blogazine prachatai บล็อกกาซีน (beta)  |  บล็อกทั้งหมด  |  จัดการบล็อก  |  เงื่อนไขและข้อตกลง  |  นโยบายความเป็นส่วนตัว  |  ประชาไท

อุ๊ยดาว กับบ้านดินที่หายไป

ส่งมาเมื่อ 06 ม.ค. 2009 - 00:00:00.  หมวด: ชีวิต  ป้าย:

อ้ายไพทูรย์ พรหมวิจิตร เคยบอกว่า นี่เป็นที่นาผืนสุดท้ายของเชียงใหม่ ว่าก็คือมันเป็นที่นาผืนสุดท้ายที่อยู่ใกล้เมืองมากที่สุด นั่นคือบริเวณบ้านทุ่งเกวียน บ้านสันป่าสัก ตำบลหนองจ๊อม วันนั้นมันก็เป็นทุ่งนาที่มีคลองน้ำไหลผ่าน ชาวบ้านชาวนาหาปลาจากคลองซึ่งมีอยู่มากมาย ตกค่ำฝูงนกกระยางบินตัดฟ้ามาเป็นกลุ่ม แปลขบวนเป็นเส้นเป็นสาย เมื่อล่วงเข้าสู่เวลาค่ำ เสียงทุ่งนา เสียงรัตติกาลของทุ่งนา นั่นก็คือแมลงกลางคืนดังท่วมทุ่ง รอบๆ บริเวณผืนนานี้อาจมีบ้านจัดสรรอยู่บ้าง หลายคนที่มาอยู่ในแถบนี้ที่ย้ายมาจากในเมืองบอกว่าที่นี่น่าอยู่ มันเงียบสงบด้วย และก็ไม่ลำบากกับการเข้าเมือง นั่นอาจเป็นภาพทีเราพบเมื่อสามปีที่แล้ว วันที่เรากำลังเริ่มร่วมกันไปสร้างบ้านดินกลางทั่งนั้นให้กับผู้เฒ่า แสงดาว ศรัทธามั่น


ลุงปั๋น ผู้เฒ่าวัยเจ็ดสิบหก ยังปั่นจักรยานคันเดิมที่เราพบเมื่อสามปีก่อน ภาพที่เราเห็นแกก็ยังเป็นภาพคล้ายเดิม คือภาพที่ลุงปั๋นก้มๆ เงยๆ อยู่ตามคันนานั้น แต่ปีนี้มีอะไรที่เปลี่ยนไปมาก ที่นาบางที่ถูกถมไปแล้ว กลายเป็นบ้านช่องเรือนชาน บ้านจัดสรร หรือกระทั่งเป็นสวน เป็นพื้นที่เกษตรแบบใหม่ที่ไม่ใช่นา ว่าก็คือ มีคนมาอยู่แถบถิ่นนี้มากขึ้นแล้ว


บ้านดินรักดาว บ้านดาวรักดิน ชื่อที่อ้ายไพทูรย์ ตั้งไว้ ป้ายภาษาเมืองหลานหายไปแล้วแผ่นหนึ่ง ตัวบ้านโดยรอบสีผุกร่อนไปมาก เนื่องจากเผชิญกับลมฝนมาสามฤดู พร้อมกับที่เจ้าของบ้านมีเวลาอยู่บ้านน้อยเหลือเกิน ต้นไม้โตขึ้นมาก ทั้งต้นที่มีอยู่เดิม ทั้งต้นที่ปลูกเมื่อช่วงมาอยู่ที่นี่


