เพียงเศษเสี้ยวจักรวาล
ฉัน รัก ดวงตาหญิงสาวเจ็บปวดร้าวจิตวิญญาณ เหลือที
โ ล ก แล้งร้อนร้างไร้ทุกที วันนี้ ด ว ง
ตา เ ธ อ ยังสดใส
... ฉัน รัก หัวใจของชายหนุ่ม ร้อนรุ่ม วิ ญ
ญาณ์ กว่าไหน
โ ล ก รู้ว่า เ ธ อ นั้นจริงใจ ด ว ง ตา
บอกไว้ ฉั น รู้
... ฉัน รัก หัวใจมนุษยชาติ งามพิลาส
หลอมรัก สถิตสู้
หญิงสาว ชายหนุ่ม เชิดชู แก่เฒ่า
เยาว์วัย กอบกู้ เ ส รี
ยังจำได้เราก้าวย่างสู่ ทางฝัน ชนด้นดั้น
ทำลายการก ด ขี่
เปิดประตูเดือนตุลาฯ ก็พอดี... 37 ปี - 33 ปี เดือนตุลาฯ
- 16 ปี พฤษภาฯ แห่ง -
- ม หา ป ระ ชา ช น
คารวะดวงใจคนกล้ามิล้าถอย มิรอคอย - หัวใจคงเข้มข้นคมตุลาฯ - คมพฤษภาฯ คมกล้าแกร่ง คมคน หากล่วงพ้นอวิชชา
กล้าฝ่าฟัน
เย็นสายลมโชยชื่น โลมลูบไล้
เพลงหัวใจผองชนพร้อมรังสรรค์
ใครจักเปลี่ยนสีแปรธาตุ ไม่ว่ากัน
โลกเรานั้นคงหมุนเคลื่อน มิเปลี่ยนแปร
ปิด ประตู เดือน ตุลาฯ - พฤษภาฯ ลงเสียบ้าง
เปิดประตูโลกกว้าง - ปิดบาดแผล
โลกหลอมรัก พ ลั ง หล้า หลอม ด ว ง แ ด
ยุ ท ธ ศา ส ต ร์ - ยุ ท ธ วิ ธี ... ที่แท้ ต้อง ห ยั ด ยื น
มิใช่ให้ ลืมเลือน เดือนตุลาฯ - พฤษภาฯ
ด ว ง ใจ ก ล้า ผองเพื่อน อันดาษดื่น
ป ระ วั ติ ศา ส ต ร์ ต้อง จ ดจำปลุกคนตื่น
หลอม พ ลั ง พลิกฟื้น สั ง ค ม ใ หม่ ให้ ง ด งา ม !!!
คารวะรำลึกจิตวิญญาณเดือนตุลาฯ - พฤษภาฯ
ผู้กล้าทั้งผู้ที่ยังอยู่ และผู้เสียสละชีพ
--หมายเหตุ -- บทนี้ เขียนในหนังสือ "ศิลปกับสังคม" ปี 2546 , "สถาบันปรีดีพนมยงค์" และได้เขียนเพิ่มเติมปรับปรุงใหม่ (2551)
[ Permalink ] . [ 14 ความคิดเห็น ]
อ้ายแสงดาว...
คงต้องเพิ่มตุลา 51 เข้าไปอีกแล้วล่ะครับ
เศร้ามากเลยครับ..
ว่างๆเจอกันที่เดิมครับ..
