blogazine prachatai บล็อกกาซีน (beta)  |  บล็อกทั้งหมด  |  จัดการบล็อก  |  เงื่อนไขและข้อตกลง  |  นโยบายความเป็นส่วนตัว  |  ประชาไท

ธรรม(ะ)ชาติ

ส่งมาเมื่อ 27 พ.ค. 2008 - 10:49:02.  หมวด: ชีวิต  ป้าย:

20080527 1

เหมือนความต้องการไม่รู้จบ ... ยามเช้า จะดีเสียกว่า หากปราศจากเสียงจากหอกระจายข่าวของหมู่บ้าน  ฉันต้องการเพียงสรรพสำเนียงยามเช้า  ที่ผู้เป็นเอกคือเหล่านกน้อย  โดยเฉพาะนักร้องนำดุเหว่าแห่งวงมโหรีไม้ใหญ่   เจ้านกส่งเสียงเซ็งแซ่ เริงร่า มีชีวิตชีวาทุก ๆ เช้า  เริ่มรุ่งอรุณอันสดใหม่  แล้วที่เหลือจากนั้น  ขอเพียงเสียงแผ่ว ๆเคล้าระคนจากชีวิตน้อยใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่ตามคบไม้ พงหญ้า   ท้องฟ้าจะได้ค่อย ๆ ซ่านแสงสี  ดวงตะวันจะได้เผยโฉมออกมาโดยปราศจากคนรบกวน

เมื่อแรกเห็น  เราดีใจว่าที่นี่ไม่เปลี่ยวร้างเกินไป  ถนนเงียบสงบลาดผ่าน  ทอดตัวไปตามหมู่ไม้  ไกลไปจนถึงเนินเขา  มาบัดนี้  เมื่ออยู่อาศัยกลับกลายเป็นว่า  จิตใจยิ่งโหยหาความสงัด  ต้องการมากยิ่งขึ้นไปอีก  ไม่มีผู้คน รถราผ่านเลยคงดี   ฉันอดประหลาดใจความรู้สึกพิลึกพิลั่นของตนไม่ได้   สัญชาตญาณไพรหรืออย่างไรกัน

ก่อนหน้านี้  เรามาค้างอ้างแรม ยามที่ยังไม่มีบ้าน  กางเต็นท์ ก่อกองไฟ  อยู่กับราตรีกาลเหมือนที่มนุษย์แต่ก่อนเคยทำ   รอบกายมีเพียงความมืด  ท้องฟ้าดุจผืนผ้าพรายดาวคลี่สะบัดอยู่เบื้องบน   ที่ราบดินดอนร้างผู้คน เปล่าเปลี่ยวบริสุทธิ์  สรรพสำเนียงหลายร้อยพันแสดงอาการแห่งชีวิตอยู่ใกล้ไกล   ยิ่งมืด ยิ่งเปลี่ยว สงัด หัวใจยิ่งกระปรี้กระเปร่า  ใคร่ลุกขึ้นกู่ร้อง หรือห้อตะบึงไปเยี่ยงสัตว์ป่า   ในตัวเราคงมีธาตุเดียวกันกับหริ่งหรีด  งูเงี้ยวเขี้ยวขอ  หรือสัตว์กลางคืนแห่งป่าไพร


.....................................................................................

20080527 2

ที่ภูเขาเดี๋ยวนี้  มีแสงไฟยามกลางคืน   ตีนดอยยามวัน เสียงเครื่องจักรทำงานอย่างต่อเนื่อง    เวลานี้  หากลองชะโงกหน้ามองไปยังภูเขา  ตรงสันเนินเล็ก ๆ ตีนดอยหลวงต่อกับดอยนาง  จะเห็นแผลใหญ่เหวอะหวะสีส้ม  ลานดินที่รถยักษ์ใหญ่ไถล้มต้นไม้อยู่หลายวัน

พวกเขาบอกกับฉัน ... “รู้ไหม  ต่อไปที่นี่จะไม่เงียบเหงาแล้ว  โน่นไง บนเขา  เราจะมีพระยืนองค์ใหญ่  คนจะพากันมามากมาย  ถนนสายนี้จะคึกคัก รถราขวักไขว่  ว่ากันว่า  อาจจะเป็นพระพุทธรูปประทับยืนองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศ  ไม่ไกลกัน ตรงนั้นก็มีเจดีย์ ที่ชาวบ้านกำลังช่วยกันสร้าง   ดีจังนะ ว่าไหม?”

