blogazine prachatai บล็อกกาซีน (beta)  |  บล็อกทั้งหมด  |  จัดการบล็อก  |  เงื่อนไขและข้อตกลง  |  นโยบายความเป็นส่วนตัว  |  ประชาไท

'รัก' ในคริสตสมภพ

Submitted on 24 December 2008 - 15:28:33.  Category: ชีวิต.  Tags:


ความรักยกเราขึ้น ติดปีกเหนือทุกข์ในปรากฏการณ์
...ความรู้สึก เราคือผู้คนแห่งความรู้สึก ความเครียดเต็มสองแผ่นหลังไม่เบาบางด้วยการคิดพิจารณา จิตใจมีกำลังเมื่อ ความรักหลั่งไหลมา ความหวังเรืองรองตามติด เรื่องราวยากยิ่ง เหมือนไร้ทางออกดูเล็กน้อยลง ขอบคุณที่มีความรัก ขอบคุณที่มีคนรัก ขอบคุณที่โลกนี้มีสิ่งที่เรียกว่า รัก ฉันขอขอบคุณจากหัวใจสำหรับใครคนหนึ่งซึ่งอยู่เคียงข้างและมอบความรักกว้างใหญ่ให้แก่ฉันเสมอ รักอดทนและรอคอย รัก ขัดเคือง ไม่พอใจ หากยังรีรออยู่ เงี่ยหูฟังคำอธิบาย อดทนทำความเข้าใจ เพราะเชื่อมั่นในเนื้อแท้


บนพื้นผิวของความกราดเกรี้ยว ทะเลาะเบาะแว้ง ประโยคยืดยาวแห่งการตัดพ้อต่อว่า หรือคำบ่นเป็นชุด ๆ ความรักรู้ ทั้งหมดทั้งมวลล้วนกำเนิดจากความปั่นป่วนภายใต้ ความรักเชื่อ ในความสงบเย็นยิ่งใหญ่แห่งห้วงน้ำที่ดูเหมือนปั่นป่วนอยู่ตลอดเวลา รักไม่เคยเบื่อหน่ายที่จะดำดิ่งแหวกว่ายลงไปสืบค้น ลึกมืดใต้ห้วงสมุทร อดทน อดกลั้น ยอมผจญเมื่อคลื่นลมโหมกระแทกผิวหน้า และอย่างคุ้มค่า เมื่อเรารอดชีวิตขึ้นมาด้วยบาดแผล หรือริ้วรอยขีดข่วนเล็กน้อย รักได้พบว่า ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นหรือแสดงโดยปราศจากเหตุปัจจัย เหตุปัจจัยซึ่งไม่เกินกำลังที่จะอดทนทำความเข้าใจ ให้อภัย และรักได้ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม

รอเธอ

Submitted on 12 December 2008 - 00:00:00.  Category: ชีวิต.  Tags:


ความรู้สึกหนึ่งไหลวนอยู่ภายใน ขับเคลื่อนเราอยู่ เหมือนสายโลหิตแห่งความปรารถนา
... เธอมา นั่งอยู่ตรงนี้ เขามาและจากไป คนกลุ่มใหญ่ผ่านมาแล้วผ่านไป จังหวะบรรเลงแตกต่าง นึกถึงสิ่งหล่อเลี้ยงหัวใจ มันคืออะไรหนอ หลายคนเขียนหลายสิ่ง... สร้างงาน พวกเขาเรียกมันว่า การทำงาน แต่เธอ เธอไม่รู้เลยว่า วันแต่ละวัน เช้าแต่ละเช้า สิ่งซึ่งไหลเวียนอยู่ อึดอัด กระสับกระส่าย ดิ้นรนและปรารถนา หาหนทางหลั่งไหลนั้นคืออะไร เธอไม่รู้ เธอเฝ้าแต่รอคอย พล็อตต่าง ๆ มีอยู่ สมองไม่เคยหยุดเรียบเรียง วางแผนความคิด แต่แล้ว เจ้าสิ่งนั้น ที่บงการอยู่ข้างในไม่เคยเออออไปกับการกำหนดสั่งการ เธอพยายาม เงี่ยฟัง เจ้าเป็นอะไร ต้องการบอกสิ่งใดจงกล่าวมาเถิด ที่ว่างอันสงัดเงียบ แผ่ไพศาลยามเช้า ประตูที่เปิดแง้ม ๆ สายธารคำซึ่งผุดจากความรู้สึก โลกในจิตกอปรด้วยเรื่องราวดุจคลื่น หมุนม้วนสารพัดสิ่ง ปราศจากรูปร่างแน่ชัด


