blogazine prachatai บล็อกกาซีน (beta)  |  บล็อกทั้งหมด  |  จัดการบล็อก  |  เงื่อนไขและข้อตกลง  |  นโยบายความเป็นส่วนตัว  |  ประชาไท

ส. ศิวรักษ์และส. ลิ้มทองกุล

ส่งมาเมื่อ 22 พ.ย. 2008 - 00:00:00.  หมวด: วิพากษ์  ป้าย:

อัสนี วสันต์ ในเพลง "ก็เคยสัญญา" เคยแหกปากตะโกนประโยคที่ว่า "เวลาเปลี่ยน ใจคนเปลี่ยน"  อันหมายถึงความรักที่แปรผันตามวันเวลาที่ผ่านพ้น   แม้ว่าจะสัญญากันไว้หนักแน่นก็ตาม


ประโยคนี้ถูกตอกย้ำให้ฮือฮาอีกครั้งจากปาก แอ๊ด คาราบาว ผู้ซึ่งสวมบทนักร้อง นักดนตรี
"เพื่อชีวิต"  วิพากษ์วิจารณ์เครื่องดื่มบำรุงกำลังที่โฆษณามอมเมาให้คนซื้อทั้งที่ไม่มีคุณค่าสารอาหารแต่ประการใด แต่ในเวลาต่อมา แอ๊ด คาราบาว กลับมาทำธุรกิจเครื่องดื่มบำรุงกำลัง "คาราบาวแดง" อย่างที่รู้กัน เมื่อมีคนถาม แอ๊ด คาราบาว บอกง่าย ๆ ว่า "เวลาเปลี่ยน ใจคนเปลี่ยน"

กล่าวสำหรับ ส. ศิวรักษ์ แม้นเขาไม่เคยเอ่ยประโยคนี้แบบเดียวกับสองพี่น้องโชติกุลหรือแอ๊ด คาราบาว แต่หลายคนคงจะเอ่ยให้กับเขาไปแล้ว

ส. ศิวรักษ์ เป็นข่าวเด่น ข่าวดังอีกครั้งเพราะถูกจับในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งจะว่าไปก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไรสำหรับปัญญาชนสยามรายนี้สำหรับการถูกตั้งข้อหานี้ แต่ที่ต่างออกไปอยู่ตรงที่ว่า หลังได้รับการประกันตัว แทนที่จะยืดอกยอมรับอย่างไม่หวาดหวั่น ส. ศิวรักษ์ กลับให้สัมภาษณ์และเขียน
"จดหมายป้ายขี้" ให้อดีต นายก ฯ ทักษิณ ชินวัตร

ส. ศิวรักษ์ เชื่อว่าการถูกจับของเขาเกี่ยวข้องกับการที่เขาไปวิพากษ์วิจารณ์อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร  ดังนั้นหลังจากถูกจับจึงไม่ลังเลที่จะโจมตีอดีต นายก ฯ ทักษิณ ชินวัตร อีกครั้ง ทั้งทางจดหมายที่เว็บไซต์ผู้จัดการนำมาเผยแพร่และการให้สัมภาษณ์ ที่น่าตกใจก็คือเนื้อหาของคำสัมภาษณ์และจดหมายนั้นแสดงให้เห็นความเป็นไปของ ส. ศิวรักษ์ ตามประโยคในเนื้อเพลงของอัสนี วสันต์ ที่ว่า
"เวลาเปลี่ยน ใจคนเปลี่ยน"

เนื้อความใน
"จดหมายป้ายขี้" ของ ส. ศิวรักษ์ แสดงให้เห็นว่า ส. ศิวรักษ์ รับเอาความคิดและเชื่อในการเต้าข่าวเรื่องการแสดงละครที่รัชมังคลากีฬาสถาน ของส. ลิ้มทองกุล เข้ามาเต็มเปาอย่างขาดการตรวจสอบ งมงายหมกมุ่นต่อคำพูดของ ส.ลิ้มทองกุล อย่างชนิดที่ขาดการไตร่ตรองเอาเลยทีเดียว ความตอนหนึ่งในจดหมายของ ส. ศิวรักษ์ มีว่า

