กวีประชาไท
ใครแบ่งโลกออกเป็นสองฝ่าย
กำหนดข้างดีร้ายคนละฝั่ง
แล้วทุ่มเทถกเถียงใครเสียงดัง
แล้วใครมีกองกำลังตั้งประจัน
นั่นเขานี่เราชัดแตกต่าง
นั่นทางเขานี่เราทางเป็นอย่างนั้น
หากบางครั้งทางของเรามาพบกัน
เสียงโห่ร้องฆ่ามันให้ตกตาย
เราฝ่ายดี เขาฝ่ายเลวนั่นชัดแจ้ง
ธรรม,อธรรมมิแอบแฝงในความหมาย
เขาอธรรมนำความโลกให้วอดวาย
เราคือธรรมส่งฉาย โลก แผ่นดิน
สืบค้นโลกก่อนหน้านี้กาลสมัย
ความขัดแย้งก็เป็นไปไม่จบสิ้น
ทุกข์ท่วมทับสงครามเลือดหลั่งริน
สายน้ำตาท่วมถิ่นถึงท้องทะเล
และสุขก็ยังดำรงคงอยู่
เป็นทางเคียงคู่มิได้หักเห
ต่างต่อสู้บนอุดมการณ์อย่างทุ่มเท
แพ้ ชนะ ก็ปนเปว่ากันไป
โลกอาจย่อมมีข้างเป็นบางคราว
ร่วมหรือต้านจะนานยาวสักเพียงไหน
อุดมการณ์ก็ผันแปรคนเปลี่ยนใจ
เป็นอย่างนั้นหรือไม่ ไม่รู้แล้ว
เพียงเห็นโลกผ่านมาสมัยนี้
เรา,เขาชัดชี้ได้คล่องแคล่ว
ไม่ใช่เราก็เป็นเขาถือตามแนว
ต่างทางต่างทอแถวตามทางตน
แล้วโลกของพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร
จะคุยกับใครได้ในยามสับสน
หากไม่รู้เป็นเขา,เราในฝูงชน
กว่าจะเสาะจะสืบค้นฝ่ายเดียวกัน
ถามอีกครั้งใครแบ่งข้างให้กับโลก
แบ่งมนุษย์ร่วมทุกข์โศกมาแข่งขัน
แบ่งความดีความเลวแบ่งเผ่าพันธุ์
แล้วถ้าขอให้แบ่งปัน ได้ไหมหนอนาโก๊ะลี
[ Permalink ] . [ 1 Comments ]

| ¹ แผ่นดินแม่ร้าวไห้ | เหลือบแฝง พ่อเอย |
| ด้วยลื่นริ้นจำแปลง | ระบาดให้ |
| แผ่นดินแม่โรยแรง | เหลือฝ่า เอยแม่ |
| ด้วยค่ำคืนวันไว้ | คลื่นเช้าหวั่นตรม ฯ |
|
|
|
| (๑) แผ่นดิน แม่ร้าวไห้ | ด้วยเหลือบไร โลมไล้แฝง |
| สื่อริ้น โลมจำแปลง | ระบาดให้ ชาติระบาย ฯ |
| (๒) เวลาจะพิสูจน์ | สูตรสำเร็จ ค่าความหมาย |
| คลื่นซาบ กราบวางลาย | เหลือใจแผ่ แม่แผ่นดิน ฯ |
| (๓) เช้า – ดึก ที่นึกฝัน | วันและคืน อกถวิล |
| ภาพพจน์ อันดื่มกิน | ไหวเหนื่อยหนัก ศักดิ์ศรีมัว ฯ |
| (๔) ผืนดิน ที่อยู่ย่ำ | การกอบกรรม ล้ำเกลือกกลั้ว |
| นึกรู้ เหลือบพันพัว | เพื่อกวาดล้าง วางดวงใจ ฯ |
| (๕) นี้ผืน แผ่นดินแม่ | มีแต่ให้ อภัยให้ |
| ผิดถูกถึงอย่างไร... | เพียงหยัดอยู่ รู้ละอาย ฯ |
| (๖) คืนสาย หยุดเช้าย้อน | คลื่นลวงป้อน อันร้อนร้าย |
| จากเหลือบ จำแฝงปราย | รู้หยุดเยื้อง เปลื้องปลดบัง ฯ |
| (๗) คลื่นค่ำ คืนหวาดไหว | ดวงใจฟื้น ตื่นย่ำยั้ง |
| โศลกแท้ จักก้องดัง | ไม่ร้างแผ่น ดินแดนไท. |
ณรงค์ยุทธ โคตรคำ
๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๑
สำหรับผู้แทนราษฎร์ผู้ที่มีอิทธิพลต่อปากท้องและความรู้สึกนึกฝันของชาวบ้าน
และประชาชนเสียงส่วนใหญ่ของประเทศไทยยุคสมองกลครองเมืองอย่างเทียมแท้ !?
