เสียงข้างน้อย
บทความที่แล้ว ผมเสนอว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่ม “พันธมิตรประชาชนเพื่ออะไรก็ตามแต่” ไม่สามารถเรียกว่าด้วยคำหรูๆ เกินจริงอย่าง “อารยะขัดขืน” ได้ หากแต่ควรเรียกว่า “อารยะข่มขืน” น่าจะเหมาะกว่า
และผมได้แปลคำว่า “อารยะข่มขืน” ว่าหมายถึงการ “ข่มขืนที่เนียนๆ” อันหมายถึงการละเมิดขืนใจทั้งในระดับบุคคลและระดับสังคมที่ดูเหมือนจะถูกกฎหมายและดูเหมือนจะมีอารยะ แต่ที่แท้แล้ว เลวร้ายไม่น้อยกว่าการใช้กำลังบังคับตรงๆ เพราะเป็นการใช้กลอุบายเล่ห์เหลี่ยมหรือกลวิธีที่แนบเนียนแยบคายในการเข้าไปมีสิทธิเหนือร่างกายและจิตใจของผู้อื่น
ส่วนในระดับของสังคมการเมืองนั้น ก็หมายถึงการทำลายล้างระบอบประชาธิปไตยด้วยรูปแบบวิธีการที่ดูเหมือนว่าจะมีอำนาจบางประการที่ไม่ผิดกฎหมายรองรับ ไม่ใช่การนำรถถังออกมายึดอำนาจ ฉีกรัฐธรรมนูญอย่างตรงไปตรงมาแบบเก่า
ตัวอย่างเช่น การนำเสนอโมเดลการเมืองใหม่! 30 : 70 ของกลุ่มพันธมิตรประชาชนฯ โดยให้สัดส่วนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีจากการเลือกตั้ง 30 เปอร์เซ็นต์ มาจากการสรรหาหรือลากตั้งพวกเดียวกันเองถึง 70 เปอร์เซ็นต์ หลังจากที่เคยทำสำเร็จมาแล้วในส่วนของสมาชิกวุฒิสภาหรือสว. ที่พันธมิตรฯ สามารถนำพรรคพวกของตัวเองเข้าไปนั่งในสภาได้โดยไม่กระดาก
ข้อเสนอ 30 : 70 แสดงให้เห็นถึงความคิดรวบยอดและธาตุแท้ของคนกลุ่มนี้ว่ามีแนวคิด ความต้องการ และอุดมการณ์ทางการเมืองอย่างไร
น่าเสียดายที่พันธมิตรประชาชนฯ ไม่สามารถใช้วิกฤติการเมืองที่เกิดขึ้นนำเสนอทางเลือกที่น่าสนใจที่ “ใหม่” และ “ก้าวหน้า” เพื่อเป็นทางเลือกแท้จริงให้แก่ประชาชนได้ดีกว่านี้ ทั้งที่ลงทุนปิดถนนประท้วงเป็นแรมเดือน ทุ่มเททุนหมดหน้าตัก แต่กลับเสนออะไรที่ไม่เข้าท่าน่าผิดหวัง ซึ่งเป็นการประจานตนเองมากกว่าอะไรอื่น หลายคนได้วิพากษ์วิจารณ์ไปแล้วว่าโมเดลการเมืองของพันธมิตรฯ “ล้าหลัง” และ “เก่า” และแย่เพียงใด
ผมเพียงแต่อยากจะย้ำให้เห็นว่านี่เป็นข้อเสนอของพวกฝ่ายขวาจัด ที่ชอบขายสินค้ายี่ห้อ ”คุณธรรม จริยธรรม” และเชื่อว่าการเมืองควรจะเป็นเรื่องของผู้ดีหรือของอภิสิทธิชนเท่านั้น และนี่เป็นการข่มขืนประชาธิปไตยแบบมีอารยะของกลุ่มพันธมิตร
พันธมิตรฯ สามารถยกข้อกฎหมายมารับรองการกระทำของตนเองได้ทั้งสิ้น แม้ว่าการชุมนุมของคนกลุ่มนี้จะสร้างความเดือดร้อนให้สังคมอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นภาพลักษณ์โดยรวมของประเทศหรือความเดือดร้อนที่เกิดแก่ชีวิตปกติของคนที่ไม่เกี่ยวข้องด้วย อย่างเช่น เด็กนักเรียนหรือคนทำงานที่ต้องอาศัยถนนในการเดินทาง
