blogazine prachatai บล็อกกาซีน (beta)  |  บล็อกทั้งหมด  |  จัดการบล็อก  |  เงื่อนไขและข้อตกลง  |  นโยบายความเป็นส่วนตัว  |  ประชาไท

เยือนถิ่นอีสาน..ดวงไฟในหน้าแล้ง

ส่งมาเมื่อ 12 ส.ค. 2008 - 00:00:00.  หมวด: ชีวิต  ป้าย:

อืมม์... ดูเหมือนยุคนี้คนฆ่าสัตว์ตัดชีวิตจะกลายเป็นอาชญากร ไม่น่าคบไปเลยจริงๆ


เมื่อฉันจัดการทุบหัวปลาโป๊กๆ สีหน้าน้องผู้หญิงบางคนเหยเก เบะปาก

กินไหมเล่า!” ฉันเอ็ดเอา

กินอ่ะ”

เออ ถ้าจะกินอย่าทำหน้าอย่างนั้น คนฆ่าเสียเซลฟ์เหมือนกัน”

อืมม์... แต่จะว่าไปก็ฆ่าตัวเป็นๆ ซะหลายตัว จะไม่ให้น้องมันทำหน้าเบ้ได้ไง


กับคนรู้จักมักคุ้นฉันมักออกตัวเสมอว่า ฉันไม่ใช่คนเรียบร้อยใจดีนะ ฉันเป็นคนที่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตได้โดยไม่รู้สึกผิดเลย ตกปลาฆ่าปลาได้ ยิงหนังกะติ๊กเอานกมาย่างไฟได้ ฆ่าตั๊กแตน ฆ่าแมลงต่างๆ ได้ จับปูเป็นๆ เผาบนเตาถ่านได้ หรือจับปูเป็นๆ โขลกในครกได้ (การทำน้ำปู๋ของคนเหนือ) ชีวิตดั้งเดิมสอนฉันมาว่านี่คือการดำรงชีวิต ไม่เคยรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องของความผิด


ดังนั้น เมื่อเห็นคนบางคนฆ่าไก่ ฆ่าหมู ฆ่าวัว ฉันไม่เคยมองว่าพวกนี้มันใจร้าย


ชอบนะ เวลาเห็นคนรักสัตว์ ฉันก็รักเหมือนกัน เวลาเห็นแมลงตกน้ำก็ช่วยทุกครั้ง ยุงกัดยังพยายามข่มใจปัดมือไล่ (ถ้าโมหะไม่มาครอบงำเสียก่อน ซึ่งมักต้องแข่งกับสติตัวเองเสมอ) ฉันถือว่า เราไม่มีความจำเป็นต้องฆ่ายุง เราฆ่ายุงเพราะความโกรธต่างหาก และความโกรธเป็นสิ่งไม่ดี โกรธคือโง่ โมโหคือบ้า แต่ว่าฉันฆ่าปลาได้ เพราะการฆ่าสัตว์เพื่อยังชีพมันสมเหตุสมผลอยู่นะ

12_8_01


ตอนเล็กๆ ฉันเคยช่วยแม่ขายปลาในตอนเย็น มีบางครั้งที่ข้าราชการครูบางคนถามแม่อย่างใคร่รู้ว่าวันหนึ่งแม่ฆ่าปลากี่ตัว (ฤดูปลาออกนาแม่จะได้ปลาช่อนเป็นๆมาขาย ซึ่งคนซื้อจะขอให้ฆ่าและผ่าไส้ ตัดเป็นท่อนก่อน) แม่อาจตอบคำถามไปหัวเราะไปอย่างไม่ใส่ใจ แต่คืนวันหนึ่ง แม่ก็เปรยว่า ถ้าแม่ตายไปแม่คงจะตกนรกนานมาก เพราะแม่ทำบาปไว้เยอะ ฉันฟังแม่พูดแล้วไม่รู้ทำไมน้ำตาซึมออกมา


อยากบอกว่าไม่บาปหรอกแม่ ก็พูดไม่ได้ เราถูกสอนมาว่าการฆ่าสัตว์ผิดศีลข้อแรกเลยด้วยซ้ำ