[ Permalink ] . [ 2 Comments ]
(๑) กลางคืนดึกดื่นนี้ | หนอยัง |
เช้าแต่รื้อความหลัง | สั่งย้ำ |
อยากเยือนหยุดความหวัง | หลายขณะ |
แต่ทุกครั้งกลืนกล้ำ | ร่ำไห้เสน่หา ฯ |
(๒) โอ้วาจาห่วงให้ | ลับหาย |
จึ่งจ่อจารร้อยสาย | กลั่นแก้ว |
กระทั่งเพื่อแผ่พราย | จากส่วน |
ที่เยี่ยมเยือนยลแล้ว | ย่อยน้ำกายใจ ฯ |
(๓) ให้โลกฉันท์กลั่นค้าง | ครวญเสียง |
ร้อยลักษณ์ใคร่เผดียง | เริ่มต้น |
จากสัมผัสบางเพียง | ไหวหวั่น |
สิ่งที่เหลือดื้อรั้น | ยิ่งย้ำถ่ายถอน ฯ |
(๔) โคลงย้อนกลอนกล่าวเกลี้ยง | ผ่านเลย |
อกค่ำเช้าดื่มเปรย | หม่นร้าง |
เหลือแต่สื่อใบ้เฉย | เบี้ยบอด ต่อมา |
สิ่งที่เหลืออยู่สร้าง | ย่ำล้ำฝึกตน ฯ |
(๕) ฝึกตนค้นร่ำร้อย | รอยไหว |
ก่อนคืนดับวันวัย | ล่วงแล้ง |
ฝึกฝนต่อดวงใจ | เผยผุด |
ก่อนลุ่มใหลลับแจ้ง | ต่างชั้นผันการ ฯ |
(๖) งานกลางคืนดึกเช้า | กลางวัน |
ไม่ตอบถามตื้นต้น | ตื่นไต้ |
งานที่ก่อเกื้อฝัน | ที่ใฝ่ |
ไม่ง่ายยาก ลิ่วไล้ | รื่นน้ำพักพร ฯ |
(๗) อุทาหรณ์ล่วงแล้ว | แก้วใจ |
ไม่ตื่นสุขทุกข์ไหน | กระซิบล้ำ |
ที่เหลืออยู่สายใย | เชื่อมบท บาทนา |
ด้วยแห่งหนทางค้ำ | คติพร้อมหยุดสาย ฯ |
(๘) ผุดหมายสายหยุดเช้า | ตื่นฝัน |
หอมดอกดึกจำนรรจ์ | ล่วงแม้น |
ผุดไล้ผ่านคืนวัน | ตราติด |
หอมเรื่อโรยลอยแร้น | ฝากฟื้นมิ่งศรี ฯ |
[ Permalink ] . [ 0 Comments ]
| ๑ อาจขณะหนึ่งคล้ายสุนทรีย์อันวิสุทธิ์ ร่องทางกระแสธารอันวกวน ประกาศความนัยนั้นไม่พลาดผิด ทุ่มเทไปเท่าไรมาช้านาน ดื่มด่ำเรื่องราวและโลกพร้อม เคลื่อนทางวางวิถีแท้สัจจะ เข้าใจในปรากฏการณ์สดใหม่ ครุ่นคิด จากนี้ทางที่ทอดยาว ๒ หรือทั้งหมดง่ายดายเพียงนั้น หากเพียงเท่านั้นภาพภายในวาวแวว เพราะเพื่อวางตัวตนบนวิถีโลก มนุษย์อาจเพียงเพิ่มสีสันในภาพเลือนราง