blogazine prachatai บล็อกกาซีน (beta)  |  บล็อกทั้งหมด  |  จัดการบล็อก  |  เงื่อนไขและข้อตกลง  |  นโยบายความเป็นส่วนตัว  |  ประชาไท

เมื่อข้อยเซาบ้า

ส่งมาเมื่อ 29 ก.ย. 2008 - 14:11:06.  หมวด: ชีวิต  ป้าย:

พอเข้าบ้านปุ๊บ เสียงแปลกประหลาดก็วิ่งเข้าสู่รูหูทันที เสียงแบบนี้ข้าพเจ้าไม่คุ้นหูเอาเสียเลย และมันก็ไม่เคยเกิดขึ้นกับภรรยาสุดที่รักของข้าพเจ้าสักครั้ง เธอนั่งร้องไห้น้ำตาไหลพราก น้ำมูกย้อยเหมือนได้รับความระทมขมขื่นอันหาที่สิ้นสุดไม่ได้ ข้าพเจ้าสืบเท้าเข้าไปหาเธอ เพื่อถามไถ่เรื่องราวต่างๆ แต่ข้าพเจ้าต้องหยุดชะงักอยู่กับที่ เมื่อเธอชี้หน้าทำตาขวางเหมือนจะบดขยี้ข้าพเจ้าให้แหลกคามือ คำพูดที่หลุดออกมาจากปากของเธอไม่ต่างอะไรกับน้ำที่ไหลออกมาจากรางรินรับน้ำฝน ข้าพเจ้าฟังจนเกือบไม่ทัน เธอพูดว่า

''เจ้ามันบ้า! บ้าแท้ๆ! เจ้าบ่มีเวียกบ่? เดี๋ยวนี่คำเว้าของชาวบ้านแล่นเข้าหูข้อยจนล้นออกมาแล้ว ถ้ามีตะกร้าใส่บ่ฮู้ว่าสิได้หลายปานใด๋ เจ้าฮู้บ่? บ่มีแพทย์หมอสามารถปัวได้ บ้าแท้ๆ" ว่าแล้วเธอเริ่มร้องไห้เสียงโหยหวนขึ้น

ข้าพเจ้าได้แต่ยืนตัวแข็ง แล้วก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาสุดแรง ข้าพเจ้ารีบเอามือปิดปากตัวเองทั้งคิดไปว่า
''บ้าแท้ๆ ข้อยบ้าอี่หลีบ่''

ก็อย่างว่านั้นแหละ มีหลายครั้งที่ข้าพเจ้าเดินไปตามถนน ข้าพเจ้ามักเอาถุงพลาสติกขนาดใหญ่มาสะพายบนบ่า เดินเรื่อยเปื่อยไปมา ข้าพเจ้าชอบเก็บเศษกระดาษ และถุงพลาสติกที่ตกเรี่ยราดอยู่ตามริมถนนยัดใส่ถุงใบเขื่องจนคับแน่น เมื่อเต็มแล้วเอาไปเทใส่ถังขยะที่ตั้งอยู่ตามริมถนน ข้าพเจ้าสอดส่ายสายตาไปมา เพราะมันเพลินตาดี รถราพาหนะแล่นไปมาขวักไขว่ไม่ได้ขาด ดูไปดูมารู้สึกหน้ามืดตามัว ผู้โดยสารบนรถมองลงมายังข้าพเจ้าแล้วก็ยิ้ม พอข้าพเจ้ายิ้มตอบก็ได้ยินเสียงตอบสวนกลับมาทันควัน
คนบ้า' ถึงตอนนี้ข้าพเจ้าจึงรู้ว่า ตัวเองเป็นบ้า' ข้าพเจ้าพยายามสำรวจตัวเอง แล้วก็พบว่าเสื้อผ้ารุงรังเปื้อนเปรอะไปด้วยฝุ่น พอสิ้นเสียงหัวเราะของผู้คนเหล่านั้น ถุงโอเลี้ยงที่ดูดน้ำหวานหมดแล้ว และอื่นๆ ก็โดนขว้างลงมาจากหลังคารถ

