เรื่องเล่าจากคนลาว
ในประเทศลาว หากเอ่ยถึงวรรณคดีปฏิวัติแล้ว หลายคนก็เข้าใจทันทีที่เอ่ยถึง ว่าเป็นบทวรรณคดีที่แต่งขึ้นในยุคที่ทำการปฏิวัติชาติประชาธิปไตย ซึ่งเป็นระยะที่ประเทศชาติลาวตกเป็นอาณานิคมของจักรพรรดิเก่าและใหม่ ระยะนี้วรรณคดีเกิดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์อยู่อย่างหนึ่ง คือ เป็นเครื่องมือรับใช้ให้แก่การปฏิวัติ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปลดปล่อยประเทศชาติและประชาชนออกจากการกดขี่ของจักรวรรดินิยม เพื่อให้ชาติและประชาชนมีเสรีภาพตามระบอบประชาธิปไตยประชาชน
เมื่อเป็นเช่นนั้น วรรณคดีปฏิวัติระยะนี้จึงมีความสำคัญมากในการประกอบส่วนเข้าในการโฆษณาเผยแพร่ผลงาน และการชนะสงครามของการปฏิวัติ, การรณรงค์ให้ประชาชนบรรดาชนเผ่าเข้าร่วมการปฏิวัติเพื่อต่อสู้กับจักรวรรดินิยม และหุ้นผู้ขายชาติที่หวังกลืนกินประเทศชาติลาว
หลายๆ บทประพันธ์ที่ประพันธ์ขึ้นจากฝีมือของนักเขียนปฏิวัติ เช่น 1. ส.บุบผานุวง หรือ ชายเชโปน ที่มีชื่อจริงว่า “สุวันทอน บุบผานุวง” 2.จ.เดือนสะหวัน ที่มีชื่อจริงว่า จันที เดือนะหวัน 3. ดาวเหนือ และนักเขียนปฏิวัติ ซึ่งข้าพเจ้าไม่สามารถจำชื่อได้หมดและก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
นักเขียนเหล่านี้ได้กลายเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วฟ้าเมืองลาว ในฐานะที่เป็นนักเขียนปฏิวัติอาวุโส
บทเขียนที่เขียนขึ้นโดย ส.บุบผานุวงก็มี อาทิ ใต้ร่มทงของพัก, ลูกสาวของพัก, กองพันที่สอง, อยากข้าเพี่นโตตาย.
บทเรื่องที่เขียนจาก “จ.เดือนสะหวัน” ก็มี เส้นทางแห่งชีวิต 3 เล่ม นอกนี้ก็มีบท เรื่องต่างๆที่ถูกนำลงพิมพ์ในหน้าหนังสือพิมพ์ นอกจากสองท่านนี้ก็ท่านนักเขียนท่านอื่นๆเช่น “ดวงไช หลวงพาสี” เรื่อง สายเลือดเดียวกัน เรื่อง ฟองเดือนเก้า ของ “ท่านคำมา พมกอง” และ พัดพากจากสี่พันดอน ของ “ป้าเวียงเฮือง” นอกนี้ก็มีบทเขียนอื่นๆและนักเขียนปฏิวัติท่านอื่นๆ หลายท่านซึ่งผมไม่สามารถจำได้หมด
