เสียงข้างน้อย
อาการตบะแตกกับนักข่าว/คอลัมนิสต์ ของนายก ฯ สมัคร สุนทรเวช เป็นเรื่องที่เข้าใจได้และไม่ใช่อะไรที่น่าตื่นเต้นตกใจแต่อย่างใด แต่บรรดานักข่าวและผู้อยู่ในแวดวงออกอาการตระหนกตกใจราวกับสาวแรกรุ่นที่กำลังจะโดนข่มขืนเป็นครั้งแรก โดยไม่ตระหนักเลยว่า ที่ผ่านมานักข่าว/คอลัมนิสต์ กระทำการข่มขืนคนอื่นอยู่ตลอดเวลา หรือในทางกลับกันก็ถูกอำนาจที่เหนือกว่าข่มขืนหลายครั้ง
การคุกคามข่มขืนสื่อมวลชนในยุคเผด็จการทหารครองเมือง เทียบไม่ได้แม้แต่นิดเดียวกับปัจจุบัน สื่อบางแขนงชิงข่มขืนตัวเองเสียก่อนที่จะถูกเผด็จการทหารที่นำโดยพลเอกสนธิ บุณยรัตนกลิน จัดการข่มขืน (เราควรย้ำถึงชื่อของพลเอกสนธิ บุณยรัตนกลินในฐานะผู้ทำลายประชาธิปไตยให้บ่อย)
อำนาจจากปากกระบอกปืนภายใต้บรรยากาศรัฐประหาร แม้อาจไม่ขู่เข็ญกันตรง ๆ แต่ก็ทำให้นักข่าว/คอลัมนิสต์ ไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์หรือทำการเซ็นเซอร์ตัวเอง เคยมีสักครั้งไหมเล่าที่สื่อมวลชนอย่างเครือเนชั่น มติชน หรือไทยโพสต์ รวมตัวกันออกแถลงการณ์เพื่อประณามการแทรกแซงและคุกคามสื่อแบบเดียวกับที่ทำรัฐบาลประชาธิปไตยอย่างรัฐบาลทักษิณ หรือรัฐบาลสมัคร (ช่างเป็นสื่อที่คงเส้นคงวาเสียจริงๆ)
จะว่าไป นายกฯ สมัคร สุนทรเวช ตอบโต้นักข่าว/คอลัมนิสต์ เบาเกินไปด้วยซ้ำ สื่อมวลชนเหล่านี้สมควรโดนด่าเยอะ ๆ ทั้งนี้เพราะว่าสื่อมวลชนของไทยยังไม่มีวุฒิภาวะมากพอที่จะใช้เสรีภาพโดยปราศจากการถูกตรวจสอบหรือตั้งคำถาม เราไม่ควรปล่อยให้บรรดานักข่าว/คอลัมนิสต์ยกฐานันดรหรือสถาปนาบรรดาศักดิ์ให้ตัวเองลอยอยู่เหนือการตรวจสอบ
การที่นักข่าว/คอลัมนิสต์โดนด่าเยอะ ๆ จึงน่าจะเป็นสิ่งที่ดี เป็นตัวบ่งชี้ของความเป็นประชาธิปไตยด้วยซ้ำไป
หากลองปรายตามองไปที่หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ก็จะได้พบถึงความไร้วุฒิภาวะอย่างร้ายแรง การเขียนพาดหัวข่าวของหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ไม่ต่างอะไรเลยจากใบปลิวหรือข่าวโคมลอยที่ซุบซิบกันปากต่อปาก-อันที่จริง ด้วยความหยาบคายเหลือรับ ผมไม่อ่านหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์มาหลายปีแล้ว แต่ที่เห็นข่าวพาดหัวก็เพราะพ่อค้านำหนังสือพิมพ์หลากยี่ห้อมาโชว์โดดเด่นที่ป้ายรถเมล์ตอนเช้า
“กลบไต๋ฟอกผิดลูกกรอกโยนสภาชำเรารธน./'ชัย'นั่งปธ.รัฐสภา” (8 พ.ค. 2551)
ชั่วครองเมือง'ธีรยุทธ'ตั้งฉายารบ.'ลูกกรอก1'นำสู่วัฏจักรวิบัติ (2 พ.ค. 2551)
พรรคร่วมขบถกังขารธน.จัญไรหมกเม็ด'ชท.'รับอาจไม่ร่วมลงชื่อ (29 เม.ย. 2551)
พรรคร่วมระส่ำแทงกั๊กชำเรารธน.'พปช. ฝืนยัดเข้าสภาสิ้นเมษา (23 เม.ย. 2551)
ไทยโพสต์ใช้คำว่า “ชำเรา” สำหรับการแก้รัฐธรรมนูญของรัฐบาลสมัคร และใช้คำว่า ”จัญไร” เรียกรัฐธรรมนูญที่กำลังจะแก้ ผมสงสัยความกล้าหาญของหนังสือพิมพ์นี้เสียจริงว่าเคยใช้คำแบบนี้กับการฉีกรัฐธรรมนูญของเผด็จการทหารบ้างหรือไม่ ?