กลุ่มพันธมิตรฯ มองเห็นความเดือดร้อนของผู้อื่นเป็นเรื่องเล็กในขณะที่ความต้องการของตนเองเป็นเรื่องใหญ่ และถูกต้องอยู่เสมอ อีกทั้งทำให้คนที่ “คิดต่าง” กลายเป็นคนผิดหรือปีศาจไป อย่างไรก็ตาม ต้องขอชมเชยนักเรียนและครูอาจารย์จากโรงเรียนราชวินิตที่ไม่ยอมให้พันธมิตรฯ ใช้วาทกรรมในนาม “อารยะ” ทำการ “ข่มขืน”
นักเรียนราชวินิตคนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากการปิดถนนหน้าทำเนียบของกลุ่มพันธมิตร ฯ ได้ระบายความรู้สึกนึกคิดได้อย่างกินใจดุเดือดได้อารมณ์ไว้ในเว็บไซต์แห่งหนึ่งว่า
“ในฐานะรุ่นพี่คนหนึ่งและเป็นคณะกรรมการนักเรียน หนูขอพูดจากใจนักเรียนเลยนะคะ และเพื่อนๆ ในห้องเกือบ 50 คนว่าทำไมถึงไม่อยากให้มีการชุมนุม คุณจะชุมนุมหรือไม่ชุมนุมก็เป็นสิทธิ์ของคุณ หนูไม่มีสิทธิ์ห้าม แต่การที่ทำให้คนอื่นเดือนร้อน ส่งเสียง กลิ่นเหม็น และคำหยาบคายที่กรอกหูทุกๆ วัน ทั้งเวลาเรียนและเวลาพัก หรือเวลาหนูหรือเพื่อนหนูเดินมาผ่านตรงนั้น พวกคุณแซวพวกหนูเสียๆ หายๆ แล้วคุณไปอ้างกับศาลว่ากลัวความไม่ปลอดภัยของผู้ชุมนุม พวกผู้ใหญ่บ้าหรือเปล่าคะ แล้วความปลอดภัยของหนูและเพื่อนๆ หนูล่ะ ใครจะรับผิดชอบ
อันนี้ถนนหลวงมีไว้ใช้จราจร ไม่มีป้ายไหนเลยบอกว่าใช้เพื่อการชุมนุม แหกตาอ่านดูหรือเปล่าคะ ใครคนไหนบอกว่าโรงเรียนไม่เห็นด้วย กล้าออกมาดีเบตกับคุณสรยุทธ์ไหม ดิฉันจะนำเพื่อนนักเรียน ม.6 และ ม.5 และรุ่นน้องไป รับรองไม่ต่ำกว่า 500 คน ไม่เกี่ยวกับครูอาจารย์นะ ลองดูว่าเสียงของเด็ก 500 คนนี้จะพอให้พวกคุณเลิกชุมนุมไหม
วันนี้คุณไปยื่นอุทธรณ์ ถามจริงๆ เถอะ อายหมาไหม? ศาลก็ไม่รับแล้ว คุณยังหน้าด้านบอกว่าจะชุมนุมต่อไป มาดูถูกครูนักเรียนโรงเรียนอีกว่ารับเงิน แหกปากอะไรคะ คนแก่ทั้งหลาย วัน ๆ ไม่มีสาระอะไรเลย ด่าแต่คนอื่น ถ้าเราไม่สามัคคีกันน่ะ เทวดาที่ไหนก็แก้ไม่ได้หรอก อีกอย่างนะ วันที่ไปฟ้องตำรวจน่ะ ไม่ได้มีแต่พวกหนู มีคนไปแจ้งความว่าเดือดร้อนเกือบ 2 พันคน คุณยังจะหน้าด้านมาชุมนุมอีกเหรอคะ ทำไมไม่ไปชุมนุมที่ทุ่งนาที่ไม่มีรถ ห่างจากชุมชนโน้นไม่มีใครว่าคุณหรอก แค่นี้แหล่ะ ที่อยากจะระบาย อีกอย่างคนที่บอกว่าเป็นรุ่นพี่ที่ออกมาดูถูกรุ่นน้องของคุณน่ะ อยากจะบอกนะคะว่า เราราชวินิตไม่เคยมีรุ่นพี่นิสัยเหมือนพันธมิตรฯ แบบนี้”
ขอบคุณค่ะ
5/1 ราชวินิต
ดีนะครับ ที่นักเรียนรู้จักปกป้องสิทธิของตนเอง ไม่ยอมให้พันธมิตรฯ ล่วงล้ำลามปามไปมากกว่าที่เป็นอยู่ กระนั้นก็ตาม พันธมิตรฯ ได้ย้ายที่ปิดถนนจากหน้าทำเนียบ มาปิดถนนที่สะพานมัฆวานเหมือนเก่าและยังคงตั้งหน้าตั้งตาดำเนินการ “อารยะข่มขืน” ต่อไป.