บทเรื่องต่างๆ ที่กล่าวมานั้น แสดงออกให้เราเห็นถึงแนวคิดปฏิวัติ สีสันตามรูปแบบปฏิวัติ หลักจรรยาบรรณของรูปปฏิวัติ ก้าวไปสู่แนวคิดที่สร้างสรรค์ในรูปแแบบปฏิวัติ เพราะทุกบทเรื่องที่เขียนล้วนสะท้อนให้เห็นภาพที่ชัดเจนว่า “มีเพียงการปฏิวัติเท่านั้น ที่สามารถนำความเป็นเจ้าของประเทศชาติมาสู่พี่น้องประชาชนชาวลาวทั้งประเทศได้”
เมื่อเราอ่านวรรณคดีปฏิวัติแล้วทำให้เราสามารถมองเห็นเส้นขนานสองด้านอย่างแจ่มแจ้ง คือ ความก้าวหน้าศิวิไลซ์ของการปฏิวัติและความอยุติธรรมในสังคมเก่า แต่ในบทเรื่องปฏิวัติไม่ได้พูดถึงว่า การปฏิวัติมีอะไรบ้างที่ไม่ดีและในสังคมเก่ามีอะไรบ้างที่ดี
เมื่อเราอ่านบทเรื่องปฏิวัติแล้ว เหมือนกับว่าเราสามารถมองเห็นความมีระเบียบของผู้คนจะเป็นใครก็ตามที่เดินตามเส้นทางปฏิวัติ มองเห็นความจงรักภักดีของคนที่มีต่อการปฏิวัติ ถือเอาการปฏิวัติเปรียบเสมอเหมือนชีวิตจิตใจ ถือการปฏิวัติเหมือนกับลมหายใจเข้าออกของตน
นอกจากนั้น เมื่อเราอ่านแล้วทำให้เรามองเห็นว่า สภาพการดำรงชีวิตของผู้คนก่อนการปฏิวัติมีความเป็นอยู่ที่เลอะเทอะ สร้างสิ่งที่ไม่ดีงามขึ้นในสังคม อ่านแล้วทำให้เรามองเห็นภาพเหมือนกับว่า แผ่นดินลาวก่อนปฏิวัติถูกครอบงำด้วยซาตานอะไรประมาณนั้น
อ่านแล้วเหมือนกับว่า ก่อนการปฏิวัติแผ่นดินลาวทุกหย่อมหญ้ามีแต่เปลวไฟลุกลามไปทั่ว ทำให้แผ่นดินกลายเป็นแผ่นดินเถื่อน ในแผ่นดินเต็มไปด้วยคราบเลือดและน้ำตา รอการช่วยเหลือให้หลุดออกจากกงกรรมแห่งนรกอเวจี
อย่างใดก็ดี ในบทต่อไปผมจะอนุญาตท่านผู้อ่าน เสนอเรื่องลาวต่างๆในบทวรรณคดีปฏิวัติเพื่อเป็นการแลกเปลียนทัศนะด้วยกัน.
หมายเหตุ : งานชิ้นนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์ “เวียงจันท์ใหม่” เมื่อปี ค.ศ.2005 แล้ว แต่จำเดือนไม่ได้ จึงขออภัย มา ณ ที่นี้ด้วย
[ Permalink ] . [ 8 ความคิดเห็น ]
สะบายดีอ้าย
หากกล่าวถึงงานเขียนปฏิวัติเป็นหยังบ่กล่าวถึงงานเขียนนอกกระแส (ที่บ่แม่นงานเขียนปฏิวัติ--งานเขียนใต้ร่มธงของพรรค) เพราะว่าตามความจริงแล้ว ในลาวเองก็มีงานวรรณกรรมดีๆ หลานยเล่มที่บ่อิงใส่การปฏิวัติเอาเสียเลย แต่คนนอกประเทศบ่ค่อยได้ฮู้ท่อใด๋ อย่างเช่น งานเขียนของ อุทิน บุนยาวง ก็มีหลายเล่มที่เขียนแบบบ่อิงใส่การปฏิวัติ แต่อิ่งใส่แนวอื่น ซึ่งก็สามารถสร้างสานำพาประเทศไปสู่สิ่งที่ดีขึ้นได้