"รัฐบาลนี้เป็นร่างทรงของบุคคลที่ต้องการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ดังขอให้สังเกตว่างานมหกรรมเสื้อแดงที่จัดขึ้น ณ สนามกีฬารัชมังคลากีฬาสถาน เมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ นั้น ก่อนที่ทักษิณ ชินวัตร จะปรากฏตัวและเสียง (จากต่างประเทศ) บนจอยักษ์นั้น ได้มีละครเล่นโจมตีพระมหากษัตริย์อย่างชัดเจน แม้จะไม่เอ่ยพระนามตรงๆ ก็ตามที แต่รัฐบาลนี้ก็ไม่ดำเนินคดี และเมื่อทักษิณออกมาแสดงวาทะ เขาก็บอกว่าเขาจะกลับเมืองไทยได้ ก็ด้วยพระราชบารมีที่พระราชทานอภัยโทษให้เขา (ทั้งๆ ที่ความผิดของเขาไม่ใช่เรื่องคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หากเป็นความฉ้อฉลทุจริตอย่างร้ายแรง) หาไม่ เขาก็ต้องอาศัยพลังประชาชน ทั้งนี้หมายความว่า ถ้าเบื้องสูงไม่ช่วยเขา เขาก็จะใช้เบื้องล่างเป็นขบวนการมาล้มล้างเบื้องสูงเสียกระนั้นหรือ แล้วนี่มิเป็นการอ้าขาผวาปีกเกินไปดอกหรือ ชั่งไม่รู้จักตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาตัวเองเอาเสียเลย"
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000132566

ความน่าสนใจของจดหมายของส. ศิวรักษ์ นอกจากอยู่ที่การหลงเชื่อลมลิ้มของส. ลิ้มทองกุลอย่างไม่ตรวจสอบแล้ว ยังอยู่ที่การใช้หยิบฉวยสถาบันกษัตริย์มาฟาดฟันทำลายผู้อื่นอีกด้วย

หาก ส. ศิวรักษ์ ต้องการให้ยกเลิกกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพจริงดังที่เขาพูดไว้หลายครั้ง เขาไม่ควรใช้สถาบัน ฯ เป็นเครื่องมือกล่าวหาผู้อื่น

หาก ส. ศิวรักษ์ คิดว่าการวิพากษ์วิจารณ์อย่างสร้างสรรค์จะช่วยในการปกปักรักษาสถาบันฯ ไว้ให้ยืนยาวแล้ว เขาก็ไม่ควรผูกขาดการวิพากษ์วิจารณ์สถาบันฯ แบบสร้างสรรค์ไว้แต่เพียงผู้เดียว ส่วนคำพูดของอดีตนายก ฯ ทักษิณ  ชินวัตร ถึงสถาบันนั้น
"เป็นการอ้าขาผวาปีก" "ไม่รู้จักตักน้ำใส่กะโหลก ชะโงกดูเงา"

ส. ศิวรักษ์ ก็เหมือนใครหลายคนในวัยใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะเป็นหมอประเวศ วะสี ศ.ระพี สาคริก กระทั่ง ศ.เสน่ห์ จามริก  คือไม่อาจธำรงความสง่างามและความทรงภูมิของตนเองไว้ได้ท่ามกลางความขัดแย้ง

ความขัดแย้งที่ต่างฝ่ายต่างฉุดกระชากลากถูกกันไปคนละข้าง ทำให้ผู้หลักผู้ใหญ่ไขว้เขวเสียหลักกระทั่งได้รับผลกระทบกับตนเองจนดูเหมือนจะเสียกระบวนไป ภูมิรู้ที่มีอยู่ในตนก็ไม่สามารถช่วยสังคมออกจากความขัดแย้งได้ สับสนกับความเป็นไปและความเปลี่ยนแปลงจนไม่สามารถปรับความคิดความอ่าน

