blogazine prachatai บล็อกกาซีน (beta)  |  บล็อกทั้งหมด  |  จัดการบล็อก  |  เงื่อนไขและข้อตกลง  |  นโยบายความเป็นส่วนตัว  |  ประชาไท

ปรัชยาไส้จากตลาดสด

ส่งมาเมื่อ 22 ก.พ. 2008 - 11:39:56.  หมวด: สัตว์เลี้ยง  ป้าย:

 

ไม่สบายกายและใจอยู่หลายวัน พอเรี่ยวแรงคืนมา ฉันก็คว้าจักรยานยนต์คันเก่า ขี่โกรกเกรกกึงกังไปตลาดใหญ่ที่ไกลจากบ้านราวสิบกิโลเมตร รู้สึกสังขารตัวเองใกล้เคียงกับรถ คือมีอะไรสักอย่าง (หรือหลายอย่าง) ที่ไม่ค่อยเข้าที่เข้าทางนัก


พอพ้นจากทางดินเป็นถนนลาดยาง รถก็แล่นฉิว ลมพัดพรูจนผมปลิวกระจาย (นึกไปเองว่า) คล้ายๆ โฆษณาแชมพูสระผม ฝนที่ตกหนักไปเมื่อคืนวานทำให้อากาศสดแจ่ม ฟ้าใสกระจ่าง แซงแซวหางปลาเกาะอยู่บนกิ่งประดู่ข้างทาง ในทุ่งที่น้ำเจิ่งนองมีนกกระยางเดินท่องน้ำจ๋อมๆ อยู่หลายตัว


ลมพัดเสื้อคลุมสะบัดพึ่บพั่บ ชายเสื้อปลิวอยู่ด้านหลัง รู้สึกเริงรื่นจนต้องร้องเพลงดังๆ ตามจังหวะกึงกังของรถ

"บนถนนหนทางซุปเปอร์ไฮเวย์ หนุ่มพเนจรท่องไปตามฝัน ฝันของเจ้าดูเลิศล้ำลาวัณย์ฝันเจ้าฝันว่าโลกพิสุทธิ์เมลืองมลัง..."


สาวสวนแตงแห่งเมืองสุพรรณกำลังก้มๆ เงยๆ หยอดเมล็ดแตงโมกันอย่างสนุกสนาน สายฝนหลงฤดูทิ้งความร่าเริงไว้ตั้งแต่หัวไร่ถึงปลายนา ดอกโสนเหลืองไสวจนน่าเก็บไปชุบไข่ทอดกินกับน้ำพริกปลาทู


ฝนยังทำให้ตลาดสดแจ่มใสเป็นพิเศษ ด้วยหลากสีสันสดชื่นของผักและผลไม้ ปลากระโดดโผงผางอยู่ในกะละมัง เห็ดหลากสีวางกองในกระจาด มีกบมัดเป็นพวงวางขายหลายเจ้า คงจะมากับฝนคืนก่อน


พ่อค้าแม่ขายที่คุ้นหน้าพากันทักฉันเกรียวกราว บางคนที่ค่อนข้างสนิทสนมแกล้งแซวว่า "อ้าว ยังอยู่เหรอเนี่ย"

ตรงไปแผงไก่เจ้าประจำ สั่งให้สับโครงไก่อย่างเคย แม่ค้าคว้าอีโต้พลางถามว่า

"พี่ไม่มาหลายวัน ลูกสมุนกินอะไรกันล่ะจ๊ะ"

"กินลมชมวิว" ฉันยักคิ้วตอบแบบไม่กลัวอีโต้ที่กำลังสับไก่ดังโป๊กๆ


......


"ซื้อไข่ไก่ไข่เป็ดดีจ๊า" แม่ค้าไข่ส่งเสียงหวาน

"ไข่ไก่สิจ๊า" ฉันล้อเลียน แล้วหยุดยืนพิจารณาไข่ไก่สดในกระจาดที่ติดป้ายไว้หลายราคา

"อ้าว สิบฟองยี่สิบแปดบาท ขึ้นเป็นสามสิบแล้วเหรอ" ฉันจิ้มที่ป้าย

"ขึ้นแล้วจ้ะ ฉลองรัฐบาลใหม่" แม่ค้ายิ้มแจ่มใส ไม่รู้ตอบจริงใจหรือประชด

"งั้นเอาแค่ห้าฟอง"

"แหม ทุกทีซื้อสิบ" เธอค้อนควักขณะหยิบไข่

"ไว้อาลัยรัฐบาลเก่า" ฉันแกล้งว่า


.........