จะอย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้าได้พยายามปิดปากไม่ถกเถียงภรรยาของข้าพเจ้ากลับ เพราะข้าพเจ้าเข้าใจว่า ถ้าขืนเถียงต่อไปสิ่งใดจะเกิดขึ้น ในมือของภรรยาของข้าพเจ้ามีมีดพร้าหนึ่งอัน เธอเดินดุ่ม ๆ เข้ามาหาข้าพเจ้าแล้วพูดขึ้นด้วยเสียงอันดังว่า
''เจ้ามันบ้าแท้ๆ เจ้าอยากตายบ้อหรืออยากเป็นคน ข้อยเหลืออดเหลือทนแล้ว ไปทางใดก็ได้ยินเขาเว้าเรื่องบ้าๆ บอๆ ของเจ้า''

ข้าพเจ้าพยายามห้ามตัวเอง โดยการพยักหน้าเห็นดีเห็นงามตามคำพูดที่เธอพูดออกมารวมทั้งยิ้มไปพร้อมกัน ในที่สุดภรรยาของข้าพเจ้าเธอก็สิ้นฤทธิ์กลับมาที่เก้าอี้สงบสติอารมณ์ไปพักใหญ่ ร่วม
20 นาทีเห็นจะได้ ข้าพเจ้าหันไปหาเธอ เพื่ออยากจะพูดในสิ่งที่อยากจะพูด แต่ต้องหุบปาก เพราะเธอเปิดปากพูดขึ้นก่อน น้ำเสียงตอนนี้ต่างจากวินาทีที่ผ่านมา ความดังของเสียงเบาลงพร้อมกันนั้นใบหน้าก็แสดงความอ่อนโยนลง แต่ก็ยังเหมือนคนผิดหวัง

"ข้อยว่าหลายคนเว้าถูก เขาว่าเจ้าบ้า ถุงยางข้างฮิมถนนก็ไปหาเก็บ เขาถิ้มลงใสเจ้ากะเก็บ บ้าแท้ๆ ถ้าเซาได้กะดี ข้อยอายชาวบ้านชาวเมืองเพิ่น คนอื่นผิดเถียงกัน เจ้ากะเข้าไปแส่ทั้งๆ ที่มันบ่แม่นเรื่องของเจ้า''

เมื่อข้าพเจ้าไม่ขยับปากพูด ไม่ออกเสียง ภรรยาของข้าพเจ้าก็หยุดพูด และทุกสิ่งก็เงียบงัน  ข้าพเจ้าไม่ได้ออกไปไหนเลยตลอด
5 วัน เอาแต่ขังตัวเองอยู่ในบ้าน ตลอด 5 วันที่ข้าพเจ้าอยู่แต่ในบ้าน ภาพเหตุการณ์ต่างๆ มันก็วนเวียนเข้ามาในจิตสำนึกเบื้องลึกของข้าพเจ้า ภาพผู้คนท่องเที่ยวไปตามถนน บางคนก็ถือถุงโอเลี้ยง บางคนก็เดินกินขนม บางคนก็กินผลไม้ ทุกคนต่างกินแล้วทิ้ง เศษสิ่งเหลือต่างๆ ก็ถูกทิ้งตามริมถนนที่มีหญ้าสีเขียวกำลังขึ้นมาใหม่ และมีวัว ควายกำลังเลาะเล็มหญ้าอย่างอร่อยลิ้น พวกมันกินหญ้าอย่างมีความสุข โดยไม่ได้สนใจว่าใครทำอะไร เพราะหญ้าริมถนนบันดาลให้มันเป็นสุขอย่างสุดๆ  