บุญฮักษา
ชำระประวัติศาสตร์ รังเกียจความอยุติธรรม
เทิดทูนความรัก ต่อต้านความรุนแรง
แต่อยากถามอ้ายแสงดาวครับ
ใครบนเวทีพันธมิตร ที่จุดไฟแห่งความโกรธเกลียดชิงชังให้พลุ่งพล่านอยู่ทุกค่ำคืน
ใครบนเวทีพันธมิตรที่บิดเบือนสร้างกระแสกระพือโหมให้เกลียดชังผู้ที่เห็นต่างจากตน
ใครบนเวทีพันธมิตรที่เป็นพวกปฏิกิริยาขวาใหม่เอาหลังพิงวังเอามวลชนเป็นเครื่องมือเพื่อ
กำจัดศัตรูของตน
ใครบนเวทีพันธมิตรที่สร้างเงื่อนไขให้เกิดความรุนแรงอย่างชั่วช้าสามานย์
อยากถามไปถึง กวี นักเขียน และศิลปินทุกท่านบนเวทีพันธมิตร
ว่าพวกท่านมองไม่เห็นหรือไม่อยากมอง
บทกวีและงานศิลปะของพวกท่านถูกนำไปสร้างความชอบธรรมให้คนชั่วช้ากระหายเลือด
แล้วท่านจะกล่าวถึงความรักและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ได้เต็มปากอยู่หรือ
เมื่อกวีเศร้าใจและคลั่งแค้นอำนาจรัฐ
ถามว่าตำรวจเศร้าใจเป็นไหม คนขับแท็กซี่เศร้าใจเป็นไหม นักการเมืองเศร้าใจเป็นไหม
หรือว่าเขาเหล่านี้ไม่มีความเป็นมนุษย์เท่าๆกับกวี ศิลปิน
เท่าๆกับคนอย่าง สนธิ สมศักดิ์ ศรัณยู สุริยะใส ฯลฯ
ถ้าทุนนิยมสามานย์มันชั่วช้า
คนที่จุดความเกลียดชังให้คนเฆ่นฆ่าประหัตประหารกัน(ไม่ต่างอะไรกับฝ่ายขวาใน 6 ตุลา)
ไม่ชั่วช้าหรือครับ
เมื่อท่านศิลปินปฏิเสธทุนนิยมสามานย์ แต่ท่านศิลปินไม่ปฏิเสธเงื่อนกลแห่งความโหดเหี้ยมชิงชังซึ่งทำลายศักดิ์ศรีคุณค่าความเป็นมนุษย์หรือครับ
ถ้าท่านประนามทักษิณและลิ่วล้อ
ทำไมท่านถึงละเว้นที่จะไม่ประณามคนอย่างสนธิ ลิ้มทองกุลล่ะครับ
ท่านศิลปินทั้งหลายครับ
ท่ายยังสบตากับตัวเองได้หรือครับ
ท่านยังอ่านบทกวีของตัวเองได้เต็มเสียงอยู่หรือครับ
ท่านเชื่อจริงๆหรือว่าการปะทะกันในวันที่ 7 ตุลาคม
แกนนำพันธมิตรไม่ต้องการให้เกิดขึ้น
ท่านเชื่อจริงๆหรือว่า นักการเมือง รัฐบาล และตำรวจ
กระหายเลือดอยากเข่นฆ่าประชาชน
ท่านเชื่อจริงหรือว่า
ความรุนแรงทั้งหมดที่เพิ่งเกิดขึ้น นักการเมือง รัฐบาล และตำรวจเท่านั้น
ที่ต้องรับผิดชอบ
ท่านยังปล่อยให้คนกระหายเลือดที่เต็มไปด้วยโมหะและโทสะ
สวมเสื้อคลุมวีรบุรุษประกาศสงครามเข่นฆ่าคนยากไร้ทุกค่ำคืนบนเวทีพันธมิตร
ได้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจเลยหรือ
ฝากไปถามดังๆบนเวทีพันธมิตรด้วยว่า
การตายของคุณ"ณรงค์ศักดิ์ กอบไธสงค์"มีค่าแค่ไหนในความคิดของพวกเขา