ยิ่งไม่อาจหลงใหลในผลสำเร็จ รับรู้เผชิญหน้าความมั่นใจ ความท้อทน ๓ สุนทรียภาพคือความงามและโทรมทรุด เห็นความจริงในคลื่นแห่งมายา ๔ แม้ไม่มีอะไรง่ายดายเกินไปนัก ขอให้ก้าวทุกก้าวที่ดุ่มเดิน | กลางคลื่นมวลมนุษย์อันสับสน คล้ายการสืบค้นประสบสำเร็จการณ์ กรุ่นกำจายชีวิตอันหอมหวาน ทั้งหมดแล้วก้าวผ่านสู่อารยะ คุกเข่านอบน้อมต่อสถานะ มั่นใจในวาระเรียนรู้ทุกเรื่องราว เห็นความยิ่งใหญ่แผ่นดินสุดห้วงหาว ก้าวเดินแต่ละก้าวงดงามแล้ว ใช่ลุ่มหลงเพ้อฝันบรรเจิดเพริดแพร้ว อาจเพียงลมหอบแผ่วพัดผ่านทาง ท่ามกลางสุข โศก รื่นรมย์ อ้างว้าง ไว้เสริมส่วนที่เปราะบางของตัวตน เมื่อในจริงมีเท็จจากเหตุและผล เข้าใจแท้เล่ห์กลของอัตตา ในวิถีอันวิสุทธิ์แสวงหา เฝ้ามองมันซึ่งหน้าเพื่อกล้าเผชิญ จึงทำความรู้จักอย่างมิใช่ผิวเผิน พร้อมรับการเชื้อเชิญชีวิต โลก จักรวาล |
นาโก๊ะลี
[ Permalink ] . [ 0 Comments ]
| ‘ไกล’ กลืนกิน, เกาะเกี่ยว,เชี่ยว เหม่อริมคลองน้ำครำคลาย จมจ่อมแต่เน่าหนอน้ำ ‘คลองใส’ผักบุ้งไหววาม ไม้ดอกริมน้ำนั้นเฉา มือคนว่างงานผ่านกราย วาสนาเจ้าดอกไม้ ขณะเมืองรุ่งเรืองนิรันดร์ ให้ปลาตัวผอมดอมกลิ่น ให้กับโศกนาฏกรรม เฮือกสุดท้ายแล้วหนอ ‘ปลา’ ปลอบเศร้า เจ้ารอต่อไป | ธารลับลดเลี้ยว เปลี่ยวสาย วิโยคหาย สูญใจนาม ปลาผุดดำ หวังว่ายข้าม ยามสาวเจ้าเล่นน้ำ – อาย เน่าน้ำวิดเบาก็หาย ดอกไม้,น้ำเน่า เท่านั้น ผลิใบมาเฉาเก่าฝัน พลันเจ้าล้มจมน้ำครำ ร่ำรินน้ำตา อกร่ำ ผุดช้ำดำผุด สุดใจ ปรารถนาน้ำคำไหน ‘น้ำครำไม่มี’ ไม่มี ‘รัก’วันนี้จมน้ำคำ! |
กังวาลไพร นามฯ
กลุ่มโดยสารวรรณกรรม
[ Permalink ] . [ 1 Comments ]

* " ศิลปินสร้างงานศิลปะ"
คารวะศิลปินจิตไพศาล
ล้ำลึก- กว้างใหญ่เป็นจิตจักรวาล
เป็นสีสัน- บทเพลงขับขานความเป็นไท!!!
