blogazine prachatai บล็อกกาซีน (beta)  |  บล็อกทั้งหมด  |  จัดการบล็อก  |  เงื่อนไขและข้อตกลง  |  นโยบายความเป็นส่วนตัว  |  ประชาไท

มาตาปารี เด็กชายจากดวงดาว (1)

ส่งมาเมื่อ 10 ก.ค. 2008 - 00:00:00.  หมวด: เยาวชน  ป้าย:

วรรณกรรมจากแดนไกลเล่มนี้ คงไม่ใช่วรรณกรรมเยาวชนในความหมายที่เหมาะสำหรับการส่งเสริมจินตนาการและการผจญภัยอันสนุกสนานของเด็ก ๆ ในแบบเดียวกับ “แฮร์รี่ พอตเตอร์” แม้ว่าชื่อเรื่องจะฟังดูชวนฝัน เสริมสร้างจินตนาการแบบเดียวกับ “เจ้าชายน้อย” ของ อังตวน เดอ เซงเตก ซูเปรี ก็ตาม


ตรงกันข้ามทีเดียวนี่เป็นวรรณกรรมที่เหมาะสำหรับนักอ่านประเภท “ฮาร์ดคอร์” โดยแท้ ซึ่งวรรณกรรมประเภทนี้เนื้อหาสาระจะนำมาซึ่งความบันเทิงประทับใจ เนื้อหาสาระอันเข้มข้นและลีลาลูกเล่นในการเล่าเรื่องต่างหากที่จะก่อให้เกิดความบันเทิงเริงใจ ไม่ใช่สาระบันเทิงแบบรายการ “ตาสว่าง” ที่ดูแล้วชวนให้มืดมัวด้วยอคติและความไม่เข้าใจมากยิ่งขึ้น หรือความบันเทิงพร้อมสาระแบบเดียวกับทอล์คโชว์หรือละครหลังข่าว


มาตาปารี เด็กชายจากดวงดาว” เป็นผลงานเขียนของ เอ็มมานูเอล ดอนกาลา นักเขียนจากสาธารณรัฐคองโก แห่งทวีปแอฟริกา และแปลเป็นไทยโดยนักเขียนรางวัลซีไรท์นวนิยายของไทย งามพรรณ เวชชาชีวะ


เอ็มมานูเอล ดอนกาลา เป็นชื่อไม่คุ้นหูของวงการนักอ่านบ้านเราซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดาเพราะหากไม่มีการแปลออกมาเป็นไทยแล้วก็ยากที่คนไทยจะรู้จัก หรือแม้เมื่อแปลเป็นไทยแล้วหลายคนก็ไม่คุ้นหูอยู่ดีเพราะรสนิยมการอ่านจะเป็นข้อจำกัดในการเข้าถึงวรรณกรรมประเภทนี้ อย่างไรก็ตามต้องขอชื่นชมนักแปลและสำนักพิมพ์ที่กล้าพิมพ์หนังสือเล่มนี้ออกมาแม้จะคาดการณ์ล่วงหน้าไว้แล้วว่าผลลัพธ์ในแง่ของยอดขายจะเป็นอย่างไร


เอ็มมานูเอล ดอนกาลา เป็นทั้งนักเขียนและนักวิชาการ เขาเคยสอนในมหาวิทยาลัยบราซซาวิล ในสาธารณรัฐคองโก ก่อนจะย้ายไปอยู่แมสซาซูเซตส์ และสอนที่ไซมอนส์ ร็อค แห่งมหาวิทยาลัยบาร์ด เขามีความสนใจเป็นพิเศษทางด้านวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะเคมี ซึ่งเขาได้สอดแทรกเกร็ดความรู้ด้านนี้ไว้โดยทั่วไปในวรรณกรรมเรื่องนี้


