blogazine prachatai บล็อกกาซีน (beta)  |  บล็อกทั้งหมด  |  จัดการบล็อก  |  เงื่อนไขและข้อตกลง  |  นโยบายความเป็นส่วนตัว  |  ประชาไท

ก็เพราะว่าใจของเธอ คือ บ้านของฉัน*

ส่งมาเมื่อ 21 ต.ค. 2008 - 00:00:00.  หมวด: สัตว์เลี้ยง  ป้าย:

นอกเหนือจากการเดินทางระหว่างจังหวัด สถานที่อีกแห่งหนึ่งที่ฉันจำเป็นต้องใช้เวลาไปนั่งทำงานเพื่อหารายได้เลี้ยงเจ้าสี่ขา เป็นบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ที่ตั้งอยู่ริมถนนสายใหญ่ ด้านหนึ่งเป็นทางรถไฟ ไปอีกไม่ไกลคือท่าอากาศยานดอนเมือง

รถบนถนนแล่นผ่านไปมาด้วยความเร็วสูง รถไฟฉึกฉักผ่านวันละหลายขบวน สลับด้วยเครื่องบินนานาชาติที่ขึ้นลงวันละหลายเวลา ชีวิตที่นั่นส่วนหนึ่งจึงอื้ออึงด้วยเสียงรถยนต์ รถไฟ และเครื่องบิน บางครั้งผลัดกันมา บางครั้งก็มาพร้อมๆ กัน


หากไม่เอาเรื่องหูอื้อมาเป็นประเด็น ข้อดีที่ฉันหาได้คือ มันทำให้เราใส่ใจฟังคนอื่นพูดมากขึ้น (ไม่อย่างนั้นจะไม่ได้ยิน) และรู้จักที่จะเว้นวรรคคำพูดให้ถูกกาลเทศะ เพื่อไม่ให้เสียแรง(พูด) ไปเปล่าๆ

ถึงจะมีโทลด์เวย์เกะกะสายตา ฉันยังมีโอกาสดูละครเมฆบนฟ้า วันดีคืนดีจะมีฝูงแมลงปอบินขึ้นไปอวดปีกใสๆ ถึงข้างหน้าต่างตึก

ริมถนนใหญ่มีคลองเล็กๆ ที่ตื้นเขินเพราะใบไม้ใบหญ้าและขยะอันประกอบไปด้วยถุงพลาสติก ขวด ห่อขนม และกล่องโฟม ถัดเข้ามาเป็นที่ลุ่มรกร้าง มีแอ่งน้ำขังกับดงหญ้าคาสูงท่วมเอว พุ่มกระถินขึ้นแซมกกธูปและกอผักบุ้งที่ใบใหญ่จนน่าตกใจ มีเถาตำลึงเลื้อยอยู่เป็นหย่อมๆ มองเห็นดอกสีขาวกับลูกสุกสีแดงอยู่ตรงนั้นตรงนี้

ในดงหญ้าคามีบ้านพักของคนงานก่อสร้างปลูกติดกันอยู่ประมาณ ๓-๔ หลัง

บ้านเหล่านั้นสร้างขึ้นง่ายๆ ด้วยโครงไม้ยูคา เสาบางท่อนปักอยู่ในแอ่งน้ำ หลังคามุงด้วยสังกะสีและแผ่นป้ายหาเสียง (ผลประโยชน์ที่ประชาชนหยิบฉวยได้ในฤดูเลือกตั้ง)

บางวันฉันเห็นคนงานหญิงเดินเก็บผักบุ้งกับยอดกระถิน มื้อเย็นของเขาคงมีน้ำพริก

หมาเร่ร่อนตัวหนึ่งเดินสะเปะสะปะมาอาศัยร่มเงาของบ้านคนงานก่อสร้าง มันเป็นหมาที่น่าจะผ่านการเป็นแม่มาหลายครั้งแล้ว ดูจากทรวดทรงที่ผอมแห้ง นมเหี่ยวยานยอบแยบแกว่งไปมาเวลาวิ่ง