ตราบเท่าที่ xxx ยังสนับสนุนพันธมิตร พันธมิตรไม่มีวันเลิก จนกว่าจะ "ชนะ"
(สมศักดิ์ เจียมฯ จากบอร์ดฟ้าเดียวกัน)
1. ผมคิดว่า ไม่เป็นปัญหาใดๆอีกต่อไป ไม่มีทางเถียงได้อีกต่อไป ("สนธิแอบอ้างเอง" ฯลฯ เป็นต้น) ว่า xxx ให้การสนับสนุนพันธมิตรอย่างเต็มที่ (ผมไม่แยก ระหว่าง A กับ B เพราะในทางการเมือง ไม่ความสำคัญอะไร ต่อให้มี "ความแตกต่าง" ระหว่าง A กับ B หรือมี "บทบาทที่ไม่เท่ากัน" ระหว่าง A กับ B
2. ปัญหา คือ ตราบเท่าที xxx ยังสนับสนุนพันธมิตรอย่างเต็มที่เช่นนี้ พันธมิตรจะไม่มีวันเลิกแน่นอน เพราะ พวกนี้จะรู้ว่า กำลังอยู่ใน "ฝ่ายที่ไม่มีวันแพ้" และ ด้วยการที่ได้รับสนับสนุนนี้เอง พันธมิตร จะไม่มีวันเลิก จนกว่าเป้าหมายของตนจะบรรลุผล "ชนะ" นั่นคือ จนกว่าจะ มั่นใจว่า สามารถทำให้ xxx "ปลอดภัย" จาก "อำนาจเลือกตั้ง" ได้
3. xxx สามารถสนับสนุนพันธมิตรไปเรื่อยๆ สามารถใช้สังคมเป็นเดิมพัน ความชะงักงัน กระทั่ง ความ "ล่มจม / ถดถอย" ทางเศรษฐกิจ หรือการเมือง ไม่เป็นปัญหาสำหรับพวกเขา รวมทั้งชีวิต ของบรรดาคนร่วมชุมนุมของพันธมิตรเอง (ไม่ต้องพูดถึงชีวิตของเจ้าหน้าทีตำรวจ และคนอื่นๆ) โดยธรรมชาติ (โดยโครงสร้าง) xxx เป็นกลุ่มที่ immune ("มีภูมิคุ้มกัน") ต่อความหายนะทั้งหลายมากที่สุด (นายทุน/นักการเมืองนั้น ถ้าเศรษฐกิจแย่ ตัวเอง แย่ไปด้วย) xxx เป็นพวกที่แคร์น้อยที่สุด ว่า ใครจะตาย เศรษฐกิจสังคมจะพัง เพราะพวกเขา มี "หลักประกัน" ที่คนอื่นไม่มี พวกเขาจึงสามารถหนุนหลังให้พันธมิตร ก่อสถานการณ์ยืดเยื้อเป็นปีๆได้ ก่อความปั่นป่วน ความไม่เป็นปกติสุขต่อสังคม อย่างไรก็ได้ (ก่อนหน้านี้ ใครจะคิดว่า สามารถมีการยึดทำเนียบรัฐบาลเป็นเดือนๆได้ มีประเทศปกติที่ไหน มีสถานการณ์เช่นนี้ได้)
4. ในที่สุด ตราบเท่าที xxx ยังให้การสนับสนุนพันธมิตร เรื่องนี้ คงจะลงเอยที่การยึดอำนาจครั้งใหม่ ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง
อย่าง "เบา" ที่สุด คือ "ยึดอำนาจทางรัฐสภา" โดยหาทางให้ประชาธิปัตย์กลายเป็นรัฐบาลแทน โดยผ่าน "กลไลรัฐสภาตามปรกติ" (บีบ พรรคอื่นๆให้หันมาสนับสนุน ปชป. เป็นต้น)
แต่หนทางยึดอำนาจแบบ "เบา" นี้ ดูท่าจะเป็นไปได้ยากมากๆ ผมสงสัยว่า ลงท้าย คงต้องมีการยึดอำนาจแบบ "หนัก" (รัฐประหาร, ล้มรัฐสภา ฯลฯ) เสียมากกว่า