หลังจากภรรยาของข้าพเจ้าให้กัณฑ์เทศน์กัณฑ์ใหญ่แล้ว ข้าพเจ้าจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง เพราะคนบ้าอย่างข้าพเจ้าก็ไม่ต้องการให้ครอบครัวต้องมาแตกแยกเพราะเรื่องอย่างนี้ และข้าพเจ้าเองก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ในเมื่อคนข้างกายก็มองข้าพเจ้าว่าเป็นคนบ้า ซึ่งมันเป็นความบ้าในเส้นทางเดียว แต่มีสองเป้าหมาย ข้าพเจ้ากลัวเพียงว่า เมื่อเลิกบ้าแล้วความบ้าของข้าพเจ้าจะทวีคูณขึ้นเท่านั้น

วันนี้ ข้าพเจ้าออกจากบ้านผิดแผกจากครั้งก่อน ข้าพเจ้าไม่แต่งตัวโสโครก ไม่สะพายถุงพลาสติกใบใหญ่ และไม่เก็บเศษขยะตามถนนหนทางบ้านช่อง ข้าพเจ้าแต่งตัวเยี่ยงสุภาพสาธารณะชนทั่วไปขี่รถจักรยานผ่านไปในแต่ละที่ และก็มองเห็นสิ่งต่างๆ ตามที่เคยเห็นมาแล้ว ในที่สุดข้าพเจ้าก็มาหยุดอยู่ร้านกาแฟ ตรงที่มีคนเคยเอาโอเลี้ยงให้ข้าพเจ้าในฐานะคนบ้าๆ บอๆ ครั้งนี้ เจ้าของร้านไม่ได้เอาให้ข้าพเจ้ากินเหมือนตอนเป็นบ้า แต่ข้าพเจ้าต้องซื้อกิน และไม่ได้กินใส่ถุง แต่กินใส่แก้วอย่างดี ข้าพเจ้านั่งกินโอเลี้ยงเหมือนคนอื่นๆ และสังเกตไปรอบๆ ในขณะเดียวกันก็มีสายลมพัดผ่านมาค่อนข้างแรงพอสมควร ถุงพลาสติกปลิวมาจากไหนไม่มีใครรู้ แล้วมันก็ปลิวไปถูกหน้าผู้ชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่ข้างซ้ายของข้าพเจ้า มันไม่ยุติธรรมเท่าใดนักที่ถุงพลาสติกปลิวมาถูกหน้าผู้ชายคนนั้น แต่จะทำอย่างไร ในเมื่อถุงพลาสติกมันไม่มีวิญญาณ ชายคนนั้นปัดถุงพลาสติกออกจากใบหน้าพร้อมทั้งบ่นออกมาให้ได้ยิน

''ห่ากินหัวมึงเอ๊ย! ถุงยางหนอถุงยาง!''
''เป็นแนวใดอ้าย! โอ๋ยจั่งแม่นชาติหนอถุงพลาสติกนี่กะดาย"
''เก็บกันแด่พวกเจ้ากะดายขยะนั่น!" ชายวัยกลางคนพูดขึ้นพร้อมทำสีหน้าให้เป็นปกติ
''มันบ่ไหวดอกอ้ายเอ๋ย! จั่งแม่นมันมาแต่ไสหลวงหลายขนาด'' เจ้าของร้านตอบ

ข้าพเจ้านั่งฟังแขกผู้มาใช้บริการสนทนากับเจ้าของร้าน จนโอเลี้ยงแก้วแรกเหือดไป แล้วข้าพเจ้าก็สั่งแก้วใหม่ หลังจากเอาโอเลี้ยงแก้วใหม่มาให้ข้าพเจ้าแล้ว เจ้าของร้านก็พาสนทนาต่ออีกครั้ง

''เมื่อวานซืนนี้ เขาพากันเว้ากันว่า วัวลุงดีตายหย้อนมันกินถุงพลาสติก''
''อ้าว! เป็นหยังจั่งว่ามันตายหย้อนถุงพลาสติก''
''อ้าว! ถ้าบ่ตายหย้อนถุงพลาสติกสิหย้อนอี่หยัง? ปาดท้องออกมามีถุงพลาสติกสองสามถุง''