บ้านกรรมกรไม่ได้มีอาหารมากพอให้มันอิ่มท้องทุกครั้งที่หิว แต่มีร่มเงาให้มันหลบแดดฝน ไม่มีเสียงไล่หรือการทำร้ายทุบตี มันจึงหยุดการเร่ร่อนไว้ที่เพิงสังกะสีริมถนนใหญ่ และถ้ามันคิดเป็น (ซึ่งฉันเชื่อว่าเป็น) มันคงดีใจที่จะได้เลิกเร่ร่อนเสียที

แต่มีบางอย่างที่มันยังไม่รู้

คนทำงานก่อสร้างไม่มีหลักแหล่งถาวร จบงานเก่าก็รื้อบ้านย้ายไปงานใหม่ ทำงานตรงไหน ก็สร้างบ้านตรงนั้น ระยะเวลาของการเป็นเจ้าของบ้าน นานเท่าที่งานเสร็จ

ชีวิตกรรมกร หลายช่วงจึงเป็นชีวิตเร่ร่อน

......................

หลายปีมาแล้ว ขณะที่ทำงานเป็นอาสาสมัครศูนย์เด็กเล็กลูกคนงานก่อสร้างในกรุงเทพมหานคร ฉันเคยเดินตามเด็กๆ ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา จากฝั่งสาทรไปคลองสาน ด้วยสะพานที่ตอนนั้นยังไม่เปิดให้รถวิ่ง สองฝั่งแม่น้ำมีบ้านพักคนงานอยู่กันหนาแน่นใกล้เคียงชุมชนแออัด

คนงานมาจากแทบทุกภาคของประเทศ บางคนย้ายมาจากงานเดิมด้วยกัน บางคนมาเจอกันงานเดียวแล้วจากกันไป บางคนมาพบรักและอยู่กินกันในบ้านพักมุงสังกะสี ระยะเวลาการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ ยาวนานพอที่เด็กหลายๆ คนจะเกิดและเติบโตท่ามกลางกองอิฐ หิน ทราย เหล็ก และกระบะผสมปูน มีเครนและปั้นจั่นแขวนให้แหงนดูแทนพวงปลาตะเพียน

ครั้งนั้น เด็กๆ ลูกคนงานที่เร่ร่อนไปกับพ่อแม่ มักถูกตัดโอกาสเข้าโรงเรียน ด้วยเหตุผลที่ฉันคิดว่าไร้สาระสิ้นดี นั่นคือขาดหลักฐาน ไม่มีทะเบียนบ้านและใบเกิด เนื่องจากอยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง เป็นเหตุผลสั้นๆ ที่สามารถปิดกั้นสิทธิเด็กไม่ให้ได้รับการศึกษา เหมือนคนไข้ที่หมอไม่ยอมรับรักษา เพียงเพราะว่าไม่มีเงินจ่าย

ช่วงชีวิตนิดน้อยของเด็กๆ ในศูนย์ฯ อาจทำได้เพียงแค่ท่อง ก ไก่ ถึง ฮ นกฮูก และรู้จักคำด่ามากกว่าการอ่านตัวสะกด

"อยากพาลูกเมียกลับบ้าน แต่ไม่รู้จะมีโอกาสอีกไหม" กรรมกรวัยใกล้ห้าสิบคนหนึ่งบอกฉัน เขามาจากสกลนคร

...................

เย็นวันหนึ่งที่เดินตามเด็กชายเล็กๆ ไปเยี่ยมบ้านของเขา หรือพูดให้ชัดคือเพิงยาวๆ มุงสังกะสีแล้วกั้นเป็นห้องแคบๆ สำหรับคนงาน หมาสีน้ำตาลตัวหนึ่ง วิ่งกระดิกหางเล็กๆ มาหา เด็กน้อยวิ่งเข้าไปอุ้มกอดมันอย่างสนิทสนมรักใคร่