12_8_02


แม่พยายามเว้นช่องว่างของบาปกรรมให้ตัวเองด้วยการไม่ฆ่าปลาวันพระ ถ้าวันนั้นมีปลาเป็นๆ ถูกส่งมาให้ขายและคนซื้ออยากกิน แม่ก็จะบอกว่าเอาไปทำเอง เพราะแม่จะไม่ฆ่าปลาวันพระ ซึ่งดูจะเป็นวันที่แม่สบายอกสบายใจที่สุดเพราะได้ยกภาระบาปกรรมให้กับคนกินไป


อ่ะ ก็แบ่งกันทำบาปมั่งสิ โยนบาปมาให้แม่ค้าปลาคนเดียวได้ไงเล่า


คนบ้านนอกคอกนา หลายครั้งถูกมองเป็นคนป่าเถื่อน ใจคอโหดร้าย ใจร้ายกับหมา (แต่ตัวฉันเล่า ข้าวจะกินยังไม่มี) เพราะคนอีสานกินหมา


แต่เราอาจจะยังไม่เข้าใจอีกหลายอย่างตราบใดที่ยังไม่ได้สัมผัสวิถีชีวิตของที่นั่น ไม่ได้เห็นสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ของที่นั่น อีสานแล้งบางช่วง สมบูรณ์บางช่วง ยามแล้งย่อมหาของกินยาก ยิ่งสมัยก่อนการคมนาคมไม่ได้สะดวกอย่างทุกวันนี้ ไม่มีถุงยังชีพ ไม่มีปลากระป๋อง อาหารแห้ง ธรรมชาติที่มีเท่านั้นคือคำตอบ


คนอีสานกินสัตว์หลายชนิดที่คนในเมืองอาจมองว่าแปลก ไม่ว่ากระปอม (กิ้งก่า) หนูนา ตุ๊กแก แย้ แลน (ตัวตะกวด) แมลงสารพัด ฯลฯ


ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ยามมืดค่ำ ริมถนนสายพิบูลมังสาหาร-โขงเจียม จะมีชาวบ้านพากันเดินไปหากระปอม บนหัวติดดวงไฟไว้ส่องหาตัวกระปอมในท้องนา อาหารสุดเริ่ดของที่นั่นในฤดูกาลนั้นคือ ก้อยกระปอม ฉันลองชิมดูแล้ว อร่อยดีทีเดียว ฉันชิมได้คำเดียว ส่วนคำอื่นๆ ที่เหลือคือกินอย่างจริงจัง


พอพ้นหน้าแล้ง เมื่อฝนแรกเยือน ค่ำคืนหลังพายุฝนโครมครืนเซาลง แม้สายฝนพรำพร่าง ไฟบนฟ้ายังแลบแปลบปลาบเห็นท้องนาวาววาบจากการกลายสภาพเป็นแอ่งน้ำกว้าง ดวงไฟหลายดวงเคลื่อนขยับจากเรือนบ้านมุ่งสู่ท้องทุ่งอย่างมีชีวิตชีวา อึ่งมันร้องเชิญชวน มาจับฉันสิ มาจับฉันสิ

ลูกหลานนั่งรอที่บ้านพากันยิ้มแก้มอิ่ม เพราะอึ่งรสชาติวิเศษเหลือหลาย


ปล. ภาพปลาบนใบตอง พวงละ 10 บาท ในตลาดโขงเจียม สด น่ากินมาก แต่ภาพคนสองคนกำลังผ่าขี้ปลา ปลายิ่งสดมากๆ เพราะคนหาปลาเพิ่งขึ้นมาจากแม่น้ำแล้วก็เร่ขายในหมู่บ้าน (หมู่บ้านหัวเห่ว ใกล้สันเขื่อนปากมูน) ราคารึ ยิ่งถูก โลละ 10 บาท แต่โทษที ของดีๆ อย่างนี้ลงไหปลาแดกหมด สดมากขนาดนี้คิดดูเถอะว่าปลาแดกจะแซ่บ ขนาดไหน