[ Permalink ] . [ 19 ความคิดเห็น ]
คุณเก่งมากนะครับ เก่งที่หลอกคนไม่ติดตามข่าวสารได้ง่ายๆ
แต่ทำไมคุณเลือกที่เอาคำสัมภาษณ์ของเด็กคนเดียวมาตัดสินพันธมิตรล่ะครับ
แค่ตามดูทีวีไท คุณก็จะพบความเห็นที่หลากหลายมาก
เด็กมอปลายคนหนึ่งเขาบอกว่า พันธมิตรไม่ได้รบกวนอะไร ลำโพงก็ไม่ได้หันเข้าโรงเรียน
รถยนต์เสียอีกที่วิ่งน้อยลง เสียงรบกวนก็น้อยลง
เด็กมอต้นคนหนึ่งบอกว่าเดินทางลำบากบ้างแต่ก็พอทนได้
มีเด็กมอสี่คนหนึ่ง(เห็นจุด 4 จุดบนปกเสื้อด้านซ้าย) ให้สัมภาษณ์ในทำนองที่ว่า แม้จะลำบากต้องเดินไปขึ้นรถไกลกว่าเดิม แต่ก็ยินดีเพราะได้รับข้อมูลใหม่ๆ และเขาก็ประกาศตัวเลยว่า"เชื่อพันธมิตร"มากกว่านะครับ
ส่วนเรื่องความเดือดร้อน ผมว่ามันเป็นเรื่องปกติของม็อบ แต่หากคุณเห็นต่างอย่างนี้แล้วก็เปล่าประโยชน์ที่จะอธิบายให้อัจฉริยะอย่างคุณเข้าใจ เพราะคุณก็อาจจะมองม็อบเป็นตัวกีดขวางความเจริญ จึงน่าเชื่อได้ว่าคุณคงจะเกลียดม็อบของชาวบ้านสมัชชาคนจน หรือม็อบรัฐวิสาหกิจเป็นแน่แท้
ส่วนเรื่องหัวข้อและวาทกรรมที่คุณพยายามสร้าง ผมว่านายใหญ่ของท่านนี่เนียนกว่าพันธมิตรนะครับ(ผมได้เม้นต์ในบทความของคุณในตอนแรก)
ผมขอเรียกวิธีการของนายใหญ่ของคุณว่า "ธนานิยมข่มขืน
สุดท้าย ถ้าประชาไทปิด ผมขอแนะนำให้คุณเลิกงานเขียนดีกว่านะครับ
เพราะผมไม่อยากจะตามไปวิจารณ์งานเขียนของคุณมากนัก
ผมเคยบอกว่าผมจะวิจารณ์เพื่อโน้มน้าวให้คุณรู้แจ้งเห็นจริงเสียที
ซึ่งก็ไม่รู้จะนานอีกแค่ไหน เพราะเท่าที่ตามอ่านและฟังคนอื่นร่วมด้วย
คุณอาจจะเป็นคนประเภท "หลึ่ง" ครับ
ความเห็นของเด็กคนเดียวไม่สำคัญหรือไง
หรือพวกพันธมิตรมีแต่เฒ่าหัวงูตอแหลไร้หัวใจเห็นเด็กผู้หญิงเป็นแค่วัตถุทางเพศไม่มีสิทธิมีเสียงจะพูดอะไรออกมาได้
วัน ๆ ได้แต่คอยหาทางให้แมลงสาบออกมาเพ่นพ่าน
อยากทราบว่าเสียงของนักเรียน 1 เสียง มีค่าหรือมีความสำคัญน้อยกว่าเสียงของแกนนำพันธมตรอย่างไร เอาหลักอะไรมาวัด และวัดโดยใคร แล้วใครตัดสิน