ว่าที่จริง ปรากฏการณ์
"เวลาเปลี่ยน ใจคนเปลี่ยน"  เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับ ส. ศิวรักษ์ หลังกลับจากเมืองนอก ที่ยังหนุ่มและใหม่เสียจนจับต้นชนปลาย แยกผิดแยกถูกไม่ออกในบทบาทของปรีดี  พนมยงค์ ว่าเป็นคุณหรือโทษต่อสถาบันกษัตริย์

เราได้เห็น ปรากฏการณ์
"เวลาเปลี่ยน ใจคนเปลี่ยน" ของส. ศิวรักษ์ เกิดขึ้นอีกครั้งต่อกรณีของอดีตนายกฯ ทักษิณ  ชินวัตร ที่เขาออกตัวยืนข้างศักดินาและภาคประชาชนปลอม ๆ อย่างเปิดเผย

"เพราะคุณมีสถาบันกษัตริย์จะต้องมีศักดินาเล็กน้อย มีศักดินาเล็กน้อยไม่เสียหาย แต่มีศักดินามากเกินไปเสียหาย" http://www.prachatai.com/05web/th/home/page2.php?mod=mod_ptcms&ID=14409&Key=HilightNews

ส. ศิวรักษ์ นั้นแตกต่างกับส. ลิ้มทองกุลอย่างเทียบกันไม่ติด แต่ดูเหมือนว่าทั้งคู่กับกำลังโน้มเข้าหากันคือเอาตัวรอดโดยผูกขาดความจงรักภักดี และใช้สถาบันกษัตริย์เพื่อโจมตีคนอื่น.

ส่งมาโดย กิติภูมิ เมื่อ 22 พ.ย. 2008 - 06:21:18 - ip: 61.19.66.125  

เห็นด้วยอย่างยิ่งกับคุณเมธ้ส......

เมื่อ"ปัญญาชนสยาม"จงใจละทิ้ง"ปัญญา"....ก็ไม่มีคุณค่าใดๆให้เคารพนับถือกันอีกต่อไป....มาสว่าง-ไปมืด...โดยแท้!!!

ส่งมาโดย คนครึ่งยุค เมื่อ 22 พ.ย. 2008 - 12:09:42 - ip: 118.172.167.187  

ตรรกะของคุณเหมือนภาพวาดการ์ตูนญี่ปุ่น จิ๊กซอสับสน แฝงและซ่อนเร้นด้วยเจตนาลามกต่อผู้อื่น คับแคบด้วยประสบการณ์บ้านเมืงที่ลึกซึ้ง เป็นความคิดหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่างความจริงและหายนะ เพราะความใสแต่ไม่ซื่อและไม่รอบด้าน...น่ากังวลมาก

ส่งมาโดย อู๊ด บางกรวย เมื่อ 22 พ.ย. 2008 - 15:01:13 - ip: 58.9.158.133  

อะไรก็ตามที่เกิดขึ้นมาแล้วและกำลังเกิดขึ้นอยู่เรามาช่วยกันดับมันดีกว่า อย่ามัวแต่โทษคนโน้นโทษคนนี้กันอยู่เลย เหตุการณ์จะได้สงบกันเสียที ช่วยกัน แต่ทุกอย่างยังคงต้องเหมือนเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลง ห้ามแบ่งแยกอย่างเด็จขาด นอกจากให้มีการเมืองใหม่ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเท่านั้น

ส่งมาโดย fdx เมื่อ 22 พ.ย. 2008 - 19:25:35 - ip: 118.175.199.80  

คุณทักษิณมีบุญหรือมีบาป
ที่มีคนแบบคุณเมธัส(หรือคล้ายๆ)คอยแก้ต่างให้ ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม
เพราะดูจะสร้างศัตรูและทำลายมิตรไปเรื่อยๆ
ไม่ต่างจากการปราศรัยบนเวทีพันธมิตรแต่อย่างใด

ระดับสติปัญญาและภาษาสำนวน
ตลอดจนความคิดและมุมมอง ดูจะอ่อนหัด ตื้นเขิน
และสะเปะสะปะอย่างน่ากังวล

ลำบากนัก ไม่สู้อยู่เฉยๆ
แล้วส่งใจไปเชียร์มิดีกว่าหรือ?

