blogazine prachatai บล็อกกาซีน (beta)  |  บล็อกทั้งหมด  |  จัดการบล็อก  |  เงื่อนไขและข้อตกลง  |  นโยบายความเป็นส่วนตัว  |  ประชาไท

กวีเกรียน (2)

ส่งมาเมื่อ 28 ส.ค. 2008 - 00:00:00.  หมวด: วิพากษ์  ป้าย:

บทความที่แล้วพยายามจะให้ความหมายของ “กวีเกรียน” ว่ามีลักษณะอย่างไร แล้วเมื่อลองมาวิเคราะห์ พิจารณา สามารถสรุปรวบยอดได้ว่า กวีเกรียน นั้นเดินทางล้าหลัง อยู่ถึง 3 ก้าวด้วยกัน


ก้าวที่ 1 คือ ขาดการทบทวนอดีต ไม่สามารถนำอดีตมาเป็นบทเรียนได้ ไม่สามารถสกัดเก็บซับเอาข้อดี ข้อเสียในอดีตมาเป็นฐานคิดในการวิเคราะห์สังคมการเมือง


จะว่าไปบทเรียนในอดีตของสังคมไทยก็มีให้ศึกษาเรียนรู้อยู่ไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นช่วงของการเปลี่ยนแปลง 2475, การต่อสู้ของเสรีไทยในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง การต่อสู้กับรัฐบาลเผด็จการในอดีตหรือกระทั่งการต่อสู้อยู่ในป่าของพคท.ฯลฯ เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นเนื้อหาการต่อสู้อันเข้มข้นที่เป็นขุมทรัพย์ของการเรียนรู้และแรงดลใจ แต่กวีกลับเรียนรู้จากสิ่งเหล่านี้แบบผิด ๆ


ก้าวที่ 2 คือ ตามสังคมไม่ทัน กวีอาจมัวเมาหมกมุ่นอยู่กับจิตวิญญาณหรืออะไรที่สูงส่งเสียจนไม่ทราบว่าโลกได้ก้าวไปถึงไหนแล้ว ดังนั้นจึงไม่แปลกที่กวีมักจะมองไม่เห็นข้อดีของความเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันและมักจะมีท่าทีต่อต้านความเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในโลกทุนนิยม กวีต่อต้านทุนนิยมโดยไม่ตระหนักแม้แต่นิดเดียวว่าตนเองเป็นผู้หนึ่งที่ช่วย “แบก” ให้โลกแห่งทุนนิยมเคลื่อนไปข้างหน้า กวีประณามนายทุนในขณะที่นั่งดื่มไวน์ชั้นดีหรือใช้เทคโนโลยีที่นายทุนผู้นั้นเป็นเจ้าของ


ก้าวที่ 3 มองไปข้างหน้าไม่ได้ สองข้อที่กล่าวมาทำให้กวีไม่สามารถมองไปข้างหน้าอย่างถูกต้อง แม่นตรงได้ ไม่สามารถประเมินแนวโน้มหรือจับทิศทางความเป็นไปของโลกและสังคม ขาดวิสัยทัศน์ คาดการณ์ผิดพลาด


เป็นต้นว่า ไม่สามารถวิเคราะห์หรือมองไกลได้ว่าการเคลื่อนไหวของพันธมิตร ฯ นั้น ทำลายระบอบประชาธิปไตยและที่สุดแล้วจะทำลายความเข้มแข็งของภาคประชาชนลง เพราะแท้จริงแล้วการเคลื่อนไหวของพันธมิตร ฯ ดำเนินไปภายใต้เงาปีกของระบอบราชการที่มีศาลและกองทัพและข้าราชการระดับสูงเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ ในขณะที่ประชาชนที่เข้าร่วมนั้นเป็นเพียงบริวารเท่านั้น-ข้อสังเกตเช่นนี้ กวีเกรียนจะมองไม่เห็นเพราะเชื่อว่าข้าราชการระดับสูงหรือผู้ดีจะบันดาลให้ประชาชนมีความสุข ความเจริญได้ ในขณะที่นักการเมืองนั้นมีแต่จะโกงกิน


