่างจาก รง วงสะหวัน ที่เอากล้องถ่ายรูปไปถ่ายบรรยากาศ ในสลัมกุงเทพ เมื่อหลายสิบปีก่อนดิ

มาวันนี้พวกเอ็งกล้าทำแบบ อาจารย์รง ป่าว --- เอาเรื่องเลวร้ายมาแต่แผ่บ้าง

จะสุขสัน หันสา สายลม แสงแดด กันไปถึงไหน ?

แสดงความคิดเห็น

ในทุกความคิดเห็น จะมีหมายเลขไอพีของคุณ (38.103.63.62) แสดง

  • การแสดงความเห็นในเว็บบอร์ดต้องอยู่บนพื้นฐานการเคารพในสิทธิและความหลากหลายทางเชื้อชาติ เพศ ศาสนา วัฒนธรรม และความเชื่อ ตลอดจน วิถีชีวิต และสิทธิส่วนบุคคล
  • การวิพากษ์วิจารณ์คำพูด ข้อเขียน หรือความคิดเห็นของบุคคลอื่น ย่อมทำได้โดยสุภาพหลีกเลี่ยงข้อความใดๆอันเป็นการละเมิดหรือดูแคลนต่อบุคคลอื่น
  • การวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของบุคคลอื่นย่อมทำได้โดยสุภาพ ในกรณีที่เป็นการกระทำที่กระทบต่อสาธารณะหรือกระทำโดยสาธารณะ
  • ประชาไทขอความร่วมมือ หากต้องการให้ข้อมูลที่คิดว่าเป็นประโยชน์ได้แสดงบนเว็บบอร์ด กรุณางดเว้นการใช้ถ้อยคำที่มีลักษณะเหยียดเพศ เหยียดเชื้อชาติ ศาสนา และเชื่อมโยงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นการล่อแหลม

คำถาม: วันนี้วันที่เท่าไหร่ ? (ใส่เฉพาะเลขวันที่เท่านั้น) *

ชื่อ: *

อีเมล: (ถ้ามี) ข้อมูลนี้จะไม่แสดงต่อสาธารณะ.

โฮมเพจ: (ถ้ามี)

ความคิดเห็น: * ใช้โค้ด HTML ไม่ได้

(สูงสุด 1,000 ตัวอักษร)
พิมพ์ได้อีก ตัว

 

ที่ว่างและเวลา

ที่ว่างและเวลา

หน้าเว็บ

บันทึกล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

Blogroll

บล็อกก่อนหน้า

มีอะไรใหม่ในบล็อกกาซีน

พิเศษ