ถึงแม้จะชื่นชมชื่นชอบคุณทักษิณ และผลงานของเขาแค่ไหนก็ตามที
เพราะมีแต่เสียมากกว่าได้ รังแต่จะขาดทุน...

ส่งมาโดย สองใจ เมื่อ 22 พ.ย. 2008 - 19:55:04 - ip: 118.174.41.54  

เมธัสพูดถูกแล้ว เวลาเปลี่ยนไป คนสูงวัยหลายคนก็เปลี่ยนตาม ไม่มีใครคงธรรมอย่างกลางให้บูชาได้ตลอดรอดฝั่ง หากไม่หวังอามิสก็ด้วยเกรงราชภัย เมธัสทำถูกแล้วที่พยายามเรียนรู้ที่จะธำรงธรรม แม้ไม่มีวาจาเชือดเฉือนเช่นคนแก่เก่า แต่ก็ยังดีกว่าคนหน่มหน้า ที่เน่า เหลือหลาย จึงว่า เมธัสทำเหมาะสมแล้ว ที่บูชาคนที่ควรบูชา ตำหนิ คนที่ควรตำหนิ แม้จะได้รับคำแดกดันจากคนที่แลดูใหม่ ที่คอยเกาะกระแสเก่า ๆ บางคน....สู้กันด้วยปัญญา ดีกว่าศาสตรา หากแต่ว่า วันนี้ ปัญญามืดบอดไปทั้งพาราแล้วมั้ง ซึ่งพอจะอธิบายได้ในแง่มุมของวิทยาศาสตร์ก็คือ ความถดถอยของเซลสมอง

ส่งมาโดย ตาไป เมื่อ 22 พ.ย. 2008 - 21:05:44 - ip: 124.120.182.140  

เวปนี้นี่ ถ้าเห็นไม่ตรงกับคุณ คุณก็โจมตีใช่ไหม? พวกคุณบอกว่าไม่ได้คลั่งเจ้า แต่พวกคุณคลั่งซ้ายจัดนี่ คลั่งคุณปรีดี ทั้งๆที่ บางเรื่องก็ไม่ถูกต้อง พวกคุณยอมรับความจริงหรือไม่ เสียดายนึกว่าไม่เข้าข้างใคร ที่แท้ก็แค้นเรื่อง 32 ปีที่แล้วนี่เอง

ส่งมาโดย อริน เมื่อ 22 พ.ย. 2008 - 22:19:54 - ip: 125.25.101.172  

"สุลักษณ์" เป้น "อภิชน"; เหมือนกับที่ "ประเวศ" เป็น; "อานันท์" เป็น; ยังมีคนจำนวนมากติดภาพมายาของ "ผู้เห็นอกเห็นใจการต่อสู้ของประชาชนผู้ยากไร้" ในอดีตกาลนานโพ้น...
แต่ตรองตรงนี้...
(1) สอบค้นไปถึงคดี "หมิ่นฯ" ที่ "จิตรกร ตั้งเกษมสุข" อาจารย์จากวิทยาลัยครูเลย ที่ต้องติดคุก แต่สุลักษณ์ไม่; กรณีที่ตำรวจทั้งกรุงเทพฯรู้อยู่ว่าสุลักษณ์ ขออารักขาจาก "ท่านหญิงพูน" แต่ไม่มีการเข้าจับกุม; สอบค้นไปที่ความหมางเมินกับ "ช้าง"
(2) สอบค้นการกินเงินเดือนและค่าตอบแทนของ "ประเวศ" ที่ สปสช. หรือ สสส. หรือ "องค์กรเอกชน" "มูลนิธิ" "องค์กรภาครัฐและกึ่งรัฐ"
(3) ข้อสังเกตของประเทศ "บริวาร" และ/หรือ "กึ่งบริวาร" ของจักรวรรดินิยมสหรัฐอเมริกา การแต่งตั้ง "คนพื้นเมือง" ไปดำรงตำแหน่ง "เอกอัครราชทูต" ประจำกรุงวอชิงตันดีซีและที่ทำการใหญ่สหประชาชาติที่นครนิวยอร์ค... ถามว่า "สายด่วน (red line)" นั้น "ทูต" ที่ว่ารู้เห็นไหม
(มีต่อ)