เธอจะมาไหมหรือไม่มา กาลเวลาคงอีกยาวนาน กว่าจะได้เห็นเธอนั่งอยู่ตรงนี้ เธออยู่ในที่ที่ผู้คนเดินเหินขวักไขว่ ทุกหนทุกแห่ง ผู้คนซึ่งมีจุดหมายที่ตนมุ่งไป จุดหมายสั้นๆ อันกำกับด้วยจุดหมายใหญ่ในช่วงระยะเวลายืดยาว มันจะทำให้เราต้องรอคอยครึ่งชีวิตไหมกว่าจะได้พบกัน ปริญญาโท ปริญญาเอก ชีวิตซึ่งคนเราเพียรสร้างให้เป็นรูปเป็นร่าง ให้เป็นที่ยอมรับ ให้บังเกิดความหมายและคุณค่า มิใช่ลมเรื่อยอีกต่อไปแล้ว ไม่มีเวลาสำหรับทอดน่องเรื่อยเปื่อย นั่งเล่นปล่อยใจใต้ร่มไม้ให้ชีวิตพลิ้วผ่านหน้า เราลุกออกจากความไม่รู้ ความไม่ใส่ใจที่จะรับรู้ ความโง่เขลาไร้สาระอันแสนสุข

ทะเลหญ้า

Submitted on 26 November 2008 - 00:00:00.  Category: ชีวิต.  Tags:


ฤดูหนาวนำความสุขมากมายเหลือจะกล่าว สายลม ก้อนเมฆ ท้องฟ้า ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนไป โลกอบอวลด้วยสีสันและกลิ่นหอมอย่างใหม่ ไม่ทันไร หน้าหนาวเวียนมาอีกครั้ง เสียงหมอกกลั่นเป็นน้ำค้างหยดเปาะแปะลงบนใบไม้ เสียงลมแห้ง ๆ กรูเกรียวผ่านทุ่ง ฉันอยู่ที่นี่จนกระทั่งฤดูกาลเวียนมาครบรอบแล้วหรือนี่ งานเขียนขนาดย่อมสองสามชิ้นทำให้ลืมกาลเวลา เราหยุดกิจกรรมกับผืนดินไปตั้งแต่กลางฤดูฝน หญ้าดวงดาวแห่งอัฟริกา
(อัฟริกันสตาร์) หญ้าคอมมิวนิสต์ โตพรวดพราด สูงท่วมหัว เมื่อมองมุมกว้างจากถนน สวนรอบข้างดายหญ้าโล่งเตียน แต่ที่ล้อมรอบบ้านหลังคาเขียวซึ่งตั้งอยู่โดดเดี่ยวนี้คือ กองทัพต้นหญ้า