หากมองอย่างนี้แล้ว พวกพันธมิตรผิดทั้งหมดสิ อืมน่าคิดนะ แล้วความเห็นอื่นก็เห็นว่ามีแต่คนแก่ คงหลงลืม ไปว่าโลกไร้พรหมแดนเนอะ มิน่าเห็นเด็กไปเทียวพับแล้วไม่บ่นว่าเสียงดัง
ดีครับ นับว่าอนาคตของชาติยังพอมีหวังอยู่บ้างที่มีเด็กนักเรียนแบบนี้
ฝากถึงคุณน้องที่คุณเมธัสอ้างถึงด้วยนะครับ
เผอิญผมยังไม่แ่ก่แต่อยากแก่นะครับ
และยินดีที่จะแก่ตายโดยไม่ยอมตกเป็นทาสของใคร ดีกว่ามีชีวิตวัยรุ่นสนุกสนานไปวันๆ แต่เป็นทาสน้ำเงินและหาได้มีจิตสำนึกต่อสังคมและผู้ด้อยโอาสไม่
ยินดีที่จะถูกด่าจากสังคม คนรอบข้าง แม้แต่เด็กตัวเล็กๆ
ก็เพื่อจะให้พวกเขาเหล่านั้นได้มีดวงตารู้แจ้งเห็นจริงเสียที
ไอ้ที่เดือดร้อนกันน่ะ อาจจะใช่
แต่คงไม่เดือดร้อนไปกว่าการมีชีวิตอยู่เสมือนทาสนายทุนเหมือนพี่น้องคนยากจนหรอกนะ
คนในม็อบมันก็มีทั้งดีและไม่ดี แต่ใช่ว่าทุกคนจะเป็นคนเลวทรามต่ำช้าไปทั้งหมด
โลกมันกว้างกว่าที่คิดนะครับคุณหนูสยามเซ็นเตอร์
พอมาอ่านบทความนี้ ผมเข้าใจแล้วล่ะว่า "ประชาไท" ไม่ได้เป็นกลางจริง ๆ และกำลังเข้าข้างใครอยู่ หลังจากที่สงสัยมานาน จริง ๆ ก็ติดตามเว็บมาระยะหนึ่งแล้ว บางบทความก็เขียนได้ดี แต่ส่วนมากมักเลือกพูดแคบ ๆ คือพยายามจะเข้าข้างคนบางคนอยู่ ก็เลยเอาความไม่ดีของอีกฝ่ายมาด่าอย่างเดียว โดยไม่เขียนถึงปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ หรือฝ่ายที่ตนเองเชียร์อยู่เลย ผมไม่ได้บอกว่ากลุ่มพันธมิตรดีหรือไม่ดี แต่เขาก็มีสิทธิ์ชุมนุม การชุมนุมในอดีตก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมาย ทั้งดีและไม่ดี แต่เมื่อเราบอกว่าเราเป็นประเทศประชาธิปไตยแล้ว ก็ต้องยอมให้มี การที่เรายังชุมนุมได้นั่นหมายถึงว่าเรายังไม่ใช่เผด็จการ แต่การชุมนุมก็ควรมีขอบเขตของมัน ผมก็ไม่ได้เห็นด้วยไปเสียทั้งหมดว่าชุมนุมแล้วจะทำอะไรก็ได้ เรื่องความเดือดร้อนที่เกิดจากการชุมนุม มันก็มีเป็นของธรรมดา แต่จะไม่ชุมนุมเลยก็คงไม่ได้ นักการเมืองไทยไม่ได้ดีถึงขนาดที่กฎหมายเอาอยู่ได้ เมื่อกฎหมายไม่ได้ผล ก็ต้องใช้วิธีอื่น ซึ่งการชุมนุมก็เป็นวิธีหนึ่งเท่านั้น จะให้ไปชุมนุมในทุ่งนา ไม่มีใครฟังครับ ไม่มีใครสนใจ จะชุมนุมไปทำไม การชุมนุมมีวัตถุประสงค์เพื่อพูดกับคน ไม่ใช่กับควายหรือต