ทื่อหน้าอยากให้อ้ายลองนำเสนองานเขียนที่บ่อิงใส่การปฏิวัติเบิ่ง อยากให้อ้ายเขียนถึงงานเขียนที่นำเสนอเรื่องราวความพัวพันธ์ของลาว-เวียดนาม เพราะน้องคึดว่า ในงานเขียนจำพวกนี้เฮ็ดให้เฮาเห็นความสัมพันธ์ของคนลาว-เวียดนาม อันนี้เป็นข้อเสนอลองเบิ่งเด้ออ้าย
ขอบใจ
สะบายดี
สุมาตร
สบายดีมาตร
ขอบใจหลายๆที่ให้คำเห็น.....ความจริงแล้วยังบ่ได้เว้าถืงเรืองอื่น เพราะการนำเสนอในที่นี้ เราจะลำดับขั้นตอนจากที่ได้เสนอไปแล้ว รออ่านต่อไปเด้อ
สบายดีอ้าย
น้องสิถ้าอ่านด้วยความระทึกในหัวใจเด้ออ้าย น้องมักข้อความนี้แฮงขนาด
"บทเรื่องต่างๆ ที่กล่าวมานั้น แสดงออกให้เราเห็นถึงแนวคิดปฏิวัติ สีสันตามรูปแบบปฏิวัติ หลักจรรยาบรรณของรูปปฏิวัติ ก้าวไปสู่แนวคิดที่สร้างสรรค์ในรูปแแบบปฏิวัติ เพราะทุกบทเรื่องที่เขียนล้วนสะท้อนให้เห็นภาพที่ชัดเจนว่า มีเพียงการปฏิวัติเท่านั้น ที่สามารถนำความเป็นเจ้าของประเทศชาติมาสู่พี่น้องประชาชนชาวลาวทั้งประเทศได้
เมื่อเราอ่านวรรณคดีปฏิวัติแล้วทำให้เราสามารถมองเห็นเส้นขนานสองด้านอย่างแจ่มแจ้ง คือ ความก้าวหน้าศิวิไลซ์ของการปฏิวัติและความอยุติธรรมในสังคมเก่า แต่ในบทเรื่องปฏิวัติไม่ได้พูดถึงว่า การปฏิวัติมีอะไรบ้างที่ไม่ดีและในสังคมเก่ามีอะไรบ้างที่ดี "
พอดีมีต้นฉบับงานเขียนเรื่อง "พัดพรากจากสีพันดอน" อ่านแล้ว โถ่!!! น้ำตาย้อย แม่นหยังซั่งมาเป็นแนวนี้ได้ แต่พอได้ลมกันกับอ้ายนพแล้วพัดได้ฮู้ว่า เรื่อง "พัดพรากจากสีพันดอน" ถืกเขียนขึ้นมาสองครั้งบ่ฮู้ว่ากับอ้ายมีต้นฉบับเล่มไหน อยากฮู้ว่าตอนจับมันสีคือกันบ่อน้อ
ส่วนเล่มปลายปากกาแห่งดินแดนอิสระนั้น น้องมีอยู่ได้อ่านแล้ว มักหลายเรื่องอยู่
มาตร
มาตร
อ้ายพยายามชอกหาสบับเก่าๆ แต่บ่เห็น เดียวอ้ายซิไปถามป้าเวียงเฮืองดู บางทีแกคงมีไว้
ในสบับเก่าตอนท้ายของเรื่องตัวละคอนโดดน้ำตาย อ้ายมีบทวิเคราะเกียวกับเรื่องนี้อยู่
แต่สบับใหม่ ตอนท้ายของเรื่องตอนละคอนจะบ่โดน้ำตาย
การโดน้ำตายและบ่โดน้ำตายของตัวละคอน ความรู้สิกต่างกันอย่างบอกไม่ถูก ทั้งสะท้อนความเป็นไปของสังคมเก่านั้น ชัดเจนมาก อ้ายคิดว่าโดน้ำตายของตัวละคอนหน้าจะดีก่วา
ฮาๆ ฮาๆ