แล้วเมื่อนำภาษาปากของนายก ฯ สมัคร สุนทรเวช มาเปรียบเทียบกับคำพาดหัวที่เป็นภาษาเขียนของไทยโพสต์อย่างคำว่า “จัญไร” “ชำเรา” “ฝืนยัด” “ชั่วครองเมือง” แล้วจะเห็นได้ถึงระดับความรุนแรงก้าวร้าวที่เทียบกันไม่ติด คำว่า “ชำเรา” กับ “ฝืนยัด” ให้ภาพของการกระทำทางเพศชัดเจนมาก สื่อดัดจริตที่หูหนวกตาบอดควรจะตระหนักถึงพิษภัยของสื่อด้วยกันเองก่อนที่จะออกแถลงการณ์บ้องตื้นปกป้องพวกเดียวกัน
ผมคิดว่าผมคงเข้าใจไม่ผิด หากจะบอกว่าหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์สนับสนุนให้เกิดการรัฐประหารขึ้นอีกครั้ง
'กลิ่นคาวปฏิวัติ!'ผบ.สส.'ไม่รับประกัน หมออาวุโสชี้นองเลือด (7 พ.ค. 51)
จ่อ'รัฐประหาร'!ครป.ชี้เสี่ยงกว่า19กย.ศก.-รธน.-ฟอกทักษิณ (5 พ.ค. 2551)
ผู้ใหญ่สกัดวิกฤติ ผบ.ทร.เปิดแผนยุติโยงสถาบัน-ไม่รับประกันปฏิวัติ! (1 พ.ค. 2551)
การพาดหัวของไทยโพสต์แบบที่ผมยกมาให้เห็นข้างต้นเรียกได้ว่า “เลว” ไม่อาจตีความเป็นอื่นได้เลยนอกจากตีความว่าไทยโพสต์อยากให้ทหารทำการยึดอำนาจ ทำลายประชาธิปไตยของประชาชนอีกครั้ง อันที่จริงหากเคารพในวิชาชีพของตนเอง หนังสือพิมพ์ต้องต่อต้านยับยั้งการสร้างเงื่อนไขให้เกิดรัฐประหารด้วยซ้ำ โดยชี้ให้เห็นว่ามันเลวร้ายอย่างไร ไม่ใช่นิ่งเฉยกระทั่งสนับสนุนแบบที่ไทยโพสต์ทำ
หากไทยโพสต์ยังเห็นว่าระบอบประชาธิปไตยเป็นระบอบที่ดีที่สุด ในฐานะสื่อการพาดหัวแบบนี้ถือว่าผิดอย่างร้ายแรงเหมือนคนขาดวุฒิภาวะที่เอาแต่ใจตนเอง ในความรู้สึกนึกคิดมีแต่ทิฐิมานะ มีแต่ความโกรธเกลียดเคียดแค้นและพลอยทำให้คนอ่านไร้เหตุผลไปด้วย การยุยงส่งเสริมหรือสนับสนุนไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อมให้เกิดรัฐประหารสมควรถูกประณามดัง ๆ
