กวีประชาไท



ที่มาภาพ : Prachatai Burma, http://www.freeburmarangers.org, http://www.siamintelligence.com
[ Permalink ] . [ Read more ] . [ 2 Comments ]
ยินเสียงครวญ ร้องดัง ห้องขังมืด
เท้าเหยียดยืด มือยัน พยุงนั่ง
เปล่งเสียงร้อง ก้องผ่านกรง โลกจงฟัง
เสียงครวญดัง จากห้องขัง ห้องทรมาน
กระบองฟาด สาดน้ำแข็ง แทงเหล็กกรวม
ร่างกายบวม นวมช้ำ เลือดไหลพล่าน
ไฟฟ้าช็อต เฉียดปลิด ชีวิตญาณ
ทรมาน...แสนทรมาน จักเหลือทน
ยินเสียงครวญ ร้องดัง ห้องขังร้าย
เกือก-ล้อมกาย หมายมั่นปลิด ชีวิตคน
โอดโอย โอดครวญ จำทวนทน
กระเสือกกระสน ดิ้นรน หลังชนฝา
เสียงครวญก้อง จากห้องขัง กังวานไกล
ลมหายใจ สุดท้าย อยู่ตรงหน้า
จิตสั่งเสีย จงเข้มแข็ง นะลูกจ๋า
พ่อเหลือทน ขอจากลา กลับฟ้าไกล
Hutanmimpi *
หนึ่งในความบอบช้ำที่ถูกส่งเข้าไปในจิตใจของพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ความไร้มนุษยธรรมของเจ้าหน้าที่เลวบางคนที่กระทำซ้ำเติมต่อประชาชน การจับกุมตัวไปกักขัง แล้วใช้วิธีโหดด้วยการซ้อมทรมานเป็นวิธีการของความป่าเถื่อนสิ้นดี!!
* Hutanmimpi หรือ ฮูตันมิมปี เป็นนามปากกาของกวี เขาเป็นอดีตนักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตปัตตานี
[ Permalink ] . [ 2 Comments ]
ฉันดื่มตัวฉัน
รินตัวเอง เติมลงในจอกว่างเปล่า
เช้า
ตะวันเริง
ฉันตื่นขึ้น ระบำใจ
ฝนที่ตกมาเมื่อวานปลุกดอกไม้ตื่น
ฝนฝักบัวเสื่อมมนตร์
นกน้อยเสียงใส ร้องเพลงแต่ไกล
กึกก้องกังวานทรวง
ค่ำคืน
แสงดาวไม่ส่องฉายเพียงห้วงหาวมืดสนิท
ดวงตะวันสาดแสงในอก
นกขับขานลำนำ
สายฝนกระหน่ำหนักภายใน
เทจอกของฉันออกแล้วเติมใหม่
สับสน สิ้นไร้ใด
ชีวิตเติมถ้วยใหม่ ระบำจักรวาล
รวิวาร
[ Permalink ] . [ 1 Comments ]
กังวลร้อนชั่วร้าย ฤๅสราญ สงกรานต์เอย
สร้างแต่งแม้ปราการ ฝ่าฟื้น
เธอฉันเช่นเทศกาล กรายเยี่ยม เวียนมา
ได้ผุดภวังค์พื้น ผ่านครั้งสาละวน ฯลฯ
ภาวะใด ใดขวาง ไหวหวั่นกาง วางไว้ด้น
ร้อยเรื่อง ภาระตน จัดเรียงแต้ม เพื่อแย้มพราย ฯ
เห็นฟอง น้ำ เล็ก เล็ก ผุดวัยเด็ก สะท้อนฉาย
นอนแผ่ เมษากราย - แววละหาน สงกรานต์มา ฯ
สรงเนา เก่าใหม่แว่ว กระซิบแผ่ว สรงน้ำหนา
หยดเผื่อ ทิพย์สุธา - สุธาธาร ทานแผ่นดิน ฯ
ท่านให้ ระลึกถึง น้ำพรมซึ้ง ซึ่งถวิล
ชะล้างระมลทิน ที่ก่ายกั้น ๙ ปราการ ...