แม่ค้าปลาทูส่งยิ้มแต้มาแต่ไกล

"พี่ วันนี้ซื้อปลาทูหนูไหม เข่งนี้สิบ นี่ยี่บห้า นี่สามสิบ ตัวโต๊โต"


อืม ตัวโตจริงๆ ด้วย นึกถึงแมวๆ บ้านสี่ขา ไม่เคยมีวาสนาได้กินปลาทูเข่งละสามสิบ

"ทำไมเข่งนั้นไม่เหมือนเข่งนี้คะ ปลาทูเหมือนกันหรือเปล่า" ฉันอดถามไม่ได้

"มันคนละทะเลพี่ ตัวเล็กนี่ปลาทูไทย ตัวใหญ่นี่ปลาทูอินโด"

"แล้วทะเลไหนอร่อยกว่า"

"แหม มันก็แล้วแต่รสนิยม" ฟังค่ะ ฟังสำนวนสาวแม่กลอง

"เอ้า งั้นรสนิยมน้องเป็นไง" ฉันซักอย่างสนุก

"ถามหนู หนูก็ว่าปลาทูไทย ไม่รู้สิ ของใคร ใครก็ต้องว่าดี แต่บางคนเขาไม่สนหรอก อร่อยไม่อร่อย เขาว่าตัวโตต้องดีกว่าเพราะเนื้อเยอะกว่า แต่บางคนก็ไม่สนเหมือนกัน อะไรๆ ก็ขอให้ถูกๆ ไว้ก่อน"


เธอคงอยากบอกว่า สำหรับบางคน ปริมาณสำคัญกว่าคุณภาพ

"คนมันไม่เหมือนกันเนอะพี่ บางคนกินเพื่ออยู่ บางคนอยู่เพื่อกิน"

ปรัชญาแม่ค้าถูกใจ ฉันเลยอุดหนุนปลาทูไทยไปสองเข่ง


.......


เดินผ่านแผงกับข้าวปรุงสำเร็จ พ่อค้าหนุ่มกำลังทอดปลาอยู่ในกระทะใบใหญ่เสียงดังฉี่ฉ่า ปากก็เรียกลูกค้าแบบไม่ขาดตอน

"กินอะไรครับ กินอะไรดี แวะก่อนพี่ มีแกงเขียวหวานลูกชิ้น ยำเห็ด ต้มจืดมะระซี่โครงหมูเอามั้ยครับ ถุงสิบบาท เอาซักถุงน่า ดีกว่าไปแกงเอง สิบบาทซื้อมะระก็หมดแล้ว ยังไม่ได้ซี่โครงหมูสักท่อน ค่าน้ำปลาค่าแก๊สอีก ทำเองไม่คุ้มหรอกเชื่อผม"


ฉันเชื่อหลักเศรษฐศาสตร์ของพ่อค้า เลยได้ผัดหน่อไม้กับแกงจืดมะระมาอย่างละถุง ตั้งใจเดินกลับไปแผงขายไก่ ยังไม่ทันถึงก็โดนสกัดเสียก่อน

"พี่ พี่แต่งงานยัง"

ฉันสะดุ้ง คิดว่าหูฝาดที่ได้ยินคนถามถึงสถานภาพกลางตลาดสด

"พี่ยังไม่แต่งงานใช่ป่ะ" ชัดเลยคราวนี้ เสียงมาจากแผงขายของชำจำพวกของแห้ง กะปิ น้ำปลา ผงซักฟอก

ฉันเดินยิ้ม (แบบงงๆ) เข้าไปหาแม่ค้าวัยรุ่น

"ถามทำไมเนี่ย"

"พี่ตอบหนูก่อน พี่ยังไม่แต่งใช่มั้ยล่ะ"

"เออ ใช่"

"นั่นไง หนูว่าแล้ว พี่ยังโสดแหงๆ" เธอตบเข่าฉาด

"ทำไม หน้าพี่มันใสเด้งหรือโทรมดูไม่ได้" ฉันถามแบบเผื่อใจไว้ทั้งร้ายและดี

"ไม่รู้สิ หนูใช้สัญชาติญาณ นั่งนานๆ มันเซ็งต้องหาอะไรเล่นสนุกๆ หนูทายถูกว่าใครโสดไม่โสดมาเกือบสิบคนแล้วนะจะบอกให้"

ฉันเดินยิ้มค้างไปถึงแผงขายไก่ เสน่ห์ตลาดสดช่วยลดไข้ใจได้ชะงัดนัก นึกถึงตลาดใหญ่ในห้างสรรพสินค้า ที่ชีวิตชีวาหายไปกับเครื่องปรับอากาศและเครื่องคิดเงิน


ใครหลายคนอาจถูกใจความสะอาด สะดวก และสบาย แต่ฉันยังรักตลาดสดที่เฉอะแฉะ วุ่นวาย มากมายการเจรจา เผลอๆ แม่ค้ายังแถมปรัชญาใส่ตะกร้ากลับบ้านให้ด้วย


....