อยากให้คุณ...เป็นกลางหน่อยเถอะ...เขียนวิพากษ์ท่านเมธัสและประชาไทมากๆ กว่านี้ด้วยนะครับ
นี่เป็นช่องทางเดียวที่จะควบคุมสื่อที่เบี่ยงเบน (เช่นประชาไทในตอนนี้) ให้เขารู้ว่ายังมีคนที่ไม่เห็นด้วยกับประชาไทอีกมาก
แต่ที่เขาไม่เข้ามาวิพากษ์เพราะเบื่อ และรู้ว่าทำไปก็ไม่มีความหมาย
เหมือน คงเป็นเพราะว่าประชาไทได้เลือกข้าง และเลือกคนนำสื่อเสนอแบบนี้แล้ว
ตัวอย่างก็คืองานเขียนของท่านเมธัสอันนี้ หลังๆ คนวิพากษ์หายไปมาก แต่ผมเคยบอกกับคุณไว้แล้วว่าจะทำให้คุณเปลี่ยนใจ ยอมรับความคิดเห็นคนอื่นบ้าง ไม่ใช่เขียนเอาแต่ใจตัวเองอย่างนี้
งานเขียนยังขาดความลุ่มลึกในหลายๆ ด้าน และมักจะพยายามสร้างวาทกรรมใหม่ๆ แต่หาได้มีประโยชน์ต่อการพัฒนาความคิดแนววิถีวิพากษ์ไม่
บอกตามตรง ผมไม่ได้เห็นด้วยกับพันธมิตรหลายๆ เรื่อง แต่เหตุผลที่ต้องมีพันธมิตรนั้นคุณเป็นกลางฯ ก็ได้อธิบายแทนผมไปจนเกือบหมดแล้ว และอยากให้มาขยายความอีกหน่อยนะครับ
ผมชื่นชม คณะครู และนักเรียนโรงเรียนนี้เช่นกัน
ผู้เฒ่าปากประชาธิปไตยทั้งหลาย อย่าเห็นคนที่คิดต่างจากคุณเป็นโจร หรือคนชั่วไปเสียทั้งหมด
No body perfect ผมไม่พูดว่ารัฐบาลดี หรือ ไม่ดี
แต่เขามาตามกติกา เขาควรไปตามกติกา
ถ้า..เขาซื้อเสียงเข้ามา กกต. ทำไมไม่จัดการเขา กกต.ชุดนี้ใครแต่งตั้งไม่ทราบ แต่ก็คงจะไม่ใช่ทักษิณ
ผู้เฒ่าปากประชาธิปไตยทั้งหลาย หัดให้เกียรติผู้อื่นบ้าง ไม่มีใครฉลาดไปกว่าใคร เขารู้ทันกัน
ผมไม่ใช่คนชั่ว 100 % ผมไม่ขายเสียง 1,000,000 % แต่ผมเลือกพรรคพลังประชาชนเมื่อการเลือกตั้งที่ผ่านมา คนอื่นผมไม่รู้ ผมรู้แต่ตัวผม และประการสำคัญ ผมไม่โง่ หรือ ฉลาดไปกว่าพวกคุณมากนัก
PRP ดัดจริตสั่งสอนเด็ก ...แต่ดูเงาตัวเอง เป็นฝุ่นใต้ตีนนายทุนศักดินาอีกฝั่งหนึ่งแล้วยังไม่รู้ตัว