หนึ่ง โกรธโกรธาหนา น้ำล้างหน้า ล้างขุ่นขาน
กล่าวกลั่นดั่งดวงมาลย์ - โดยดอกแก้ว จำรูญใจ ฯ
สอง เคยลบหลู่ท่าน น้ำชื่นหวาน แง้มขานไข
เปิดจิต ไว้คิดใด - นึกขมผ่าน ม่านขุ่นเคือง ฯ
สาม คิดริษยา น้ำล้างหน้า ผลัดผ้าเปลื้อง
ความเด่น ด้อยเปล่าเปลือง ได้ปลูกไว้ ให้ชีวี ฯ
สี่ ตระหนี่ ถี่เหนียว น้ำใจเปลี่ยว ล้างหน้าหนี
น้ำใจ รับให้ดี น้ำใจกับรับให้งาม ฯ
ห้า มายาเจ้าเล่ห์ น้ำสาดเท สราญคร้าม
คืนเย็น ร้อนผ่อนตาม น้ำหยดย้ำ ฉ่ำเย็นพร ฯ
หก โอ้อวด เลว - ดี - น้ำวจี อุทาหรณ์
วลี ที่ราน รอน ให้ละลาย คลาย วดี ฯ
เจ็ด กล้ำ คำพูดปด สลายคด เสื่อมสูญนี้
เหนือใต้ ธรณี น้ำขุ่นใส ไว้ใจจริง ฯ
แปด เปื้อน น้ำใจร้าย ให้หื่นหาย เหลือบแร้งสิง
ปราการ ที่ย่ำอิง อาบชำระ หน้าดวงใจ ฯ
เก้า มิจฉาทิฐิ ความรู้ผลิ ละอองไหว
ซ่านผิด – ถูกวางไว้ แย้มแยก-รด-หยด-พร เย็น ฯ
ภวังค์ภาวะร้อน น้ำค้างย้อนสายบ่ายเร้น
โลกหวังใฝ่ฝันเป็น ล้างชำระฝ่าปราการ .
ณรงค์ยุทธ โคตรคำ
[ Permalink ] . [ 1 Comments ]

ที่มาภาพ : www.oknation.net
[ Permalink ] . [ 2 Comments ]
ใครแบ่งโลกออกเป็นสองฝ่าย
กำหนดข้างดีร้ายคนละฝั่ง
แล้วทุ่มเทถกเถียงใครเสียงดัง
แล้วใครมีกองกำลังตั้งประจัน
นั่นเขานี่เราชัดแตกต่าง
นั่นทางเขานี่เราทางเป็นอย่างนั้น
หากบางครั้งทางของเรามาพบกัน
เสียงโห่ร้องฆ่ามันให้ตกตาย
เราฝ่ายดี เขาฝ่ายเลวนั่นชัดแจ้ง
ธรรม,อธรรมมิแอบแฝงในความหมาย
เขาอธรรมนำความโลกให้วอดวาย
เราคือธรรมส่งฉาย โลก แผ่นดิน
สืบค้นโลกก่อนหน้านี้กาลสมัย
ความขัดแย้งก็เป็นไปไม่จบสิ้น
ทุกข์ท่วมทับสงครามเลือดหลั่งริน
สายน้ำตาท่วมถิ่นถึงท้องทะเล
และสุขก็ยังดำรงคงอยู่
เป็นทางเคียงคู่มิได้หักเห
ต่างต่อสู้บนอุดมการณ์อย่างทุ่มเท
แพ้ ชนะ ก็ปนเปว่ากันไป
โลกอาจย่อมมีข้างเป็นบางคราว
ร่วมหรือต้านจะนานยาวสักเพียงไหน
อุดมการณ์ก็ผันแปรคนเปลี่ยนใจ
เป็นอย่างนั้นหรือไม่ ไม่รู้แล้ว
เพียงเห็นโลกผ่านมาสมัยนี้
เรา,เขาชัดชี้ได้คล่องแคล่ว
ไม่ใช่เราก็เป็นเขาถือตามแนว
ต่างทางต่างทอแถวตามทางตน
แล้วโลกของพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร
จะคุยกับใครได้ในยามสับสน
หากไม่รู้เป็นเขา,เราในฝูงชน
กว่าจะเสาะจะสืบค้นฝ่ายเดียวกัน
ถามอีกครั้งใครแบ่งข้างให้กับโลก
แบ่งมนุษย์ร่วมทุกข์โศกมาแข่งขัน
แบ่งความดีความเลวแบ่งเผ่าพันธุ์
แล้วถ้าขอให้แบ่งปัน ได้ไหมหนอนาโก๊ะลี