ส่งมาโดย อริน เมื่อ 22 พ.ย. 2008 - 22:30:16 - ip: 125.25.101.172  

สังคมไทยต้องการ "การกวนน้ำให้ขุ่น" อย่างหนักหน่วงรุนแรงยิ่งกว่ายุคใดสมัยใด...
แต่มือข้างนั้น "ต้อง" กำ "สารส้ม" ไว้ด้วยครับ
ผมเคยประกาศไว้ในหลายๆพื้นที่ครับ... ว่า "สมานฉันท์" ที่แท้จริงจะเกิดฃึ้นได้ ก็ต่อเมือ "ฝ่ายที่เคยกดขี่ขูดรีดเอารัดเอาเปรียบ" จะต้องก้าวลงจาก "สถานะที่เคยได้เปรียบ" นั้น น้อมสารภาพด้วยน้ำใสใจจริง ถึงความ "ผิดบาปชั่วร้าย" ที่ตนเองและบรรพบุรุษของตน เคยกระทำต่อ "ฝ่ายที่ถูกกดขี่ขูดรีดมาตลอดประวัติศาสตร์" มอบคืน "สิทธิ เสรีภาพ" ที่แย่งยึดเอาไป; มอบคืน "โภคทรัพย์" บรรดาที่เคยสูบกินกอบโกยเอาไว้...
กลับสู่ผู้คนที่มีสิทธิ์มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง... นั่นแหละครับ เราจึงจะมาตั้งต้นพูดถึงคำว่า "สมานฉันท์" กันได้...
"ผู้ปกครองสามานย์" "ผู้ครอบครองปัจจัยการผลิตสามานย์" จะ "พ้นสภาพความสามานย์" ก็ต่อเมื่อ ถึงเวลาที่พวกเขาเดนมาพูดกับคนรากหญ้าอย่างเราๆท่านๆว่า...
"พวกเราเพิ่งรู้ว่า ลูกๆของพวกคุณ มีกระเพาะเท่าลูกของเรา มีความใฝ่ฝันในอนาคตอย่างเดียวกับลูกของเรา และพวกคุณก็ล้วนมีความคาดหมายในตัวลูกๆ เหมือนพวกเรา (มีต่อ)

ส่งมาโดย อริน เมื่อ 22 พ.ย. 2008 - 22:39:28 - ip: 125.25.101.172  

วันที่คนรากหญ้าอย่างพวกเราจะต้อนรับคุณ มาสู้อ้อมกอดแห่งภราดรภาพ ก็คือวันที่ "พวกคุณ" ก้าวลงจากสถานะ "อภิชน" มายืนเสมอกันกับเรา ยินดีและเต็มใจเป็นพี่น้องกับเรา...มาหิวมาอิ่ม มาเหนื่อยล้ามากระปรี้กระเร่า มาขมขื่นมาชื่นบาน มาทุกข์มาสุขกับเราสิครับ คุณจะมีบ้านหลังใหญ่ไปสักนิด จะมีผลตอบแทนจากการทำงานหนักในรูปแบบของพวกคุณเหนือกว่าพวกเราไปสักหน่อย... จะเป็นไรไปละครับ ก็คนเราน่ะ สูงต่ำดำขาวเหมือนกันเสียเมื่อไหร่ละครับ... นิ้วสิบน้ว มือสองข้างยังไม่เท่ากันเลยครับ...
พวกเราไม่เคยคิดถึงขนาดนับ "เมล็ดข้าว" ในจานมาแบ่งเท่ากันเป๊ะหรอกครับ... เพราะเราไม่ใช่คนบ้าอย่างที่พุวกคุณเคยคิดหรอกครับ...
แต่ทั้งหลายทั้งปวง.. ที่สำคัญ... จริงใจกับเราเถิดครับ... อย่างเล่นเล่ห์เพทุบาย ยุแยงตะแคงรั่วในรากหญ้าอย่างเราแตกกันเลยครับ... มันไม่ดี... มันบาป...
แล้วอีกอย่างถ้ามีสักวันที่คนเขาจับได้ไล่ทัน... มันจะจบไม่สวยนะครับ
ประชาธิปไตยจงเจริญ
ประชาชนจงเจริญ
ด้วยภราดรภาพ