ใครมิรู้จักศิลปะ- ศิลปิน
จิตสิ้นปัญญาญาณอย่าสงสัย
คับแคบแล้วโถยังอ้างเป็นพระสงฆ์ไทย
สิ้นไร้คุณค่ามีแต่อวิชชาโชว์
ลุ่มหลงแต่ลาภยศสรรเสริญ
เพลิดเพลินกับชีวาคิดว่าโก้
ทำลายโบสถ์วิหารเก่าแก่เพื่อพัดยศ- จิตพองโต
พุทโธธัมโมสังโฆ... เหี๋ยเต๊อะทั่นดำรงชีวี
ไหนว่าเป็นศิษย์พระตถาคต
มิเคยลดละเลิกกิเลศไร้ศักดิ์ศรี
เป็นพระสงฆ์ศักดินาชั่วนาตาปี
ยึดมั่นถือมั่นในทุกที่มิปล่อยวาง
ท่านน่าจะชมเชยเห็นด้วยกับศิลปิน
ที่มีจิตวิญญาณพุทธะกันซะบ้าง
เขาวิพากษ์สงฆืที่มิเฉิดรางชาง
เพื่อให้พุทธะงามพราวพร่างกลางใจคน
คารวะพระสงฆ์ที่งดงามเราเลื่อมใส
ท่ายพุทธทาสท่านโพธิรักษ์เราค้อมคารวะไว้
แสงดาว ศรัทธามั่น
** ภาพประกอบจากกวีศิลปินโดย พันธุ์ปกรณ์ พงศารม
[ Permalink ] . [ 2 Comments ]

ที่มาภาพ : http://www.artquotes.net/masters/vangogh/vangogh_starrynight1888c.jpg
โพ้นระยิบ แสงระยับ – เขานับดาว นกกลางคืนโผผ่าน แหวกม่านมืด นั่นใช่ไหม? – ว่ายวาดปรารถนา วูบเปลี่ยนผ่าน การรู้โลกกู่ก้อง โลกลับลา คว้างคอย รูปรอยนั่น ปรารถนาเขียนทราย เพื่อถ่ายทอด คลื่นเคลื่อนผ่าน กระจิริดชีวิตหนึ่ง อย่างไรเถอะ! ชีพหนึ่ง ถึงเปลี่ยวเปล่า โพ้นระยิบ หมื่นดาว พราวระยับ | ทบทวนภาพเก็บเก่า ผ่าวผ่านผัน มะพร้าวไหว เอื่อยอืดยืดยาดส่าย ห้วงเวลาแผ่วผ่าน พานถดถอย ตั้งโจทย์ฟ้อง ภาคหน้า ถ้อยเฉลย ลมลอยฝัน ชีวา ทรายว้าเหว่ ได้โอบกอดห่มโลก พ้นโศกเศร้า ฝันรำพึงถึงรำพัน สวรรค์เบี่ยง โลกมิโดดเดี่ยวเขา เฝ้าจับผิด เขานอนนับ วิบฝัน วาบสั่นไหว |
สานิตย์ สีนาค
กลุ่มโดยสารวรรณกรรม
[ Permalink ] . [ 1 Comments ]
ส ต รี เ ห ล็ ก ผู้ ก ล้ า แ ก ร่ ง...
ตัวจริง ! เสียงจริง ! ของจริง !!!