ด้วยเงื่อนไขบางอย่าง ผู้เฒ่าแสงดาว จะต้องย้ายที่ ด้วยที่นาผืนนั้นต้องขายไป บ้านดินมันย้ายไปไม่ได้ และหลังจากนี้ไม่ว่าบ้านดินจะยังมีอยู่หรือไม่ มันก็จะไม่ได้เป็นบ้านดินของแสงดาวอีกต่อไปแล้ว พวกเราหลายคนนั่งคุยกันถึงการสร้างบ้านหลังนี้เมื่อสามปีก่อน บ้านที่ใช้คนเยอะมาก ทีมสุดสะแนน ทั้งฮวก ชวด เปี๊ยก คิง ตุ๊กตา ทิพย์ แวะเวียนมาร่วมลงแรงแทบทุกวัน ทั้งๆที่พวกเขาทำงานกลางคืนตื่นกันสาย แล้วค่ำก็ต้องรีบกลับไปเปิดร้าน แต่กระนั้นทีมนี้ก็ยังเป็นแรงงานหลักทีเดียว พี่แก้ว เอก และต้อ ที่มาปักเต้นท์อยู่ร่วมกันนานนับเดือน ที่วิ ที่แวะเวียนมาส่งเสบียงอยู่มิได้ขาด พี่ต้อม พี่กบ ลุงตุ๋ย จากแม่โจ้ก็มาทั้งทำอาหารและลงแรงเกือบตลอดงาน พี่น้องกลุ่มต่างๆ อีกมากมายที่แวะมาเยือนระหว่างนั้น พี่น้อยอัคนี มูลเมฆ อ้ายถนอม ไชยวงแก้ว พี่ยาย แพร จารุ พี่น้องจากมูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ จากร้านเหล้า ครูตี๋ กิตติ เพื่อนทางเชียงของ พี่น้อง กลุ่มต่างๆ ที่แวะเวียนมาเป็นกำลังใจมิได้ขาด


คุยกับฮวก สุดสะแนนว่า สามปีผ่านไป ยังไงเราก็ได้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมพิเศษนี้ แม้ว่าสามปีกับการอยู่อาศัยแล้วอาจจะดูไม่คุ้มอยู่บ้าง แต่อย่างน้อยเราก็ได้ร่วมกันทำงานชิ้นนี้ขึ้นมา และถึงเหนื่อย แต่เราก็สนุกกัน


วาระนี้ ถือเป็นการอำลาบ้านดินรักดาวอย่างเป็นทางการ ถ้าพูดแบบหนังนักรบย้อยยุคฝรั่งก็ต้องบอกว่า ยินดีที่ได้ร่วมรบกับทุกท่าน


ส่งมาโดย อุ๊ยแสงดาว ศรัทธามั่น เมื่อ 06 ม.ค. 2009 - 16:03:55 - ip: 119.42.76.192  


อ.โต๋ ... นาโก๊ะลี คับอ่านแล้วน้ำตาซึม โต๋ คือแม่ทัพที่ร่วมสร้างบ้านดินให้อ้าย พร้อมกับ อ้าย แก้ว เอก น้องต้อ และทุกๆชีวิต มิเป็นไรดอก คับอ้ายก็มิได้ยึดมั่น ถือมั่น ในเมื่อพี่สาวผู้มีพระคุณเดือดร้อนเรื่องดอกเบี้ยของธนาคาร เราก็ต้องเข้าใจ ต้องยอมเสียสละให้พี่สาวได้ขายที่ โดยย้ายแลกเปลี่ยนที่กัน

" อ้ายไม่ต้องคิดมาก พี่สาวเดือดร้อนมาก อ้ายต้องช่วยเหลือพี่สาว ที่ดินอ้ายยังอยู่ไม่ได้หายไปไหน แต่ถ้าที่ดินของอ้ายจะหายไป ผมก็จะคัดค้าน " ครู ตี๋ ... นิวัฒน์ ร้อยแก้ว แม่ทัพใหญ่แห่งลุ่มน้ำของ (โขง) ที่ต่อสู้ไม่ให้เผด็จการจีนมาระเบิดเกาะแก่งอันเป็นธรรรมชาติวิถีชีวิตของประชาชนต้องสูญเสีย จนเผด็จการจีน(ที่อ้างว่าเป็นสังคมนิยม คอมมุนิสต์ ต้องล่าถอยออกไป)


" อ้ายไหนอ้ายว่า ไม่ ยึดมั่นถือมั่น ดังที่ท่านพุทธทาสว่า แล้วทำไมอ้ายไม่เสียสละเพื่อพี่สาว " อ้ายฮวก...

ส่งมาโดย แสงดาว ศรัทธามั่น เมื่อ 06 ม.ค. 2009 - 16:16:38 - ip: 119.42.76.192  



อ้ายฮวก หรือ อรุณรุ่ง สัตย์สวี กวี นักเขียน แห่งสุดสะแนน บอกกับอ้าย ดังนั้นฉันก็ต้องไม่ยึดมั่นถือมั่น แลกที่กะพี่สาวเลย เพื่อให้พี่สาวขายที่ได้เอาเงินไปใช้ธนาคารที่เป็นหนี้สินเขา

