blogazine prachatai บล็อกกาซีน (beta)  |  บล็อกทั้งหมด  |  จัดการบล็อก  |  เงื่อนไขและข้อตกลง  |  นโยบายความเป็นส่วนตัว  |  ประชาไท

ขอเพียงได้เลือกบ้าง

ส่งมาเมื่อ 20 พ.ย. 2008 - 00:00:00.  หมวด: ชีวิต  ป้าย:

ยามค่ำคืนที่เหน็บหนาวออกปานนี้ หนาวจนต้องสวมเสื้อกันหนาวหนาๆ ถึงสองชั้น หวังทนทานต่อความแหลมคมของไอหนาวที่แทรกซอนเข้ามาบาดเนื้อ เสื้อผ้าอาจปกป้องร่างกายไว้ได้บ้าง แต่บางความหนาวที่แทรกซึมเข้ามาได้กลับกระพือความร้อนรุ่มภายในให้ลุกโชน

 

ภาพถ่ายสุดท้ายของเจ้าเก๋า ในวันก่อนจะจากไปเพียงไม่กี่วัน

 

สิ้นสุดเสียทีอีกหนึ่งชีวิต ไม่ต้องทรมานอีกต่อไป เพราะพิษของสารเคมีที่เข้าไปทำลายตับไตไส้พุงจนหมดสิ้น ในเวลาสี่วัน วันสุดท้ายของมันกับความรู้สึกห่วงใยของฉัน มันคงรับรู้ได้ นาทีสุดท้าย มันจึงสะท้อนลมหายใจเฮือกใหญ่แล้วจึงทิ้งตัวลงบนตักฉัน แล้วจากไปนิรันดร์


เจ้าเก๋า
หมาหนุ่มน้อย วัยครบหนึ่งปีพอดีที่เกิดมา และเกือบหนึ่งปีที่มันเป็นเพื่อนคู่ทุกข์ของฉันในไร่กว้างกลางป่าแห่งนี้ ทุกที่ๆ ฉันไป ทุกครั้งที่เรียกหา เจ้าเก๋าจะไม่ยอมห่างกาย แม้อาจแวะออกนอกเส้นทาง เพื่อกระโจนไล่จับนกหนู ไปตามประสามัน แต่มันไม่เคยดื้อดึงให้รำคาญ ยกเว้นเวลาที่ฉันจะไปในหมู่บ้าน ถ้าไม่ล่ามโซ่เอาไว้ มันจะกวดตามไปติดๆ โดยที่ฉันไม่รู้ตัว เพราะมันจะแอบวิ่งไปในป่าข้างทาง ฉันมารู้ตัวอีกทีว่ามีมันตามมาเมื่อฉันถึงปลายทางเท่านั้น และนั่นคืออันตรายที่สุดที่จะเกิดกับมัน คือการโดนหมาเจ้าถิ่นรุมกัด

 

แต่เปล่าเลย เหตุการณ์แบบนั้นไม่เคยเกิดขึ้น ฉันไม่เคยปล่อยให้มันตามไปไกล มันไม่เคยได้เห็นถนนที่มีรถคันใหญ่ๆ วิ่งด้วยซ้ำไป ไม่ต้องกลัวว่ามันจะถูกรถชน แล้วตายแบบหมาข้างถนน แต่มันก็ต้องตายอย่างไม่สมควรจะตาย ถ้าเพียงแต่ฉันรู้เรื่องราวเหล่านี้มาก่อน มันอาจจะรอด

 

หลังจากข่าวการตายของเจ้าเก๋าถูกบอกเล่าออกไป ชาวไร่ละแวกนี้หลายคน ต่างบอกว่าหมาตัวเองก็โดนยาเบื่อตาย บางคนหมาตายหมดทั้งฝูง

 

ใครกันโหดร้ายถึงกับวางยาเบื่อหมา ไม่หรอก..ต่างคนต่างครุ่นคิดสงสัย ฉันเองยิ่งสงสัย

เจ้าเก๋าหายไปจากบ้านหนึ่งคืน ก่อนที่จะกลับมานอนซมไม่คิดจะกินข้าวกินปลา

 