"ไม่ซื้อไก่สักไม้เรอะหนู" เสียงทักของป้าหน้าตะแกรงย่างไก่ที่กำลังควันคลุ้ง ส่งกลิ่นหอมเกรียมๆ ฟุ้งไปรอบบริเวณ

"แหม มันแด๊งแดงจังเลยค่ะป้า" ฉันชะโงกดูไก่ย่างเสียบไม้ที่ย้อมสีจนแดงสด

"เอ๊า ไม่แดงได้ไง ก็ไก่มันใส่สี แต่ป้าใช้สีผสมอาหารนะ"

"แล้วทำไมถึงต้องใส่สีแดงคะ"

"เอ๊า" ป้าร้องอีก "ไม่แดงเขาก็ไม่กินกัน เขาว่ามันไม่สวย ไม่สด"

"อ้าว" ฉันร้องบ้าง "เนื้อไก่จริงๆ มันก็ไม่ได้สีแดงสดสักหน่อย"

"ก็นั่นแล้ะ..." ป้าเน้นเสียง "นั่นแหละ คนมันชอบอะไรจริงๆ ที่ไหน มันชอบอะไรปลอมๆ แล้วก็หลอกตัวเองว่ามันดีไงล่ะ"

"ป้าคงไม่ว่าอะไรนะถ้าหนูไม่ซื้อ หนูไม่ชอบไก่สีแดง"

"จะว่าอาไร้ ต่างคนต่างใจ กระเพาะใครกระเพาะมัน"

ไหมล่ะ ฉันบอกแล้ว ว่าแม่ค้าแถวนี้เขามีปรัชญา


.......


แล้วฉันก็หอบโครงไก่ ไข่ ปลาทู ผัก และของจิปาถะ พร้อมปรัชญาอีก ๒-๓ บทขี่รถกลับบ้าน รถเก่ายังส่งเสียงโกร่งกร่าง ในขณะที่ฉันรู้สึกว่ากายและใจเข้าที่เข้าทางกว่าเดิม

ส่งมาโดย อ้ายแสงดาวฯ เมื่อ 22 ก.พ. 2008 - 13:00:33 - ip: 118.172.3.163  


ป้ามูน ... เอ๊ย หนูมูน ... แก้แล้วเหรอเนี่ย อ้ายยังบ่แก่เล๊ย ตอนนี้ก้อปาเข้าไปต้นๆหกทศวรรษแหล่ว ก็ยังไม่คิดว่าตัวเองแก่เลย อายุตัวเลขสมมุติ เพียงขอให้ใจเราหนุ่ม ความจริงคนสมัยก่อน สมัยโบราณที่เขามีวิถีชีวิตที่สมดุลย์กะธรรมชาติ เขามีอายุร้อยยี่สิบกว่า ยั่งอ้ายนี่ก้อถือว่าเป็นวัยกลางคนท่าวนั้น มิได้แก่(ฮา) มาบัดนี้ในโลกทุนนิยมโลกาวินาศสุดโต่ง คนตายไวขึ้น รุ่นอ้ายฯ นี่เวลา เจอกัน ก้อต้องถามเรื่องราวถึงเพื่อนๆสมัยก่อนที่เรียนด้วยกันมาว่า..

" ไอ่นั่นมัน ไ ป หรือ ยัง ? " คือถามเรื่องการตาย (สมัยก่อนเรียกว่า "ไปค้าถ่านหรือยัง? เพราะสมัยก่อยเขาเอาศพเผาหลัว ฟืน หลัวไหม้เสร็จก็เป็นถ่าน) เจอกันถามไถ้กัน ก้อเป็นเช่นนั้นจริงๆ เพื่อนๆอ้ายตายไปมากแล้ว ถ้าเป็นคนที่มีอายุสมมุติ ประมาณ สามสิบ สี่สิบ ห้าสิบ เมื่อเจอกันก็ต้องถามว่า ...