"ดักดานยิ่งกว่าทาส"
เด็กนักเรียนคนนั้นพูดถูกแล้วที่เขาปกป้องสิทธิของตัวเขาเอง การชุมนุมเป็นสิ่งที่ทำได้ตามกฎหมายแต่ความชอบธรรมนั้นมันต้องไม่กระทบสิทธิคนอื่นด้วย
อย่าดัดจริตสั่งสอนประชาธิปไตยใคร โดยตัวเองไม่รู้จักเคารพสิทธิคนอื่น
ตอบ PRP แล้วคุณไม่แปลกใจหรือที่สื่อมวลชนไม่สนใจเสียงของเด็กนักเรียน การที่น้องคนนี้กล้าหาญออกมาแสดงความเห็นเรียกร้องสิทธิ์ไม่ได้หมายความว่ามีน้องคนนี้คนเดียวที่เดือดร้อน
สำหรับคนที่มีใจเป็นธรรม เจ้าของบล็อกนี้ เขามีความเป็นกลางมากกว่า ASTV Nation และ ผู้จัดการ มากมายนัก ยิ่งกว่านั้น มีคุณธรรมและคุณภาพมากกว่า สื่อมวลชนที่กล่าวไปแล้วนั้น
อ้าว...คุณมนุษย์ปักกิ่งทำไมแต่งตั้งยศให้ผมอย่างนั้นล่ะครับ
ผมไม่ได้เป็นทาสใคร แต่ผมเห็นว่า ณ เวลานี้คุณกำลังหลงตามคำโฆษณาชวนเชื่อของฝ่ายที่อ้างว่าเป็นทุนก้าวหน้าและฝ่ายซ้ายฝันค้างมากกว่าที่จะต้องการปลดปล่อยประชาชนจริงๆ
แล้วก็ไม่ต้องตัดสินผมด้วยวาจาอย่างนี้ด้วย ก็เพราะคุณใช้คำกล่าวหาอย่างนี้ คนอื่นที่เข้ามาอ่านเขาก็จะรู้ว่าคุณน่ะรู้จักเคารพสิทธิของผู้อื่นหรือไม่?
ผมยินดีที่จะถูกด่านะครับ แต่ก็ต้องเคารพกันบ้าง อย่าเอาแต่เถียงข้างๆ คูๆ เหมือนท่านเมธัส
และก็เพราะสิ่งนี้แหละที่ทำให้ผมแตกต่างจากคุณมนุษย์ชวา
สุดท้าย ขออภัยท่านผู้อ่านท่านอื่นด้วย เพราะที่จริงแล้วผมมาเม้นต์งานเขียนของท่านเมธัสเพียงอย่างเดียว แต่ถูพาดพิงอย่างนี้มันก็ต้องออกมาตอบโต้กันบ้างคงไม่ว่ากันนะครับ
อ้าว...คุณมนุษย์ปักกิ่งทำไมแต่งตั้งยศให้ผมอย่างนั้นล่ะครับ
ผมไม่ได้เป็นทาสใคร แต่ผมเห็นว่า ณ เวลานี้คุณกำลังหลงตามคำโฆษณาชวนเชื่อของฝ่ายที่อ้างว่าเป็นทุนก้าวหน้าและฝ่ายซ้ายฝันค้างมากกว่าที่จะต้องการปลดปล่อยประชาชนจริงๆ
แล้วก็ไม่ต้องตัดสินผมด้วยวาจาอย่างนี้ด้วย ก็เพราะคุณใช้คำกล่าวหาอย่างนี้ คนอื่นที่เข้ามาอ่านเขาก็จะรู้ว่าคุณน่ะรู้จักเคารพสิทธิของผู้อื่นหรือไม่?