[ Permalink ] . [ 1 Comments ]

| ¹ แผ่นดินแม่ร้าวไห้ | เหลือบแฝง พ่อเอย |
| ด้วยลื่นริ้นจำแปลง | ระบาดให้ |
| แผ่นดินแม่โรยแรง | เหลือฝ่า เอยแม่ |
| ด้วยค่ำคืนวันไว้ | คลื่นเช้าหวั่นตรม ฯ |
|
|
|
| (๑) แผ่นดิน แม่ร้าวไห้ | ด้วยเหลือบไร โลมไล้แฝง |
| สื่อริ้น โลมจำแปลง | ระบาดให้ ชาติระบาย ฯ |
| (๒) เวลาจะพิสูจน์ | สูตรสำเร็จ ค่าความหมาย |
| คลื่นซาบ กราบวางลาย | เหลือใจแผ่ แม่แผ่นดิน ฯ |
| (๓) เช้า – ดึก ที่นึกฝัน | วันและคืน อกถวิล |
| ภาพพจน์ อันดื่มกิน | ไหวเหนื่อยหนัก ศักดิ์ศรีมัว ฯ |
| (๔) ผืนดิน ที่อยู่ย่ำ | การกอบกรรม ล้ำเกลือกกลั้ว |
| นึกรู้ เหลือบพันพัว | เพื่อกวาดล้าง วางดวงใจ ฯ |
| (๕) นี้ผืน แผ่นดินแม่ | มีแต่ให้ อภัยให้ |
| ผิดถูกถึงอย่างไร... | เพียงหยัดอยู่ รู้ละอาย ฯ |
| (๖) คืนสาย หยุดเช้าย้อน | คลื่นลวงป้อน อันร้อนร้าย |
| จากเหลือบ จำแฝงปราย | รู้หยุดเยื้อง เปลื้องปลดบัง ฯ |
| (๗) คลื่นค่ำ คืนหวาดไหว | ดวงใจฟื้น ตื่นย่ำยั้ง |
| โศลกแท้ จักก้องดัง | ไม่ร้างแผ่น ดินแดนไท. |
ณรงค์ยุทธ โคตรคำ
๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๑
สำหรับผู้แทนราษฎร์ผู้ที่มีอิทธิพลต่อปากท้องและความรู้สึกนึกฝันของชาวบ้าน
และประชาชนเสียงส่วนใหญ่ของประเทศไทยยุคสมองกลครองเมืองอย่างเทียมแท้ !?
[ Permalink ] . [ 2 Comments ]
(๑) กลางคืนดึกดื่นนี้ | หนอยัง |
เช้าแต่รื้อความหลัง | สั่งย้ำ |
อยากเยือนหยุดความหวัง | หลายขณะ |
แต่ทุกครั้งกลืนกล้ำ | ร่ำไห้เสน่หา ฯ |
(๒) โอ้วาจาห่วงให้ | ลับหาย |
จึ่งจ่อจารร้อยสาย | กลั่นแก้ว |
กระทั่งเพื่อแผ่พราย | จากส่วน |
ที่เยี่ยมเยือนยลแล้ว | ย่อยน้ำกายใจ ฯ |
(๓) ให้โลกฉันท์กลั่นค้าง | ครวญเสียง |
ร้อยลักษณ์ใคร่เผดียง | เริ่มต้น |
จากสัมผัสบางเพียง | ไหวหวั่น |
สิ่งที่เหลือดื้อรั้น | ยิ่งย้ำถ่ายถอน ฯ |
(๔) โคลงย้อนกลอนกล่าวเกลี้ยง | ผ่านเลย |
อกค่ำเช้าดื่มเปรย | หม่นร้าง |
เหลือแต่สื่อใบ้เฉย | เบี้ยบอด ต่อมา |
สิ่งที่เหลืออยู่สร้าง | ย่ำล้ำฝึกตน ฯ |
(๕) ฝึกตนค้นร่ำร้อย | รอยไหว |
ก่อนคืนดับวันวัย | ล่วงแล้ง |
ฝึกฝนต่อดวงใจ | เผยผุด |
ก่อนลุ่มใหลลับแจ้ง | ต่างชั้นผันการ ฯ |
(๖) งานกลางคืนดึกเช้า | กลางวัน |
ไม่ตอบถามตื้นต้น | ตื่นไต้ |
งานที่ก่อเกื้อฝัน | ที่ใฝ่ |
ไม่ง่ายยาก ลิ่วไล้ | รื่นน้ำพักพร ฯ |
(๗) อุทาหรณ์ล่วงแล้ว | แก้วใจ |