การสนทนาเงียบลงพักใหญ่ โอเลี้ยงแก้วที่สองพร่องไปครึ่งแก้ว ชายวัยกลางคนจึงพูดขึ้นมาว่า
''กะว่านั้นละ เขาเฮ็ดถังให้ใส่กะบ่พากันใส่ ถิ้มไปทั่วทีป''
''แต่ว่าสิบมื้อก่อนนี้ดีแด่ เพราะมีคนบ้าคนหนึ่งมาเลาะหาเก็บถุงไปถิ้มใส่ถังขยะ'' เจ้าของร้านชี้แจง
''เดี๋ยวนี้มันไปใสบ่เห็นมา'' มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากทางด้านขวาของข้าพเจ้า
''หรือว่ามันเซาบ้าแล้วบ่ฮู้'' เจ้าของร้านออกความเห็น

ข้าพเจ้าดื่มโอเลี้ยงอึกสุดท้าย แล้วลุกเดินไปหา และนึกในใจอยู่อย่างหนึ่งว่า ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ข้าพเจ้าอาจจะกลับมาเป็นคนบ้าอีก

ส่งมาโดย นิรนารี เมื่อ 29 ก.ย. 2008 - 14:59:09 - ip: 87.167.236.45  

ห้วย...
บักผีบ้าผู้นี้

มันคือ จิตวิญญาณนักรักษ์โลกแลสรรพสิ่งคือกั๋น
เป๋นตาฮักล๋ายแท้
((((ยิ้ม))))
-----------

ขอบคุณมิตรรักนักอักษร
ผู้ลิขิตงานจรรโลงสรรพสัตว์สรรพสิ่งที่พระเจ้าทรงรัก

ส่งมาโดย ไชยวัฒน์ ตระการรัตน์สันติ เมื่อ 29 ก.ย. 2008 - 18:26:54 - ip: 203.144.164.36  

อ่านเรื่องนี้ทำให้คิดเรื่องดอนกิโฮเต้ (Don Quixote) ของ เซบันเตส ชาวสเปนเป็นอย่างยิ่ง

อย่างไรก็ตาม โลกนี้เปลี่ยนแปลงก็เพราะคนบ้า อาทิ กาลิเลโอ ผู้บอกว่าโลกกลม ในขณะที่สมัยนั้นเชื่อว่าโลกแบน และ... อีกมากมาย

คุณแสงพูไช มั่นใจได้ว่าคนบ้าในโลกนี้มีมากมาย เพียงแต่อาจจะน้อยเมื่อเทียบกับคนที่คิดว่าตัวเองปกติ ผู้มีชีวิตเหมือนกับภาพยนต์เรื่อง Metrix