(ขณะที่ผมเขียนเสร็จ พอดีมีข่าวระเบิดรถที่พรรคชาติไทย ผมว่า "สัญญาณ" ขณะนี้ ไม่ดีเอามากๆ การยึดอำนาจอาจจะเกิดเร็วมากกว่าช้า)
คุณรังเกียจชิงชังทุนนิยมสามานย์
กระทั่งว่ายอมตาบอดมอดมิดมองไม่เห็นมูลเหตุแห่งความรุนแรงที่แท้จริง
คุณรักษาอุดมการณ์อย่างสูงส่ง
ไต่ปีนไปยังเป้าหมายแห่งฝัน
ท่ามกลางซากกองกระดูกที่ถูกเข่นฆ่าอันเนื่องมาจากความโกรธเกลียด
ที่ถูกกระพือโหมจากซาตานที่ชื่อสนธิ ลิ้มทองกุล
ผมอยากถามว่าสิ่งนี้มันเลวร้ายน้อยกว่าระบอบทักษิณที่คุณเกลียดชังนักหรือ
คุณมีความกล้าหาญไหมที่จะประนามแกนนำชั่วเหล่านี้
คุณมีความกล้าหาญที่จะหักโค่นกับความอยุติธรรมในระบอบทุนสามานย์โลกาภิวัฒน์
แต่คุณขี้ขลาดที่จะประนามคนชั่วช้าที่ฉวยโอกาสปลุกปั่นให้เกิดการนองเลือดเพื่อผลประโยชน์ตัว
คุณวสันต์ สิทธิเขตต์ และเหล่าพลพรรคศิลปิน คุณไม่มีสิทธิกล่าวอ้างถึงวีรกรรมของวีรชน 6 ตุลาอีกต่อไป
เพราะคุณกำลังยืนอยู่เคียงข้างคนที่สังหารโหดนักศึกษาผู้บริสุทธิ์ในสมัย 6 ตุลา
ตอบคำถามผมเถอะครับ
อย่าให้ประวัติศาสตร์ต้องจารึกชื่อพวกคุณในฐานะศิลปินมือเปื้อนเลือดมากไปกว่านี้เลย
แวะมาเยี่ยมเจ้าค่ะ
มาเจอคอมเมนท์ข้างบนแล้วก็อยากหนีเมืองไทย
เลยอดแสดงความเห็นไม่ได้
หนูไม่ได้ว่าใครผิดใครถูกนะค่ะ
เพราะหนูเห็นว่า ทุกวันนี้คนเรามัวแต่นั่งเถียงกัน
ว่าสิ่งที่ตนเห็นขาวสะอาดหรือดำบริสุทธิ์
ถกเถียงกันว่าถูกหรือผิดไม่รู้จักจบ
ทั้งที่จริงแล้ว โลกยังมีสีเทา
ไม่ได้มีแค่สีขาวกับดำ
เพราะเราเถียงกันเพื่อเอาชนะ หัวใจเราเลยขาดความรัก
ไม่ว่าถูกผิดขาวดำ หรือสีใดๆ มันก็คือส่วนหนึ่งของโลกใบนี้
สายตาคนเรายังมองเห็นสิ่งต่างๆ ได้ไม่เหมือนกัน
แล้วอุดมการณ์คนเราจะเหมือนกันได้เช่นไร
แล้วใครเล่าที่ผิด หากเราเป็นคนคิดมาตรฐานเราก็ต้องเอามาตรฐานที่เข้าข้างตัวเอง
หากเขาเป็นคนคิดมาตรฐานเขาก็ต้องเอามาตรฐานที่เข้าข้างตัวเขาเอง
แล้วแบบนี้ถูกผิดมันสำคัญที่ตรงไหนกัน ฆ่ากันตายวันนี้เพราะเห็นต่าง
อนาคตมันจะไม่มีคนเห็นต่างจากคุณเกิดขึ้นมาเหรอ
แม้คนเดือนตุลาเอง ยังมีแตกคอกันเอง แล้วแบบนี้จะประสาอะไรกับสังคมปัจจุบัน
วันนี้คุณชนะแต่อีกสิบปีข้างหน้าคุณอาจจะแพ้ เพราะเด็กสมัยนี้เขาไม่ได้คิดแบบพวกคุณ
แล้วอีกหน่อยเด็กรุ่นหลังเขาก็จะบอกคุณนะต้องถูกล้มล้าง
เพราะเขาไม่เอาคุณ เขาคิดไม่เหมือนคุณแล้วเขาผิดไหม
