เพียงพบบนทางผ่าน



มันจะเป็นอย่างนี้กี่ยุคสมัย
เมื่อชีวิตแรงงานไทยยังไหวว้าง
อีกกี่ครั้งกี่หนบนเส้นทาง
จักมองเห็นแสงสว่างกลางใจตน
นานนัก- -เนิ่นนานการต่อสู้
การดำรงคงอยู่ยังมัวหม่น
ผ่านกรำ กายาอย่างอดทน
เฝ้าฝึกฝน ทนหลายขายแรงงาน
ยังหยัดยืนฝืนสู้อยู่อย่างนี้
บางวิถีอยากกู่ร้องก้องขับขาน
ให้โลกได้รับรู้ในตำนาน
ว่านายทุน-รัฐบาลผลาญพร่าเรา!!
ใช่ ! นายทุนยังฉ้อฉลบนความทุกข์
รัฐนั้นคอยปลอบปลุกให้โง่เขลา
ยังหลอกลวงคนงานว่าจะบรรเทา
จะปัดเป่าให้ชีวิตที่เป็นธรรม
แท้จริงกลับกลายตระบัดสัตย์
เปลี่ยนเป็นการบีบรัดให้ตอกย้ำ
ใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายเฝ้ากระทำ
ใช้อำนาจมืดดำครอบงำคน
ค่าแรงขั้นต่ำ สองร้อยบาท
ยังมิอาจเติมเต็มได้สักหน
กลับจ้องห่วงหาประโยชน์ตน
กรรมกรเอ๋ยหวังหลุดพ้น จงเจ็บจำ!
เหมือนมองเห็นคนงานนั้นเป็นทาส
คอยข่มขู่ปรามาสให้ชอกช้ำ?
“อย่าฝืนเลยการเรียกร้อง อย่าฝืนทำ”
เป็นคำเตือนตอกย้ำ ให้จำนน
ถึงเวลาหรือยังพี่น้องข้า...
มวลประชาแรงงานทุกแห่งหน
มาทวงถามสิทธิความเป็นคน
มาจับมือพร้อมผจญ บนทางไท
ต้องเรียกร้องต่อสู้ให้กู่ก้อง
ให้โลกรู้เราทั้งผองไม่หวั่นไหว
จักยืนหยัดแม้เหนื่อยหนักสักเท่าใด
ขอเพียงใจเราเชื่อมั่นวันแห่งชัย
จักยืนหยัดแม้เหนื่อยหนักสักเท่าใด
ขอเพียงใจเราเชื่อมั่น วันคว้าชัย!!
ภาพประกอบจาก
www.prachatai.com และ www.workers-voice.org/adtusite/images/march.jpg
[ Permalink ] . [ 12 ความคิดเห็น ]
" ตื่ น เถิดพี่น้องกรรมกรไท
สู้ด้วยใจมานะบากบั่น "
รวมพลังผองเราให้คงมั่น
เพื่อชีวันเพื่อชีวิตใหม่
" ต้องต่อสู้เรียกร้องให้กู่ก้อง
ให้โลกรู้เราทั้งผองไม่หวั่นไหว "
ลุกตื่นสู้เถิดพี่น้องกรรมกรไท
สร้าง โ ล ก ใ ห ม่ ให้ ส ว ย ส ด ง ด งา ม!!!!
แด่ ... วันเมเดย์ ... 1 พค 51
แสงศูนย์ ดับสูญหวังงานในเนื้อ
แสนรู้แสนเหยื่อพลีเหยื่อทาสหวาน
หนึ่งเพิ่มมาป่าวร้องแรงบันดาล
สละชีพการงานโรคโลภใด
โลกโลภ โรคโลภโลกไม่เคยง่าย
มือจ่าย ซื้อร่างกายเซ่นวิญาณไหน
กอบเป็นกำย้ำทำซ้ำนานไป
บอดใบ้เซ่นไหว้แรงโลภเสมอมา...
(ช่วยต่อหน่อย)
...โลภ โลภ โลภ โรค โรค โรค โลภ
คนละโมบ จึงเป็นโรค มันละโมบเต็มล้นปรี่
กรรมกร ชาวนา เลี้ยงชีพคุณอยู่ดืดี
คนโลภ จึงต้องเป็น โรค เพราะคุณกดขี่คน ... คุณจึงต้องมีโรค ... ก๊าก ก๊าก ก๊าก
สบายดีภู
นานแล้วที่ไม่ได้เจอกัน หวังว่าคงสบายดีเจ้า
หากเป็นดั่งที่หวัง ทุกคนก็ต้องหวัง
หากเป็นดั่งที่คิด ทุกคนก็ต้องคิด
วันแรงงานปีก่อนก็กลอนอันนี้ไม่ใช่เหรอ
http://www.prachatai.com/05web/th/columnist/viewcontent.php?SystemModuleKey=Column&System_Session_Language=Thai&ColumnistID=68&ContentID=1493&ID=68
กลอนอันเดิม ลงแล้วลงอีก(แก้คำไป3จุด)
เอาเปรียบคนอ่านไปหน่อยมั้งเจ้านาย
เดี๋ยวจะหาว่าป้ายสี ดูเอาเองเถิด ต่างกันอยู่ 2 จุดเองมั้ง
http://www.prachatai.com/05web/th/columnist/viewcontent.php?SystemModuleKey=Column&System_Session_Language=Thai&ColumnistID=68&ContentID=1493&ID=68
พี่น้องกรรมาชน...แรงงานไท
มันจะเป็นอย่างนี้กี่ยุคสมัย...
