ชีวิตในบทกวี
ทั้งหมดล้วนปรารถนาสิ่งดีงาม
กี่คำกี่ความแสวงหา
เสพย์สุขซึ้งถึงสวรรค์
จะชั้นนี้ชั้นนั้นก็บางส่วน
ขณะวิถีชีวิตเคลื่อนขบวน
หรือไม่ยอมเรรวนสักบางคราว
จะอยู่ในโลกไม่ใยดีโลก
แสวงแต่โชคไม่ยอมเจ็บร้าว
สำหรับยุคสมัยที่ยืดยาว
เลือกเสี้ยวใดในเรื่องราวที่เป็นไป
หากเราคือเสี้ยวส่วนของจักรวาล
จึงเกี่ยวโยงตำนานอันยิ่งใหญ่
สัมพันธ์สรรพสิ่งโยงใย
ทั้งหมดนั้นคืออะไรในความจริง
ทั้งหมดนั้นอาจคือชีวิต
เคลื่อนไหวไปทีละนิดไม่หยุดนิ่ง
ไม่มีสิ่งใดหล่นหายหรือถูกทิ้ง
ทั้งหมดล้วนเอื้ออิงกันและกัน
ทั้งความคิดและจิตวิญญาณ
คือปรากฏการที่ผกผัน
เป็นกระบวนการมหัศจรรย์
ที่หล่อหลอมสร้างสรรค์โลกงดงาม
และในความงดงามนั้นมีเลวร้าย
ซึ่งขับค่าความหมายให้ไถ่ถาม
ให้เคี่ยวครุ่นสืบค้นนิยาม
เพื่อต่อเติมแต่งตามวิถีทาง
วิถีท่าน วิถีเรา วิถีใคร
อาจมีวิถีใดที่แตกต่าง
เป็นปัจเจกภาพอันบอบบาง
ตามความข้น จาง ของตัวตน
ทั้งหมดนี้เพียงเป็นสภาวะ
เกิดดับได้ทุกขณะตามเหตุผล
จึงความสุขความทุกข์ของผู้คน
ที่สุดล้วนแต่ตนดลบันดาล
และนั่นย่อมไม่ใช่จุดหมาย
เพราะภาวะทั้งหลายคือทางผ่าน
คือทางก้าวไปสู่ปัญญาญาณ
เพื่อหยั่งรู้จักรวาลอันจริงแท้
[ Permalink ] . [ 0 Comments ]
เมื่อครั้งยังเด็ก โลกของเราอาจเล็กกระจ้อยร่อย นั่นก็อาจจะมีบ้าน หมู่บ้าน ตลาด และโรงเรียน นานๆ อาจจะสักครั้งที่โลกจะกว้างขึ้นเมื่อได้มีโอกาสไปเยี่ยมญาติ ในแถบถิ่นต่างบ้านต่างเมือง และช่วงเวลานั้นแต่ละบ้านแต่ละเมืองมันก็ไกลเหลือเกิน ยิ่งการเดินทางไม่ได้สะดวกสบายอย่างปัจจุบันนั้นด้วย บวกกับความเป็นมนุษย์ตัวเอง มันก็ยิ่งชวนให้รู้สึกว่า มันไกลเหลือเกิน และธรรมดาอยู่เองที่ในช่วงเวลานั้น โลกที่ไกลออกไปก็ช่างเป็นโลกที่น่าตื่นตาตื่นใจนักหนา
เมื่อชีวิตเจริญวัย เติบโตตามวิถีของตน โลกของเราก็กว้าง และไกลออกไปเรื่อยๆ นั่นหมายความว่า..... โลกที่กว้างไกลออกไปนั้น ก็เริ่มเป็นโลกที่เรารู้จักน้อยเหลือเกิน หากเมื่อเทียบกับเมื่อครั้งยังเยาว์ ที่เรารู้จักโลกของเราดีที่สุด โลกที่มีบ้าน หมู่บ้าน ตลาด และโรงเรียน เมื่อเราก้าวออกจากโลกเก่าที่คุ้นเคยไปเรียนรู้เรื่องใหม่ โลกใหม่ ยิ่งนานวัน เราก็พบว่าเรารู้จักโลกอันกว้างใหญ่นั้นน้อยลงไปทุกที ชีวิตก็เข้าสู่กระบวนการแสวงหา หา หา และหา เพื่อจะพบว่า โลกนั้นลึกลับ กว้างขวาง และยิ่งใหญ่เกินกว่ามนุษย์ตัวเล็กๆ อย่างเราจะเรียนรู้ได้หมดสิ้น