ที่ตอนแรกฉันเสียดายเพราะ ฉันรักบ้านดินที่เพื่อนๆ น้องๆช่วยกันสร้างให้ฉัน รวมแขกร่วมกัน เป็นภาพที่ประทับใจมาก มันเป็นครั้งหนึ่งในชีวิต ตอนเพื่อนๆ น้องๆสร้างบ้านดินเสร็จแล้ว และเขา แบกเป้ สัมภาระ เดินจากบ้านดินไป ฉันน้ำตาไหล ฉันกดชัตเต้อร์ บันทึกภาพเขาไว้ ฉัยยังนึกน้อยใจว่า ทำไมเขาต้องปล่อยให้ฉันเหงาอยู่โดดเดี่ยวค นเดียว แต่ฉันเข้าใจ เพื่อนๆพี่น้องของฉันต้องมีภาระกิจที่ต้องทำ ต้องไป ในระบบสังคมอภิมหาบริโภคสุดโต่งโลกาวินาศใบนี้!!! ขอบพระคุณเพื่อนๆ น้องๆ ทุกชีวิต คับ แล้วเราจจะพบกันใหม่ เมื่อบ้านหลังใหม่ของอ้ายแสงดาวฯ สร้างเสร็จ บุญฮักษา คับ

ส่งมาโดย แสงพ่วง ศรัทธามัน เมื่อ 09 ม.ค. 2009 - 15:17:39 - ip: 58.147.46.250  

ครับ แม้ผมจะไม่มีโอกาสได้แวะเยือน"บ้านดินรักดาว"หลังนั้น

แต่ผมก็ได้สดับรับทราบข่าวคราวอยู่ตลอดในกิจกรรมพิเศษนี้ของ พี่ น้อง ผอง เพื่อนที่รักยิ่ง

ของอุ๊ยดาว...ได้แต่เสียดายที่ไม่มีโอกาสร่วมกิจกรรมพิเศษนี้

เสียใจด้วยครับกับเหตุการณ์..เข้าใจความรู้สึกอุ๊ยดาว ณ เวลานั้น

เพราะผมก็เคยผ่านการเสียสละแบบนี้นี้มาแล้ว

มันเป็นเช่นนั้นเองครับ
............

ซำบายดีเมืองฝาง

ส่งมาโดย อุ๊ยดาวฯ เมื่อ 09 ม.ค. 2009 - 15:39:45 - ip: 119.42.76.123  



ขอบคุณ คับแสงพ่วง ฮักษาสุขภาพเน้อ แล้วคงได้เจอกัน

ส่งมาโดย ดอกปีบ เมื่อ 09 ม.ค. 2009 - 20:18:18 - ip: 58.147.40.241  

บ้านดินรักดาว........

ต่อให้อยู่ที่ไหน ดิน กับ ดาว ก็ยังเป็นผืนและดวงเดียวกัน

มั่นใจเถอะค่ะ....ถ้าหากสักวันเรามีโอกาส...

ดินผืนนั้น กับดาวดวงนั้น จะต้องเป็นของเราอีกครั้ง

คนรอบข้างมีความสุข ตัวเรามีความสุขมากกว่าเป็นสองเท่า

หัวเราะดัง ๆๆๆๆ ยิ้มรับกับความเปลี่ยนแปลง

โอกาสมีให้คุณเสมอ.....

สวัสดีปีใหม่ค่ะ....คุณแสงดาว ขอให้คุณมีสุขภาพที่แข็งแรงตลอดไปค่ะ

นักอ่านสมัครเล่น....(จริงบ้าง เล่นบ้าง)......

ดอกปีบ

ส่งมาโดย แสงดาว ศรัทธามั่น เมื่อ 14 ม.ค. 2009 - 19:30:51 - ip: 119.42.79.137  

คุณดอกปีบ(ดอกกาสะลอง) คับ ขอบคุณมาก คับ " ต่อให้อยู่ที่ไหน ดิน กับ ดาว ยังเป็นผืนและดวงเดียวกัน"

สวัสดีปีใหม่สมมุติ และขอให้คุณมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ เช่นกัน ดาวโลกดวงนี้ยังมีอะไรให้เราได้ทำ ได้ค้นคว้า ได้สัมผัสฯลฯ อีกเยอะ ขอให้พลังใจ คับ