การปฏิวัติตามความคิดเห็นของอ้ายแสงดาวฯ เห็นว่าเป็นสิ่งที่ดี เหมาเจ๋อตง ปฏิวัติ เผด็จการเจียงไคเช็ค ลาวปฏิวัติเผด็จการพวกเจ้าที่กุมอำนาจ ฟิเดล คาสโตร์ และ เช เกวาราปฏิวัติชนชั้นเผด็จกรในประเทศ โฮจิมินห์ ปฏิวัติเผด็จการชนชั้นปกครอง และจักวรรดินิยมอเมริกา ฯลน
..... ทว่า เมื่อปฏิวัติแล้ว ประชาชนจักต้องมีวิถีชีวิตที่ดีงาม มีความเป็นธรรม เป็นไท (อิสระ) ภายในประเทศนั้นๆที่ได้รับการปฏิวัติ จึงไม่น่าจะมี คนขอทาน คนร่อนเร่พเนจร คนทุกข์คนยาก และชุมชนประชาชน ไม่ถูกรุกรานจากโครงการของรัฐที่อ้างว่าปฏิวัติเพื่อประชาชน เช่นทำไมต่องมีการสร้างเขื่อน ทำไมต้องเอาอุตสาหกรรสสุดโต่งที่ทำลายวิถีชีวิตธรรมชาติ
การปฏิวัติต้องให้ประชาชน ตรวจสอบอำนาจรัฐได้ ถ้าตรวจสอบมิได้ นั่นก็คือ เสือตัวใหม่ เผด็จการตัวใหม่ ที่เข้ามาในนาม ไม่ว่าจะอ้างเป็น สังคมนิยม คอมมิวนิสต์ หรือประชาธิปไตย ฯลฯ
ต้องฟันธงกันแบบนี้แหละพระคุณท่าน
รำลึก คิดฮอด อ้ายแสงฯ เสมอ บุญฮักษา คับ
ท
สะบายดี ท้าวแสงพูไซ
เป๋นต๋าสนใจ๋ ข้าพเจ้ารอถ้าอ่านว่า แท้หรือบ่อ ถี่ว่า "มีเพียงการปฎิวัติเท่านั้น ที่สามารถนำความเป็นเจ้าของประเทศชาติ มาสู่พี่น้องประซาซนซาวลาวทั้งประเทศได้"
หากว่าเป๋นเซ่นนั้น เกิดอิหยังขึ้นกับโครงก๋านพัฒนาต่างๆของรัดถะบานลปฎิวัติ ที่บ่อเคยฮับฟังเสียงของประซาซนเจ้าของประเทศ
บั๋นหานี้ คือค้ายกั๋นแท้กับรัฐบาลอันอวดอ้างเอาว่าเป๋นประชาธิปไตยอยู่แวดอ้อมประเทศลาว
แล้วพ้อกั๋น
สบายดีอ้าย... ดีใจที่ได้อ่าน บทความที่ดีๆของคนลาว ใจแท้แล้วข่อยกะคนลาวคนนึงใด๋ (อิสาน) มักอ่านเวปลาวมีหมู่คนลาวอีกหลายคน (ผู้บ่าวกะคนลาวเวียงจันอิอิ)ดีใจที่ได้ลมนำ โชคดีเด้ออ้าย สบายดี..
อ้ายแสงดาวๆเอ๋ย ดีใจหลายที่อ้ายมาแวะเวียน ถูกของอ้ายตี่อ้ายอู๋น้อ เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง
ขอบใจแม่ญิงโย-นก
อันแท้ๆมันก็ควนเป็นว่าทำการปฎิวัติเผื่อใครกันแน่ เพราะเห็นด้วยอย่างอ้ายแสงดาวอู๋มานั้นแหละ
ขอบใจหลายๆสาวลาวที่หน้ารัก....
อยากจะเห็นหน้าสาวลาวคนนี้เส็ยแล้วละน้อ ผู้ข้าเข้าใจว่าหากคนลาวเป็นตัวตนของตนอย่างแท้จริง เมื่อนั้นแหละเราถืงจะรู้ว่าเรามีค่าสูงเพียงใด หากเมื่อใดเรายังเห็นอย่างอื่นเหนือนคุณค่าของคำว่าลาว เมื่อนั้นเราคงต้องก้มหน้าเดีนอย่างเดีม คิดถืงทุกคน....