ส่งมาโดย คนอยากบ้า เมื่อ 29 ก.ย. 2008 - 20:24:55 - ip: 222.123.58.232  

ได้อ๊านแนวเจ้าเขียนมาหนี่ ถืกใจข่อยล้ายหลายเด้อออออ ขอบอกๆๆๆๆๆๆๆ
ข่อยพู๊นึ๊งหละอยากเป็นบ้าแบบนี่ คือสิซำบายใจดีแท้ๆๆๆๆๆๆๆ เฮ็ดดีบ๊อต้องให่ไผฮู่กะได้
เฮ็ดย่อนอยากเฮ็ด บ๊อแม๊นเฮ็ดย่อนอยากไห่คนอื๊นมาย่องมายอ ได้หน่าได้ตา ซั๊วหลายตั๊วนั่น
มื่อต๊อไปขั่นสิไปแบบนั่นอีก บอกข่อยแน๊เด้อ ข่อยสิไปนำ ไห่เจ้าแต๊งโตดีๆ โก้ๆโลด ผูกเนคไท(พุ่นเด๊ะ)พ่อมเด้อ
ซ๊วนข่อยสิแต๊งโตให่มันคือคุณนายเนี่ยะ เอ้อออออลืมบอก ข่อยเป็นพู๊ยิ๊งเด้อ แต๊ป๊วงๆๆๆๆๆจักน๊อย บ๊อค๊อยงึดสายตาคนปานได๋ บ๊อได้ไปด๊าแม๊ไผเด๊ะล่ะ ข่อยว๊า แม๊นบ๊อ มี๊แต๊เฮ็ดไห่บ้านเมียงยู๊ดีนั่นตั้ววววววว
แต๊ว๊าเจ้าบอกเมียเจ้าแน๊เด้อว๊าข่อยบ๊อมีหยังกับเจ้าดอก บ๊อต้องหึง ซำบายใจโลด ข่อยมันคนอุดมคติ อยากเฮ๊ดดีซื๊อๆ ซวนเพิ๊นไปนำกะดีเด๊ะล่ะ เฮ็ดดีซ๊อยกันเนาะ

ส่งมาโดย ถนอมรัก เดือนเต็มดวง เมื่อ 30 ก.ย. 2008 - 17:40:09 - ip: 61.19.165.49  

คุณแสงพูไชย ตัวเอกในเรื่องเป็นคนประเภทสร้างสรรค์ ทำไปเถิดถ้าคิดว่าดี ถูกต้อง
มีคนยืนเคียงข้างเสมอ.

ส่งมาโดย บักสีดา เมื่อ 30 ก.ย. 2008 - 22:13:39 - ip: 61.19.65.25  

บักผีบ้า เป็นตาฮักแพงหลายเด๊...

ส่งมาโดย แสงพูไชย อินทะวีคำ เมื่อ 01 ต.ค. 2008 - 09:34:07 - ip: 202.136.247.79  

ขอขอบพระคุรทุกๆท่านเลยครับที่เข้ามาแวะเยี่ยมเยือนและให้กำลังใจ
แม้ว่าช่วงระยะหนิ่งที่เป็นบ้า....ผู่คนต่างก็รังเกียจ....แต่พอเราหยุดไม่บ้ากับกันมีคนถามถืง...ข่ายังถามตัวเองเลยว่า "ถ้ากูไม่บ้าแล้วใครจะบ้าล๋ะ???"......อยากให้คนบ้าๆเต็มบ้านเต็มเมืองจริงๆครับผม.....

ส่งมาโดย อู๋ ดอยเอียน เมื่อ 01 ต.ค. 2008 - 21:01:30 - ip: 125.25.204.84  

เหมือน เช กู วารา พูดว่าถ้าท่านตัวสั่น โมโหอยากเข้าไปช่วยเหลือ ถ้าท่านเป็นเช่นนั้นถ้าก็เป็นสหายของพวกเรา บางครั้งผมก็เคยบ้าเหมือนตัวละครของอ้ายแสงเหมือนกัน คิดฮอดอ้ายจำครูอู๋ได้บ่ ไปเวียงจันทน์จะไปตำจอกเด้อ ฮักและเชื่อมั่น

ส่งมาโดย แสงพูไชย อินทะวีคำ เมื่อ 02 ต.ค. 2008 - 09:15:55 - ip: 202.136.245.30  

ขอบคุณครูอู๋ที่มาเยี่ยม....จำได้บ่อลืมเน้อ

ส่งมาโดย แสงพูไชย อินทะวีคำ เมื่อ 03 ต.ค. 2008 - 13:55:31 - ip: 202.136.246.90  

ขอบคุณๆไชยวัฒน์ ตระการรัตน์สันติมากครับ
คุณให้คุณค่าผมมากเกีนปหรือเปล่าน้อ.....แต่อย่างไรก็ตามครับ
ผมก็เชื่อว่าสิ่งที่คุณพูดมานั้น...ก็คงเห็นด้วยกับผมใช่มั้ย??
ถืงวันนี้ผมก็ถามตัวเองเสมอว่า "เรานี้บ้าจริงๆหรือ???"
...............................
ขอบคุณมากครับที่มาเยือน