ได้ยินมาว่า  เชียงดาวได้รับการพยากรณ์ให้รอด   คนเมืองกรุงมุ่งหน้าแสวงหาแผ่นดินคะนาอัน*  นำเงินทองมาแลกผืนดิน ...  เราต้องสร้างสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใหญ่โตทรงอิทธิฤทธิ์  เพื่อปัดเป่าเภทภัยร้าย   เพื่อความเป็นศิริมงคล   เป็นศูนย์รวมบุญกุศล คุณความดี

....เฉพาะภูเขาอย่างเดียวไม่ดีหรือ  ไหล่ดอย สันเขา ไต่ไปจนสุดยอด ล้วนเป็นเขตรักษาพืชพรรณสัตว์เถื่อน  แล้วยังยอดดอยศักดิ์สิทธิ์  ที่กาลเวลาและมลทินจากโลกย์เบื้องล่างแทบจะไม่แผ้วพานอีกเล่า   คิดสร้างกระเช้าข่มข้ามก็คิดแล้ว  รู้ ประจักษ์ ตระหนักแล้วว่าผิด    เพียงแค่อนุญาตหมู่มนุษย์สามัญย่ำเท้าไปชื่นชมก็รบกวนขุนเขาเทวดามากพอแล้ว   จะยังสร้างอะไรกระหนาบดอยอีก

ฟังว่า  เทวดานั้นไม่ชอบอยู่ใกล้มนุษย์  ด้วยเหม็นคาว สาบสาง สกปรก  หากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สวรรค์ เทวดามีจริง  คงมีทิพยธาตุละเอียดพิสุทธิ์  ฉันว่าเทวดาน่าจะโปร่งเบา  เหินลอย   ยอดดอยหลวงสูงเสียดฟ้าซึ่งคงสภาพมานานนับล้านปี  อาจเพียงพอที่จะรับรองเทวดาได้  ดูเถิด  ปวงดอกไม้บนนั้นก็หาใช่ของโลก  เป็นพืชพรรณกึ่งสวรรค์กึ่งโลกมนุษย์  เทียนนกแก้วที่สีสันรูปทรงเหมือนนกแก้วไม่ผิดเพี้ยน  ราวเกิดจากการหลอมรวมระหว่างพฤกษากับวิหค  กุหลาบศรีจันทราที่หอมฟุ้งขจรขจายเฉพาะอย่างยิ่งคืนพระจันทร์เต็มดวงเล่า ก็ลี้ลับดุจบุปผาจากแดนสรวง

เหล่าพืชพรรณวิเศษแห่งยอดดอยเชียงดาวที่อยู่มานานนับกัปกัลป์  คืออุทยานเดินเล่นของชาวสวรรค์   เสียงสวดมนตร์ที่แว่วมาทุกวันพระของเหล่าเทวดา  ตำนานเจ้าหลวงคำแดง  กษัตริย์แห่งทวยเทพ  เก๊าผีล้านนา  ตำนานรักกับแม่นางอินเหลา?  หรือเราลืมแล้วว่า ความศักดิ์สิทธิ์เริ่มต้นที่ถ้ำเชียงดาว  ตั้งแต่ชายป่า ใกล้เขตแดนมนุษย์  ไล่ขึ้นไปตามสันเขา  สู่จุดสูงสุด ณ  ยอดดอย แดนดินถิ่นทวยเทพ**

แม้พระพุทธรูปจะไม่ใช่กระเช้าลอยฟ้า  ทว่า คือสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่  อาจบดบังหมู่ไม้งำเมฆฝน   หรือก่อเกิดผลกระทบอันไม่อาจประเมินค่า จากผู้คนมากมายที่เดินทางมาท่องเที่ยวสักการะ         