[ Permalink ] . [ Read more ] . [ 3 Comments ]
ฤดูฝน….เท่าที่พอจะจดจำสัมผัสได้ หลายปีมานี้ สายฝนเหือดหายไปจากฟ้ามากมายนักแล้ว แผ่นดินอันอุดมสมบูรณ์เปลี่ยนแปรสภาพไป
หลายปีก่อน....นับไปนับมา มันก็เลยเลขหลักสิบปีขึ้นไปแล้ว ในหมู่บ้านกลางขุนเขาแห่งหนึ่ง ป่าตะวันตกอันอุดมสมบูรณ์นั้น ฝนเริ่มตกลงมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ผืนดินท้องถนนเฉอะแฉะ เละลื่น ณ ช่วงเวลานั้น แสงแดดห่างหายไปจากหมู่บ้าน ผ่านวันไปแต่ละวัน ท่ามกลางสายที่ฝนสาดเท ผ่านวันไปทุกวันเช่นนั้น เริ่มต้นจากฤดูเพาะปลูก ผัก พืชพรรณ และข้าว งอกงาม เติบโต
จากฤดูหนึ่ง ผ่านไปสู่ฤดูหนึ่ง ในฤดูเดียวกันนั้น จากปลูก มาเป็นเก็บหญ้า ถางหญ้าในไร่ วันทุกวันผ่านไป ถางหญ้าในสายฝน เปียก แฉะ หนาว กับกองไฟ วันแล้ววันเล่าผ่านไป ที่สุดแล้วช่วงเวลาแห่งฝนก็สิ้นสุดลง ฟ้าร้องคะนองครืนครั่น ลั่นสะท้านสะเทือนสั่งลา สายฝนสุดท้ายแห้งหายไป สายลมอ่อนโชยผ่าน แล้วลมหนาวก็มาเยือน นั่นคือสัญญาณเคลื่อนเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยว
[ Permalink ] . [ Read more ] . [ 1 Comments ]
ภาษาหนังเขาก็คงจะบอกว่า ต้นกำเนิด หรือตำนานฟัด อะไรทำนองนั้นกระมังหากจะพูดถึงหนังเรื่องนี้ ของเฉินหลง นั่นคือ วิ่งสู้ฟัด หรือชื่อภาษาฝรั้งว่า Police Story ความแรกในหนังเล่าถึงการวิ่งไล่จับผู้ร้ายซึ่งเป็นเจ้าพ่อใหญ่ และพระเองก็สามารถจับผู้ร้ายได้ เรื่องดำเนินไปถึงศาล ในการใต่สวนคดี เจ้าพ่อกลับได้ยกฟ้อง ประเด็นหรือคำถามสำคัญที่ทนายจำเลยกล่าวอ้างคือ ระหว่างที่ไล่จับนั้น จำเลยได้หนีไปอีกทางของรถเมล์ แล้วตำรวจ(คือพระเอก) มองเห็นหรือไม่ว่า ระหว่างนั้นเกิดอะไรขึ้น คำตอบคือไม่เห็น คำถามต่อว่า เช่นนั้นแล้ว เมื่อไม่เห็นจะตัดสินได้อย่างไร ว่าจำเลยทำอะไร หรือไม่ทำอะไร ประเด็นโต้เถียงเป็นไปทำนองนี้ ในที่สุดศาลสั่งยกฟ้อง......