ไทยโพสต์อาจไม่ชอบอดีตฯ นายก ทักษิณ ชินวัตร หรือไม่ชอบ นายกฯ สมัคร สุนทรเวช แต่ก็มีวิธีการและช่องทางการแสดงออกมากมายในการวิพากษ์วิจารณ์ ในการตรวจสอบตั้งคำถามโดยไม่จำเป็นต้องชี้นำให้เกิดการล้มรัฐบาลโดยการรัฐประหาร ไทยโพสต์น่าจะตระหนักสักนิดว่าเป้าหมายของสื่อไม่ใช่การล้มรัฐบาลเพื่อให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง หรือเพื่อล้มรัฐบาลให้ได้แล้วค่อยไปคิดกันข้างหน้าหรือด่าเพื่อความเมามันสะใจ ซึ่งไม่ได้ก่อให้เกิดการเรียนรู้อะไรขึ้นมาเลย
ไทยโพสต์กลายเป็นสื่อไร้เหตุผล ขาดความรับผิดชอบต่อข้อเขียนและขาดความเคารพในวิชาชีพของตัวเอง ไม่ต่างอะไรจากการปั้นน้ำเป็นตัวของสื่อในเครือผู้จัดการ
สิ่งที่เราทุกคนทำได้ก็คือเลิกเสพ เลิกซื้อมันเสีย มันไม่เหมาะกับคนอย่างเรา
[ Permalink ] . [ 17 ความคิดเห็น ]
ถูกต้องครับ ใช้ความไม่ชอบหน้าเสนอข่าว จัญไร ชำเราประเทศ
โดยเฉพาะอ้ายแป้ะยิ้ม เผาประเทศ
ขอบคุณ คุณเมธัส สำหรับบทความที่กล้าหาญชี้ให้เห็น ความไม่เป็นกลาง หยาบคาย และน่าเกลียดของสื่อ
เดี๋ยวนี้ พี่น้อยตามจิกสื่อ ดังใหญ่แล้ว
โผมต้องตามอ่านเป็นประจำ
55555
คุณไปว่าสื่อเอาแต่ใจตัวเอง
แต่คุณก็เขีียนประชดสื่อ (ซึ่งก็เป็นอาชีพของคุณ) เหมือนเป็นเด็กเก็บกด หรือขาดความอบอุ่นอะไรสักอย่าง
ไม่ทราบว่า คุณเกิดทันยุคสมัครกับหกตุลาหรือไม่
ถ้าคุณเกิดทัน คุณจะเห็นพิษร้ายของท่านนายกฯ มากกว่านี้
คุณจะเชียร์นายกฯ คนนี้อีกกี่สิบครั้ง เขียนถึงเขาอีกหลายสิบตอนก็เขียนไป
มันเป็นสิทธิของคุณนี่ครับ
แต่คุณไม่มีสิทธิห้ามสื่อวิพากษ์วิจารณ์นายกหรือนักการเมืองนะครับ
การที่คุณสนับสนุนให้เขาตอบโต้สื่ออย่างรุนแรงนั้น ชี้ให้เห็นถึงความเป็นเผด็จการที่ซ่อนอยู่ในตัวคุณเอง
ไม่มีผู้นำในระบอบประชาธิปไตยที่ไหนในโลกที่จะตอบโต้สื่ออย่างรุนแรงเช่นนี้ ผู้นำในระบอบประชาธิปไตยล้วนคุ้นเคยต่อการถูกต่อว่า การวิพากษ์วิจารณ์ และยอมรับฟังความเห็นที่แตกต่างเพื่อนำไปปรับปรุงตนเองเสมอ
ถ้าผู้นำที่คุณเทิดทูนไม่สามารถทนคำวิพากษ์วิจารณ์ได้จริงๆ
ก็น่าจะออกกฎหมายห้ามวิพากษ์วิจารณ์นายก รมต. และนักการเมืองทุกระดับ เพื่อเป็นการคุ้มครองนายกที่รักของคุณเสียเลย ดีไหมครับ?