" เฮ่ย ไอ่นั่น อีนั่น มันอยู่ที่ไหน ทำงานอะไร มีผัว มีเมีย มีครอบครังยัง ? "

แต่รุ่นอ้ายก็ถามไปอีกอย่างดังโซโล่ให้ฟังข้างต้น



ในตลาดมีปรัชญา เสมอ เป็น ปรัชญาชาวบ้านเน้อ อ่านแล้วอ้ายม่วนอ๊กม่วนใจ๋

ส่งมาโดย อ้ายแสงดาวฯ เมื่อ 22 ก.พ. 2008 - 13:16:32 - ip: 118.172.3.163  

มีทั้งแบกะดิน และนั่งร้าน ฯลฯ อ้ายก็คุ้นกับแม่ค้าเหมือนกันพูดคุย หยอกล้อ ซื้อขายอุดหนุนกัน บางทีก้อนั่งโจ้ข้าวกับเขาเลย่ป็นธรรมชาติ เป็นลูกทุ่งดี ที่คฃตลาดประตูเชียงใหม่ก็ยังเป็นลูกทุ่งอยูบ้าง และที่บ้านดินสันทรายก็เป็นลูกทุ่งยิ่งกว่า


ใครว่า " แม่ค้าปากตลาด" อ้ายว่าเขาพูด ด่าต

ามความเป็นตัวตนของเขา พวกผู้ดีจอมปลอมมักจะว่าและดูถูกเขา ผู้ดีนั่นแหละที่หลายคนไม่จริงใจเสแสร้งเข้าหากัน เข้าตลาดเห็น ได้ยินเขาตะโกนพูดกัน หรือด่ากันก็ไม่เห็นเป็นไร เป็นวิถีของเขาไอ่เราชนชั้นกลางนี่แหละที่หลายคนตีนไม่ติดดิน แล้วเอาความคิดของเราไปตัดสินเขา ได้ยินเสียงแม่ค้า พ่อค้าในตลาดแล้วอ้ายม่วนแต๊ๆ

ฮํกษาสุขภาพ เน้อ คับ คนหน่ม พยายามกินอาหารปลอดสารพิษ กินน้ำเยอะอกกกำลังกาย หายใจเข้าลึกๆ พร้อมหายใจออกยาวๆ จิตใจแจ่มใส มีเมตตา ไม่ยึดมั่น ถือมั่น(ยกเว้นถ้าจะ ผะเลิด ...ลื่นไหล ก้อต้องยึดมั่นถือมั่นหน่อย)

ฝากสุขภาพแข็งแรงให้น้องหมาน้องแมวด้วย คับ (นี่น้องแมวที่อ้ายเลี้ยงกะน้องสาวในเมือง เพิ่งตายตอนนั้นอ้ายอยู่บ้านนอก น้องแมวเขากลับคืนสู่ดินแล้ว น้องบอกอ้ายก็ใจหา

ส่งมาโดย อ้ายแสงดาวฯ เมื่อ 22 ก.พ. 2008 - 13:20:20 - ip: 118.172.3.163  

อ้ายก็ใจหาย แต่เขาก็พ้นทุกข์ไปแล้ว เป็นปุ๋ย เป็นประโยชน์ต่อพืชพรรณไม้

โอ้... พูดถึงตลาด ครานี้ยาวเหลือเกินรบกวนเวลา แต่เมื่อได้อ่านได้ฟังเรื่องที่เราชอบ ก้อช่วยไม่ได้มันพรั่งพรูออกมาเอง ห้ามบ่ได้

บุญฮักษา , จ้า

ส่งมาโดย ก.ศ. เมื่อ 25 ก.พ. 2008 - 12:17:41 - ip: 61.91.95.240  

เห็นภาพตลาดมากค่ะ ชักคิดถึงตลาดราชวัตรที่คุ้นเคย , ตลาดกรุงธนที่เคยใช้ประจำ อ้อ แล้วยังมีตลาดบางขุนศรีที่เคยโต๋เต๋อยู่แถวนั้นด้วยพักใหญ่

แต่ตั้งแต่มาอยู่เชียงใหม่ ไปตลาดต่างๆ น้อยลงแฮะ เพราะแถวบ้านอยู่ใกล้กาดต้นพะยอม (ซึ่งไม่ค่อยได้ไป) ชอบกาดต้นลำไย กาดหลวง แต่ก็ดูจะไกลเกินไป กาดสมเพชรที่เคยคุ้น ตอนนี้ไปเองก็ไม่ถูก

แต่ในอนาคต อาจจะได้ไปตลาดทางสันทราย วันก่อนผ่านไปตลาดที่เคยทำงานค่ะ โฮ้โฮ อะไรๆ ก็เปลี่ยนไป ถนนหนทางจำแทบไม่ได้ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ทำไมยิ่งอยู่ยิ่งไปไหนไม่ถูกในเชียงใหม่เนี่ย