ส่งมาโดย สาว เมื่อ 07 เม.ย. 2009 - 17:24:07 - ip: 127.0.0.1   124.121.196.241  




คะแนนเห็นด้วย 0






โทดนะ นี่จิงป่ะ

ขอโทดนะ
ไม่ได้ตั้งใจ
อ่านแล้ว อย่าหยุด กรุณาอ่านต่อ เพราะคุนได้โดนคำสาปนี้ไปแล้ว.... อ่านต่อเลย
เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับเด็กคนนึงในจ. พิษณุโลก เด็กคนนี้ชื่อนิ้งเป็นเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ สาม วันนั้นเป็นวันสอบซ่อม นิ้งได้มาที่ รร เพื่อที่จะสอบซ่อม ระหว่างที่รอเพื่อน ๆ อยู่นั้น นิ้ง ก้อเหลือบไปเห็นสิ่ง ๆ หนี่ง เขาเดินเข้ไปใกล้ ๆ กับสิ่ง ๆ นั้น มันคือกล่องใส่กระดาษกล่องหนึ่ง นิ้งนั้นไม่รู้ว่าในนั้นมีอะไร แต่เขาก้อได้เก็บกล่องนั้นไป หลังจากที่เขาสอบซ่อมเสร็จแล้ว นิ้งและเพื่อน ๆ ก้อกลับบ้านทันที พวกเขาอยากรู้ว่าในกล่องนั้นมีอะไรซ่อนอยู่ ตกกลางคืนนิ้งและเพื่อน ๆ ก้อไปสนาม เดะเล่นและเปิดกล่อง ๆ นั้น ข้างในกล่องมีกระดาษสีดำเขียนอยู่หนึ่งแผ่น ในกระดาษแผ่นนั้นเขียนไว้ว่า * สวัสดี เราชื่อ"เปลวเทียน"เป็นเด็กนักเรียนคนนึง เราถูกฆาตกรโรคจิด ข่มขืนและค่าหมกอยู่ในป่าแห่งหนี่ง ที่นั่นหนาวเหน็บไม่มีแม้แต่เสียงหายใจของมนุษย์ เราพยายามร้องให้คนมาช่วยแต่ก้อไม่มีคายมา ตอนนี้เราเหงาเหลือเกิน จะมีใครมาอยู่เป็นเพื่อ

ส่งมาโดย บาว เมื่อ 07 เม.ย. 2009 - 17:24:41 - ip: 127.0.0.1   124.121.196.241  




คะแนนเห็นด้วย 0






โทดนะ นี่จิงป่ะ

ขอโทดนะ
ไม่ได้ตั้งใจ
อ่านแล้ว อย่าหยุด กรุณาอ่านต่อ เพราะคุนได้โดนคำสาปนี้ไปแล้ว.... อ่านต่อเลย
เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับเด็กคนนึงในจ. พิษณุโลก เด็กคนนี้ชื่อนิ้งเป็นเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ สาม วันนั้นเป็นวันสอบซ่อม นิ้งได้มาที่ รร เพื่อที่จะสอบซ่อม ระหว่างที่รอเพื่อน ๆ อยู่นั้น นิ้ง ก้อเหลือบไปเห็นสิ่ง ๆ หนี่ง เขาเดินเข้ไปใกล้ ๆ กับสิ่ง ๆ นั้น มันคือกล่องใส่กระดาษกล่องหนึ่ง นิ้งนั้นไม่รู้ว่าในนั้นมีอะไร แต่เขาก้อได้เก็บกล่องนั้นไป หลังจากที่เขาสอบซ่อมเสร็จแล้ว นิ้งและเพื่อน ๆ ก้อกลับบ้านทันที พวกเขาอยากรู้ว่าในกล่องนั้นมีอะไรซ่อนอยู่ ตกกลางคืนนิ้งและเพื่อน ๆ ก้อไปสนาม เดะเล่นและเปิดกล่อง ๆ นั้น ข้างในกล่องมีกระดาษสีดำเขียนอยู่หนึ่งแผ่น ในกระดาษแผ่นนั้นเขียนไว้ว่า * สวัสดี เราชื่อ"เปลวเทียน"เป็นเด็กนักเรียนคนนึง เราถูกฆาตกรโรคจิด ข่มขืนและค่าหมกอยู่ในป่าแห่งหนี่ง ที่นั่นหนาวเหน็บไม่มีแม้แต่เสียงหายใจของมนุษย์ เราพยายามร้องให้คนมาช่วยแต่ก้อไม่มีคายมา ตอนนี้เราเหงาเหลือเกิน จะมีใครมาอยู่เป็นเพื่อ

