มองทางไม่เห็นทาง
กลีบดอกไม้ป่าร่วงผลอยไปอย่างรวดเร็ว เพื่อให้เมล็ดพันธุ์เติบโตเท่าทันกับฤดูฝนที่มาถึง ราวป่าท้ายไร่จึงเขียวขจีชุ่มชื่นแผ่ผ่านความสดใสมาถึงหัวใจของผู้คนในละแวกใกล้เคียง
“ไปทำบุญที่ยอดห้วยกันเถอะ”
ยายแดงตะโกนเรียกมาจากบนรถอีแต๊ก ที่ควบปุเลงๆผ่านหน้าไร่ฉันไปอย่างรวดเร็วเกินธรรมดา ขณะที่ฉันกำลังก้มหน้าก้มตาจัดการกับต้นหญ้าเล็กๆที่หน้าบ้าน
เรื่องงานทำบุญยอดห้วย เคยได้ฟังจากปากยายแดงมาบ้าง วันนี้นับว่าโชคดีที่ฉันจะได้ไปเห็นกับตาตัวเอง
“ป่าหินแม่ช้าง” เป็นต้นน้ำสายสำคัญหลายสาย แม้ว่ามันจะไม่ใช่พื้นที่สูงเป็นภูเขา แต่พื้นที่ป่าที่ยังสมบูรณ์สามารถกักเก็บซึมซับสายน้ำฝนเอาไว้ได้อย่างอัศจรรย์ จนเกิดเป็นลำห้วยใหญ่ๆ ที่เรียกว่า “ห้วยใหญ่” และห้วยเล็กอื่นๆอีกหลายสาย ไหลลงไปหล่อเลี้ยงหมู่บ้านต่างๆ แม้ไม่ตลอดปี แค่ฤดูทำนาก็นับว่ามีประโยชน์อย่างยิ่งแล้ว
กว่าฉันจะปิดบ้านเสร็จ คณะอีแต๊กสองคันของยายแดงก็ลับสายตาไปแล้ว แต่แค่เพียงสิบนาที ฉันก็ควบเจ้าสองล้อสัญชาติญี่ปุ่น ฝ่าดงหญ้าเข้าถึงบริเวณที่จัดงานบุญ ฉันไม่รู้หรอกว่าหนทางจริงๆอยู่ตรงไหน อาศัยตามเสียงเพลงและโฆษกของงานผ่านเครื่องขยายเสียง กับแนวควันสีขาวฟุ้งของบั้งไฟน้อยที่พุ่งทะยานขึ้นฟ้าดังฟี่ๆ เป็นระยะ
จนได้มาเจอกับคณะทำบุญจากบ้านกุดเลาเพียงบ้านเดียว นับคนได้ไม่ต่ำกว่าสองร้อยคน พระคุณเจ้าฉันเพลเสร็จแล้ว ญาติโยมกำลังอร่อยกับอาหารของตัวเอง
เสียงเพลงหมอลำ เสียงพูดคุยสนุกสนานเฮฮา หน้าตาฉ่ำเหล้าขาวกันเป็นส่วนใหญ่ ที่ฟ้อนก็ฟ้อนกันไป ใครที่ทำบั้งไฟแล้วไม่ทะยานขึ้นฟ้าจะถูกจับโยนลงน้ำ เป็นที่สนุกสนาน เสียงต่อรองเชิงการพนันดังลั่นฮาเฮ
“อ้าว บั้งนี้ต้องสองขึ้นแน่นอน” หนุ่มน้อยหน้ามลคนกำลังเมาหันมาพยักพเยิดกับฉัน สองขึ้นหมายถึง เวลาที่พุ่งขึ้นไปบนฟ้า ก่อนที่เผาไหม้หมด ทิ้งหางลงมา คือ สองนาที
บั้งไฟขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 นิ้ว คือบั้งไฟเสี่ยงทายของลำห้วย ที่นี่เป็นต้นสายของสี่ลำห้วย จึงต้องใช้บั้งไฟใหญ่สี่บั้ง ส่วนบั้งไฟเล็กๆขนาดผ่าศูนย์กลาง 1 นิ้ว ที่ใช้จุดเล่นกันนับไม่ถ้วน