มนุษย์ไม่แตะต้องบ้างไม่ได้หรือ  ปล่อยให้สิ่งต่าง ๆ อยู่ตามลำพังของมันเอง  ไม่ต้องเพียรพยายามปีนป่ายยอดเขาสูงชัน  หรือดำลึกลงไปก้นบึ้งสมุทร    ด้วยว่ากิเลสตัณหา แม้จะฝ่ายดี  หากไม่พิจารณาอย่างถ้วนถี่ย่อมส่งผลร้าย  

ฉันอาจดูเหมือนคนไร้ศรัทธา  ต่อต้านความเจริญทางศาสนา   ถึงอย่างไร หัวใจรู้สึกว่า ขุนเขาโดดเด่นอย่างเดียวงดงามกว่า  สูงสง่า บริสุทธิ์  ยังจิตใจสุขสงบ   ความเปลี่ยนแปรที่ภูเขาแสดง ผ่านใบไม้เปลี่ยนสี   ผ่านเหยี่ยว  กวางผา อีกา  หรือหมู่เมฆ  รูปเงาที่สะท้อนบนฟากฟ้า ผ่านลีลาตะวันที่หมุนเยื้องไปตามฤดูกาล  ทั้งหมดนั้นคือ สัจธรรม  ป่าไม้ให้อากาศบริสุทธิ์  อาหาร และน้ำหล่อเลี้ยงกาย  ขุนเขาหล่อเลี้ยงใจ พระพุทธองค์สอนว่า ...ธรรมมะ -ธรรมชาติ  ท่านอาจารย์พุทธทาสกล่าว ‘ตถตา’    แก่นไม่ใช่เปลือก   เปลือกหรืออาจนำไปสู่แก่น  สิ่งก่อสร้างใหญ่โต วัดวาอารามจักช่วยยึดยื้อจิตใจที่แสวงหาเพียงความสุข ความมั่งคั่งในโลกนี้ หรือสวรรค์ในโลกหน้าได้อย่างไร ?

อาจบางที...
ขุนเขา ป่าไม้  กล่าวโลกุตรธรรม
หากวัตถุที่มนุษย์เสกสร้าง
ฉายเพียงความหวาดหวั่น  และศีลธรรมพื้นผิว

เรามาสร้างพระในใจกันดีกว่า  ประดิษฐานธรรมะลงในชีวิตจิตใจ    ปล่อยขุนเขาให้อยู่อย่างสงบ  แสดงอนิจลักษณ์อันยิ่งใหญ่ต่อไป

.....................................................................................

* แผ่นดินคะนาอัน หมายถึงดินแดนที่พระเจ้าสัญญาว่าจะประทานให้แก่ชนชาติอิสราเอล ซึ่งพวกเขายังคงทำสงครามแย่งชิงกับปาเลสไตน์อยู่จนทุกวันนี้
** เจ้าหลวงคำแดง ประมุขแห่งเทพไท้เทวดาทั่วถิ่นล้านนา  ตามตำนานเดิมเป็นกษัตริย์มนุษย์  มาพบนางฟ้าจำแลงร่างเป็นกวางทอง คือแม่นางอินเหลา จึงตามนาง หายลับเข้าไปในถ้ำเชียงดาว กลายเป็นประมุขแห่งเทวดา สถิตอยู่ ณ ดอยหลวงเชียงดาว
***ไชโย! หลังจากเขียนเรื่องนี้ได้ไม่นาน  เจ้าหน้าที่ป่าไม้ก็เข้ามาระงับการก่อสร้างในบริเวณดังกล่าว 
 

ส่งมาโดย ละอองยา ฝาง เมื่อ 27 พ.ค. 2008 - 17:04:54 - ip: 203.114.120.3  

" ที่ดินส่วนบุคคล....คนไทยห้ามเข้า"

" ที่ดินว่างเปล่า....ให้คนไทยเช่าทำนา"

ฯลฯ
........................