ส่งมาโดย ชายชั่ว-หญิงโฉด-ตระกุลบ้ากา..ม! เมื่อ 23 พ.ย. 2008 - 08:14:42 - ip: 58.9.124.110  

"แม้ว"ล่อนักร้องสาว ที่เรียกว่า"คุณพ่อ" จนท้องได้สี่เดือน ตอนอ้อล้อเผลอ...


"คุณหญิงอ้อล้อ"...สวมเขาให้"นักโทษแม้ว" ล่อกะตำรวจติดตาม ตอนแม้วไม่อยู่!!


กร๊ากๆๆๆๆๆๆ...ได้กันเลย!!!!

ส่งมาโดย กหึตัคย เมื่อ 23 พ.ย. 2008 - 17:36:23 - ip: 58.9.133.130  

ถามเพิ่มอีกอันว่า
-คนที่ไปมีอะไรกับเด็กสาวคราวลูกจนท้อง เป็นคนดีเหรอ??(นี่เอาแค่เรื่องเบาะๆ ไม่ว่ากันไปถึงเรื่องคิดการณ์ล้มชาติ ล้างพระองค์นะจ๊ะ!)
-คนที่มีสามี มีลูกแล้ว ไปเล่นจ้ำจี้กับชายอื่น โดยแอบทำเรื่องอย่างว่ามาเป็นเวลาหลายปี(อาศัยอ้างว่าเป็น ตำรวจติดตาม จึงต้องใกล้ชิดกันเป็นธรรมดา) ผู้หญิงอย่างนี้ เป็นคนดีหรือ???


ลองตอบมาให้ชื่นสะดือหน่อยดิจ๊ะ ฮิฮิ!! คนดีของน้องหนูเป็นอย่างที่ว่ามาข้างต้นรึเปล่าเอ่ย??

ส่งมาโดย dd เมื่อ 23 พ.ย. 2008 - 18:48:42 - ip: 203.151.44.238  

ส. ศิวรักษ์ นั้นถ้ารู้ภูมิหลังและแนวคิดลึกๆ ของเค้าแล้วจะหนาว นอกจากมวาระแอบแฝงแล้วหลังๆๆมานี้ยังออกอาการที่เรียกได้ว่า "ตอแหล" "มือถือสากปากถือศีล" ความรู้และภูมิปัญยาที่เคยมีถูกทุนนิยมแนวเผด็จการครอบงำเอามากๆๆ เรียกได้ว่ามากจนเจ้าตัวไม่มีจุดยืนที่เป็นกลาง และบริสุทธิ์ ถือได้ว่าเสียคนตอนแก่

ส่งมาโดย บ่าวแดง เมื่อ 23 พ.ย. 2008 - 19:48:30 - ip: 124.121.206.194  

ปัญญาชนสยาม มันเป็นอดีตไปแล้ว ทุกๆวันนี้เหลือแต่คนแก่ๆที่ไร้ประโยชน์ แต่จะกลับเป็นภาระ และโทษกับสังคม คนเหล่านี้น่าจะอยู่บ้านพักคนชรา