ยิ่งคุณตอบโต้สื่อมากขึ้นเท่าไร
แสดงว่าคุณให้ความสำคัญกับสื่อมากขึ้นเท่านั้น
ฉะนั้น ผมจะอ่านไทยโพสต์ต่อไปตามคำแนะนำของคุณ
ไทยโพสท์พาดหัวลักษณะนี้มานานแล้วนี่ครับ
ไม่ว่าสมัยรัฐบาลชวลิต สุจินดา บรรหาร ชวน ทักษิณ และลมัครในปัจจุบัน
ก็โดนกันถ้วนหน้าทุกราย
จึงไม่ใช่เรื่องของการชอบหรือไม่ชอบใครโดยเฉพาะ
คำว่า"ชำเรา"และ"ฝืนยัด"ในข้อความที่กล่าวถึง
ผมเห็นว่าเป็นการสื่อถึง"การบังคับขืนใจผู้อื่น"เพื่อไห้ตัวเองได้สิ่งที่ต้องการ
มองไม่เห็นว่าเป็น"ภาพของการกระทำทางเพศ"แต่ประการใดเลย
ไม่ได้เลวร้ายไปกว่า"เสพเมถุน"ที่กล่าวโดยหาที่มาที่ไปไม่ได้
และไม่ต่ำช้าเช่น"รัฐธรรมนวยหัวคูณ"
ที่กลับเห็นเป็นเรื่องตลกขบขันกัน
หัวข่าวปฏิวัติที่ยกมา ก็อ่านได้ชัดเจนว่าพาดตามที่มีบุคคลอื่นพูด
ไม่ได้กุขึ้นมาเองที่ทำให้มองได้ว่ามีการ"ยุยงส่งเสริมหรือสนับสนุน"
อาจจะเข้าใจเอาง่ายๆว่าถ้าต่อต้านปฏิวัติ
ก็ต้องไม่เสนอข่าว?
คุณ prd ครับ บทความเขาไม่ได้บอกให้สื่อห้ามวิจารณ์ แต่บทความบอกว่าสื่อควรถูกตรวจสอบหรือถูกด่ามาก ๆ ส่วนคุณ kd ตลกนะครับที่คุณบอกว่าไทยโพสต์พาดหัวตามที่บุคคลอื่นพูด ไม่ได้ยุยงส่งเสริมหรือสนับสนุน คุณคงจะโง่มากที่อ่านความหมายระหว่างบรรทัดไม่ออก หรือต่อให้พาดหัวตามที่คนอื่นพูดจริง ๆ ทำไมถึงเลือกแต่ถ้อยคำที่เป็นขยะละครับ หนังสือพิมพ์พออ่านเสร็จก็เป็นขยะอยู่แล้ว ยังเขียนคำขยะ ลงไปอีก
คุณโอ้ละหนอและคุณเมธัสครับ
แล้วไอ้ที่เค้าพาดหัวน่ะ มันไม่ใชที่นักการเมืองทั้งหลายเค้าพูดกันหรือครับ ??
ถ้าไม่ได้นำสิ่งที่นักการเมืองมาพูด ผม่วาน่ารังเกียจ
เปิดข่าวก็เจอ ไม่รู้กี่ช่องต่อกี่ช่อง ถ้าไม่พูดมันจะมีข่าวไหม
ยิ่งดาวเทียมของไทยคมช่องนั้นน่ะ พูดแล้วพูดอีก
แล้วมันต่างกันตรงไหน งง?