3
ก้าวที่เชื่องช้าของกวี ส่งผลให้กวีไทยเป็นอย่างที่เป็นอยู่ ขาดการยอมรับทั้งที่มีความสามารถ การเข้าร่วมกับพันธมิตร ฯ ยิ่งทำให้สภาพบรรยากาศของกวีไทยอาการหนักเข้าไปอีก ปัญญาชนได้แต่ส่ายหัว ในขณะที่ประชาชนเสื่อมศรัทธา


ในที่นี้จะขอหยิบยกบางบทกวีมาให้ลองอ่าน บทกวีที่ยกมาเป็นของเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ หนึ่งในกวีที่ร่วมหัวจมท้ายกับพันธมิตรฯ มาตลอด เมื่อเทียบกับคนอื่น ๆ แล้วเข้าใจว่าเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เขียนบทกวีให้พันธมิตรฯ มากที่สุด แม้กระทั่งคืนวันที่ 25 สิงหาคม ที่ผ่านมา เขาก็ยังขึ้นเวทีพันธมิตรฯ พร้อมขลุ่ยคู่ชีพ ปลุกระดมมวลชนให้ร่วมกันล้มล้างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง


บทกวีชิ้นที่หยิบยกมานี้มีชื่อว่า “ทับซ้อน ทับทรวง” กล่าวถึงการสูญเสีย “เขาพระวิหาร” ซึ่งเนาวรัตน์มองว่าเป็นการ ”ประจานโง่ทั้งโลกา” แน่นอน เนาวรัตน์ มุ่งโจมตีรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช ที่สนับสนุนกัมพูชาขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก แต่ใครๆ ก็รู้ว่าเขาพระวิหารตกเป็นของเขมรอย่างเป็นทางการมาตั้งแต่ศาลโลกตัดสินแล้ว การมุ่งโจมตีรัฐบาลสมัครในเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องน่าสมเพชของกวี มากกว่าใครอื่น


เนาวรัตน์ ว่าต่อไปว่าการเสียเขาพระวิหารนั้น เสียศักดิ์ศรี เสียที่เกิดเป็นคนไทย จากนั้นก็โยงเข้าสู่เรื่องของทุนนิยมและรัฐบาลหุ่นเชิดแบบเดียวกับพันธมิตร ฯ


ผมเคยเขียนไปแล้วว่าบทกวีการเมืองนั้นให้งามทั้งเนื้อหาและภาษานั้นยาก บทกวีชิ้นนี้ของเนาวรัตน์ก็เช่นเดียวกัน แสดงให้เห็นถึงลักษณะที่เรียกว่า “สุกเอาเผากิน” เพราะไม่มีอะไรเลยนอกจากการก่นด่าด้วยภาษาแบบเดียวกับที่พันธมิตรฯ ใช้ “ปล้นชาติ ปล้นแผ่นดิน” “อันธพาลครองเมือง”


บทกวีชิ้นนี้ของเนาวรัตน์ ไม่มีอะไรให้ตีความ ทื่อและเท่อ ขาดศิลปะ ลองอ่านดูเองก็แล้วกัน ผมคิดว่าบางทีบทกวีตามฝาผนังในห้องน้ำยังน่าอ่านกว่านี้อีก.