ส่งมาโดย วาทว เมื่อ 07 เม.ย. 2009 - 17:25:09 - ip: 127.0.0.1   124.121.196.241  




คะแนนเห็นด้วย 0






โทดนะ นี่จิงป่ะ

ขอโทดนะ
ไม่ได้ตั้งใจ
อ่านแล้ว อย่าหยุด กรุณาอ่านต่อ เพราะคุนได้โดนคำสาปนี้ไปแล้ว.... อ่านต่อเลย
เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับเด็กคนนึงในจ. พิษณุโลก เด็กคนนี้ชื่อนิ้งเป็นเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ สาม วันนั้นเป็นวันสอบซ่อม นิ้งได้มาที่ รร เพื่อที่จะสอบซ่อม ระหว่างที่รอเพื่อน ๆ อยู่นั้น นิ้ง ก้อเหลือบไปเห็นสิ่ง ๆ หนี่ง เขาเดินเข้ไปใกล้ ๆ กับสิ่ง ๆ นั้น มันคือกล่องใส่กระดาษกล่องหนึ่ง นิ้งนั้นไม่รู้ว่าในนั้นมีอะไร แต่เขาก้อได้เก็บกล่องนั้นไป หลังจากที่เขาสอบซ่อมเสร็จแล้ว นิ้งและเพื่อน ๆ ก้อกลับบ้านทันที พวกเขาอยากรู้ว่าในกล่องนั้นมีอะไรซ่อนอยู่ ตกกลางคืนนิ้งและเพื่อน ๆ ก้อไปสนาม เดะเล่นและเปิดกล่อง ๆ นั้น ข้างในกล่องมีกระดาษสีดำเขียนอยู่หนึ่งแผ่น ในกระดาษแผ่นนั้นเขียนไว้ว่า * สวัสดี เราชื่อ"เปลวเทียน"เป็นเด็กนักเรียนคนนึง เราถูกฆาตกรโรคจิด ข่มขืนและค่าหมกอยู่ในป่าแห่งหนี่ง ที่นั่นหนาวเหน็บไม่มีแม้แต่เสียงหายใจของมนุษย์ เราพยายามร้องให้คนมาช่วยแต่ก้อไม่มีคายมา ตอนนี้เราเหงาเหลือเกิน จะมีใครมาอยู่เป็นเพื่อ

แสดงความคิดเห็น

ในทุกความคิดเห็น จะมีหมายเลขไอพีของคุณ (127.0.0.1   38.103.63.60) แสดง

  • การแสดงความเห็นในเว็บบอร์ดต้องอยู่บนพื้นฐานการเคารพในสิทธิและความหลากหลายทางเชื้อชาติ เพศ ศาสนา วัฒนธรรม และความเชื่อ ตลอดจน วิถีชีวิต และสิทธิส่วนบุคคล
  • การวิพากษ์วิจารณ์คำพูด ข้อเขียน หรือความคิดเห็นของบุคคลอื่น ย่อมทำได้โดยสุภาพหลีกเลี่ยงข้อความใดๆอันเป็นการละเมิดหรือดูแคลนต่อบุคคลอื่น
  • การวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของบุคคลอื่นย่อมทำได้โดยสุภาพ ในกรณีที่เป็นการกระทำที่กระทบต่อสาธารณะหรือกระทำโดยสาธารณะ
  • ประชาไทขอความร่วมมือ หากต้องการให้ข้อมูลที่คิดว่าเป็นประโยชน์ได้แสดงบนเว็บบอร์ด กรุณางดเว้นการใช้ถ้อยคำที่มีลักษณะเหยียดเพศ เหยียดเชื้อชาติ ศาสนา และเชื่อมโยงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นการล่อแหลม

คำถาม: วันนี้วันที่เท่าไหร่ ? (ใส่เฉพาะเลขวันที่เท่านั้น) *

ชื่อ: *

อีเมล: (ถ้ามี) ข้อมูลนี้จะไม่แสดงต่อสาธารณะ.

โฮมเพจ: (ถ้ามี)

ความคิดเห็น: * ใช้โค้ด HTML ไม่ได้

(สูงสุด 1,000 ตัวอักษร)
พิมพ์ได้อีก ตัว

 

นาโก๊ะลี

นาโก๊ะลี

หน้าเว็บ

บันทึกล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

รวมลิงก์

บล็อกก่อนหน้า

มีอะไรใหม่ในบล็อกกาซีน

พิเศษ