สงสัยจะจำได้แต่ถนนในอดีต เลยพาลเงอะงะ งุ่มง่าม เพื่อนโทรมาถามทีไรว่าจะไปกินไหน เที่ยวไหน ได้แต่บอกว่า ไม่รู้เฟ้ย ฉันเองยังไปไหนไม่ค่อยถูกเลยเนี่ย T-T

ส่งมาโดย nightbird เมื่อ 28 ก.พ. 2008 - 20:37:13 - ip: 125.26.156.216  

อ่านแล้วยังทำให้อมยิ้มได้เช่นเดิม

ขอบคุณมากนะคะ

ส่งมาโดย แก้ว เมื่อ 06 มี.ค. 2008 - 10:32:56 - ip: 58.9.128.13  

พักนี้ดูห่างๆหายๆไปนะคะ แวะมาอ่านเรื่อยๆค่ะ ชื่นชอบและมีหมาในความดูแล 2 ตัวค่ะ

ส่งมาโดย หนูแดง เมื่อ 28 ก.ย. 2008 - 16:15:17 - ip: 202.91.19.206  

อ่านแล้วรู้สึกดีกับพี่ด้วย และยังอดคิดไม่ได้เลยว่าคนไทยแท้ๆแต่ทำไมถึงไม่อนุรักษ์ความเป็นไทย ทำไมถึงต้องไปเอาค่านิยมต่างชาติเข้ามาใช้ได้ทุกๆเรื่อง หนูแดงเป็นอีกคนหนึ่งที่ยังชอบเดินตลาดสดจริงๆ มากกว่าตามห้างฯ

ส่งมาโดย ต้อยติ่ง เมื่อ 24 ต.ค. 2008 - 15:44:43 - ip: 61.19.65.54  

หวังแต่ให้นักปรัชญาบอกข้าที..

มีคนบอกก็ยังไม่เชื่อ.. อยู่ดี ให้ได้ยังี้สิคนอย่างเรา

พออ่านเรื่องราวนี้ก็เห็นมุมมองที่งดงามของคนเขียน และคนชื่นชมอย่าง อ้ายแสงดาวฯ อ่านไปยิ้มไป ช่วยให้เห็นเข้าใจปรัชญาขึ้นมาบ้าง

ขอบคุณหลายๆ เจ้า....

แสดงความคิดเห็น

ในทุกความคิดเห็น จะมีหมายเลขไอพีของคุณ (38.103.63.62) แสดง

  • การแสดงความเห็นในเว็บบอร์ดต้องอยู่บนพื้นฐานการเคารพในสิทธิและความหลากหลายทางเชื้อชาติ เพศ ศาสนา วัฒนธรรม และความเชื่อ ตลอดจน วิถีชีวิต และสิทธิส่วนบุคคล
  • การวิพากษ์วิจารณ์คำพูด ข้อเขียน หรือความคิดเห็นของบุคคลอื่น ย่อมทำได้โดยสุภาพหลีกเลี่ยงข้อความใดๆอันเป็นการละเมิดหรือดูแคลนต่อบุคคลอื่น
  • การวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของบุคคลอื่นย่อมทำได้โดยสุภาพ ในกรณีที่เป็นการกระทำที่กระทบต่อสาธารณะหรือกระทำโดยสาธารณะ
  • ประชาไทขอความร่วมมือ หากต้องการให้ข้อมูลที่คิดว่าเป็นประโยชน์ได้แสดงบนเว็บบอร์ด กรุณางดเว้นการใช้ถ้อยคำที่มีลักษณะเหยียดเพศ เหยียดเชื้อชาติ ศาสนา และเชื่อมโยงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นการล่อแหลม

คำถาม: วันนี้วันที่เท่าไหร่ ? (ใส่เฉพาะเลขวันที่เท่านั้น) *

ชื่อ: *

อีเมล: (ถ้ามี) ข้อมูลนี้จะไม่แสดงต่อสาธารณะ.

โฮมเพจ: (ถ้ามี)

ความคิดเห็น: * ใช้โค้ด HTML ไม่ได้

(สูงสุด 1,000 ตัวอักษร)
พิมพ์ได้อีก ตัว

 

มูน

มูน

หน้าเว็บ

บันทึกล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

Blogroll

บล็อกก่อนหน้า

มีอะไรใหม่ในบล็อกกาซีน

พิเศษ