ประชาไทเปลี่ยนไปเยอะเลยนับจากช่วงแรกที่ก่อตั้งครับ
ความตั้งใจแต่แรกเดิมทีในการเป้นสื่อทางเลือก ผมพบว่ามันหายไปเยอะเลย
คุณเลือกข้างอย่างชัดเจน น่าเสียดายครับ
ผมเป็นเป็นนึง ที่อ่านไทยโพสต์มานาน จนปัจจุบันเรียกได้ว่าเป็นแฟนพันธุ์แทนไปแล้ว และเป็นคนอ่านแบบเอาจริงเอาจริงเสียด้วย เหมือนอ่านงานของคุณเมธัส ที่เขียนในเวบประชาไทย
เพราะผมไม่แค่ใช้ ปรายตา มองที่พลาดหัวหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ และไปสรุปว่าเค้าสนับสนุนการรัฐประหาร แบบนี้มันไร้วุฒิภาวะอย่างแรงนะ ที่สรุปแบบนั่น
จะว่าไปแล้วอะไรสักอย่างที่คุณเมธัสเขียนนั่น จะเรียกว่าเป็นคนมักง่าย หรือหาเหตุหาผลมาสนับสนุนความเชื่อของตัวเอง ได้อย่างไร้เดียงสา กว่าเด็กประถม และน่าจะไร้เดียงสา กว่าเด็กที่ยังไม่หย่านมเสียอีก
เอาง่ายๆคุณเมธัส บอกคนอ่านทำนองว่า ผมไม่ได้อ่านไทยโพสต์ มาหลายปีแล้ว เพียงแค่ลอง ปรายตา มองพาดหัวไทยโพสต์บริเวณป้ายรถเมล์ แสดงว่า ดช.เมธัส อัฉริยะสุดยอดเลยหรือไม่ จำพาดหัวไทยโพสต์ จำวันที่ของไทยโพสต์ได้อย่างแม่ยำ ต้องนับถือจริงๆ
หรือว่าดช.เมธัส หลอกคนอ่านงานของตัวเอง ว่าไม่ได้อ่านไทยโพสต์มาหลายปีแล้ว ทั้งที่ความจริงคลั่งไคล้ไทยโพสต์มากกว่าฉบับอื่น ถึงได้จำรายละเอียดพาดหัวและวันที่ได้อย่างแม่นยำ (เมธัสบอกว่าใช้ปรายตามอง) ตรงนี้ให้พิจารณาถึง วุฒิภาวะของ ดช.เมธัส เอาเองแล้วกัน
แต่อย่างไรก็ขอบคุณเวบประชาไท ที่ยังคงไว้ซึ่งอิสรภาพแห่งความแตกต่าง เปิดพื้นที่ให้ได้แสดงความคิดเห็นกัน อย่างน้อยๆ ก็เปิดพื้นที่ให้ ดช.เมธัส ได้หัดเขียน หัดแสดงความคิดเห็น เชื่อว่าต่อไปงานที่คุณเมธัส เขียนจะดีขึ้นๆ มีวุฒิภาวะในการนำเสนอ เพื่อให้คนอ่านเชื่อถือมากกว่านี้ครับ
ผมยอมอ่านของคุณเมธัสจนจบบทความ เข้าใจดีอยู่ครับว่า คุณเมธัสกำลังสื่อสารถึงอะไร ซึ่งผมก็เห็นด้วยส่วนหนึ่งครับ เรื่องการวิจารณ์สื่อ ซึ่งก็ว่ากันไปตามบทบาทหน้าที่ ที่ทำได้
แต่ผมอ่านแล้ว ผมเข้าใจว่า คุณเมธัสเองก็แสดงความอ่อนหัดเป็นอย่างยิ่งในแง่ของความคิดและการสื่อสาร ประการแรก คุณเมธัสเองบอกว่าไม่ได้อ่านไทยโพสต์มานานหลายปี แค่ชำเลืองมองพาดหัว คุณเมธัสก็เอามาเขียนเป็นตุเป็นตะว่าเขาสนับสนุนการรัฐประหารซ้ำ ซึ่งคุณไม่ได้อ่านเนื้อหาของเขาเลย คุณรู้ได้อย่างไร ในพาดหัวเดียวกันที่คุณอ่าน
ประการที่สอง คุณเมธัสได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องการวิพากษ์วิจารณ์สื่อของนท่านนายกฯ สมัคร ซึ่งคุณเมธัสแสดงความเห็นด้วย ด้วยประโยค "...อาจเบาไปด้วยซ้ำ..." อันนี้คุณเมธัสนำมาสนับสนุนความคิดที่มีน้ำหนักของความ "อคติ" ต่อสื่อมากเกินไป
ถ้าคุณเมธัส คิดให้ไกลกว่านั้นสักหน่อย โดยไม่เอาเรื่องของอคติมาพูด โดยนำเรื่องการวิพากษ์วิจารณ์ของนายกฯ มาอ้าง คุณเมธัสน่าจะเข้าใจว่า การที่นายกฯ ใช้สื่อรัฐมานั่งด่าสื่อ ประชาชนจะได้อะไร เท่าทันสื่อขึ้นหรือไม่
มันให้ประโยชน์อะไร....
