มองทางไม่เห็นทาง

“โชค ไปเที่ยวในป่ากันดีกว่า น้าได้กลิ่นดอกไม้หอม”
เขาพยักหน้า วางเครื่องมือทำงานไว้ในที่ร่มแล้วคว้าขวดน้ำดื่มติดมือมาแทน เจ้าหมาหนุ่มสองตัวรีบมุ่งหน้ามาสมทบโดยไม่ต้องส่งเสียงเรียก เพราะการเคลื่อนไหวของเราอยู่ในสายตาของมันเสมอ
แค่เอื้อมเท่านั้น...ที่ฉันจะหาความสุขอันลึกซึ้งได้ แต่บ่อยครั้งที่ฉันแข็งใจไม่แวะเข้าไปในป่า เนื่องจากงานในไร่กำลังเร่งรีบ และยามนี้เป็นเวลาปิดเทอมใหญ่ “โชค” จึงมีเวลามาช่วยงานได้เต็มวัน เขาเป็นเพื่อนร่วมงานที่ขยัน เป็นครูสอนงานที่ดีให้แก่ฉันในบางกรณี และพร้อมที่จะเป็นผู้เรียนรู้งานได้อย่างน่าชื่นชม ฉันแอบดูเขาทำงาน มองร่างผ่ายผอมในวัยเพียงสิบห้าปี ที่ต้องตรากตรำงานกลางแจ้งอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อเก็บเงินไว้เรียนหนังสือหรือซื้อหาสิ่งที่ชอบของตนเองโดยไม่รบกวนผู้เป็นพ่อแม่
“ต้นไม้กำลังผลิใบอ่อนดูคล้ายงานเลี้ยงเพิ่งเริ่มต้น” ฉันคิด ขณะที่ย่ำเท้าไปบนยอดหญ้าอ่อนๆ พื้นดินเปียกชุ่มน้ำฝนที่หลั่งสายมาทุกค่ำคืน
“น้าศิลป์ดูนี่สิครับ นี่รอยของหนูที่มากินรากต้นเพ็ก หลายตัวเลย” โชคตื่นเต้นพลางชี้ให้ฉันดู คืนนี้เขาจะมาวางบ่วงดักหนู ฉันสงสัยว่ามันจะไม่เดินออกนอกเส้นทางบ้างเหรอ เขาบอกว่า “ไม่”
มิน่า จึงมีคติของคนภาคอีสานที่ว่า “ทางหนู หนูไต่ ทางไหน่ ไหน่เดิน”
เราเดินเลาะมาตามร่องน้ำ ซึ่งบัดนี้มีน้ำเต็มปริ่ม ทั้งที่เมื่อสิบกว่าวันก่อนบริเวณนี้คือความร้อนแล้งแห้งผาก ไม้ยืนต้นโกร๋นไร้ใบราวกับตายซากไปแล้ว แต่ทุกอย่างก็เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ราวกับเนรมิต

ฉันตามหากลิ่นหอมของดอกไม้ป่า แต่สายตาของโชคกำลังเสาะส่ายหาของกิน เราต่างมีความสุข สนุกกับการค้นหาซอกมุมลี้ลับที่ตนต้องการ
“ระวังนะน้าศิลป์ ตรงนั้นเป็นเพิงถ้ำของงูจงอาง น้าไพเคยโดนมันไล่กวดมาแล้ว” โชคเตือนเบาๆแต่ก็ยังก้าวตามฉันมา หมาสองตัวกำลังเมามันกับการขุดคุ้ยอะไรบางอย่างอยู่ตรงนั้น ฉันจุ๊ปากเรียกให้ถอยห่าง พวกมันทำท่าลังเล
ตรงนั้นคือลานหินก้อนใหญ่ขนาดเกือบเท่าบ้านหลังย่อมๆ ที่ซ้อนกันเป็นชั้นๆ มี “โสก” หรือแอ่งน้ำเล็กๆ เหมาะแก่การดักหาอาหารของสัตว์นักล่า หรือแม้กระทั่งคน ร่องรอยการขุดหาอาหารยังใหม่สด มีกบ เขียด อึ่งชุกชุม มีกระทั่งแมงดา
แต่สายตาของฉันกลับมองเห็นกล้วยไม้ป่าที่ตั้งช่อดอกตูม และเหนือขึ้นไป คือ ช่อดอกสีชมพูบอบบาง แซมด้วยกลีบใบสีแดงอมม่วง โชคเรียกมันว่า “ต้นติ้วป่า”
ระหว่างสีชมพูสะพรั่งพรึ่บยังแทรกด้วยสีเหลืองหอมกรุ่นของดอกช้างน้าว

และแล้วสิ่งที่ฉันตามหาก็เผยตัว มันคือ “ดอกสีดาป่า” ที่มีหน้าตาคล้ายดอกพุดใหญ่ มีกลิ่นหอมเย็นคล้ายดอกลั่นทม

“โอ้สวรรค์ ใครกันนะที่เห็นความลี้ลับของป่าไพรว่าป่าเถื่อน ฉันว่าเขามองข้ามบางสิ่งบางอย่างไปจริงๆ”
[ Permalink ] . [ 5 ความคิดเห็น ]
Hi Ngao Sin
it really in the posted of forest because of the person who is loved the nature. Soory, to write in English
โอ...
ดอกไม้สามชนิดที่ว่า
ผมเห็นผ่านๆ ณ ริมทาง
ได้แต่เหลียวแลหลังมองตามจนลับตา...
ขอบคุณมาก ที่ถ่ายภาพงามๆมาให้ชม
^_^
สวยมากเลย
มีชีวิตมากๆ แฝงด้วยความนิ่งสงบมากๆ
ดูสิ ใบไม้ผลิตามตาตุ่มของกิ่งก้าน สีเขียวไพลระเริงรื่นสดชื่นบาน
ยามลมพานพรายพลิ้วหวิวหวามใบ
งามนัก เหมือนความรักจักแตกผลิออกมาใหม่ เหมือนกิ่งก้านเปลือยเปล่าของหัวใจ จะมีใครคนหนึ่งในวันนี้...
ภาพและคำของศิลป์ ทำให้นึกถึงบทกวีโรแมนติกเก่าๆที่เคยเขียน จึงคัดบางส่วนมาแจมด้วย เพื่อความรื่นรมย์ของชีวิต ครับผม.
สวัสดีปีใหม่ค่ะ
ขอบคุณค่ะ คุณแสงพูไช ที่ให้กำลังใจสม่ำเสมอ
คุณดุจดั่งคนจร ช่วงที่ดอกไม้บานเป็นช่วงเวลาที่นับว่าสั้นมาก แต่ความหวานหอมยังกรุ่นๆอยู่ในใจ คุณว่ามะ
777 เป็นเช่นนั้นในบางครั้ง บางเวลาก็ร้อนรนจนแทบผละหนี เมื่อไหร่จะมาเยือนป่าโปร่งกันซะทีล่ะคะ
พี่หนอม..งดงามยิ่งในคำและความปรารถนาดี ขอบคุณค่ะ ตาหนอมกับยาย..ยาย คงสบายดีนะคะ