"ไอ้ตาล ไอ้ตาล" เด็กน้อยหัวเราะชอบใจเมื่อหมาเลียแก้ม แล้วหันมาอวดว่า
"นี่ไง ไอ้ตาลของหนู"
ฉันมองความรักของเด็กกับหมาแล้วอดยิ้มไม่ได้  
"ย้ายบ้านไปอย่าลืมพามันไปด้วยนะ"
"ไปไหนเหรอ" เด็กน้อยถามด้วยท่าทางงุนงง แต่แม่ของเด็กที่กำลังให้ลูกคนเล็กดูดนมตอบฉันว่า
"โอ๊ย ลำพังคนยังไม่ค่อยจะพอกินเลยครู เรื่องอะไรจะหอบหมาไปด้วยล่ะ ไม่เอาหรอก"

ถึงไม่เข้าใจเรื่องย้าย แต่คงพอจับความได้เรื่องหมา เด็กรีบพูดว่า"ไม่เอา หนูจะเอาไอ้ตาล"
"มึงไม่ต้องเสือ_ เดี๋ยวกูได้ทิ้งมึงอีกคน" คนเป็นแม่เอ็ดลูก ตามด้วยถ้อยคำหยาบๆ ที่ออกอากาศไม่ได้อีกหลายคำ เด็กน้อยหน้าสลด แต่กอดหมาแน่นขึ้นจนมันครางหงิงๆ

ชีวิตที่ไม่มีหลักประกัน ทำให้บางคนพยายามตัดภาระให้เหลือน้อยที่สุด และบางครั้งก็จำต้องเลือกความอยู่รอดมากกว่ามนุษยธรรม

เมื่องานเสร็จ คนงานรื้อถอนที่พักไปจนหมด สถานที่ที่เคยเป็นบ้าน อาจกลายเป็นลานจอดรถ หรือสถานที่ส่วนบุคคล ที่แม้คนก่อสร้างก็คงไม่มีสิทธิ

ถึงตอนนั้น หมาจะถูกไล่ออกจากที่ที่มันอยู่มาตั้งแต่เกิด มันจะวิ่งวนหาบ้านและครอบครัว(ที่มันคิดว่าเป็น)ของมันอย่างตื่นตระหนก แล้วมันก็ต้องพยายามเอาชีวิตรอดต่อไปในเมืองใหญ่เพียงลำพัง กลายเป็นส่วนเกินของสังคมและต้องถูกจัดการทางใดทางหนึ่ง เพื่อลดปัญหา "หมาเร่ร่อนจรจัด" ที่ตัวมันเองไม่ได้ตั้งใจจะเป็น

ไม่ว่าหมาหรือคน ไม่มีใครอยากมีชีวิตที่ไร้บ้าน
แม่หมาในเพิงพักคนงาน ทำให้ฉันคิดถึงหมาสีน้ำตาลในแหล่งก่อสร้างเชิงสะพานสาทร

............................

แล้วเช้าวันหนึ่ง บ้านพักคนงานริมถนนใหญ่ก็หายไปหมด เหลือเพียงบางส่วนของเสาไม้ระเกะระกะและเศษสังกะสีผุๆ จมอยู่ในแอ่งน้ำ งานก่อสร้างคงจบลงแล้ว คนงานพร้อมครอบครัวและสัมภาระ อาจกำลังโดยสารรถบรรทุกหรือกระบะ เร่ร่อนไปยังที่ไหนสักแห่ง

ฉันถือถุงข้าวเดินหาแม่หมา อดมองไปทางถนนใหญ่ไม่ได้ ภาวนาในใจขออย่าให้เห็นร่างของมันกองอยู่ที่ใดที่หนึ่ง

"ไม่อยู่แล้ว มันไปกับพวกคนงานแล้ว" ใครคนหนึ่งบอกฉัน
"หมายความว่าไงคะ เขาพามันไปหรือมันวิ่งตามรถเขาไป" ฉันถามด้วยความกังวล    
"ได้ยินว่าคนงานเขาเอามันไปด้วย แหม มันมาอยู่กับเขาตั้งหลายเดือน เขาก็คงรักมันมั่งแหละ" ใครคนเดิมตอบ

ฉันรู้สึกโล่งใจ ภาวนาขอให้มันได้ติดตามคนงานกลุ่มนั้นไปจริงๆ แม้ไม่มีที่อยู่ถาวร แต่ขอให้มันได้รับความรักอย่างถาวร

เพราะหากว่าความรักเดินทางไปด้วย ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ทุกหนแห่งคือบ้าน

........................