ใช่ว่าเราหลงใหลป่าหญ้าและจะรักษามันไว้ตลอดไปหรอกนะ แต่เมื่อยังไม่อาจตัดเตียน เราพยายามมองมันด้วยอารมณ์ขัน ฉันคิดถึงฤาษีอเมริกันธอโร เขาวิพากษ์วิจารณ์สวนแบบอังกฤษที่ตัดเล็มดูแลอย่างดี โดยความคิดเดียวกับการตกแต่งบ้าน การจัดห้องรับแขก อันมีองค์ประกอบและระเบียบแบบแผนอย่างที่กำหนดไว้ดีแล้ว และเป็นที่ยอมรับกันทั่วไป เขาบอกแก่คนทั้งหลายว่า ปล่อยให้หญ้าบุกมาถึงบ้านท่านเถิด เชื้อเชิญป่าไม้มาเยือนยังหัวกระได ส่วนตัวเองก็ปล่อยพงรกลุกลามมาจนถึงประตูกระท่อม ทว่า นี่ก็ไม่ใช่เรื่องเดียวกับการแปรผืนดิน ปลูกผักเลี้ยงตัวหรอกนะ จากบันทึกของเขา ฤาษีผู้นี้ได้แปลงตนเป็นชาวไร่ผู้กรำงานหนัก อาบเหงื่อต่างน้ำ ปลูกถั่ว พืชผล รวมทั้งข้าวสาลี สำหรับทำขนมปังเลี้ยงปากท้องตน


ละแวกตูบตีนดอย นอกจากหญ้าแล้ว ฉันยังมีเพื่อนบ้านแสนน่ารัก แม้ว่าพวกเขาจะมา ๆ ไป ๆ ไม่ได้อยู่ตลอด มีเพียงเพิงพักเล็ก ๆ ชั่วคราวหากอาศัยถาวรในหมู่บ้าน พี่ป้าน้าอาทั้งหลายใส่ใจ เอื้อเฟื้อแบ่งปันสิ่งต่าง ๆ แก่ฉันเสมอ แม่น้อยสวนข้าง ๆ นำหน่อไม้หวานมาให้ ลุงดิษฐ์สวนข้างหน้าปลูกอะโวคาโดตรงข้ามประตู ให้เราเก็บกินหนึ่งต้นโดยเฉพาะ เมื่อต่อเสือมาทำรังใหญ่บนต้นไทร แกก็ไม่อนุญาตให้ใครปีนเก็บ ด้วยห่วงว่าพวกสัตว์ร้ายจะอพยพมาสร้างรังใหม่ใต้ชายคาบ้านฉัน ลุงเลิศสวนขนัดซ้ายหักข้าวโพดหอบใหญ่มาฝาก อ้ายอินตาสวนถัดไปอุ้มมะละกอลูกใหญ่มา พร้อมกับบอกให้ไปเก็บมะนาวดกดื่นในสวน แต่สำหรับเรื่องหญ้านั้น ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน แรกทีเดียวบอกให้พ่นยาฆ่าหญ้า เมื่อเรายืนยันที่จะไม่ใช้สารเคมี พวกเขายังคงบอกกล่าวห่วงใย ตัดหญ้านะ ๆ หนึ่งปีผ่านไป ช่างคนหนึ่งที่เคยมาทำบ้านร้องเสียงหลงตกใจ ทำไมปล่อยหญ้ารกอย่างนี้ ชาวสวนนั้นคอยกำจัดหญ้ากันตลอดทั้งปี พวกเขามีสวนลำไยที่เป็นระเบียบเรียบร้อย แลโล่งตลอดทั้งสวน ฉันเองก็อยากมีสวนสวยงามเหมือนกัน งามรกเรื้อด้วยพืชผักและต้นไม้นานาพรรณ ฉันพอจะเข้าใจเรื่องการหักร้างถางพง กันพื้นที่คนกับป่า ก็พวกเขาไม่ได้อพยพจากเมือง มาบุกเบิกผืนป่า จับจองที่ดิน ปลูกเรือน ทำสวน นา ไร่กันหรอกหรือ


