กวีประชาไท
มีเสื้อเหลืองไม่อยากใส่เสื้อสีเหลือง
กลัวย่างเยื้องไปไหนใครก็ถาม
พันธมิตรหรืออย่างไร ใครก็ตาม
แบ่งนิยามความหมายท้าทายกัน
มีเสื้อแดงก็ไม่อยากใส่สีแดง
เดี๋ยวว่าแฝงความหมายคล้ายเยาะหยัน
เป็นแนวร่วมนปก.ขอยืนยัน
โอ้แสบสันต์ลูกกะตาข้าเหลือทน
[ Permalink ] . [ Read more ] . [ 4 Comments ]
วิถีปู่เย็น
Submitted on 03 November 2008 - 00:00:00. Category: กวี. Tags: ปู่เย็น
ที่มาภาพ :http://www.cablephet.com/board/images/news/t__1110880701.jpg[ Permalink ] . [ Read more ] . [ 1 Comments ]
ฟ้าจะฟ้าไม่ฟ้าก็แต้มฟ้า
Submitted on 06 October 2008 - 00:00:00. Category: กวี. Tags:
ภาพโดย phu-chiangdao
เพราะบางวันฟ้ามิได้สีฟ้า แผ่นดินบางหนหาใช่สีเขียว
แม้สายรุ้งยังมิได้มีสีเดียว หากแต่หม่นซีดเซียวอยู่บางวัน
ช่วยมาเติมสีฟ้าให้ท้องฟ้า เติมน้ำหยดลงธาราล่องความฝัน
แต้มใบไม้ต้นไม้เป็นไพรวัล เพิ่มสีรุ้งให้เฉิดฉันทั้งเจ็ดสี
วาดทุ่งให้งามได้ตามใจ เขียวเหลืองแดงแต้มใส่ให้เต็มที่เหยาะกลิ่นหอมบุบผามวลมาลี วาดวิญญาณน้อมพลีอุทิศตน
แด่ ฟ้า ดิน โลก จักรวาล วิเศษทิพยสถานทุกแห่งหน
ทอดทางไกลวิสุทธิ์เป็นสากล เป็นแรงร่างบันดลบันดาลธรรม
นิ่งเฉยกระไรในทุกสภาวะ เพราะเพียงวูบหนึ่งขณะก็เลยล้ำ
ล่วงผ่านธารทุ่งทางอย่างตรากตรำ ฉุดสำนึกให้น้อมนำอยู่ในทาง
เขียนความวังตั้งปรารถนา พาดข้ามห้วงเวลาเต็มและว่าง
เช้าค่ำ คำเช้า พลบ รุ่งราง เฝ้าดูทั้งหมดระหว่างปรากฏการณ์
ฟ้าจะฟ้าไม่ฟ้าก็แต้มฟ้า เขียวไม่เขียวเติมค่าให้เขียวหว่าน
แล้วอย่างไรเติมสายน้ำในร่องธาร และอย่างนั้นกาลนานนิรันดร์ไป
นาโก๊ะลี
[ Permalink ] . [ 0 Comments ]
ยางนา
Submitted on 29 September 2008 - 14:17:09. Category: กวี. Tags:
Photo by : phu - chiangdao[ Permalink ] . [ Read more ] . [ 0 Comments ]
ระบำสายฝน
Submitted on 17 September 2008 - 00:00:00. Category: กวี. Tags:
By : aphs.worldnomads.com/lani/2261/raining.jpg
แซกโซโฟนเอื้อนเอ่ยไม่เคยสนใจเมื่อวันวาน
"ฉันจะดื่มวันพรุ่งด้วยค่ำคืนนี้ทั้งหมด"
เสรีภาพยังอวดโฉมในโมงยามอันสุกสว่าง
ทุกคนเทตัวเองออกจากตัวตนเป็นชีวิต
ละลายไปกับเสียงสรวลเสเฮฮา
หลายจุดประสงค์หรือหลายความต้องการปรากฏลวดลายบนผืนผ้าเดียวกัน
บรรยากาศอบอวลถูกเขย่าดังเหล้าค็อกเทล
บางคนต้องการดนตรีเป็นสิ่งประกอบ
แต่ฉันต้องการซึมซับกับดนตรี
กีต้าร์แผดสนั่นผ่านตู้แอมป์ตะคอกคำรามไปยังแก้วทุกใบ
"ฉันเห็นเงามืดแสร้งหลบไปที่ไหนสักแห่ง
ฉันเห็นโลกทุกใบต่างซ่อนรอยร้าว"
ท่ามกลางหมู่โต๊ะม้านั่งเรียงราย
บางความโดดเดี่ยวต่างลอบเหลียวมองซึ่งกันและกัน
ในเวลาน่าตักตวงเช่นนี้
จะมีประโยชน์อันใดที่จะเอ่ยอ้างถึงบทกวี
นอกจากแซกโซโฟนที่ทุกคนต้องการ
ให้มันเป่าเสียง...