เมื่อวานนี้...ฉันตื่นขึ้นมาพบว่า เจ้าเสือกำลังโก่งคออาเจียนในพงหญ้าที่หน้าบ้าน หางตก ท่าทางกระวนกระวาย ฉันรีบวิ่งลงบันได ใจสั่นยิ่งกว่าเห็นผี ด้วยความตกใจกลัวต่อความตายที่กำลังจู่โจมเข้ามาอีกหน เข้าไปดูใกล้ๆ ในกองอาเจียนมีแต่ฟองขาวข้นๆ จึงรีบอุ้มเจ้าหมาถึกตัวหนักอึ้งขนาดน้องๆ ลูกวัว เข้ามาที่ใต้ถุนแล้วเอาสายโซ่ล่ามคอมันไว้ไม่ให้หนีไปอาเจียนทุรนทุรายที่ไหน

 

มะนาวในครัวเหลืออยู่สี่ห้าลูก ฉันปาดและบีบน้ำมะนาวมือไม้สั่น ฉันจะต้องช่วยชีวิตเจ้าเสือเอาไว้ให้ได้ ต้องช่วยจนถึงที่สุด เพราะฉันไม่อาจสูญเสียมันไปได้อีกแล้ว

 

ทันทีที่น้ำมะนาวล่วงลงคอ ท่าทางมันสะดุ้งเพราะคาดไม่ถึงในรสชาด เริ่มแสดงอาการปฏิเสธยาชุดที่สอง นั่นคือไข่ดิบที่ฉันเตรียมตอกหย่อนใส่ปาก มันสะบัดๆปากพยายามดิ้นให้หลุดแต่ฉันก็ยัดเยียดลงไป

 

จากนั้นก็โทรฯหาสายใจ ที่จะต้องเข้ามาทำงานที่ไร่ของเธอเองทุกวัน ให้ช่วยเด็ดใบรางจืดที่บ้านเธอมาเผื่อฉันด้วย เพราะที่เหลือจากที่ใช้รักษาเจ้าเก๋า อาจจะไม่พอ และเพื่อความแน่ใจ ขอให้เธอซื้อยาแก้แพ้มาด้วย

 

ชั่วเวลาไม่นานสายใจมาพร้อมกับสิ่งที่ต้องการ เจ้าเสือจึงถูกมัดขาหน้าและถูกฉีกปากกรอกยาอย่างเต็มที่ ฉันปล่อยให้มันนอนพัก จนกระทั่งได้เวลากินข้าวเช้า มันยังนอนซมท่าทางเบื่อหน่อย ไม่แม้แต่จะลุกขึ้นมาดมอาหารของชอบ ฉันจึงเปลี่ยนเป็นนมข้นหวานชงน้ำอุ่นๆให้แทน มันจึงลุกขึ้นมากินอย่างเต็มใจ

 

ในที่สุด...ฉันก็ทำสำเร็จ สำหรับชีวิตเจ้าเสือเพื่อนคู่ทุกข์คู่ยากที่จำเป็นต้องมีมันจริงๆ


 

เรื่องความตายของหมาในไร่ ยังเป็นที่สงสัยและถกเถียงกัน

"ตาแส" บอกว่า เจ้าเก๋าไปติดพันหมาสาวของ "ยายน้อย" ที่ริมทุ่งนาโน่น มันอาจจะถูกยาเบื่อของเขาก็ได้ ฉันว่าไม่เคยเห็นมันไปไกลบ้านนานๆ ยกเว้นคืนนั้นคืนเดียวที่หายไป แต่บางทีมันก็ชอบไปนอนเงียบๆในกอหญ้าหลังบ้านทั้งคืน

 

"ยายแดง" บอกว่า ที่สระน้ำของตาแส แกล้างอุปกรณ์ฉีดยาลงในสระ น้ำยาจึงยังคงอยู่ในนั้น หมาเก๋าอาจจะไปกินน้ำเพราะมันชอบไปล่าหนูที่นั่น และ..แกยังเพิ่มข้อสงสัยอีกว่า หรือว่าตาเจน ที่มีนาทางทิศเหนือของไร่ฉัน จะเบื่อหนูที่จะมากินข้าว แล้วหมามันไปกินหนูที่โดนยาเบื่อ

 

ข้อสงสัยทั้งหมด ฉันไม่ต้องการคำตอบ เปล่าประโยชน์ ในเมื่อทุกคนยังไม่หยุดใช้สารเคมี แม้แต่ "ตาไพ" ยังบอกว่า หมามันไม่กินอะไรที่มีกลิ่นยาเคมีหรอก แค่ได้กลิ่นมันก็ถอยแล้ว

 