พวกเขาทั้งหลายนั่งล้อมอยู่เป็นวงกลม มีสิ่งของหลายอย่าง เช่น แจกันดอกไม้ โถใส่เครื่องดื่ม และอะไรอีกสองสามอย่าง ตั้วอยู่ตรงกลางวงพวกเขาทั้งหลายวาดรูปสิ่งที่อยู่ครงกลางนั้น เมื่อเสร็จ ก็ส่งรูปที่ตนวาดไปด้านข้าง และส่งต่อไปเรื่อยๆ จนทุกคนได้ดูรูปทุกรูป และสิ่งที่พวกเขาทั้งหลายเห็นก็คือ รูปที่ไม่เหมือนกับของตน บางคนซึ่งเป็นเด็กเล็ก พลั้งพูดออกไปว่า “นี่วาดผิด” แต่เมื่อดูไปจนหมด เขาจึงเข้าใจ
ในการสนทนา ประเด็นสำคัญที่หลายคนกล่าวถึงคือ การได้เห็นอีกมุมที่ต่างออกไป ภาพเดียวกันจากฝั่งหนึ่งหรือหลายฝั่งหลายมุมที่เรามองไม่เห็น ว่าก็ว่าที่สุดแล้ว เราก็เห็นเพียงมุมเดียว จากจุดที่เราอยู่ เช่นนั้นแล้ว เราจะสามารถชี้ชัด ตีค่า หรือ สรุปสิ่งต่างๆ ได้อย่างไรว่านั่นคือ ใช่ หรือไม่ใช่ จากเพียงมุมของเราเพียงมุมเดียว
อีกประเด็นสำคัญในการสนทนาคือ การมีคนอื่นที่คอยมองอีกมุมจึงเป็นเรื่องสำคัญ ดั่งเดียวกับกระบวนการเรียนรู้ของู้คน ความรุ้ที่สำคัญทั้งหลาย วิถี วิธีต่างๆ ในการแสวงหาความรู้นั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้คนจะต้องเรียนรู้ไปด้วยกัน เกี่ยวร้อยเชื่อมโยง แลกเปลี่ยนภาพปรากฏที่แตกต่างในมุมตน มากไปกว่านั้น การทีคนอื่นจึงจำเป็นอย่างยิ่ง เมื่อมนุษย์ผู้หนึ่งไม่อาจมีศักยภาพอันสมบูรณ์แบบ ว่าก็คือ นอกจากเห็นได้ไม่ทั้งหมด ยังกระทำได้ไม่ทั้งหมด
เป็นไปได้หรือไม่ว่า หากเฉินหลง กับตำรวจคนอื่นๆ ช่วยกันวิ่งไล่จับผู้ร้าย กระจายกันออกไปอย่างเชื่อมโยง สัมพันธ์ ก็จะหักล้างคำถามของทนายจำเลยที่ว่า เขาไม่สามารถมองเห็นอีกฟากหนึ่งของรถเมล์ได้ การมีคนหลายคน จะทำให้พวกเขาสามารของเห็นในหลายมุมได้ นั่นเอง
[ Permalink ] . [ 0 Comments ]
เมื่อกว่าสามสิบปีที่แล้ว มีหนังฝรั่งเรื่องหนึ่ง เข้าใจว่าในช่วงเวลานั้นมีคนกล่าวขวัญถึงหนังเรื่องนี้กันพอสมควร ด้วยมันเป็นหนังที่คาดการณ์ความเป็นไปในช่วงล่วงเข้าสู่ศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด นั่นก็คือ 2001A Space Odyssey
เนื้อหาของหนังคงไม่ได้เอามาเล่า ณ ที่นี้ แต่ในภาคแรกของหนังเรื่องนี้นั้นมีประเด็นที่น่าสนใจยิ่ง นั่นก็คือ เรื่องราวเริ่มขึ้นในโลกมนุษย์ ช่วงเวลาที่ยังไม่มีมนุษย์เกิดขึ้นมา ลิงฝูงหนึ่ง ซึ่งตัวหนังเล่าว่า ลิงพันธุ์นี้เองที่กำลังจะวิวัฒนาการมาเป็นมนุษย์ ช่วงเวลานั้น ลิงฝูงนี้ก็เริ่มมีปัญหากับลิงพันธ์อื่น เค้าลางแห่งความขัดแย้ง ปรากฏชัดเจน จนในที่สุดก็เกิดการต่อสู้ จากการใช้เขี้ยวเล็บในการต่อสู้ ลิงฝูงนี้ก็เริ่มคิดเป็น และสิ่งแอรกที่มันคิดได้ก็คือ จับไม้มาเป็นอาวุธในการต่อสู้ นั่นหมายความว่า สิ่งที่อยู่ลึกลงไปถึงก้นบึ้งของหัวใจมนุษย์นั้น มันคือการทำลาย ฆ่า หรือเอาชนะ อย่างนั้นหรือเปล่า แล้วหนังก็ตัดไปในปี ค.ศ. 2001