*เพลง Home ของธีร์ ไชยเดช

ส่งมาโดย เงาศิลป์ เมื่อ 21 ต.ค. 2008 - 07:16:51 - ip: 202.149.25.197  

ที่ตลาดสดภูเวียง มีแม่หมาตัวหนึ่ง เจ้าของมารับจ้างสร้างอาคารตลาดสด เสร็จงานเขาพยายามเอามันกลับไปด้วย แต่ความว่ามันไม่ยอมไป เลยกลายเป็นหมาของตลาดที่ใครๆก็รู้จักและเลี้ยงดู จนกระทั่งมันออกลูก 11 ตัว ให้ชาวตลาดแบ่งปันกันไปเลี้ยง

นับว่าเป็นหมาโชคดีตัวหนึ่งทีเดียว (หรือเปล่า)
แต่ยามคิดถึง "หมาแลกคุ" แล้วปวดใจ ไม่อยากให้มีเรื่องแบบนี้อยู่ในโลกนี้เลย น้องมูน

ส่งมาโดย กาเกต์ เมื่อ 21 ต.ค. 2008 - 09:57:23 - ip: 118.172.32.170  

ชอบประโยคนี้ค่ะ
"แม้ไม่มีที่อยู่ถาวร แต่ขอให้ได้รับความรักอย่างถาวร"

แล้วไม่มีภาพมาประกอบบ้างหรือคะช่วงนี้

คิดถึงนะคะ

ส่งมาโดย moon เมื่อ 21 ต.ค. 2008 - 10:49:15 - ip: 118.173.223.71  

พี่ศิลป์ บางคนบอกว่าหนูมีกรรม ต้องลำบากเลี้ยงหมาแมวเกือบร้อยตัว แต่บางคนบอกว่าหนูโชคดี ที่มีโอกาสทำสิ่งดีๆ อย่างการให้ทาน ให้ชีวิต
ความเป็นไปในโลกก็เกิดจากการมองต่างมุมอย่างนี้แหละนะคะ

แล้วเราก็ยังต้องปวดใจกับอีกหลายเรื่องเลยละพี่

ส่งมาโดย moon เมื่อ 21 ต.ค. 2008 - 13:48:34 - ip: 118.173.223.71  

ช่วงไหนที่มีภาพประกอบ หมายถึงว่าช่วงนั้นมีใครสักคนใจดีให้ยืมกล้องถ่ายรูปค่ะ
ที่เคยๆ ถ่ายมาอวด ล้วนแล้วแต่มาจากกล้องนานายี่ห้อไม่ซ้ำเลยค่ะ
(ยังเก็บสตางค์ซื้อเองไม่ได้เลย แหะ แหะ)
หลายๆ ภาพเลยได้แค่บันทึกไว้ด้วยหัวใจ (อุ๊ย สำบัดสำนวน น่าหมั่นไส้จริงๆ เลย)

"ขอให้ได้รับความรักอย่างถาวร"
ไม่ใช่แค่ขอให้หมา ขอให้ตัวเองด้วยนะเนี่ย
จะมีใครให้บ้างไหมหนอ ^^

ส่งมาโดย ผู้อ่านขาจร เมื่อ 22 ต.ค. 2008 - 22:52:53 - ip: 203.144.164.36  

"ขอให้ได้รับความรักอย่างถาวร"
คนบางคนให้ใครไม่ได้จริงๆค่ะ
อยากได้จนแม้เอาชีวิตเข้าแลก
ก็ไม่ได้
ต้องผิดหวังและปวดร้าวไปเปล่า ๆ