พูดง่ายมาก แกไม่เคยสงสัยเลยหรือว่า ทำไมยาที่แกพ่นเป็นฟุ้งฝอยจึงไม่มีกลิ่นเหม็นฉุน ให้แกต้องรู้สึกว่ามีความจำเป็นต้องปิดปากปิดจมูก ฉันเคยเดินผ่านแปลงแตงโมที่ถูกฉีดยาในตอนหัวค่ำ แค่เพียงเวลาสายๆ ของอีกวัน ฉันยังรู้สึกเหมือนวิงเวียนคล้ายจะเป็นลม เข่าอ่อนเหมือนจะทรุด จนสงสัยว่าเกิดโรคอะไรฉับพลัน ทั้งที่ฉันเชื่อมั่นว่าฉันยังแข็งแรงดีอยู่

 

เมื่อปีที่แล้ว "ยายหนู" ที่อยู่ทางทิศตะวันตกของไร่ฉัน พบหมาจิ้งจอกแม่ลูก นอนตายอยู่ในแปลงแตงโมของแก เพราะมันมากินแตงหลังจากที่เจ้าของฉีดยาไปใหม่ๆ

 

ขนาดหมาจิ้งจอกที่มีสัญชาตญาณในการระแวดระวังอย่างสูง ยังเพลี้ยงพล้ำต่อสารเคมี แล้วหมาบ้านอย่างเจ้าเก๋าจะเอาตัวรอดได้อย่างไร

 

วันนี้ ฉันจึงต้องล่ามเจ้าเสือเอาไว้ ไม่ยอมให้มันไปไกลหูไกลตา ซึ่งมันอาจจะไม่เต็มใจนัก แต่เพื่อรักษาชีวิต...ฉันไม่มีทางเลือกอื่นอีกเลย

ส่งมาโดย surangrut เมื่อ 20 พ.ย. 2008 - 09:39:45 - ip: 58.147.43.122  

เฮ้อ อ่านแล้วถอนหายใจ สัตว์ทุกอย่างรักชีวิตของตัว ไม่ว่า คน หรืออะไรอื่นๆ ถ้าเป็นเราบ้างจะทำอย่างไรดีที่เผอิญได้กินสารพิษนั้นเข้าไป คนทำเพื่อได้ผักดี ราคาดี คนขายได้ คนซื้อ ชมสวยฉันได้ของดี plan - do -check-action

ส่งมาโดย นกเอี้ยงนครเจดีย์ เมื่อ 20 พ.ย. 2008 - 15:33:13 - ip: 58.9.94.192  

ของผมก็ตายไปหลายตัวเหมือนกัน ......พิสูจน์หลักฐานจากสถาบันชาวบ้าน วิเคราะห์ได้ความว่า น่าจะตายเพราะไปกินหนูตาย เพราะของผมก็เป็นแบบนั้น....พวกมันไปดีกันหมดแล้ว ยังเหลือแต่พวกเรา ไม่รู้ว่าจะไปวันไหน แต่ผมจะพยายามอยู่ให้ถึงกรุงเทพ 400 ปี....ต้องทำใจครับ คิดถึงพวกมันมากก็ทำให้เศร้าใจครับ.....สวัสดีครับ....

ส่งมาโดย เงาศิลป์ เมื่อ 22 พ.ย. 2008 - 15:47:07 - ip: 115.67.66.229  

ค่ะ คุณสุรางรัตน์ เราต้องเรียนรู้การป้องกันตัวให้มากขึ้นด้วย
สารพวกนี้มีพัฒนาการด้วย

สวัสดีค่ะ คุณนกเอี้ยงนครเจดีย์
ฉันว่าจะอยู่ให้นานเท่านาน ร่วมฉลองกับคุณด้วย กลัวแต่เมืองนี้จะฉลองการเปลี่ยนชื่อไปเป็นอื่นเสียก่อนน่ะสิคะ