ฉันยกแก้วของฉันขึ้นดื่มทุกทุกนาทีคือแก้วที่พร่องลง
ฉันหลับตาลงครู่หนึ่งเพื่อหลบเร้นออกไป
สัมผัสสายฝนเริงร่ายตกลงมาเนืองนอง
กลางความเปล่าเปลี่ยวอันลึกซึ้ง
ศักดิ์ชัย ตันศิริ
[ Permalink ] . [ 0 Comments ]
อย่างช้าช้า
Submitted on 25 August 2008 - 00:00:00. Category: กวี. Tags:
อย่างช้าช้า…ฟองทะเลเขียวฟ้าจากค่ำเช้า
ค่อยม้วนตัว จากไกล จนใกล้เรา
พาและพรากหนักเบา วาดทรายนวล…
อย่างช้าช้า…ตะวันทอสาดทิวาหอมหวน
ค่อยปรายแสงสะท้อนทะเลสะท้านอบอวล
ค่อยกลมค่อยอ้วนเข้าห่มทั่วผืนทราย…
แหละชีวิตคงเช่นกันอย่างช้าช้า สามัญ คล้ายคล้าย
อย่างตะวัน จันทร์ อย่างหาดทราย
ช้าช้าในวนว่ายหากนิรันดร์
จึงอีกนิดนะ, ชีวิตผ่านพบเจอรอถูกผิดล้วนจริง ฝัน
จึงอีกนิดนะ, คืน วัน
ดี – บ้า, สารพันเถอะรับเรื่องราว…
เพราะสุดท้ายก่อนท้ายสุดชีวิตย่อมสุข เศร้า วิกล วิกฤต ร้อน หนาว
ดั่งเกลียวคลื่น หนา บาง สั้น ยาว...
และไม่นาน, ฟองพราวพรายก็ซบคืนสู่ทราย
อย่างช้าช้า…
ฐากูร บุญสุวรรณ
[ Permalink ] . [ 2 Comments ]
ลำบากแบก : หิน - วิหาร
Submitted on 18 August 2008 - 00:00:00. Category: กวี. Tags:
By : http://www.bloggang.com/data/sweetcandy/picture/1138853657.jpg(โคลงดั้นวิวิธมาลี)
ไคลคราบศิลาขุ่นเศร้า ไศลสงบ
กลียุคก่นกลบ สมัยตื่น
'คมขลังควรคู่ อ- ธิฏฐานไหว้
อาลัยโลกร้างไร้ แหล่งทิพกุล
ริษยาใครก่อนสร้าง ศรัทธา
ยืมหินผากอดหนุน ห่มไข้
ช่วงชิงแท่นบูชา หลงป่วย
เพียงหินเทินซ้อนให้ ทิพย์เนา
จรดอคติกั้น สะดวกแยก เสบยแฮ
กบาลแตกอวดเขลา งั่งบ้า
เพียงหิน,ลำบากแบก ของกู ของกู
ประตูใจแง้มอ้า ดั่งเทวดาลัย กำรู กำมะลอฝัน
ชัยวัฒน์ พุ่มประจำ[ Permalink ] . [ 3 Comments ]
ประเทศนี้ของใคร ฯ
Submitted on 11 August 2008 - 00:00:00. Category: กวี. Tags:
ประเทศนี้ เหมือนไม่ใช่ ของคนจน
เหมือนฉันไม่ ใช่คนของ ประเทศนี้
ประเทศนี้ เหมือนมีทรัพย์ เกินนับมี
เหมือนฉันนี้ ไม่มีแม้ แต่ที่ยืน ...
ประเทศนี้ มีแง่ง่า อัชฌาสัย...
เหมือนน้ำใจ แผ่หยดไหว สายใยฟื้น
ประเทศนี้ มีความหวัง ทั้งวันคืน
เหมือนเช้าชื่น สายหยุดเช้า เฝ้าจากจาง ฯลฯ
ประเทศนี้ มีความงาม ตามทรรศนะ
เหมือนปัจเจก เฉพาะว่า ท่วงท่าข้าง
ประเทศสื่อ แน่นิ่งยิ่ง แน่นอนทาง
เหมือนป่าวว้าง แน่นอนคือ ไม่แน่นอน...
ประเทศนี้ มีความจริง ความดีหนา...
เหมือนเมฆฟ้า มืดหมองหม่น ค้างค่นย้อน
ประเทศจำ ประเทศจาก ประเทศป้อน
เหมือนลงกลอน ไร้หน้าต่าง ทั้งประตู ฯลฯ
ประเทศนี้ มีผู้คน ที่น่ารัก
เหมือนบักเสี่ยว เหลียวแขมร์ เงาะแปรกู้
ประเทศนี้ ใบหน้านี้ หนาบางรู
เหมือนชายกลาง ผู้พรางหรู รู้แหยใจ...
ประเทศนี้ ที่ไม่ใช่ ของคนรวย...
เหมือนคนจน ใดคนซวย ช่วยไม่ได้
ประเทศนี้ เหมือนน้ำค้าง ไม่หยดไหว
เหมือนคลื่นใคร่ คราบไคล้สื่อ หรือไคโลม ฯลฯ
ประเทศนี้ ใครดูแล ความอยากได้
เหมือนอารมณ์ ไหวด้านดื่ม ด้านปลื้มโหม
ประเทศสรร ให้ฉันสร้าง กระจกโดม
เหมือนชโลม น้ำค้างวาด หยาดหยดคืน.