ส่งมาโดย ผู้อ่านขาจร เมื่อ 22 ต.ค. 2008 - 22:55:03 - ip: 203.144.164.36  

เอ๊ะ แต่นี่ฉันมาบ่นอะไรในบล็อกของคุณคะเนี่ย เฮ้อ

ส่งมาโดย ดาหาชาดา เมื่อ 25 ต.ค. 2008 - 11:48:05 - ip: 58.137.64.130  

ชอบอ่านค่ะ
และรู้สึกขอบคุณที่ได้งานอบอุ่นแบบนี้
รักน้องหมาเหมือนกัน
แต่ใจไม่กว้างนัก
เพราะรักแต่น้องหมาของตัวเอง

ส่งมาโดย บัว เมื่อ 25 ต.ค. 2008 - 16:41:52 - ip: 203.172.114.21  

คุณมูน
ไม่มีครั้งไหนเลยที่จะไม่ร้องให้เมื่อได้อ่าน
เฮ้อ... ชีวิต...
สักวันจะไปเยี่ยมหมาน้อยแมวน้อยเพื่อนคุณมูนนะคะ
บ้านเราอยู่สุพรรณนี่ล่ะ
ตอนนี้ที่บ้านเลี้ยงหมาห้าตัวแมวสามตัว
ไร้พลังใจต้านทานเมื่อได้เห็นว่ามันท่าจะลำบาก
อุ้มกลับมาเลี้ยงเพิ่มที่บ้าน
นึกขันตัวเอง เฮะ เฮะ ตูจะเหมือนคุณมูนซะละมั้ง
นับถือนะคะ

ส่งมาโดย เดียร์ เมื่อ 28 ต.ค. 2008 - 12:10:13 - ip: 202.29.16.253  

พี่มูน
ชอบเข้ามาอ่านสำนวนอบอุ่นของพี่ค่ะ
ไม่ค่อยแสดงตัว
แต่อยากบอกให้รู้ว่าเป็นกำลังใจให้เสมอนะ

แสดงความคิดเห็น

ในทุกความคิดเห็น จะมีหมายเลขไอพีของคุณ (38.103.63.62) แสดง

  • การแสดงความเห็นในเว็บบอร์ดต้องอยู่บนพื้นฐานการเคารพในสิทธิและความหลากหลายทางเชื้อชาติ เพศ ศาสนา วัฒนธรรม และความเชื่อ ตลอดจน วิถีชีวิต และสิทธิส่วนบุคคล
  • การวิพากษ์วิจารณ์คำพูด ข้อเขียน หรือความคิดเห็นของบุคคลอื่น ย่อมทำได้โดยสุภาพหลีกเลี่ยงข้อความใดๆอันเป็นการละเมิดหรือดูแคลนต่อบุคคลอื่น
  • การวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของบุคคลอื่นย่อมทำได้โดยสุภาพ ในกรณีที่เป็นการกระทำที่กระทบต่อสาธารณะหรือกระทำโดยสาธารณะ
  • ประชาไทขอความร่วมมือ หากต้องการให้ข้อมูลที่คิดว่าเป็นประโยชน์ได้แสดงบนเว็บบอร์ด กรุณางดเว้นการใช้ถ้อยคำที่มีลักษณะเหยียดเพศ เหยียดเชื้อชาติ ศาสนา และเชื่อมโยงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นการล่อแหลม

คำถาม: วันนี้วันที่เท่าไหร่ ? (ใส่เฉพาะเลขวันที่เท่านั้น) *

ชื่อ: *

อีเมล: (ถ้ามี) ข้อมูลนี้จะไม่แสดงต่อสาธารณะ.

โฮมเพจ: (ถ้ามี)

ความคิดเห็น: * ใช้โค้ด HTML ไม่ได้

(สูงสุด 1,000 ตัวอักษร)
พิมพ์ได้อีก ตัว

 

มูน

มูน

หน้าเว็บ

บันทึกล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

Blogroll

บล็อกก่อนหน้า

มีอะไรใหม่ในบล็อกกาซีน

พิเศษ