ส่งมาโดย อ้ายแสง ดาวฯ เมื่อ 12 ส.ค. 2008 - 20:16:39 - ip: 118.172.31.32  


เคยอ่านคนวิจารณ์ อ้าย เสกสรรรค์ ประเสริฐกุล ( อ. เสกฯ) ว่าทำบาป ชอบตกปลา อ้ายเสกฯ ก้อเลยบอกว่า แล้วไอ้คนที่ กินปลาที่ซื้อจากตลาด ให้เขาฆ่าให้ตัวเองกิน มันก็บาปเหมือนกัน ทำนองนี้แหละหนู สร้อยแก้ว อ้ายแสงดาวชอบกินสัตว์มาก โดยเฉพาะ ปลา แมลง ตั๊กแตน พวกนี้คืออาหารอันโอชะที่ปลอดสารพิษ เมื่อก่อน อตอนเป็นวัยรุ่น อ้าย่าสัตว์ มามาก ยิงนก ตกปลา ฆ่าไก่(จับตีนเขา แล้วเอาหัวฟาดกับต้นไม้ เราไม่รู้วิธีการฆ่าที่จะไม่ให้สัตว์ ทรมาณ อ้ายเห็น เพื่อนผู้ เยาว์ของอ้าย " โถ่เรบ่ " นักเขียนชาวปกากะญอ (กะเหรื่อง) เขาฆ่าไก่ โดยไม่ให้ ทรมาณ เขาเอามือจับคอไก่ แล้วบีบคอไก่ ตายง่ายจริงๆ แต่ตอนนี้ อ้ายอายุมากแล้ว ไม่กล้า ฆ่า แต่ กล้ากิน ฮา ฮ่า

เฮ๊ยไอ่หนู พวกเรารำลึกเถิงเธอหวะ บุญฮักษา เน้อ มาเจียงใหม่เมื่อไร ก้อต้องได้พบกัน

ส่งมาโดย แสงพูไชย อินทะวีคำ เมื่อ 16 ส.ค. 2008 - 09:42:18 - ip: 202.136.246.160  

สวัสดีครับ
คุณสร้อยแก้วแปลกใจมั้ยครับที่เห็นมาออกความเห็นตรงนี้????
ถามภูเชียงดาวสิครับ....หากมีเวลาก็แวะเข้าไปดูเรื่องเล่าของคนลาวด้วยน๋ะครับ

แสดงความคิดเห็น

ในทุกความคิดเห็น จะมีหมายเลขไอพีของคุณ (38.103.63.62) แสดง

  • การแสดงความเห็นในเว็บบอร์ดต้องอยู่บนพื้นฐานการเคารพในสิทธิและความหลากหลายทางเชื้อชาติ เพศ ศาสนา วัฒนธรรม และความเชื่อ ตลอดจน วิถีชีวิต และสิทธิส่วนบุคคล
  • การวิพากษ์วิจารณ์คำพูด ข้อเขียน หรือความคิดเห็นของบุคคลอื่น ย่อมทำได้โดยสุภาพหลีกเลี่ยงข้อความใดๆอันเป็นการละเมิดหรือดูแคลนต่อบุคคลอื่น
  • การวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของบุคคลอื่นย่อมทำได้โดยสุภาพ ในกรณีที่เป็นการกระทำที่กระทบต่อสาธารณะหรือกระทำโดยสาธารณะ
  • ประชาไทขอความร่วมมือ หากต้องการให้ข้อมูลที่คิดว่าเป็นประโยชน์ได้แสดงบนเว็บบอร์ด กรุณางดเว้นการใช้ถ้อยคำที่มีลักษณะเหยียดเพศ เหยียดเชื้อชาติ ศาสนา และเชื่อมโยงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นการล่อแหลม

คำถาม: วันนี้วันที่เท่าไหร่ ? (ใส่เฉพาะเลขวันที่เท่านั้น) *

ชื่อ: *

อีเมล: (ถ้ามี) ข้อมูลนี้จะไม่แสดงต่อสาธารณะ.

โฮมเพจ: (ถ้ามี)

ความคิดเห็น: * ใช้โค้ด HTML ไม่ได้

(สูงสุด 1,000 ตัวอักษร)
พิมพ์ได้อีก ตัว

 

สร้อยแก้ว

สร้อยแก้ว

หน้าเว็บ

บันทึกล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

Blogroll

บล็อกก่อนหน้า

มีอะไรใหม่ในบล็อกกาซีน

พิเศษ