ส่งมาโดย Homo erectus เมื่อ 24 พ.ย. 2008 - 01:54:09 - ip: 203.158.118.15  

เห็นด้วยครับ อ.สุลักษณ์ เป็นผู้เดียวที่ได้ "ลิขสิทธิ์" ในการวิจารณ์สถาบัน

ส่งมาโดย สมชายใจดี เมื่อ 24 พ.ย. 2008 - 10:54:26 - ip: 58.64.121.140  

คุณeHOMO remetus
ลิขสิทธิ์ที่ว่าไปจดได้ที่ไหน
ก็ว่าตามเขาไปเรื่อยนะ

คุณเมธัสอ้างข้อมูลผิด
หลังได้รับการประกันตัว แทนที่จะยืดอกยอมรับอย่างไม่หวาดหวั่น ส. ศิวรักษ์ กลับให้สัมภาษณ์และเขียน "จดหมายป้ายขี้" ให้อดีต นายก ฯ ทักษิณ ชินวัตร

"จดหมายป้ายขี้" ส. ศิวรักษ์เขียนก่อนถูกจับนะครับ

อีกอย่าง "การวิพากษ์วิจารณ์" เป็นกิจกรรมขายสินค้าตั้งแต่เมื่อไหร่
ถึงผูกขาดกันได้

ผลงานเป็นสินค้าได้อย่างที่นักคิดนักเขียนทั้งแท้และเทียมทำมาหากินกันอยู่

แต่ "การวิพากษ์วิจารณ์" คือการใช้สติปัญญาไตร่ตรอง
เป็นเรื่องเฉพาะตัว จะถ่ายทอดให้ใครรับรู้หรือไม่เป็นอีกเรื่อง
ที่สำคัญ ผู้วิพากษ์เข้าใจได้ด้วยตัวเอง

กิจกรรมเช่นนี้ ไม่ใช่ใครจะผูกขาดกันได้
คุณเมธัสใช้คำว่า "ผูกขาด" กับ "การวิพากษ์วิจารณ์" จึงค่อนข้างประหลาด

ดังนั้น ถ้ามี"หัว"มี"ปาก"ก็วิพากษ์เถอะครับ
ไม่ว่าตามอย่างเซื่องๆ

และคุณเมธัสควรหาความเปรียบนอกแนวตลาดบ้างก็ดี
เด็กมันจะเข้าใจผิด


ส่งมาโดย รากหญ้า เมื่อ 24 พ.ย. 2008 - 16:49:49 - ip: 117.47.191.7  

เห็นด้วยกับคุณอรินจนหมดหัวใจ

ส่งมาโดย Homo erectus เมื่อ 24 พ.ย. 2008 - 20:21:34 - ip: 203.158.118.14  

สมชายใจดี ถ้าจะไม่มีสมอง

...กรณีของ อ.สุลักษณ์ เห็นชัดตามบทสัมภาษณ์ที่ประชาไทก็นำมาลงไว้ แกอ้างถึง "ละคอน" ที่มีนัยยะในการต่อต้านสถาบัน ในการชุมนุมวันที่ 1 พ.ย. --> ซึ่งเป็นเรื่องโกหก ที่อ.สุลักษณ์ หากไม่แก่จนหลง ก็ต้องเรียกว่าเจตนาจะ "ป้ายขี้" นั่นแหละ

ในบทความชิ้นนั้น อ.สุลักษณ์ กล่าวถึงคนที่วิจารณ์สถาบันอื่นๆ ไม่ได้มีเจตนาดีเหมือนกับแก ซึ่งเป็น "อภิชน" เพียงคนเดียวที่ผูกขาดการวิพากษ์สถาบัน ในนามของกัลยาณมิตร เพราะหาก อ.สุลักษณ์ เป็นคนวิจารณ์ อย่างดีก็รอดำเนินคดี ซึ่งก็ไม่มีทางจะนอนซังเต เหมือนคนสามัญทั่วไป อย่าง ดา ตอร์ปิโด , ท่อนจัน , พระยาพิชัย ,วีระ มุกฯ และฯลฯ

นี่ไม่เรียกว่า "อภิชน" ในการวิจารณ์เจ้า แล้วจะเรียกว่าอะไร??