เมื่อชีวิตแรงงานไทยยังไหวว้าง
อีกกี่ครั้งกี่หนบนเส้นทาง
จักมองเห็นแสงสว่างกลางใจตน
นานนัก- - เนิ่นนานการต่อสู้
การดำรงคงอยู่ยังมัวหม่น
ผ่านกรำกายาอย่างอดทน
เฝ้าฝึกฝนทนหลายขายแรงงาน
ยังหยัดยืนฝืนสู้อยู่อย่างนี้
บางวิถีอยากกู่ก้องร้องขับขาน
ให้โลกได้รับรู้ในตำนาน
ว่านายทุนรัฐบาลผลาญพร่าเรา!!
นายทุนยังฉ้อฉลบนความทุกข์
รัฐบาลคอยปลอบปลุกให้โง่เขลา
เฝ้าหลอกลวงคนงานว่าจะบรรเทา
จะปัดเป่าให้ชีวิตที่เป็นธรรม
แท้จริงกลับกลายตระบัดสัตย์
เปลี่ยนเป็นการบีบรัดให้ตอกย้ำ
ใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายกดกระทำ
ใช้อำนาจมืดดำครอบงำคน
ค่าแรงขั้นต่ำ สองร้อยบาท
ยังมิอาจเติมเต็มได้สักหน
มันคอยจ้องห่วงหาประโยชน์ตน
กรรมกรเอ๋ย...หวังหลุดพ้น จงเจ็บจำ!!
เหมือนมองเห็นคนงานนั้นเป็นทาส
คอยข่มขู่ปรามาสให้ชอกช้ำ
“อย่าฝืนเลยการเรียกร้อง อย่าฝืนทำ”
เป็นคำเตือนตอกย้
แหม คุณ"เซ็ง", เจ้า... กวีบทกลอน และข้อเขียนในประชาไท อย่าไปคิดว่าเอาเปรียบซี จ้า มันมิได้ตีพิมพ์ในหนังสือนิตยสาร หรือหนังสือพิมพ์ พิมพ์ซ้ำจะเป็นไรไป สำหรับความคิดเห็นของฉัน ไม่เห็นแปลกเลย คนเขาก้อจักได้อ่านเมื่อผ่านมาคนรุ่นหลังรุ่นใหม่ไม่ได้อ่าน เขาก็ได้อ่านขอโทษจ้า .. จิตใจกว้างหน่อย อย่ายึดติด ยึดมั่นถือมั่นเกินปายยยยยยยย
เขาเคยด่า ว่าเราเป็น ขี้ข้าคอก
เขาเคยบอก ว่าเราเป็น คนด้อยค่า
เขาเคยไล่ ไม่ใยดี เยี่ยงนกกา
เขาเคยว่า ข้าทาส ขาดน้ำใจ
ไม่เคยเห็น คุณค่า ธาราเหงื่อ
ไม่เคยเชื่อ แรงงาน ซ้ำผลักไส
ไม่เคยมอง เห็นชีวิต คิดห่วงใย
เป็นเพียงไพร่ ทำไมเล่า ต้องทุกข์ทน
มีสองมือ สองเท้า ก้าวไปหน้า
มีสองแขน สองขา ช่วยฝึกฝน
มีแรงกาย แรงใจ ไม่อับจน
ขอเป็นคน สร้างสังคม อุดมการณ์
ดูจากคำตอบแล้วคุณ แหม คงไม่เข้าใจ(แต่คุณภูน่าจะเข้าใจ)
งานที่เคยลงแล้ว จะลงหนังสือพิมพ์อย่างที่คุณว่าหรือลงเวบ ถ้าเผยแพร่แล้วก็คือเผยแพร่แล้ว
หากนำมาลงซ้ำต้องระบุให้ชัดเจน ว่าเคยเผยแพร่แล้วที่ไหนเมื่อไร
หลายปีก่อนมีเรื่องอื้อฉาวในวงการกวี เมื่อกวีดาวรุ่งผู้หนึ่งเอางานเดิมของตัวเองที่เคยลงนิตยสารหนึ่งส่งไปลงนิตยสารอื่นๆอีก โดยเปลี่ยนนามปากกา แม้จะเป็นความผิดของบก.นิตยสารเล่มหลังด้วยที่ไม่ได้ติดตามอ่านให้ทั่วจึงไม่รู้เท่าทัน แต่กวีผู้นั้นก็ผิดจรรยาบรรณอย่างไม่ต้องสงสัย
จรรยาบรรณ นี่แหละ ที่ผมคาดว่าคุณภู เชียงดาว ควรจะเข้าใจ