ผมยินดีที่จะถูกด่านะครับ แต่ก็ต้องเคารพกันบ้าง อย่าเอาแต่เถียงข้างๆ คูๆ เหมือนท่านเมธัส
และก็เพราะสิ่งนี้แหละที่ทำให้ผมแตกต่างจากคุณมนุษย์ชวา
สุดท้าย ขออภัยท่านผู้อ่านท่านอื่นด้วย เพราะที่จริงแล้วผมมาเม้นต์งานเขียนของท่านเมธัสเพียงอย่างเดียว แต่ถูกพาดพิงอย่างนี้มันก็ต้องออกมาตอบโต้กันบ้าง คงไม่ว่ากันนะครับ
ความจริงแล้วเราไม่ควรจะเถียงกันนะครับ ไม่มีซ้ายไม่มีขวาอะไรทั้งนั้น.......ที่เถียงกันอยู่นะมีแต่กิเลสกับตัณหาซะมากกว่า....มีอะไรแอบแฝงกันอยู่ในใจหรือเปล่า....อย่าไปตัดสินผู้อื่นว่าผิดหรือถูกเลยครับ....กลับบ้านไปซะ...มันน่ารำคาญมากกว่าความเป็นธรรมในสังคมที่เราอยากจะได้กัน....เรียกร้องได้ทุกเรื่อง....ฟ้องร้องได้ทุกเรื่อง....ด่าได้ทุกเรื่อง.....กัดทุกเรื่อง...กัดนาน....กัดทน....เก่งกันจริง ๆ ครับ....กลับบ้านได้แล้ว ไม่รู้จักทำมาหากินกันบ้างหรือไร....เป็นเครื่องมือพรรคนอกสภาหรือเปล่า....กระสันต์อยากจะเป็นรัฐบาลกันจนตัวสั่น...เอาไว้ชาติหน้าเถอะครับ....เก่งแต่ปากอย่างนี้ เวลาปฎิบัตก็ไม่เห็นได้เรื่อง....ดีแต่สนับสนุนกฎระเบียบและพวกพ้อง....ไม่เคยเห็นทำอะไรให้คนจนส่วนใหญ่ของประเทศเลย.....ไป....กลับบ้านได้แล้ว....
PRP ยังไม่เลิกดัดจริต
"ณ เวลานี้คุณกำลังหลงตามคำโฆษณาชวนเชื่อของฝ่ายที่อ้างว่าเป็นทุนก้าวหน้าและฝ่ายซ้ายฝันค้างมากกว่าที่จะต้องการปลดปล่อยประชาชนจริงๆ"
ไอ้การพูดแบบนี้ มันก็คืออคติ ที่มองว่าคนอื่น "โง่" ไม่รู้จักเท่าตัวเอง การให้เหตุผลแบบนี้ในมุมกลับ อีกฝ่ายก็บอกได้ว่าพวกที่เชื่อ "พันธมิตร" โดยมีขุนนางศักดินาอำมาตย์หนุนหลัง นั่นแหละ ที่ "ดักดาน" หลงเชื่อ ทำลายระบอบประชาธิปไตยเพื่อประโยชน์ของชนชั้นนำเก่าเท่านั้น
อย่างนี้เรียกว่าอะไร ถ้าไม่เรียก "ดัดจริต" คิดแต่ตัวเองถูก ขณะที่ไม่มอง "สิทธิพื้นฐาน" ของเด็กนักเรียนที่ได้รับผลกระทบ ...ถามจริงๆ คุณคิดว่าตัวเอง "วิเศษ" เป็น "อภิสิทธิ์ชน" ที่เหนือกว่าคนอื่นๆหรือไง ถึงได้มองว่าคนอื่น เขาโง่กว่า เขาหลงผิด .....ถามแบบหยาบๆ ก็ว่า "มรึงเป็นอภิสิทธิชนหรือไง ถึงคิดว่าคนอื่นเขาโง่กว่ามรึง"
ลัทธิคลั่งชาติ คลั่งเจ้าที่ถูกปลุกระดมโดยพันธมิตรเสื้อเหลือง เพื่อทำลายรัฐบาล โดยจับเอา "ระบอบ" มาเป็นตัวประกัน มรึงยังคิดไม่ได้ว่า ตัวเองโง่ขนาดไหน ที่หลงเชื่อ คำประกาศอ้าง "ความเป็นประชาชน" แต่เนื้อแท้ ดักดานถอยหลังเข้าคลอง
บทความของคุณเมธัส เขียนแบบนี้มาตั้งแต่ก่อน 19 ก.ย. 49 แล้ว มรึงคงเพิ่งมาเปิดอ่าน ผมก็วิจารณ์คุณเมธัสไปเยอะ หลังๆจึงรู้ว่า ตัวเองนั่นแหละพลาดในการวิเคราะห์เสียมากกว่า
บทความนี้ ก็เป็นเพียงหนึ่งบทความในบทความหลากหลายของประชาไท ก็มีเสียงของหลายฝ่าย ไม่ชอบก็ไม่ต้องอ่านแค่นั้น แล้วกลับไปอ่านผู้จัดการซะ ดูสิว่าพื้นที่ของผู้จัดการมีความหลากหลายของความเห็นต่างแค่ไหน
โง่บัดซบจริงๆครับ เด็กมัธยมยังฉลากกว่า พันธมิตรเพื่อรัฐประหารพวกนี้เสียอีก!