เขาก็จะบอกว่าเขาไม่ผิด เพราะพวกเขาส่วนมากคิดแบบนั้น
เวรกรรมมันมีจริง พวกคุณมาไล่บี้ฆ่าฟันกันเพื่ออุดมการณ์วันนี้
อีกสิบปีชื่อพวกคุณอาจจะโดนลบออกจากประวัติศาสตร์
เพราะเด็กรุ่นใหม่อาจจะเห็นว่า การสอนประวัติศาสตร์มันทำให้เกิดการแตกแยก
วีรชน คนดี หรือผู้ร้าย อาชญากร อาจจะเป็นแค่กระดาษเปล่า
ไม่มีอะไรอยู่ยั้งยืน เมื่อถึงเวลามันก็เปลี่ยนของมันเอง
ยึดติดอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แล้วฆ่ากัน มันได้ประโยชน์อะไร
ไม่ว่าฝ่ายไหน ก็งี่เง่าทั้งนั้น มัวแต่หลงอยู่กับภาพลวงตา
ทั้งที่อำนาจเป็นแค่ภาพที่คนสร้างขึ้นมาไม่มีอยู่จริง
แม้แต่ตัวของมันเองก็ยังบ่งบอกไว้ให้เห็นเด่นชัด
อำนาจ แปลว่าสิทธิ หรืออิทธิพล
แต่คำว่าอำโดดละ อำ ก. ปิดบัง, ปกปิด; (ปาก) พูดหลอกเพื่อให้ตกใจหรือขบขันเป็นต้น,
พูดดักคอ.
แล้วยังจะหลงอยู่กับสิทธิ หรืออิทธิพล ที่เป็นแค่ภาพลวงกันทำไม
หนูไม่ได้แช่ง แต่เชื่อเหอะว่าอีกสิบยี่สิบปีข้างหน้า พวกคุณวันนี้จะไร้ความหมาย
เป็นเพียงเรื่องเล่า ให้เด็กฟัง เป็นแค่ตำนาน เก่าๆ
โดนใจอย่างแรงเลย"สีน้ำน้อย"
ชัดเจนถูกต้องตามคิดครับ
เห็นด้วยอย่างแรง
ขอบคุณคุณ "คนที่ยังมือสั่นเมื่อเห็นความอยุติธรรมไม่ต่างจากคุณเนาวรัตน์"
ตรงประเด็น แต่สันดานกวีศิลปินใหญ่เหล่านี้ คงไม่รู้สึกรู้สาอะไรหรอก
เอาแต่ "ดัดจริต" ด่านักการเมืองไปวันๆ
ยินดีจั๊ดนักกับอ้ายแสงดาวด้วยครับ
ที่มีแฟนประจำเพิ่มขึ้นอีกหลายคน...อิอิ
บุญฮักษาครับ...
ยุติธรรม เที่ยงแท้ยิ่ง จริงไหมหนอ
ตั้งแต่ก่อ สร้างโลกมา หาเคยเห็น
ปลาใหญ่กิน ปลาเล็ก นั้นสิเป็น
ก็เฉกเช่น คนเรา ต้อง...เข้าใจ
อันตราชู ตราชั่ง คนสร้างขึ้น
เป็นจุดยืน ให้มนุษย์ อุดช่องว่าง
แต่ความจริง ยังไม่แท้ แค่...เหมือน...กลาง
ยังรกร้าง ว่างเปล่า ให้เรามอง
ดั่งความจริง ตรงข้าม กับความเท็จ
ความสำเร็จ เกิดขึ้นมา น้ำตาไหล
มีผู้คน หลายหลาก ต้องจากไป
อยู่ที่ไหน อยู่ในคุก ต้องทุกขฺตรม
กี่ร้อยปี กี่พันปี กี่ศตวรรษ
ถูกกำจัด ทุนนิยม สร้างสมหนอ
คนร่ำรวย สั่งสมได้ ไม่เคยพอ
คนจนรอ... จะอยู่ได้ อย่างไร.....กัน...
แค่อยากเข้ามาทักทายในฐานะคนเดือนตุลา......แก๊สน้ำตาที่ผมโดนลูกแรกข้างวังสวนจิตร รู้สึกว่าไม่แรงเหมือนของจีนนะครับ....ด้วยความเคารพ โลกเรามีสองด้านดลอดเวลา....สวัสดีครับ