ใจเย็น ๆ นะ สวนที่แตกต่างไปของเรา คอยระแวดระวัง ตัดหญ้าในหน้าฝน ตัดหญ้าหน้าแล้งป้องกันไฟ ปล่อยให้เศษหญ้าร่วงทับถมปกคลุมดินไป นำไม้ใหญ่ให้ร่มเงามาปลูก ลงพืชตระกูลถั่ว ให้เจ้าดินสีเทาที่แห้งแข็งกระด้างค่อย ๆ ชื้นชุ่ม เปลี่ยนเป็นดินดำ เพื่อนพี่น้องบอกสูตรปรับปรุงดินแก่เรามากมาย ล้วนแต่ล้ำค่า เป็นภูมิปัญญาจากผืนดิน ทว่า ทั้งหมดทั้งสิ้นนั้นต้องอาศัยเวลา เรี่ยวแรงและการเรียนรู้ใหม่ ๆ ถึงใครจะกล่าว ปล่อยหญ้ารกรุงรัง ฉันก็ไม่หวั่นไหวเลย กี่ปีก็คอยได้ กี่วันก็มีชีวิตไป ผืนดินคือเนื้อนาใจ ค่อย ๆ ถากถาง เรียนรู้ ถนอมรักษา ปรับปรุงไป วันหนึ่งคงลึกซึ้ง วันหนึ่งคงอุดมดี ทั้งสวนในจิต และที่โลกกายภาพ


ฉันจะไม่ปล่อยให้ตัวเองทุกข์ทรมานไปกับความปรารถนาเร่าร้อนที่จะเนรมิตผืนดินหรอก และไม่แบกรับความคาดหวังหรือภาพลักษณ์จากใครด้วย เราเป็นเพียงคนชั้นกลางที่ถูกพรากจากการใช้แรง การทำงานด้วยสองมือและเรี่ยวแรงกาย ทุกอย่างที่นี่เป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้ใหม่ เราไม่ได้รู้อะไรเลย มีเพียงความรู้สึก มีเพียงหัวใจ


ที่จริง ทิวดอกหญ้าสีน้ำตาลในแสงอาทิตย์อัสดงนั้นแสนงาม ยามคอนหมอกยามเช้า พวกมันดูนุ่มชุ่ม เป็นก้อนขาวโพลน ยามบ่าย เมื่อสายลมพลิ้วผ่าน เกิดเสียงซู่ซ่าไล่ล้อแผ่วเบา ก้าวออกจากบ้านไปไม่กี่ก้าว เราตื่นตาตื่นใจ เมื่อฝูงนกจากพงหญ้าพรูขึ้นสู่ฟ้า นกสารพัดชนิด ชีวิตนับหลายร้อยล้านชีวิตอาศัยอยู่ในทุ่งหญ้าแห่งนี้ สำหรับฉัน
...
ท้องฟ้าสีน้ำเงิน ดวงดาวระยิบพราวยามราตรี และขุนเขาที่โผล่ยอดลับแลอยู่หลังทิวหญ้า เมื่อสายลมพัดมา ฉันคิดถึงลอรา อิงกัลล์ กับบ้านน้อยในทุ่งกว้างของเธอ หนังสือเล่มนั้น ฉันจำอะไรไม่ได้เลย นอกจากภาพเด็กหญิงที่เพิ่งก้าวลงจากเกวียนสู่ความมืดยามราตรี เพชรพลอยดาวเม็ดน้อย ๆ กระจายเกลื่อนนภา แล้วเมื่อสายลมพลิ้วคลื่นทะเลหญ้าตรงหน้า บทเพลงสงัดสงบก็แผ่ซ่านสู่ดวงใจ
....


โฉมหน้าภูเขา (ที่กำลังจะเปลี่ยนไป)

Submitted on 14 November 2008 - 00:00:00.  Category: ชีวิต.  Tags: ดอยหลวงเชียงดาว