แปลก และแปลกใจ เพราะผมวิพากษ์งานเขียนของนายเมธัสแต่ก็ถูกคุณมนุษย์ปักกิ่งตามราวีไม่เลิก
แต่การที่คุณใช้สรรพนามคุณกับผู้เขียน แต่กับผมใช้ มร..นี่หมายความว่าไงครับ
ถ้าผมไม่เห็นด้วยนี่จะต้องถูกด่าอย่างนี้เรื่อยๆ ไหม?
ถ้าผมไม่เห็นด้วยแต่โดนปิดกั้นมากๆ เข้า จะให้ผมไประบายที่ไหน?
ไม่ได้เห็นด้วยกับพันธมิตรไปซะทุกเรื่องหรอก แต่คนส่วนหนึ่งถ้าโดนปิดกั้นมากๆ เสรีภาพบนท้องถนนจะเกิดขึ้นตามธรรมชาติ
ไม่ใช่ว่าไม่เคารพคนอื่น แต่การโดนปิดกั้นพื้นที่ในส่วนอื่นจึงจำเป็นต้องเปิดพื้นที่ใหม่ ซึ่งแน่นอนต้องกระทบสิทธิคนอื่นบ้าง หากแต่เข้าใจกันทั้งสองฝ่ายปัญหานี้คงไม่เกิด
แล้วคุณมนุษย์ปักกิ่งไม่รู้หรือครับว่าการที่คุณใส่กับผม(หรือคนที่มีความคิดคล้ายๆ ผม)บ่อยๆ แบบนี้ คุณลองคิดดูว่าได้ผลักไสให้ผมลงไปบนท้องถนนหรือไม่?
ถ้าจะเอาชนะก็ต้องเอาความคิด อุดมการณ์มาว่ากัน แล้วก็ไม่ต้องคิดแบ่งเขาแบ่งเรา แบ่งเป็นชนชั้นรากหญ้า ชนชั้นกลาง ชนชั้นสูง ขุนนาง เจ้านาย ฯลฯ หรอกครับ
ทุกคนล้วนเป็นมนุษย์โดยเท่าเทียมกัน มีชีวิตมีจิตใจเหมือนๆ กัน
แต่ยังพบความสับสนและหวาดหวั่นในคำเขียนของคุณมนุษย์ปักกิ่ง
ขออภัยด้วยหากเขียนจี้ใจดำ
หึหึ...PRP ยังความไม่เลิก
คนเล่นบอร์ดที่คุ้นเคยในประชาไท และฟ้าเดียวกัน รู้ดีว่า ปกติผมไม่ค่อยใช้คำว่า "มรึง" กับใคร ยกเว้นพวกที่เรียกว่า "เกรียน" และ "ดักดาน" อย่างเข้าขั้นเท่านั้น
เอาแค่ประโยคข้างล่างนี้ของคุณ
"ทุกคนล้วนเป็นมนุษย์โดยเท่าเทียมกัน มีชีวิตมีจิตใจเหมือนๆ กัน"
ก็เรียกว่า "ดัดจริต" เสียเต็มประดา โง่ดักดานยึดแต่ตัวเอง ขณะที่เด็กนักเรียนเขียนจดหมาย คุณกลับกล่าวหาเขาว่า
"ยินดีที่จะแก่ตายโดยไม่ยอมตกเป็นทาสของใคร ดีกว่ามีชีวิตวัยรุ่นสนุกสนานไปวันๆ แต่เป็นทาสน้ำเงินและหาได้มีจิตสำนึกต่อสังคมและผู้ด้อยโอาสไม่"
วิธีคิดแบบมองว่าตัวเองถูก คนอื่น โง่ เป็นทาสเงิน สนุกไปวัน หรือรับเงินไอ้แม้วมา เพราะมันคิดไม่ตรงกับมรึง แต่มรึงไม่ยอมรับระบอบประชาธิปไตย ...ถุยส์ ถ้าไม่เรียกว่า "ดัดจริต" มากๆ ก็โครตบรมโง่และวะ