ข้อสังเกตประการหนึ่งเมื่อได้อ่านประวัติเบื้องต้นของเขาก็คือ เขาเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยที่สนใจการเขียนวรรณกรรมซึ่งยากที่จะเป็นไปได้ในวงการวรรณกรรมของเมืองไทย ที่นักเขียนกับนักวิชาการในมหาวิทยาลัยจะแยกออกจากกันค่อนข้างเด็ดขาด นักวิชาการเป็นเพียงแค่กรรมการตัดสินวรรณกรรมประจำปีในรายการต่าง ๆ ในขณะที่นักเขียนมีสถานะที่ตกต่ำลงทุกวัน? อันเนื่องมาจากการผลิตงานที่ไร้คุณภาพและไม่สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนไป ?


แม้ว่าบรรดานักเขียนและ/หรือศิลปินจะพยายามเข้ามามีบทบาทในสังคมการเมือง (แบบเดียวกับนักวิชาการ)โดยการเคลื่อนไหวเรียกร้องในประเด็นต่าง ๆ ร่วมกับ “ภาคประชาชน” ก็ไม่ได้ทำให้สถานะนักเขียนและ/หรือศิลปินดูดีขึ้นมาแต่ประการใด


นักเขียนและ/หรือศิลปินบางรายอาศัยกระแสสังคมการเมือง ที่มีความขัดแย้งแหลมคมระหว่างสองขั้วฉวยโอกาสผลักดันตนเองให้เข้าไปมีบทบาทร่วม โดยยึดถือเอาแนวคิดในเรื่องชาตินิยมคับแคบล้าสมัยเป็นตัวนำทางโดยคิดเอาง่าย ๆ ว่าแนวคิดในเรื่องชาตินิยมอย่างประเด็นเรื่อง “เขาพระวิหาร” จะสามารถสร้างความนิยมชมชอบหรือได้รับการแซ่ซ้องสรรเสริญโดยไม่ดูข้อเท็จจริงหรือคิดให้ลึกซึ้งว่าแนวคิดเรื่องชาตินิยมขาดสติที่สมาทานอยู่นั้น ก่อให้เกิดผลดีผลเสียแท้จริงอย่างไรบ้างต่อคนส่วนใหญ่ของประเทศซึ่งการหาข้าวกินไปวัน ๆ นั้นสำคัญกว่าการถกเถียงเคลื่อนไหวไร้สาระเรื่องเขาพระวิหาร-นี่เป็นตัวอย่างของนักเขียนและ/หรือศิลปินที่ไม่รู้จักโตทางความคิดซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ “ตก” ขบวนรถไฟแห่งความเปลี่ยนแปลง


วรรณกรรมฉลาด ๆ และมีอารมณ์ขันอย่างร้ายกาจ เรื่อง “มาตาปารี” นี้อาจช่วยสร้างสรรค์คำตอบหรือหาทางออกให้ได้บ้างในแง่ของการไม่ยึดติดกับแนวคิดอะไรเลยไม่ว่าจะเป็น “สังคมนิยม” “กษัตริย์นิยม” และแน่นอน ”ชาตินิยม” ซึ่งต่างก็มีข้อจำกัดและล้วนแล้วแต่กดขี่เอาเปรียบประชาชนด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น


เรื่องราวต่าง ๆ ในวรรณกรรมเรื่อง “มาตาปารี” ถูกถ่ายทอดผ่านสายตาของเด็กชายที่ชื่อ “มาตาปารี” เขาเป็นเด็กแฝดคนที่สามที่คลอดออกมาทีหลังพี่ชายสองคนนานมากจนใคร ๆ พากันคิดว่าแม่มีเพียงแฝดสองเท่านั้น มาตาปารีมีนิสัยแตกต่างกับพี่ชายอีกสองคนอย่างสิ้นเชิง และพี่ชายทั้งสองคนพากันกลัวเขาเพราะความแปลกประหลาดบางอย่างของเขา