ดอยหลวงเชียงดาว แนวเทือกทิวหินปูนสูงต่ำเหยียดตัวมาจากหิมาลัย หากผ่านเมืองไปตามถนนสายเชียงใหม่-ฝาง จู่ๆ จะพบขุนเขาก้อนทื่อผุดขึ้นจากขอบฟ้าตะวันตก แต่หากหยุดแวะเชียงดาว เมืองน้อย ๆ สัญจรไปตามทิศทางแตกต่าง รูปลักษณ์ที่ประจักษ์ต่อสายตาจะเปลี่ยนไป ขุนเขาลูกนั้น บนก้อนที่ดูเป็นมวลเดียวกัน จากทางเลี่ยงเมืองหรือตำบลแม่นะ ดอยหลวงแยกตัวให้เห็นเป็นสามยอด ดังคำเรียก ขาน ‘ดอยสามพี่น้อง’ เลี้ยวซ้ายมาทางตูบตีนดอย บ้านทุ่งละคร ภูเขาเผยโฉมหน้าอีกเสี้ยวหนึ่ง ไม่แยกยอดเด่นชัด แค่พอแลเห็น แล้วหากเดินทางวกย้อนไปทางตะวันตกเฉียงใต้ เที่ยวน้ำพุร้อน บ้านยางปู่โต๊ะ ขุนเขาชะโงกง้ำ ก้มหน้ามาใกล้ คล้ายกับเป็นอีกดอย



ดอยหลวงที่ตูบตีนดอย


เช้าวานนี้ ลมหนาวพัดมาอย่างเริงร่า ไทรใหญ่สะบัดใบกรูเกรียวเป็นเพลงไพเราะ ใยเมฆสำลีถูกฉีกออกเป็นปุย ๆ แผ่กระจายทั่วฟ้า ฤดูกาลใหม่ก้าวย่างมาเต็มบรรยากาศ เมื่อสัญญาณกาลเวลาจางจาก แดดยามวันเปล่งแสงแรง เรากะการณ์ว่าจะถอนหญ้า ขุดดินเมื่อแดดรา พลันความมืดย่างมาอย่างรวดเร็วเมื่อแสงร้อนลับหาย ดวงตะวันที่ตกกึ่งกลางยอดเขาเหลือช่วงรอยต่อสนธยาเพียงน้อยนิด อากาศเย็นลงทันทีเมื่อปราศจากแสงตะวัน แต่ก็อีกไม่นานนัก ตะวันที่เคยหล่นลับฟากทางเหนือข้างดอยนางจะอ้อมข้าว อ้อมภูเขามาทางลาดเนินด้านทิศใต้ แสงสนธยาจะยาวนานขึ้นอีกนิดหนึ่ง

กาดฝรั่ง

Submitted on 31 October 2008 - 00:00:00.  Category: ชีวิต.  Tags:

ตลาดแห่งนั้นเงียบ เป็นระเบียบและเย็นฉ่ำ ไม่มีคนขายนั่งประจำอยู่หลังกองสินค้า มีเพียงพนักงานเก็บเงินคนหนึ่งนั่งอยู่ใกล้ประตูทางออก เสียงดนตรีบรรเลงเบาๆ กล่อมเกลาบรรยากาศ ข้าวของมากมายเรียงรายอยู่บนชั้นสูง ยืนเข้าแถวราวกับทหาร ระหว่างชั้นแต่ละชั้นเกิดช่องลึกยาว พอเหมาะพอเจาะสำหรับเด็กๆ เล่นซ่อนหา...


เรามาจากโลกข้างนอก ออกมาจากพาหนะคู่ชีพบุโรทั่งที่คอยรับใช้มาอย่างซื่อสัตย์ จึงไม่กล้าบ่นที่แอร์ไม่เย็น และฝนสาดเปียกปลายผมเพราะกระจกหน้าต่างไม่อาจปิดสนิท
(... ขอบคุณนะที่พาไปทุกที่ ไม่รู้เจ้าจะน้อยใจหรือเปล่าที่บางครั้งฉันก็แอบฝันถึงรถคันใหม่อยู่เหมือนกัน)

จำศีล

Submitted on 23 October 2008 - 00:00:00.  Category: ชีวิต.  Tags:


การผ่อนพักอันยาวนาน มืดและเงียบสงบ ในวงล้อมของหมู่ไม้ ได้ยินเสียงสัตว์เล็กๆ และการไหวตัวใต้พื้นดิน
...