ส่งมาโดย เงาศิลป์ เมื่อ 03 ต.ค. 2008 - 15:29:38 - ip: 202.149.25.225  

โลกขับเคลื่อนไปเพราะความบ้า500
แต่"บ้า"แบบฉบับของอ้ายแสงพูไชย ชะลอโลกให้หมุนช้า

ส่งมาโดย ถนอม ไชยวงษ์แก้ว เมื่อ 04 ต.ค. 2008 - 13:00:25 - ip: 114.128.11.116  

คุณ แสงพู เขียนเรื่องนี้น่ารักจังเลย

ส่งมาโดย อ้ายแสงดาว ศรัทธาบ้า เมื่อ 09 ต.ค. 2008 - 03:24:25 - ip: 118.172.16.16  



คนที่ถูกเรียกว่า บ้า นั้นเขาหลายคนเขาไม่เคยเบียดเบียนใคร ไม่โลภ ไม่โกงกิน คอร์รับชั่น เหมือนกับพวก นักธุรกิจกินเมือง ข้าราชการบางหมู่ บางคน... คนที่ถูกเรียกว่า บ้า เขาเองก็อาจไม่ยอมรับว่าเขาเป็น บ้าดังที่คนอื่นเรียก ...

" แกนะซี่ บ้า ข้าไม่บ้า ว้อย มาเสือกกะข้าทำไม ? " เขาอาจจะสวนตอบเช่นนั้น

เรื่องสั้นของอ้ายแสงเรื่องนี้ อ่านแล้ว ม่วนหลาย รำลึกอ้ายแสงฯ เสมอ บุญฮักษา เด้อ

แสดงความคิดเห็น

ในทุกความคิดเห็น จะมีหมายเลขไอพีของคุณ (38.103.63.62) แสดง

  • การแสดงความเห็นในเว็บบอร์ดต้องอยู่บนพื้นฐานการเคารพในสิทธิและความหลากหลายทางเชื้อชาติ เพศ ศาสนา วัฒนธรรม และความเชื่อ ตลอดจน วิถีชีวิต และสิทธิส่วนบุคคล
  • การวิพากษ์วิจารณ์คำพูด ข้อเขียน หรือความคิดเห็นของบุคคลอื่น ย่อมทำได้โดยสุภาพหลีกเลี่ยงข้อความใดๆอันเป็นการละเมิดหรือดูแคลนต่อบุคคลอื่น
  • การวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของบุคคลอื่นย่อมทำได้โดยสุภาพ ในกรณีที่เป็นการกระทำที่กระทบต่อสาธารณะหรือกระทำโดยสาธารณะ
  • ประชาไทขอความร่วมมือ หากต้องการให้ข้อมูลที่คิดว่าเป็นประโยชน์ได้แสดงบนเว็บบอร์ด กรุณางดเว้นการใช้ถ้อยคำที่มีลักษณะเหยียดเพศ เหยียดเชื้อชาติ ศาสนา และเชื่อมโยงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นการล่อแหลม

คำถาม: วันนี้วันที่เท่าไหร่ ? (ใส่เฉพาะเลขวันที่เท่านั้น) *

ชื่อ: *

อีเมล: (ถ้ามี) ข้อมูลนี้จะไม่แสดงต่อสาธารณะ.

โฮมเพจ: (ถ้ามี)

ความคิดเห็น: * ใช้โค้ด HTML ไม่ได้

(สูงสุด 1,000 ตัวอักษร)
พิมพ์ได้อีก ตัว

 

แสงพูไช อินทะวีคำ

แสงพูไช อินทะวีคำ

หน้าเว็บ

บันทึกล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

Blogroll

บล็อกก่อนหน้า

มีอะไรใหม่ในบล็อกกาซีน

พิเศษ