แม้ว่าเรื่องราวจะถูกเล่าผ่านสายตาของเด็กแต่เนื้อหาที่เล่าหาได้เป็นแบบเด็ก ๆ ไม่ วรรณกรรมพาผู้อ่านเข้าสู่การวิพากษ์วิจารณ์ของตัวละครเด็กอย่างมีอารมณ์ขัน แต่ก่อนที่จะวิพากษ์วิจารณ์ความเป็นไปด้านต่าง ๆ ในยุคแห่งสาธารณรัฐคองโก วรรณกรรมเล่มนี้ก็ไม่ละเลยที่จะวิพากษ์วิจารณ์ลัทธิอาณานิคมเสียก่อนเป็นเบื้องแรก


คนฝรั่งเศสหาผลประโยชน์จากเรามากเสียจนเมื่อยี่สิบปีก่อนเราลุกฮือต่อต้านการเอาเปรียบที่เรียกว่า “ลัทธิอาณานิคม” และเราก็ปลดแอกจนเป็นไท หมายความว่าเรากุมชะตาชีวิตตัวเองได้ แต่ในเมื่อเราไม่สามารถขับไล่ทุกอย่างที่คนฝรั่งเศสเอามาให้ และเราใกล้ชิดผูกพันมาเกือบหนึ่งศตวรรษ เราจึงนำบรรพบุรุษกลับมาโดยยังคงรักษาพระเยซู คัมภีร์ไบเบิลและไม้กางเขนไว้ เรายังคงเก็บรักษาภาษาฝรั่งเศสไว้เคียงข้างภาษาของเรา เช่นเดียวกับเสื้อผ้าคนขาว ไวน์แดง เนยแข็งกามองแบร์และขนมปังบาแก็ต เหมือนกับว่าเราเกิดใหม่จากสองรากเหง้า” (หน้า 13-14)

แสดงความคิดเห็น

ในทุกความคิดเห็น จะมีหมายเลขไอพีของคุณ (38.103.63.60) แสดง

  • การแสดงความเห็นในเว็บบอร์ดต้องอยู่บนพื้นฐานการเคารพในสิทธิและความหลากหลายทางเชื้อชาติ เพศ ศาสนา วัฒนธรรม และความเชื่อ ตลอดจน วิถีชีวิต และสิทธิส่วนบุคคล
  • การวิพากษ์วิจารณ์คำพูด ข้อเขียน หรือความคิดเห็นของบุคคลอื่น ย่อมทำได้โดยสุภาพหลีกเลี่ยงข้อความใดๆอันเป็นการละเมิดหรือดูแคลนต่อบุคคลอื่น
  • การวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของบุคคลอื่นย่อมทำได้โดยสุภาพ ในกรณีที่เป็นการกระทำที่กระทบต่อสาธารณะหรือกระทำโดยสาธารณะ
  • ประชาไทขอความร่วมมือ หากต้องการให้ข้อมูลที่คิดว่าเป็นประโยชน์ได้แสดงบนเว็บบอร์ด กรุณางดเว้นการใช้ถ้อยคำที่มีลักษณะเหยียดเพศ เหยียดเชื้อชาติ ศาสนา และเชื่อมโยงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นการล่อแหลม

คำถาม: วันนี้วันที่เท่าไหร่ ? (ใส่เฉพาะเลขวันที่เท่านั้น) *

ชื่อ: *

อีเมล: (ถ้ามี) ข้อมูลนี้จะไม่แสดงต่อสาธารณะ.

โฮมเพจ: (ถ้ามี)

ความคิดเห็น: * ใช้โค้ด HTML ไม่ได้

(สูงสุด 1,000 ตัวอักษร)
พิมพ์ได้อีก ตัว

 

นาลกะ

นาลกะ

หน้าเว็บ

บันทึกล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

Blogroll

บล็อกก่อนหน้า

มีอะไรใหม่ในบล็อกกาซีน

พิเศษ