ฉันอยู่ที่นั่น แน่นิ่ง ไม่ไหวติง หยุดมหาสมุทร สายน้ำ สายลมในตัว โลกกำลังต้องการการหลับใหล ความคิดหยุดลงชั่วขณะ เอียนเหลือแล้วกับสิ่งต่างๆ ที่ตนแสดงออก ความคิด โครงการ คำพูด เหน็ดเหนื่อยกับความกระตือรือร้น และการกระทำฉับไวต่อเนื่องไม่ยอมหยุด


นอนอยู่บนผืนดิน เงียบสงัดจากความคิด ไหลเลือน ละลาย ชำระ ปล่อยให้สารพัดสิ่งพวยพุ่งทะลักกลับคืนแหล่ง โลกไม่ต้องการอะไรจากฉัน ฉันไม่จำเป็นต้องพ่นตัวเองออกสู่โลก ออกข้างนอกมากไปแล้วจำต้องหวนกลับคืนสู่ภายใน เข้าจัดการกะเกณฑ์ วางแผนมากไป ถึงขีดหนึ่งคือความไร้สาระ เนื้อแท้ นาฏกรรมคือนาฏกรรม ผืนพิภพไม่ตัดสินให้ค่าความเป็นไปบนเปลือกโลก การกระทำของฉันสลายไปในอากาศ ก้าวถอยออกจากรูปรอยที่ตนขีดสร้าง นิ่งค้าง พึ่งพาผืนดิน สงบชีพจรเร่งลง

กาดนัด-กาดก้อม 2

Submitted on 30 September 2008 - 00:00:00.  Category: ชีวิต.  Tags: กาด



กาดก้อม
เย็น มีเหตุต้องเข้าไปในหมู่บ้าน ฉันสตาร์ทมอเตอร์ไซค์อยู่นาน สลับกับคอยไล่หมา ในที่สุดรถก็วิ่งฉิว สายลมปะทะใบหน้าแสนสดชื่น อากาศยามเย็นเป็นสุข ถนนหักเลี้ยวทอดหาชุมชน เราเป็นคนของหมู่บ้านนี้แหละ บ้านทุ่งลั๊วะคอน (ทางการเรียก ทุ่งละคร) เป็นโดยสำมะโนครัว แต่ไม่ค่อยรู้จักใครเพราะอยู่ห่างออกมา ถนนสายน้อยพาไปพบสะพาน จากนั้นผืนโลกก็ลาดลงเป็นที่ลุ่ม หัวใจปริ่มสุขขึ้นฉับพลัน ผืนนาเขียวขจี กิ่งก้านสาขาของต้นไม้กลางนางามเด่น ขับด้วยแถวทิวต้นข้าว เถียงนาเล็ก ๆ ดุจที่พำนักอันสมถะสงบสุข กอดอกเทียนสีม่วงขาวชมพูพราวบานอยู่ใต้ร่มตะขบริมลำธาร หันมองกลับไป ดอยหลวงเชียงดาวงามตระหง่านในแสงแดดโรยทองยามเย็น ดอยนางทอดกายอย่างนุ่มนวล


ถึงชายหมู่บ้าน ฉันหักเลี้ยวจากถนนสายหลัก เลาะเลียบไปตามทางดินร้าง ๆ เหงา ๆ บ้านปูนห้องเดียวเตี้ยต่ำ ทรุดตัวลงจากถนน ติดบานเฟี้ยมมอซอ มีถุงขนม ของแห้งห้อยระย้า ข้างโหลแก้วใสใส่กระท้อนดองคือจานกับแกล้มและป้าคนเดิมปะแป้งทะนาคา เจ้าของร้านแก่แล้ว ตาสานหมวก ยายขายของ พวกเขาถามไถ่ใยดี ...มาจากไหนล่ะลูก เป็นคนที่ไหน ...เขาคงจำฉันไม่ได้ ฉันแวะมาสองสามหนแล้ว... กะปิ ปลาร้าก็มีนะ กินกันไหม เช้านี้ ข้าพเจ้าเพิ่งซื้อมาจากตลาดนัดเจ้า เอ๊ะ นี่ลูกอะไรจ๊ะยาย น้ำเต้า ทำอะไรกินได้บ้าง...ฉันพอคุ้นๆ ว่า เรียก “บะน้ำ” แต่ไม่เคยกิน ไพล่ไปคิดถึงน้ำเต้าบรรจุน้ำยามเดินทางของจอมยุทธ์หรือนักพรต... กล้วยหอมนี่ 5 บาทเองหรือเจ้า บะน้ำก็ 5 บาท ขอซื้อสักหน่อยเถิด ที่ตลาดนัดน่ะมีแต่ผักฝรั่ง