หากสถาบันฯ เข้ามายุ่งเกี่ยวทางการเมือง ไม่วางตัวให้เหมาะสมตามระบอบประชาธิปไตย ภายใต้รัฐธรรมนูญ การวิจารณ์นั้นก็ย่อมสมเหตุผล ที่ประชาชนผู้ปกป้องประชาธิปไตยจะพึงกระทำมิใช่หรือ? ...หึหึ แต่สมชายใจดี คงจะสันดารไพร่ใต้ฝ่าตีนมากล่ะสินะ

ส่งมาโดย Homo erectus เมื่อ 26 พ.ย. 2008 - 09:22:58 - ip: 203.158.118.15  

อ.สุลักษณ์เขียนหนังสือ "นายป๋วย อึ๊งภากรณ์ ผู้ใหญ่ที่ไม่กะล่อน" ....

แหม ..พอแก่ตัวลง อ.สุลักษณ์ "กะล่อน" เสียเองนะครับ

ส่งมาโดย ดินแดง เมื่อ 11 ธ.ค. 2008 - 14:48:14 - ip: 202.143.141.3  

ไอ้เรื่องละครที่รัชมังคลาไม่มีแม้แต่ชื่อ มันก็เอามาเป่าหูพวกปัญญาอ่อนให้หลงเชื่อได้ ฝากไปยังทีมงานความจริงวันนี้ให้พูดเรื่องนี้บ่อยๆทาง NBT จะทำให้พวกเสื้อเหลืองที่มืดแปดด้านมาก่อนหน้านี้สว่างสิบทิศได้ และที่ไม่ลืมต้องไปจัดการกับไอ้ ส.สนธิทางกฏหมายข้อหาเป็นเด็กเลี้ยงแกะเอาสถาบันเบื้องสูงมาเล่นเสียเองทำให้คนเข้าใจฝ่ายตรงข้ามผิด เอาให้ได้นะคุณวีระ คุณจตุพรและคุณณัฐวุฒิอย่าให้มันค้างคาใจพวกเราที่เขาทำให้เสียกับเสียและเสีย24ชั่วโมงจากไอ้สื่อข้างเดียวเอเอสทีวี

แสดงความคิดเห็น

ในทุกความคิดเห็น จะมีหมายเลขไอพีของคุณ (38.103.63.62) แสดง

  • การแสดงความเห็นในเว็บบอร์ดต้องอยู่บนพื้นฐานการเคารพในสิทธิและความหลากหลายทางเชื้อชาติ เพศ ศาสนา วัฒนธรรม และความเชื่อ ตลอดจน วิถีชีวิต และสิทธิส่วนบุคคล
  • การวิพากษ์วิจารณ์คำพูด ข้อเขียน หรือความคิดเห็นของบุคคลอื่น ย่อมทำได้โดยสุภาพหลีกเลี่ยงข้อความใดๆอันเป็นการละเมิดหรือดูแคลนต่อบุคคลอื่น
  • การวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของบุคคลอื่นย่อมทำได้โดยสุภาพ ในกรณีที่เป็นการกระทำที่กระทบต่อสาธารณะหรือกระทำโดยสาธารณะ
  • ประชาไทขอความร่วมมือ หากต้องการให้ข้อมูลที่คิดว่าเป็นประโยชน์ได้แสดงบนเว็บบอร์ด กรุณางดเว้นการใช้ถ้อยคำที่มีลักษณะเหยียดเพศ เหยียดเชื้อชาติ ศาสนา และเชื่อมโยงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นการล่อแหลม

คำถาม: วันนี้วันที่เท่าไหร่ ? (ใส่เฉพาะเลขวันที่เท่านั้น) *

ชื่อ: *

อีเมล: (ถ้ามี) ข้อมูลนี้จะไม่แสดงต่อสาธารณะ.

โฮมเพจ: (ถ้ามี)

ความคิดเห็น: * ใช้โค้ด HTML ไม่ได้

(สูงสุด 1,000 ตัวอักษร)
พิมพ์ได้อีก ตัว

 

เมธัส บัวชุม

เมธัส บัวชุม

หน้าเว็บ

บันทึกล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

Blogroll

บล็อกก่อนหน้า

มีอะไรใหม่ในบล็อกกาซีน

พิเศษ