ส่งมาโดย ยงศักดิ์ เมื่อ 22 พ.ย. 2008 - 17:05:53 - ip: 117.47.121.216  

ใครที่เคยคิดว่าไปอยู่ตามบ้านนอกใกล้ชิดธรรมชาติ อาจต้องคิดใหม่
ยาฆ่าแมลงมันไปถึงทุกที่ที่การผลิตเพื่อป้อนตลาดไปถึง
เกษตรกรไทยยังเอาเงินที่กู้หนี้มา ละลายน้ำฉีดพ่นฆ่าตัวเองอยู่ทุกวัน
ตัวเองมีหนี้สินและโรคเต็มตัว แต่นายทุนรวยเอาๆ
เราปล่อยให้ยาฆ่าแมลงโฆษณากันได้โครมๆ ทางวิทยุเอเอ็ม
เพราะอะไร? ถ้าไม่ใช่เพราะเรายกประเทศนี้ให้นายทุนไปแล้ว
บางครั้งเห็นคนจนถูกเอาเปรียบมากๆ ก็นึกอยากมีอำนาจไปจัดการบ้านเมืองเหมือนกัน
แต่ต้องห้ามใจตัวเอง เพราะเรื่องนี้ ไม่ใช่แค่ใครมีอำนาจในมือแล้วจะทำอะไรได้
ถ้าประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่เห็นปัญหาว่า มันไม่ไหวแล้วนะ
เราคงทำในจุดเล็กๆ ที่เราพอทำได้ก่อน แล้วสร้างเครือข่ายกัน
คงจะพอเห็นทางบ้าง
*******
เรื่อง "สาน" เป็นโรคพื้นบ้านทางเหนือ สานเป็นก้อนที่เกิดขึ้นใต้ผิวหนัง กลิ้งไปมาได้ หมอพื้นบ้านอธิบายว่า สานเป็นจุดเริ่มของมะเร็ง ถ้าไม่รักษาสานก่อน มันจะหลบเข้าไปในอวัยวะภายใน กลายเป็นสานหรือมะเร็งตามอวัยวะต่างๆ หมอพื้นบ้านมียาแก้ลมสานสำหรับจัดการกับสานที่ว่าได้ ยาพวกนี้ค่อนข้างเป็นความลับเฉพาะหมอ ตัวยาเป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่คนถิ่นอื่นอาจไม่รู้จัก

ส่งมาโดย เงาศิลป์ เมื่อ 23 พ.ย. 2008 - 09:13:57 - ip: 115.67.220.6  

ขอบคุณค่ะพี่ยง

น้าคิด (ผู้หญิง)ที่เคยพาพี่ยงไปดูสมุนไพรบนเขาล้าน เป็นมะเร็งที่ปาก แกต้มหนอนตายอยากรักษาตัวเองค่ะ ตอนนี้ดีขึ้นมาก หน้าตาสดชื่น อ้อ..จากการอบรมครั้งนั้น แกได้อาชีพเป็นหมอนวดมือเยี่ยมเลยล่ะค่ะ

แกพูดถึงการได้รับอบรมครั้งนั้นเสมอว่า เป็นการช่วยให้แกมีชีวิตที่ดีขึ้น

แสดงความคิดเห็น

ในทุกความคิดเห็น จะมีหมายเลขไอพีของคุณ (38.103.63.62) แสดง

  • การแสดงความเห็นในเว็บบอร์ดต้องอยู่บนพื้นฐานการเคารพในสิทธิและความหลากหลายทางเชื้อชาติ เพศ ศาสนา วัฒนธรรม และความเชื่อ ตลอดจน วิถีชีวิต และสิทธิส่วนบุคคล
  • การวิพากษ์วิจารณ์คำพูด ข้อเขียน หรือความคิดเห็นของบุคคลอื่น ย่อมทำได้โดยสุภาพหลีกเลี่ยงข้อความใดๆอันเป็นการละเมิดหรือดูแคลนต่อบุคคลอื่น
  • การวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของบุคคลอื่นย่อมทำได้โดยสุภาพ ในกรณีที่เป็นการกระทำที่กระทบต่อสาธารณะหรือกระทำโดยสาธารณะ
  • ประชาไทขอความร่วมมือ หากต้องการให้ข้อมูลที่คิดว่าเป็นประโยชน์ได้แสดงบนเว็บบอร์ด กรุณางดเว้นการใช้ถ้อยคำที่มีลักษณะเหยียดเพศ เหยียดเชื้อชาติ ศาสนา และเชื่อมโยงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นการล่อแหลม

คำถาม: วันนี้วันที่เท่าไหร่ ? (ใส่เฉพาะเลขวันที่เท่านั้น) *

ชื่อ: *

อีเมล: (ถ้ามี) ข้อมูลนี้จะไม่แสดงต่อสาธารณะ.

โฮมเพจ: (ถ้ามี)

ความคิดเห็น: * ใช้โค้ด HTML ไม่ได้

(สูงสุด 1,000 ตัวอักษร)
พิมพ์ได้อีก ตัว

 

เงาศิลป์

เงาศิลป์

หน้าเว็บ

บันทึกล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

Blogroll

บล็อกก่อนหน้า

มีอะไรใหม่ในบล็อกกาซีน

พิเศษ