อีกหน่อยคงมีป้ายลักษณะนี้ผุดขึ้นอีกมากมายนะครับถ้าเรายังเพิกเฉย

ส่งมาโดย คำหล้า คนสันมะนาว แม่อาย เมื่อ 28 พ.ค. 2008 - 17:14:04 - ip: 124.121.4.178  

เห็นด้วยอย่างยิ่ง

กับผู้แต่ง

ประทับใจมาก ๆ

//สงสัยน้าหล้าคงต้องเป๋นแฟนคลับปี้น้ำฝนแน่แล้ว//

กึ๊ดเติงหาหลาน ๆ จ้าดนัก

ส่งมาโดย คนรักษ์ดอยหลวง เมื่อ 30 พ.ค. 2008 - 18:50:05 - ip: 203.114.120.3  

เพิ่งได้ยินข่าวว่าจะมีการสร้างพระพุทธรูป แต่ก็ดีใจที่ได้ทราบว่ามีการระงับการก่อสร้าง
แต่..หากวันใดที่ข่าวเริ่มซาลง เป็นไปได้มั๊ยว่าจะมีการรื้อฟื้นโครงการนี้ขึ้นมาอีก
ดอยเชียงดาวเป็นดินแดนที่ศักดิสิทธิ์และเปราะบางยิ่งนัก
ใครก็ตามที่ได้เคยลองขึ้นไปสัมผัสคงจะต้องเข้าใจความรู้สึกว่ามนุษย์เราเป็นเพียงเศษเสี้ยวของธรรมชาติ เป็นแค่ผงธุลีที่ไม่มีความหมายใดๆกับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่
..เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว...แต่นี่ไม่ใช่แค่เด็ดดอกไม้
แต่เป็นการทำลายสิ่งมีชีวิต และระบบนิเวศน์อย่างใหญ่หลวง
..พื้นที่รกร้างว่างเปล่ามีมากมาย ทำไมต้องเป็นที่นี่
มันคุ้มกันหรือ?

แสดงความคิดเห็น

ในทุกความคิดเห็น จะมีหมายเลขไอพีของคุณ (38.103.63.60) แสดง

  • การแสดงความเห็นในเว็บบอร์ดต้องอยู่บนพื้นฐานการเคารพในสิทธิและความหลากหลายทางเชื้อชาติ เพศ ศาสนา วัฒนธรรม และความเชื่อ ตลอดจน วิถีชีวิต และสิทธิส่วนบุคคล
  • การวิพากษ์วิจารณ์คำพูด ข้อเขียน หรือความคิดเห็นของบุคคลอื่น ย่อมทำได้โดยสุภาพหลีกเลี่ยงข้อความใดๆอันเป็นการละเมิดหรือดูแคลนต่อบุคคลอื่น
  • การวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของบุคคลอื่นย่อมทำได้โดยสุภาพ ในกรณีที่เป็นการกระทำที่กระทบต่อสาธารณะหรือกระทำโดยสาธารณะ
  • ประชาไทขอความร่วมมือ หากต้องการให้ข้อมูลที่คิดว่าเป็นประโยชน์ได้แสดงบนเว็บบอร์ด กรุณางดเว้นการใช้ถ้อยคำที่มีลักษณะเหยียดเพศ เหยียดเชื้อชาติ ศาสนา และเชื่อมโยงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นการล่อแหลม

คำถาม: วันนี้วันที่เท่าไหร่ ? (ใส่เฉพาะเลขวันที่เท่านั้น) *

ชื่อ: *

อีเมล: (ถ้ามี) ข้อมูลนี้จะไม่แสดงต่อสาธารณะ.

โฮมเพจ: (ถ้ามี)

ความคิดเห็น: * ใช้โค้ด HTML ไม่ได้

(สูงสุด 1,000 ตัวอักษร)
พิมพ์ได้อีก ตัว

 

รวิวาร

รวิวาร

หน้าเว็บ

บันทึกล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

Blogroll

มีอะไรใหม่ในบล็อกกาซีน

พิเศษ