"ไ ม่ ข อ รั บ เ กี ย ร ติ ย ศ ใ ด ๆ ทั้ ง สิ้ น"
ยลยินแล้วดวงใจเราเปล่ง สดใส
ขอก้มค้อมคำนับคารวะ คารวาลัย
จิตวิญญาณไท มิใช่ทาสเผด็จการศักดินา
......เกิดจากดิน คืนสู่ดิน
ชีวีท่านงามสง่าแกล้วกล้า
อีกทั้ง "ท่านปรีดี พนมยงค์" ยงศรัทธา
รังสรรค์สร้างเพื่อมวลมหาประชาชนได้กำชัย
"ไ ม่ ข อ รั บ เ กี ย ร ติ ย ศ ใ ด ๆ ทั้ ง สิ้ น"
แผ่นดิน คือชีวินประชากระจ่างสว่างไสว
เถิดผองเพื่อนพี่น้องทั่วถิ่นไท
"คุณป้าพู น ศุข พ น ม ยง ค์ " นี้ไซร้งามงดชีวี
โอ้ ... โลกชีวิตเอ๋ย ... เกิด แก่ เจ็บ ตาย
ชีวาวาย - ดีงาม ดำรงทุกที่
เพียงผองเพื่อนพี่น้องประชาชนหลอมชีวี
สามัคคี ขุดโค่นล้ม ถอนโคนรากเหง้ากาฝากปฐพี หมดสิ้นไป !!!
ด้วยดวงจิต คาราวะ คารวาลัย
แ ส ง ดา ว ศ รั ท ธา มั่ น
ต้นฤดูหนาว, 9 มกราคม 2551, ล้านนาอิสระ, เจียงใหม่.
[ Permalink ] . [ 0 Comments ]
| โลกใหม่ไหวเช้าเรายืนอยู่ มองโลกทอดมองไกลออกไป โลกเก่าเราช้ำหรือชื่นฉาย ว่าในยุคสมัยเนิ่นนับนาน อันมิอาจต่อว่าชะตาลิขิต รองเรืองรัศมีโชติวะวับแวว ว่าก็ว่ากันไปโลกไหนใครครอง โลกเก่าโลกใหม่ล้วนในนาม สมดุลในวิถีเท่าเทียมฟ้า บางโลกเก่าแตกยับไปเป็นจุล คือการเดินทางข้ามภพ – แผ่นดิน มาอาศัยใบบุญคลื่นขบวน เจ็บปวดบอบช้ำจากภายใน มองไปข้างหน้าภาพเลือนราง ไม่รู้แล้ว ไม่รู้ ไม่เข้าใจ ถดร่างริมทางเหม่อเฝ้าคอย | รุ่งสางสร่างตรู่แสงสดใหม่ |
นาโก๊ะลี
[ Permalink ] . [ 2 Comments ]

แก้ไขสี จากต้นฉบับ http://www.flickr.com/photos/poakpong/491087791/
| ( ๑ ) หลับใหลแล้วเห่ให้ ที่ทุกข์ล้ำย้ำกราย หลับแล้วตื่นดั่งสาย ที่มิ่งขวัญคืนครั้น | ลับหาย อย่างนั้น หยุดดอก ไม้พันธุ์ หวั่นคร้ามข้ามคืน ฯ |
| ( ๒ ) เพื่อชีพตื่นอยู่ย้ำ มาอยู่ปรนปรับเหมือน เพื่อสัมผัสน้อมเตือน มามิ่งใจกายคล้อย | เยี่ยมเยือน ชีพน้อย กรายสู่ เคลื่อนครั้งจรัสจรูญ ฯ |
| ( ๓ ) แสงธรรมคูณค้ำแม่ กระจ่างจำรัสฝัน แสงศรีนพคุณครัน กระจ่างเหตุก่อแก้ | ผู้สรรค์ สร้างเอย ใฝ่แท้ บรรสพ ทุกข์ล้ำกล้ำกราย ฯ |
| ( ๔ ) จากสายหยุดกลิ่นเช้า สายบ่ายเช้างมงาย จากหยดกลั่นหยาดหมาย สายเสน่หาฉ่ำแล้ง | จางสลาย ชื่นมา หม่นแจ้ง คืนค่า ชีพฤๅ วาดต้องละอองถึง ฯ |
| ( ๕ ) เทียมซึ้งจริงเท็จทั้ง โลกอยู่ร้อยเสน่หา เทียมสายหยุดชื่นวา - โลกคติเผยอ้าง | สวรรยา โศลกสล้าง จาหนึ่ง ผ่องไว้เผยวาร ฯ. |
ณรงค์ยุทธ โคตรคำ
[ Permalink ] . [ 0 Comments ]