ณรงค์ยุทธ โคตรคำ
กรกฎาคม ๒๕๕๑
[ Permalink ] . [ 6 Comments ]
เต้นรำกับหญิงสาวไม่มีใบหน้า
Submitted on 29 July 2008 - 11:40:16. Category: กวี. Tags:
แดดสาดลงบนพุ่มบุหงาส่าหรีริมหน้าต่าง
เธอแต่งกระโปรงยาวทอลายดอกไม้สีน้ำเงินเดินมาจับมือผมออกมาจากเก้าอี้เขียนหนังสือ
แล้วเพลงเต้นรำก็ดังกังวาน
เพลงของมาร์ค นอฟเลอร์ ชื่อ whoop de dooแหบเครือเสียงร้องเพลง บอกหนทางแคบทอดไปยังป่าสีดำ
ผมโอบเอวเธอ คล้ายว่าเคยพบเธอที่ไหน
แขนเธอลู่ลงข้างตัว
เส้นผมเธอดำขลับยาวสลวยถึงสะเอวเส้นผมปลิวตามเสียงเพลง
เธอมีกลิ่นดอกบุหงาส่าหรี
เธอผิวขาว แต่ไม่มีใบหน้า
เธอมีแต่ความเงียบ กับขอเท้ามีเสียงกระพรวนเหล็กผมจับเอวเธอเต้นไปรอบโต๊ะเขียนหนังสือ
บนพื้นปูนเซรามิกรูปดอกไม้เก่าๆเย็นเฉียบ
มือเธอนุ่มนวลแตะสีข้างผม
เนื้อตัวเธอเย็นเฉียบเหมือนน้ำแข็งเธอไม่ส่งเสียงใดๆ
เสียงเพลงมีสไลด์กีตาร์บาดลึก แฮมมอลเสียงต่ำ
ผมจับเอวเธอเต้นไปรอบโต๊ะเขียนหนังสือ
เธอไม่ส่งเสียงใดๆเธอไม่มีใบหน้า เธอมากับกลิ่นดอกบุหงาส่าหรี
แล้วกลิ่นผ้าเก่าชื้นๆก็โชยมาจากหน้าต่าง
Whoop de doo ย้อนวนรอบกลับมาอีกครั้ง อีกครั้ง..
ชายกระโปรงยาวไหวไปรอบๆโต๊ะเขียนหนังสือ
คำ พอวา
เพลงประกอบ : Whoop de doo โดย Mark Knopfler
ภาพ : http://www.oknation.net/blog/charoenkwan
[ Permalink ] . [ 0 Comments ]
งามไม่งามตามแต่วิถีเป็น
Submitted on 17 July 2008 - 00:00:00. Category: กวี. Tags:
หากดอกไม้มีความหมายว่างาม ดวงดาวที่วาววามคือความสุกใสปีกผีเสื้อคือสีสันที่โบกไกว ยอดหญ้าคือความอ่อนไหวแห่งโลก
สายน้ำคือเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยง หมู่นกขับเสียงกล่อมโศก
ต้นไม้ต้านทานวิปโยค แผ่นดินร่วมขานโศลกร้อยโครงคำ
ยังมีอะไรอีกหลายอย่างบนทางมนุษย์ ผู้ค้นหาที่สุดความลึกล้ำ
ก้าวล่วงไปสู่ความมืดดำ เป็นก้าวที่ย่ำอย่างคลอนแคลน
หากการเดินทางมีความหมายว่าแสวงหา การค้นพบคือปัญญาวิเศษแสน
ล้มเหลวคือเรียนรู้มิดูแคลน สุ่มเสี่ยงคือเขตแดนแห่งเรียน
คล้ายคำถามมากมายระหว่างนี้ เดินอยู่บนวิถีการแปรเปลี่ยน
ซึ่งเป็นทางที่วกเวียน ขัดเกลาเข่นเฆี่ยนอัตตาตน
นั่นคือที่สุดหรือมิใช่ หรือแท้แล้วหาไม่ ไฉน-ฉงน
เพียงภาวะหนึ่งนั้นในเงามืดมน ท่ามกลางความอึงอลปรากฏการณ์
หากภาพชีวิตเป็นดั่งดอกไม้ งามหรือมิได้เพียงพบผ่าน
ร้อยเรียงดั่งดาวเล่าตำนาน ดำรงอยู่กาลนาน-นิรันดร์ไป
อาจมิอาจเป็นได้ดั่งนั้น มิอ่อนน้อมต่อคืนวันดั่งหญ้าไหว
ทั้งมิได้หล่อเลี้ยงพฤกษ์ไพร และขาดความใส่ใจต่อโศกนาฏกรรม
ใช่...ยังมีอะไรอีกมากบนทางมนุษย์ และมันอาจไม่มีที่สุดอันลึกล้ำ
เป็นเพียงกระบวนการเคลื่อนโน้มนำ เดินทาง กระทำชีวิตเอง
นาโก๊ะลี
[ Permalink ] . [ 3 Comments ]