ไม่ตื่นสุขทุกข์ไหน | กระซิบล้ำ |
ที่เหลืออยู่สายใย | เชื่อมบท บาทนา |
ด้วยแห่งหนทางค้ำ | คติพร้อมหยุดสาย ฯ |
(๘) ผุดหมายสายหยุดเช้า | ตื่นฝัน |
หอมดอกดึกจำนรรจ์ | ล่วงแม้น |
ผุดไล้ผ่านคืนวัน | ตราติด |
หอมเรื่อโรยลอยแร้น | ฝากฟื้นมิ่งศรี ฯ |
[ Permalink ] . [ 0 Comments ]
| ๑ อาจขณะหนึ่งคล้ายสุนทรีย์อันวิสุทธิ์ ร่องทางกระแสธารอันวกวน ประกาศความนัยนั้นไม่พลาดผิด ทุ่มเทไปเท่าไรมาช้านาน ดื่มด่ำเรื่องราวและโลกพร้อม เคลื่อนทางวางวิถีแท้สัจจะ เข้าใจในปรากฏการณ์สดใหม่ ครุ่นคิด จากนี้ทางที่ทอดยาว ๒ หรือทั้งหมดง่ายดายเพียงนั้น หากเพียงเท่านั้นภาพภายในวาวแวว เพราะเพื่อวางตัวตนบนวิถีโลก มนุษย์อาจเพียงเพิ่มสีสันในภาพเลือนราง ยิ่งไม่อาจหลงใหลในผลสำเร็จ รับรู้เผชิญหน้าความมั่นใจ ความท้อทน ๓ สุนทรียภาพคือความงามและโทรมทรุด เห็นความจริงในคลื่นแห่งมายา ๔ แม้ไม่มีอะไรง่ายดายเกินไปนัก ขอให้ก้าวทุกก้าวที่ดุ่มเดิน | กลางคลื่นมวลมนุษย์อันสับสน คล้ายการสืบค้นประสบสำเร็จการณ์ กรุ่นกำจายชีวิตอันหอมหวาน ทั้งหมดแล้วก้าวผ่านสู่อารยะ คุกเข่านอบน้อมต่อสถานะ มั่นใจในวาระเรียนรู้ทุกเรื่องราว เห็นความยิ่งใหญ่แผ่นดินสุดห้วงหาว ก้าวเดินแต่ละก้าวงดงามแล้ว ใช่ลุ่มหลงเพ้อฝันบรรเจิดเพริดแพร้ว อาจเพียงลมหอบแผ่วพัดผ่านทาง ท่ามกลางสุข โศก รื่นรมย์ อ้างว้าง ไว้เสริมส่วนที่เปราะบางของตัวตน เมื่อในจริงมีเท็จจากเหตุและผล เข้าใจแท้เล่ห์กลของอัตตา ในวิถีอันวิสุทธิ์แสวงหา เฝ้ามองมันซึ่งหน้าเพื่อกล้าเผชิญ จึงทำความรู้จักอย่างมิใช่ผิวเผิน พร้อมรับการเชื้อเชิญชีวิต โลก จักรวาล |
นาโก๊ะลี
[ Permalink ] . [ 0 Comments ]
| ‘ไกล’ กลืนกิน, เกาะเกี่ยว,เชี่ยว เหม่อริมคลองน้ำครำคลาย จมจ่อมแต่เน่าหนอน้ำ ‘คลองใส’ผักบุ้งไหววาม ไม้ดอกริมน้ำนั้นเฉา มือคนว่างงานผ่านกราย วาสนาเจ้าดอกไม้ ขณะเมืองรุ่งเรืองนิรันดร์ ให้ปลาตัวผอมดอมกลิ่น ให้กับโศกนาฏกรรม เฮือกสุดท้ายแล้วหนอ ‘ปลา’ ปลอบเศร้า เจ้ารอต่อไป | ธารลับลดเลี้ยว เปลี่ยวสาย วิโยคหาย สูญใจนาม ปลาผุดดำ หวังว่ายข้าม ยามสาวเจ้าเล่นน้ำ – อาย เน่าน้ำวิดเบาก็หาย ดอกไม้,น้ำเน่า เท่านั้น ผลิใบมาเฉาเก่าฝัน พลันเจ้าล้มจมน้ำครำ ร่ำรินน้ำตา อกร่ำ ผุดช้ำดำผุด สุดใจ ปรารถนาน้ำคำไหน ‘น้ำครำไม่มี’ ไม่มี ‘รัก’วันนี้จมน้ำคำ! |
กังวาลไพร นามฯ
กลุ่มโดยสารวรรณกรรม
[ Permalink ] . [ 1 Comments ]