คุณเมธัสเองก็ใช้สื่อ ในการสนับสนุนความคิดความเชื่อของตนเองเหมือนกัน ในชุมชนแห่งนี้ เช่นเดียวกัน ประเทศไทยควรจะยอมรับกันได้แล้วว่า เราต่าง "เลือกข้าง" กันมานานแล้ว ซึ่งไม่ใช่เรื่องร้ายแรงแต่อย่างใด เพราะประเทศตะวันตกเขาทำมาตั้งแต่ปีมะโว้ เช่นในอเมริกา การเลือกข้างดุเดือดมาก แต่ประเทศไทยยังยอมรับไม่ได้ มันไม่ใช่วัฒนธรรมหรอกครับ แต่เป็นโดยธรรมชาติ
การออกมาด่าสื่อโวยสื่อถ้าเกิดมีแง่มุมของการปลุกระดมให้เกิดความรุนแรง เช่น ผู้จัดการทำ มันก็สมเหตุผล อีกด้าน ผู้จัดการก็มีจุดยืนของเขา (เช่นเดียวกับคุณเมธัส ที่เลือกข้างชัดเจน หลังรัฐประหาร) เช่นเดียวกับไทยโพสต์ กลุ่มเนชั่น หรือสื่อที่ยังยืนตรงกลาง มันก็เป็นไปตามบทบาท หากแต่เมื่อไหร่ที่เขานำเสนอแล้วกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน ผมว่านั่นเหมาะแก่การโจมตีสื่ออย่างยิ่ง
หรือถ้าไม่มีอะไรทำ และคิดว่ามันโก้..ก็ทำไปเถอะครับ แต่รังจะทำให้คนอ่านบางคน..(หรืออาจส่วนน้อยก็ได้ครับ) เขาปรามาสเอาได้ว่าอ่อนหัด
หรือไม่... คุณเมธัสลองไปเป็นนักข่าวดู แล้วคุณเมธัสจะรู้ว่า โกลนี้มันช่างซับซ้อนและกว้างนัก การนั่งวิจารณ์โดยไม่มีความเข้าใจอยู่ในมือนี่ ไม่ดีครับ
ถูกของเรา อาจจะผิดสำหรับคนอื่น
ผิดของเรา อาจจะถูกของคนอื่น
"แต่บรรดานักข่าวและผู้อยู่ในแวดวงออกอาการตระหนกตกใจราวกับสาวแรกรุ่นที่กำลังจะโดนข่มขืนเป็นครั้งแรก โดยไม่ตระหนักเลยว่า ที่ผ่านมานักข่าว/คอลัมนิสต์ กระทำการข่มขืนคนอื่นอยู่ตลอดเวลา หรือในทางกลับกันก็ถูกอำนาจที่เหนือกว่าข่มขืนหลายครั้ง"
การเปรียบเทียบว่า
"สาวแรกรุ่นที่กำลังจะโดนข่มขืนเป็นครั้งแรก "
สะท้อนวิธีคิดและทัศนคติบางประการ
ที่ยิ่งไปกว่าการเสียดสีหรือเย้ยหยัน...