“การเสี่ยงทายว่าห้วยไหนน้ำดีไม่ดี ดูที่การขึ้นของบั้งไฟ แต่ไม่มีทางหรอกที่บั้งไฟจะไม่ขึ้น” ตาเก้คนข้างไร่อธิบาย ฉันไม่ทันได้มาดูรายละเอียดพิธีกรรม ที่นอกเหนือจากพิธีสงฆ์แล้วยังมี “ขจ้ำหรือเฒ่าจ้ำ” ทำพิธีอีกด้วย
งานบุญครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ฉันได้ร่วมกิจกรรมกับชุมชนเพราะว่ามันเกิดขึ้นที่ข้างไร่และมีความน่าสนใจ จึงเป็นโอกาสดีที่จะทำความรู้จักกัน และฉันก็เสียมรรยาทมานานนับปีที่ไม่ได้ไปรายงานตัวต่อผู้ใหญ่บ้าน จึงได้ไปไหว้แล้วแนะนำตัว รู้สึกโล่งใจไปอีกหนึ่งอย่าง
กับอีกอย่างหนึ่งที่เก็บเกี่ยวได้คือความมั่นใจว่าฉันเลือกพื้นที่ในการใช้ชีวิตไม่ผิดพลาด เพราะในป่าผืนใหญ่แห่งนี้ยังมีสิ่งที่มีคุณค่ามากมายให้เรียนรู้ ไม่ต้องลงทุนเป็นเงินตรา เพียงมีเวลาฉันก็สามารถเข้าไปทำความรู้จักกับธรรมชาติต่างๆได้อย่างตื่นตาตื่นใจ
“เจ้าเสือและเจ้าเก๋า” หมาหนุ่มน้อยสองตัวที่ตามมาด้วย ต่างก็มีความสุขแม้จะผวาหวาดกลัวบรรดาหมาเฒ่าที่มาจากหมู่บ้าน แต่พวกมันต่างสงวนท่าทีในการเผชิญหน้า ตอนขากลับฉันขับรถหลงป่าจนมาทะลุบึงน้ำใหญ่ พวกมันจึงได้พักร้อนในน้ำอย่างสบายอารมณ์
ส่วนฉัน ยังได้เจอดอกไม้สวยๆ อีกหลายชนิด

[ Permalink ] . [ 3 Comments ]
ศิลป์
อยู่ที่ลาวก็มีน๋ะ ชาวชักชวนกันไปทำบุญ ขอบคุณน้ำ
นี้คงหมายถืงว่า ศิลป์ก็ร่วมด้วยในการทำบุญใช่มั้ย?
ชาวบ้านเขาดีจริงๆ ไม่เหมือนไอ้พวกที่ outsider people
ต้นไม้ข้างบนสุดไม่ทราบต้นอะไร-แต่ดูใบคล้ายใบหมี่
ภาพกลางคงเป็นลูกหว้า
ส่วนลูกไม้ข้างล่างที่หล่นรายดินอยู่นั่น แถวบ้านเรียกบักกะโดน-วัวควายชอบกิน แต่อาจติดคอถึงตาย
คล้ายคนละโมภทั้งหลาย
งานบุญคงม่วนซื่นดี
ดอกไม้สวยมาก ..ดอกไม้ป่ามักมีเสน่ห์เช่นนี้
ท่านกู่คงสบายดี
อ้ายแสง พวก"outsider people" เมื่อไหร่จะเอามาเขียนให้ชาวโลกรับรู้เสียทีล่ะคะ
...
คุณพราย
ลูกสีแดงๆ ยังไม่แน่ชัดว่าลูกอะไรค่ะ(หนนี้ไม่ได้ไปเดินป่ากับยายแดง"ผู้รู้")
แต่ภาพที่สอง เป็นลูก"ช้างน้าว"
ภาพดอกไม้สีม่วงล่างสุด คือดอก "พลอง"
สบายดีค่ะคุณพราย เพราะว่าฝนตกลงมาแล้วอย่างนุ่มนวล ขอบคุณค่ะ
หวังว่าคุณพรายคงสบายดีเช่นกันนะคะ