[ Permalink ] . [ Read more ] . [ 0 Comments ]
เมื่อมีโอกาสมองเข้าไปในการรับรู้ของผู้คน ในภาวะหรือในประเด็นของความขัดแย้งทั้งหลาย ดูเหมือนว่าโดยธรรมชาติ เราทั้งหลายถูกครอบงำจากวัฒนธรรมของตัวเองบางส่วน มันคล้ายเป็นความทรงจำของชนชาติ ว่าก็น่าจะประมาณนั้น นั่นคือว่า เรามีแนวโน้มที่เกลียดชังบางชนชาติที่ต่างไปจากเรา โดยว่าอันที่จริง เมื่อแรกที่เราเริ่มรู้สึกเกลียดนั้น เราก็อาจจะยังไม่ได้รู้จักกับผู้คนในชนชาตินั้นๆ เลยด้วยซ้ำไป มันมีแต่เพียงข้อมูลที่เราไม่รู้แน่ชัด เป็นแต่เพียงการได้ยินได้ฟังมาเท่านั้นเอง และนั่นเอง เราก็ปักใจ เชื่อ และมันก็กลายเป็นความเชื่อที่ฝังแน่นเหลือเกิน จนเมื่อเติบโตขึ้น เราก็พบว่า ความรู้สึกนั้นมันแน่นหนา จนยากจะคลี่คลาย หรือบางครั้งมันก็เป็นปราการที่ทำให้เราไม่อาจเข้าไปเรียนรู้วัฒนธรรมของชนชาติที่เราเกลียดชังนั้น แม้ว่าเราจะมีโอกาสอยู่ก็ตาม
[ Permalink ] . [ Read more ] . [ 1 Comments ]
อยู่บนโลกใบนี้สักกี่นาน
ที่ประสบพบผ่านบนยุคสมัย
กี่คลื่นลมทะเลคลั่งเป็นอย่างไร
กี่ขอบฟ้าภูไพรเคยผ่านมา
เพื่อจะได้บอกกล่าวเล่าความ
เพื่อจะนำเสนอนิยามแห่งคุณค่า
เพื่อจะเขียนชีวิตธรรมดา
เป็นหนทางแห่งกาลเวลาที่ทอดทอ
ความจะคมเป็นคำโครงคอยขับเคลื่อน
กระบวนการอันตอกเตือนเป็นทางต่อ
พบอยู่ใช่ไหมบางถ้อยที่คอยรอ
เป็นคำที่ชูช่อต่อยอดความ
ลึกตื้นก็ตื่นตาเต็มรู้สึก
หรือก่อร่างตกผลึกครุ่นไถ่ถาม
เรียนรู้เรียบเรียงต่อติดตาม
ทั้งหมดในการพยายามของชีวิต
………………………..
ดิ่งด่ำสู่ผลึกรู้สึกเมื่อนั่งอยู่ตรงหน้าบทกวีมากมาย ทั้งกวีรุ่นใหม่ กวีรุ่นเก่า เห็นอะไรอยู่บ้างเล่าในบทกวีเหล่านั้น ว่าไปก็เหมือนกับเห็นรอบทางของเส้นทางของกวีทั้งหลาย ยิ่งเดินอยู่ในหนทางนี้นานเพียงใด ความล้ำลึกคมคายก็มีมากขึ้นเท่านั้น ผู้ที่เดินมายังไม่นานนักนั้นเล่า ก็ใช่ว่าจะไม่มีคำอันเข้มคม แต่มันก็คือคำในวาระของพวกเขาทั้งหลาย พวกท่านทั้งหลาย
ดอกไม้หลากพันธุ์ และสีสัน แต่ดอกไม้ทั้งหมดงดงามตามวาระของตัวเอง
ผีเสื้อหลากหลายร้อยพันธ์ แต่ผีเสื้อก็งดงามตามวาระของตัวเอง
บทกวีนั้นเล่า ยังหลากหลายร้อยวิถี แต่บทกวีก็งดงามตามวาระของตัวเอง
[ Permalink ] . [ 2 Comments ]
[ Permalink ] . [ 0 Comments ]
[ Permalink ] . [ 0 Comments ]
[ Permalink ] . [ 2 Comments ]