         ๏ ทับซ้อน ทับทรวง ๏
         
๏ เสียเขาพระวิหาร
        
ประจานโง่ทั้งโลกา
        
เสียสัจจะวาจา
       
จะรักษาอธิปไตย
       
        
๏ เสียศักดิ์และเสียศรี
       
ทั้งเสียทีที่เป็นไทย
       
เสียท่าพวกสาไถย

           เล่ห์กะเท่ พวกนายทุน
       
        
๏ ทับซ้อน กันซ้อนซับ
       
มันจับมือกันชุลมุน
       
เชิดรัฐบาลหุ่น
       
ที่หอกหักเข้าชักยนต์
       
       
๏ ผิดกฎ ว่ากฎผิด
       
ต้องติดกับว่าติดกล
        
แก้กฎ ด้วยโฉดฉล
       
เข้าปล้นชาติปล้นแผ่นดิน
       
       
๏ ย่อยยับแสนทรัพยา
       
ให้ผีบ้า ให้ห่ากิน
       
อาเพศ ทั้งปถพิน
       
พวกอันธพาลมันครองเมือง
       
       
๏ เสียเขา พระวิหาร
       
ประจานชั่วได้ทุกเรื่อง
       
ชั่วร้ายอันรุ่งเรือง
       
ระยำยำ ประเทศไทย
       
       
เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
       
.๒๓//๕๑


ส่งมาโดย นักคิด เมื่อ 28 ส.ค. 2008 - 08:52:55 - ip: 117.47.145.4  

1 ขาดการหวนอดีต เพราะอดีตมาจากเวิ้งว้าง นักวิทยาศาสตร์บอกมาจากสะเก็ดดาว ทำให้มีเกิดชีวิตขึ้นมา นักศาสนาบอกเรามาจากไม่มีอะไร ใครกันกวี กินข้าวแล้วไม่หวนอดีต
2 ตามสังคมทัน ก้นของสังคมไม่น่าตาม สังคมคือใคร คืออะไร และจะไปไหน ใครกันกวี
มีชีวิตอยู่ได้ด้วยตามดมก้นสังคม
3 มองไปข้างหน้าไมได้ ทำความเข้าใจ ณ ขณะปัจจุบัน คงเห็นความงามข้างหน้า แต่ไม่ได้หมายความว่า จะทำให้มนุษย์กวีมีความสูงเพิ่มขึ้นกว่าคนอื่น ใครกันกวี บทกวีหนึ่งชิ้น กำหนดอนาคตชะตากรรมของใครได้

พันธมิตร รัฐบาล รัฐประหาร ... เส้นทางเหล่านั้นมาจากการหวลอดีต ตามก้นสังคม และมองไปข้างหน้าทั้งนั้น.. ha ha..

ส่งมาโดย ผาสามเส้า เมื่อ 28 ส.ค. 2008 - 22:34:35 - ip: 203.144.164.36  

กวี-ศิลปิน-เกษตรกร-พระ-ครู-หมอ-พ่อค้า-แม่ขาย-ยายถัก-ตาทอ-ฯลฯ
ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นคนเหมือนกัน...

ทุกคนมีค่าเท่าเทียมกัน แล้วแต่ว่าสังคมจะหยิบยกใคร แขนงไหนมายกยอ..ปอปั้น
ในแบบอย่างที่ตนเองชอบ...เพราะว่ามันเป็นมายาทั้งเพ...ไม่ใช่สัจธรรม

เพราะฉะนั้น...การแสดงออกของท่านๆ ทั้งหลายแหล่
ก็มีค่าเท่ากับคนธรมดาๆ คนหนึ่ง

มีถูกและผิดไม่ได้เหนือใครเลย...
ขอให้ท่านๆ จงโชคดีมีชัย...ตัวใตรตัวมัน

ส่งมาโดย Homo erectus เมื่อ 29 ส.ค. 2008 - 06:32:37 - ip: 203.144.164.36  

หึหึ.... แต่ละคนแสดงออกเหมือนคนธรรมดาคนหนึ่ง?

ผมว่าไม่จริง ช่วงสองสามวันที่ผ่านมา นักวิชาการจอมปลอมจำนวนมากออกมาเสนอหน้าฉวยโอกาส ซ้ำเติมสถานการณ์ โดยอาศัย "สถานภาพ" ของตัวเองมากเสียยิ่งกว่า "เหตุผล" ทางวิชาการด้วยซ้ำ

ศิลปิน และกวีเกรียนเหล่านี้แหละตัวดี อาศัยต้นทุนสังคมเดิมที่มี เสริมพลังพันธมิตร สร้างความชอบธรรมในการรัฐประหาร พวกแม่ง ทำตัวเป็น "เหลือบ" บรรดาศักดิ์นั่นแล

คนพวกนี้เขาคิดว่าตัวเองเป็นเทวดาครับ ไม่เคยคิดว่าคนอื่นๆ ธรรมดา เหมือนธาตุกวีแบบพวกเขาหรอก ...ถุยส์

ส่งมาโดย fu เมื่อ 29 ส.ค. 2008 - 09:40:55 - ip: 118.175.198.100  

ใหญ่โตกันดีนะครับ

"กวีก็เหมือนคนธรรมดาคนหนึ่ง" 55555+

หมาพยายามเห่าให้เหมือนเสือคำราม ฮาาาาาา...

