ส่งมาเมื่อ 16 เม.ย. 2008 - 04:14:12. หมวด: กวี ป้าย:
ไม่ว่ายุคสมัยใด ตลอดช่วงเวลาของมนุษยชาติบนโลกใบนี้มีเรื่องราวมากมาย แน่นอนว่าหลายเรื่องราวนั้นได้รับการบอกเล่ากล่าวขาน บางเรื่องราวก็กลายเป็นตำนาน ขึ้นอยู่กับว่าเรื่องราวเหล่านั้นถูกใครนำมาบอกเล่า หรือถูกนำมาบอกเล่าในช่วงเวลาที่พอเหมาะพอดี มีเรื่องที่คล้ายกันนี้มากมายนัก
สมัยหนึ่งมีเพื่อนบอกว่า มีคนหน้าตาดีอีกมากมายที่ไม่ได้เป็นดารา แม้ในยุคที่ดาราเกิดขึ้นมามากมายเท่าไหร่ก็ตาม และมีคนที่ร้องเพลงเพราะมากมายที่ไม่ได้ประกอบอาชีพนักร้อง หรือมีคนที่ประกอบอาชีพนักร้องมากมายที่ไม่ได้มีชื่อเสียง เช่นกันว่า เรื่องราวที่นักเขียนบางคนนำมาบอกเล่า กลายเป็นเรื่องราวที่ผู้คนรู้จัก และบางเรื่องราวของนักเขียนบางคนก็หายไปกับกาลเวลา....
แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเรื่องราวของเด็กกำพร้าสองคน....
ผู้คนเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ มีคนบอกอีกเหมือนกันว่า คนฉลาดเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ และคนที่ฉลาดกว่าสามารถเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ของคนอื่นด้วย อย่างนั้น.... ความนัยของเรื่องนี้ก็คือ มีประสบการณ์มากมายของผู้คนมากมายที่หล่นหายไปตามกาลเวลาโดยไม่ได้ถูกยกมาเป็นเรื่องราวให้ผู้คนได้เรียนรู้ หรือชีวิตของคนธรรมดาในซอกหลืบของแผ่นดินที่ไม่มีใครเอามาเล่า ว่าในแง่มุมที่น่าสนใจ แง่มุมที่บางครั้งแม้คนใกล้ชิดก็มิได้มองเห็น ใช่อยู่ว่า แง่มุมของคนดังก็มีเรื่องน่าสนใจ แล้วในแง่มุมของคนไร้นามแล้วนั้นก็อาจมิได้ไร้เรื่องให้เรียน อย่างนั้นกระมัง.....
แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเรื่องราวของเด็กกำพร้าสองคน.....
เทียบเคียงเรื่องเล่าของผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่เคารพ มาอย่างนี้ว่า
เด็กกำพร้าคนที่หนึ่ง ชีวิตของเขาคือ
เพราะฉันเป็นเด็กกำพร้า ฉันจึงต้องหม่นเศร้า และเดียวดาย
เพราะฉันเป็นเด็กกำพร้า ฉันจึงประกอบกิจส่วนใหญ่ล้มเหลว
เพราะฉันเป็นเด็กกำพร้า ฉันจึงขาดแคลนความรัก
เพราะฉันเป็นเด็กกำพร้า ฉันจึงไม่มีความรักให้เพื่อนมนุษย์
เพราะฉันเป็นเด็กกำพร้า ฉันจึงก้าวร้าวต่อโลก
เพราะฉันเป็นเด็กกำพร้า ฉันจึงเรียนรู้ชีวิตได้น้อยเกินไป
เพราะฉันเป็นเด็กกำพร้า ฉันจึงขาดโอกาสเหมือนคนอื่นๆ
เพราะฉันเป็นเด็กกำพร้า ฉันจึงเปราะบางและคลอนแคลน
เพราะฉันเป็นเด็กกำพร้า ฉันจึง.........................
เด็กกำพร้าคนที่สอง ชีวิตของเขาคือ
เพราะฉันเป็นเด็กกำพร้า ฉันจึงดูแลความสดชื่นเบิกบาน
เพราะฉันเป็นเด็กกำพร้า ฉันจึงมุ่งมั่นกระทำการงานด้วยความตั้งใจ และประสบผลสำเร็จ
เพราะฉันเป็นเด็กกำพร้า ฉันจึงเข้าใจว่ามีคนหลายคนรัก และเมตตาฉัน
เพราะฉันเป็นเด็กกำพร้า ฉันจึงมีพลังที่จะรักเพื่อนมนุษย์
เพราะฉันเป็นเด็กกำพร้า ฉันจึงอ่อนโยนต่อโลก
เพราะฉันเป็นเด็กกำพร้า ฉันจึงแสวงหาความรู้ได้มากมาย
เพราะฉันเป็นเด็กกำพร้า ฉันจึงมีโอกาสบางอย่างนอกเหนือจากคนอื่นๆ
เพราะฉันเป็นเด็กกำพร้า ฉันจึงเข้มแข็งและมั่นคน
เพราะฉันเป็นเด็กกำพร้า ฉันจึง......................................เราทั้งหลายเป็นผู้มีชีวิตอยู่บนโลกอย่างขาดวิ่นอยู่บางส่วน พอกัน…….
ประสบการณ์จะเป็นอย่างไรก็ช่าง เราให้ความหมายมันยังไง........
[ Permalink ] . [ 0 ความคิดเห็น ]