ดีมาก จขกท ที่ได้มีดวงตาที่เห็นธรรม ที่ยืนหยัดรักความยุติธรรมและรักเสรีภาพที่รู้จักเคารพในสิทธิของคนอื่น ที่ได้ออกมาวิพากษ์เศษกระดาษเปื้อนหมึกเน่าๆ ไทกอ(ไทยพสท์)มติชั่วเนชั่ว เศษกระดาษเปื้อนหมึกเน่ากลุ่มนี้ล้วนเต็มไปด้วยพวกเศษสื่อเน่า ที่มีสันดานชั่วที่เลวร้ายเสียยิ่งกว่าโจร เป็นพวกที่เลวร้ายเสียยิ่งกว่าพวกค้ายาเสพย์ติดและเลวร้ายเสียยิ่งกว่าพวกที่ค้ามนุษย์ เพราะอะไรที่มันเลวๆและชั่วๆ เศษกระดาษเปื้อนหมึกเน่าไทกอเนชั่วมติชั่ว มันทำหมด
ไม่ว่าจะเรื่องที่เต้าข่าวตอแหลบิดเบือน ตกแต่งภาพ ยุยงให้ผู้คนออกมาฆ่าฟันกัน ยุยงให้ทหารโง่ออกมารัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง ยุยงเสี้ยมเขาให้ทหารโง่ทำสงครามระหว่างประเทศดังเช่นกรณีเขาพระวิหาร ยุยงส่งเสริมโจรชั่วก่อการร้ายให้แบ่งแยกดินแดน โฆษณาขายบริการทางเพศในเศษดระดาษเปื้อนหมึกของตนเอง ตบทรัพย์แบล็คเมลล์ หรือแม้นกระทั่งออกมาปกป้องพวกโจรชั่วที่ค้ายาเสพย์ติด พวกเศษสื่อเน่าเหล่านี้ ล้วนเต็มไปด้วยพวกที่หน้าด้านหน้าหนา
สาธุชนที่รักเสรีภาพสมควรที่จะต้องไม่ซื้อสิ่งพิมพ์เน่าเศษกระดาษเปื้อนหมึก รวมทั้งไม่ซื้อสินค้าหรือบริการที่ลงโฆษณาในเศษสื่อเน่า
ไทยโพสต์เขาก็พาดหัวแรงๆอย่างนี้มาทุกรัฐบาล โดยไม่เลียรัฐบาลไหนอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลชวน บรรหาร จิ๋ว ฯลฯ
ทำไมเมธัสเพิ่งมารู้สึกเป็นเดือดเป็นแค้นเอาตอนที่เขาด่าทักษิณ หรือด่าสมัคร มันน่าคิดไหมครับ
คิดว่าคนอื่นไม่รู้ทันคุณหรือครับ เมธัส จะตลกบริโภคทั้งทีก็เอาให้เนียนๆหน่อยสิ....
ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะวิพากษ์ได้มีสิทธิเลือกข้างได้ ไม่ว่าจะรัฐบาลที่อ้างว่ามาจากกานเลือกตั้งอ้างเสียงข้างมาก หือรัฐบาลที่เป็นทหาร มันก้อเป็นเผด็จการด้วยกันทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับประชานพึงรวมตัวกันขยายแนวร่วมให้กว้างขวาง แล้ว บดขยี้ แม่นมันเล๊ย
ครับนอกจาก ผู้จัดการ ASTV แล้ว ไทยโพสต์ ก็เป็นอีกหนึ่งที่แสดงตัวเป็นสื่อมวลสัตว์ได้อย่างขนานแท้ สื่อเหล่านี้ได้พยายามกระทำชำเราระบบประสาทของประชาชนอย่างเราๆหลายครั้งหลายครา ซึ่งการกระทำดังกล่าว 3 สมาคมสื่อมวลสัตว์คงเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เพราะเงียบเป็นเป่าสากเอาเลย
ไม่ต้องอ่านมากก็รู้ครับ......เรื่องที่ชอบชี้นำผู้อื่น ข่มขืนใจผู้อื่น....มันอยู่ในเส้นเลือดแล้ว....เขาเรียกว่าโดยนิสัยดั้งเดิม....ผู้อ่านน่ะหรือครับ....ก็คล้อยตามเขาไปเรื่อย ไม่ค่อยได้คิดกัน เพราะโดนปลูกฝังมานานว่าเชื่อถือได้......ซึ่งความจริงแล้ว พวกคอลัมน์นิสต์คิดเอาเอง วิจารณ์เอง แต่บังคับให้ชาวบ้านเชื่ออีกต่างหาก....ไม่ต้องไปเชื่อพวกมันหรอกครับ....พวกนี้ไม่ได้ฉลาดไปกว่าคุณหรือผมสักเท่าไรหรอก....เราอย่าไปคล้อยตามมัน.....และไม่คลั่งไปตามกระแสของพวกมันก็หมดเรื่อง.....ความจริงย่อมปรากฎเองตามธรรมชาติครับ...