/ถึงผู้เขียน..
ลองเขียนบทกวีของคุณมาอวดหน่อยสิครับ
เอาที่ไม่ทื่อ ไม่ขี้เท่อนะครับ ฮาาาาา........

ส่งมาโดย นกเอี้ยงนครเจดีย์ เมื่อ 02 ก.ย. 2008 - 20:11:58 - ip: 125.26.162.10  

เนาวรัตน์น่ะไม่ใช่กวีธรรมดานะครับ ต้องเข้าใจกันหน่อย......ผมอ่านภาษากวีไม่ค่อยเป็น เลยไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมมีแต่คำด่ากับการเข้าข้างแบบไม่มีเหตุผล.....ควายบ้านนอกอย่างผมไม่ค่อยเข้าใจกวีจริง ๆ ครับ.....อย่าซีเรียส.....พวกหาที่ลงไม่ได้ใกล้จะบ้าเต็มทีแล้วครับ.....

ส่งมาโดย freemind เมื่อ 05 ก.ย. 2008 - 21:06:49 - ip: 202.91.18.192  

ขอยืมเจ้าของบล็อกใช้ที่หน่อยครับ
เนื่องจากบอร์ด ฟดก พัง

คุณ Homo Erectus ครับ ที่คุณพีเอ็มมาหาผม
วันนี้ติดต่อกลับไม่ได้ละ
เมล์หาผมนะที่ freeeeemind@hotmail.com

แล้วผมจะเช็คว่าใช่ตัวจริงไหม
โดยถามเรื่องพีเอ็มล่าสุดและก่อนๆนี้

แสดงความคิดเห็น

ในทุกความคิดเห็น จะมีหมายเลขไอพีของคุณ (38.103.63.62) แสดง

  • การแสดงความเห็นในเว็บบอร์ดต้องอยู่บนพื้นฐานการเคารพในสิทธิและความหลากหลายทางเชื้อชาติ เพศ ศาสนา วัฒนธรรม และความเชื่อ ตลอดจน วิถีชีวิต และสิทธิส่วนบุคคล
  • การวิพากษ์วิจารณ์คำพูด ข้อเขียน หรือความคิดเห็นของบุคคลอื่น ย่อมทำได้โดยสุภาพหลีกเลี่ยงข้อความใดๆอันเป็นการละเมิดหรือดูแคลนต่อบุคคลอื่น
  • การวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของบุคคลอื่นย่อมทำได้โดยสุภาพ ในกรณีที่เป็นการกระทำที่กระทบต่อสาธารณะหรือกระทำโดยสาธารณะ
  • ประชาไทขอความร่วมมือ หากต้องการให้ข้อมูลที่คิดว่าเป็นประโยชน์ได้แสดงบนเว็บบอร์ด กรุณางดเว้นการใช้ถ้อยคำที่มีลักษณะเหยียดเพศ เหยียดเชื้อชาติ ศาสนา และเชื่อมโยงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นการล่อแหลม

คำถาม: วันนี้วันที่เท่าไหร่ ? (ใส่เฉพาะเลขวันที่เท่านั้น) *

ชื่อ: *

อีเมล: (ถ้ามี) ข้อมูลนี้จะไม่แสดงต่อสาธารณะ.

โฮมเพจ: (ถ้ามี)

ความคิดเห็น: * ใช้โค้ด HTML ไม่ได้

(สูงสุด 1,000 ตัวอักษร)
พิมพ์ได้อีก ตัว

 

เมธัส บัวชุม

เมธัส บัวชุม

หน้าเว็บ

บันทึกล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

Blogroll

บล็อกก่อนหน้า

มีอะไรใหม่ในบล็อกกาซีน

พิเศษ