กาดนัด-กาดก้อม 1

Submitted on 23 September 2008 - 00:00:00.  Category: ชีวิต.  Tags: กาด, กาดนัดเชียงดาว

'กาดนัด'


วันอังคารเป็นวันที่ใครหลายคนในเมืองนี้รอคอย ฉันเองยังติดนิสัยเขียนรายการข้าวของไว้ล่วงหน้า ทุกครั้งที่นึกขึ้นได้ว่าใกล้วันนัดหมายประจำสัปดาห์แล้ว เรานั่งกุกกักอยู่ที่โต๊ะทำงานหลังจากเด็กๆ ไปโรงเรียนในตอนเช้า มองไปยังถนนทอดยาว เห็นมอเตอร์ไซค์วิ่งผ่านเป็นระยะ มีถุงใส่ของหลายใบแขวนเป็นพวงที่มือจับและตะกร้า
...กาดนัดเชียงดาว

ถึงนั่งอยู่บ้าน ฉันก็นึกภาพออกและจำได้ว่ามีอะไรอยู่ตรงไหนบ้าง เร็วหน่อย พ่อบ้าน ตื่นเร็ว วันนี้เราจะไปตลาดนัดกัน สัปดาห์นี้ขาดอะไรบ้างเอ่ย พริกแห้งเม็ดเล็ก กะปิ กระเทียม กุ้งแห้งซื้อไว้แล้วจากเจ้าท้ายถนนเมื่อสัปดาห์ก่อน วันนี้จะซื้อหอยดองแม่กลองของเขาดีไหมนะ ยำหอยดอง จิ้มแตงกวา ถั่วพู แล้วไปหาขมิ้นขาวอ่อน ๆ แถวหน้าถ้ำ (เชียงดาว) มาแนม


เราหิ้วถุงผ้าคนละใบ จูงมือเดินสู่เต็นท์ผ้าใบเรียงราย มีเสียงทักทายจากร้านเจ้าประจำ วันนี้ซื้ออะไรดีจ๊ะ ผู้ชายไว้หนวดผมยาวกับผู้หญิงตัวเล็กผมสั้น เราอยู่เมืองนี้มานานจนผู้คนคุ้นเคย ตลาดนัด ลานโล่งๆ ไม่ห่างจากปากทางไปถ้ำเชียงดาว ซึ่งรถทัวร์คันใหญ่ๆ ชอบบึ่งมาอย่างรวดเร็วไม่เกรงใจนั้นมีร้านค้าชั่วคราวตั้งอยู่เต็มที่ว่าง มีทั้งแผง และแค่ตะกร้าผ้าปูเรียงรายสองฟากถนน

หมุนเวียนถ่ายเท

Submitted on 08 September 2008 - 00:00:00.  Category: ชีวิต.  Tags:

8_9_01


เดือนบางเดือน สัปดาห์บางสัปดาห์ผ่านไปราวเมฆล่องลม เจ็ดแปดวันสั้นๆ หากแต่บรรจุด้วยเรื่องราวและผู้คนแน่นขนัด ขณะบางเดือน เรานั่งอยู่ติดเก้าอี้ จมจ่อมกับภาระหน้าที่แทบไม่ได้ก้าวพ้นเขตรั้ว