จะว่าไปกรณีของคุณภู เชียงดาว วิจิตรพิสดารและเหลือเชื่อกว่ามาก
ไม่ต้องเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยน2-3คำ
ลงที่เดิม เวบเดิม คอลัมน์เดิม
ผมไม่รู้จริงๆว่าเขียนให้ประชาไทได้ตอนละกี่บาท คาดว่าไม่มาก แต่เงินไม่ใช่ประเด็น
อย่างที่ผมบอก นักเขียนหรือกวีควรมีจรรยาบรรณ เคารพคนอ่าน
หากนำมาลงซ้ำต้องระบุให้ชัดเจน ว่าเคยเผยแพร่แล้วที่ไหนเมื่อไร
ถ้าจะให้ดีก็ควรบอกกล่าวผู้อ่านด้วยว่ามีเหตุผลอะไรจึงได้ไปเปลี่ยน2-3คำนำลงที่เดิม คอลัมน์เดิม
ที่จริงกองบก.ประชาไทซึ่งเลินเล่อมากไม่ตรวจดู หรือตวรจไม่เห็น(ทั้งที่ของเดิมก็อยู่ในประชาไทนี่แหละ คอลัมน์เดิมนี่แหละ)ก็มีส่วนรับผิดชอบเรื่องนี้ด้วย
แต่พูดจริงๆนะ ตอนที่เขียนท้วงไปด้านบนผมนึกว่าคณภูจะมาโพสต์ขอโทษ และบอกเหตุผล ซึ่งเหตุผลจะคืออะไรผมก็คงพอรับได้ อย่างน้อยคุณก็ยอมรับ(แม้จะเมื่อถูกจับได้)
อย่างน้อยก็เป็นทางออกที่สง่างามกว่านิ่งเงียบเหมือนไม่เห็นหัวคนอ่านแบบนี้
หรือปล่อยให้คนอื่นที่ไม่เข้าใจมาเถียงแทนข้างๆคูๆแบบนี้ รังแต่จะทำให้คุณดูแย่ลงไปอีก
ผมไม่ใช่ตำรวจ ไม่มีใครออกเงินให้ไล่จับกวีขี้โกง
เป็นแค่คนอ่านที่รักงานกวี รักวรรณกรรม เห็นอะไรแบบนี้ขอพูดตรงไปตรงมา
คุณเองก็มักพูด/เขียนว่ารักสิ่งเหล่านี้ี้ จึงขอร้องว่าอย่าทำแบบนี้เลยครับ
มันสวนทางกับที่คุณพูดี้
เรียน คุณเซ็ง
เพิ่งมาเห็นคุณโพสครับ ขอบคุณอีกครั้งสำหรับความเห็นที่เสนอมาให้รับรู้
อย่างที่คุณบอกนั่นแหละครับ ว่างานมันเคยลงแล้ว แต่เป็นความตั้งใจของผมเอง
เมื่อถึงวันกรรมกร ผมจึงหยิบมานำเสนอในคอลัมน์นี้อีกครั้ง เพื่อเตือนรำลึกถึง...ก็เท่านั้น
และผมเห็นจุดด้อย จึงปรับแก้บางคำ ซึ่งผมถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องรับผิดชอบ ไม่เกี่ยวกับบก.หรอกครับ เพราะเป็นคอลัมน์ที่ผมต้องรับผิดชอบเองอยู่แล้วครับ ซึ่งอยากบอกคุณด้วยสัตย์ซื่อว่าไม่ได้คิดอะไรที่อยากคิดแอบแฝงอะไรเลยครับ เพราะว่านี่คืองานที่ผมเขียนขึ้น ไม่ได้แอบขโมยหรือคัดลอกใครมา และเรื่องนี้ถ้าคุณรู้สึกว่าไม่ถูก ก็ต้องขอโทษมา ณ โอกาสนี้ด้วยแล้วกันครับ
อย่างไรก็ตามต้องขอขอบคุณอีกครั้งครับ...
กับค่าตอบแทนที่เท่ากันนั้น
คนจน>>> ต้องเสียเหงื่อ 1 ปี๊บ
คนรวย>>>ต้องเสียเหงื่อ 1 หยด
แต่ระหว่างความจน ~ ความรวย ในคนหนึ่งคน ก็มีความเป็นคนเท่าๆกันใช่ไหมคะ อยากอยากอ่านงานเขียนของพี่ ภูเชียงดาวค่ะ เพราะนู๋เป็นคนเชียงดาว