เรียกมันว่า ‘สัปดาห์แห่งผู้มาเยือน’ มีผู้คนแวะเวียนมาทุกวันโดยมิได้นัดหมาย กะทันหัน ฉับพลันเสียจนกระทั่งไม่มีเวลาถอยหลัง ผงะ หรือนึกหงุดหงิดใจว่า...แขกเหรื่ออะไรนักหนา วันที่หนึ่ง วันที่สอง และสามสี่ ตามมาอีกจนเลยแปด เมื่อจิตใจตระหนักได้ เราพากันหัวเราะ อ้อ นี่ละหนอ ความบังเอิญที่ควบคุมไม่ได้ ชีวิตจัดส่งมา พ้นความคาดเดา นอกเหนือการจัดการ

บ้านนอกเข้ากรุง

Submitted on 30 August 2008 - 00:00:00.  Category: ชีวิต.  Tags:

30_8_01


มันไม่ใช่แค่เรื่องเสื้อผ้า การแต่งหน้า เนื้อตัวเท่านั้น แต่รวมถึงการเข้าไปในสถานที่อย่างร้านอาหาร ร้านกาแฟ ตลอดจนการโอภาปราศรัย
....


หิ้วกระเป๋าเข้าที่พัก กล่องสี่เหลี่ยมครอบลงบนพื้นดินชื้นแฉะ มีพรุน้ำอยู่ข้างใต้ กล่องเก่า ๆ ที่ผุเน่าไปทีละน้อยด้วยไอชื้นจากผืนดิน และการคายน้ำของใบไม้ชายป่าที่รุกล้ำเข้ามาเรื่อย ๆ เกิดรอยแยกที่ผนัง เหล่าแมลงสาบพล่านยั้วเยี้ยยามดึกขณะผู้พักพิงหลับใหล งูเงี้ยวเขี้ยวขอ จิ้งจกตุ๊กแกและหนู ซุ่มซ่อนจับจ้องจากรู โพรงบนผนัง ขื่อคาและเพดาน ไม่ว่าจะทำอย่างไร ๆ พื้นโลกก็คือหิน ดิน ทราย น้ำ ฝุ่น โคลน เราเพียงนำวัตถุเรียบแข็งโปะทับ ทาบแผ่นกระเบื้องหลากสีลงบนพื้น ก่ออิฐโบกปูน กั้นที่ว่างในอากาศ ตกแต่งให้เป็นที่พักอาศัย


ความคลื่นเหียนพลันบังเกิดเมื่อความจริงแสดงตัวตามรอยร้าวแยก เราพบความเพียรอันสูญเปล่าที่จะบดบังความเน่าเปื่อยผุพังซึ่งรุมล้อมอยู่รอบด้าน เหมือนจักรวาลย่อยสลายตัวเองอยู่ตลอดเวลา ไม่เว้นแม้แต่ในอวกาศ ในที่สุดธรรมชาติก็ชำนะ มันดำเนินของมันไป เบื้องใต้คือพื้นที่ลุ่มใกล้ป่าชุ่มชื้น ยุง หนอนและแมลงรักที่จะวางไข่ บ้านเช่าอนาถาไร้หน้าต่าง มีเพียงช่องหายใจติดบานเกล็ดเล็ก ๆ อนุญาตแสงมัวหม่นลอดผ่าน มวลอากาศมองไม่เห็นเต็มไปด้วยความเจ็บไข้ ชื้น หนัก อับ คลุกเคล้าเข้ากับอวลไอแห่งความต่ำต้อย เศร้าสร้อย สิ้นหวัง ของชีวิตที่ทำอย่างไรก็ไม่อาจทะยานสูงขึ้นกว่านั้นได้

« ก่อนหน้า

 

รวิวาร

รวิวาร

หน้าเว็บ

บันทึกล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

Blogroll

มีอะไรใหม่ในบล็อกกาซีน

พิเศษ