blogazine prachatai บล็อกกาซีน (beta)  |  บล็อกทั้งหมด  |  จัดการบล็อก  |  เงื่อนไขและข้อตกลง  |  นโยบายความเป็นส่วนตัว  |  ประชาไท

เฝ้าไข้ข้างเตียงพ่อ (8)

ส่งมาเมื่อ 02 มิ.ย. 2008 - 02:06:03.  หมวด: ชีวิต  ป้าย:

ดึกแล้ว พ่อนอนหลับสนิทในม่านสีเขียว หายใจแผ่วเบาสม่ำเสมอ ฉันลืมตา เงยหน้าจากข้างเตียงที่ฟุบลงไป ห่มผ้าให้พ่อแล้วลุกไปล้างหน้า กลับมานั่งอยู่ในม่าน  นั่งมองพ่อหลับ นานมากแล้วที่เราไม่เคยได้อยู่ด้วยกันยาวนานอย่างนี้

ตาข้างขวาของพ่อยังไม่ปิดลง มันเปิดอยู่อย่างนั้นตลอดเวลาทั้งหลับและตื่น เมื่อฉันก้มลงไปมองใกล้ๆ พบว่าในตาของพ่อมีฉันอยู่ในนั้น  ฉันนึกภาวนาให้มันปิดลงเป็นปกติ ฉันอยากให้พ่อเป็นเหมือนเดิม เป็นพ่อคนเดิมของฉัน

ค่ำคืนยาวนานที่ผ่านมาของพ่ออยู่ในแถวตรงของสวนยางนั้น พ่อเคยบอกฉันว่า นี่ถ้านับระยะทางที่พ่อเดินวนรอบต้นยางในสวนของเราตั้งแต่ฉันยังไม่เกิดจนถึงวันนี้รวมกันคงได้เกือบรอบโลกแล้ว ฉันได้แต่ยิ้มและเห็นด้วยในถ้อยคำของพ่อ

คืนนี้ฉันนั่งอยู่กับพ่อ แม้เวลาที่เราได้อยู่ด้วยกันใกล้จะหมดลงแล้ว แต่ฉันจะใช้ทุกวินาทีที่เหลืออยู่ให้คุ้มค่าที่สุด เพื่อพ่อคนที่ทำเพื่อคนอื่นมาชั่วชีวิต แม้ว่าฉันจะยังอยากอยู่ดูแลพ่อมากมายเพียงไหนก็ตาม  เมื่อถึงเวลาเราก็ต้องแยกจากกัน ในใจของฉันภาวนาให้พ่อหายวันหายคืน ไม่มีอะไรน่ากลัวเหมือนวันที่ผ่านมาของพ่ออีกแล้ว ฉันจึงนั่งลืมตาอยู่ในม่าน จ้องมองพ่อ  อยากเก็บภาพพ่อไว้ในความทรงจำให้นานที่สุด

นึกย้อนไปถึงวันฝนตกโปรย พ่อจะลุกขึ้นมายืนมองฟ้าอยู่นาน ชั่งใจว่าฝนจะตกอีกนานไหม จะหนักขึ้นหรือเปล่า ฝนเริ่มเงียบลง พ่อจะเตรียมตัวไปกรีดยาง หลังสวมชุดที่เปื้อนน้ำยางจนเกรอะกรังแล้ว พ่อเอาตะเกียงถ่านหินคาดที่เอว สายไฟโยงมาเปิดแสงที่หน้าผาก พ่อใช้ตะเกียงนำทางเมื่อเดินไปในที่มืด

ฉันมักจะตื่นขึ้นเมื่อได้ยินเสียงตะกุกตะกัก เมื่อเดินลงมาชั้นล่างของบ้าน ฉันเห็นพ่อ เห็นแสงสว่างจากหน้าผากพ่อ แล้วพ่อก็ขับมอเตอร์ไซค์คันเก่าออกไป หลายครั้งที่พ่อกลับมา หลังจากออกไปได้ไม่นาน พ่อบอกว่าฝนตกหนักขึ้น พ่อกรีดยางไม่ได้เพราะฝนจะทำให้หน้ายางเสีย น้ำยางจะจับกันเป็นก้อนไม่สามารถทำเป็นยางแผ่นได้  ถึงกระนั้นพ่อก็ยังลุกจากที่นอนอุ่นตอนกลางดึก ไปถูกฝนจนเปียกปอน เพราะพ่อมีพวกเรา อย่างไรก็ตามพ่อต้องเสี่ยงที่จะเปียกปอนและกลับมามือเปล่า

ภาพพ่อในวันนั้นวันฝนตก เป็นกำลังใจให้ฉันในตอนที่ต้องลุกขึ้นอาบน้ำไปเข้าเวรในตอนดึกของหน้าหนาว  ฉันมักจะคิดถึงพ่อ คิดว่า ป่านนี้พ่อคงเดินอยู่ในสวนยางแล้ว ฝนจะตกอีกหรือเปล่า พ่อคงเปียกฝนครั้งแล้วครั้งเล่ากว่าที่จะเลี้ยงให้พวกเราโตขึ้น  พ่อคงหนาวกว่า                 

ในหัวใจฉันจึงรู้สึกอบอุ่นเสมอ   เมื่อต้องสลัดผ้าห่มอุ่นออกจากตัว  อาบน้ำที่เย็นเฉียบ แต่งตัวไปเข้าเวรในตอนดึกที่เงียบเหงา ขับมอเตอร์ไซค์ฝ่าไปในลมหนาวที่บาดลึก เย็นเยือก ผ่านความมืดสองข้างทาง เนื้อตัวสั่นเทา บางคราวเปียกฝนไปทั้งตัวกว่าจะถึงโรงพยาบาล  ฉันรู้สึกได้ว่ากล้ามเนื้อสั่นไปทั้งตัวด้วยความหนาว มีเพียงหัวใจเท่านั้นที่แข็งแกร่งและกล้าหาญ เมื่อนึกถึงพ่อ ฉันมองฟ้าทางทิศใต้ ที่ขอบฟ้านั้น ฉันรู้ว่าพ่อเดินเคียงข้างเป็นเพื่อนฉันเสมอ ในความมืดของกลางคืนจวบจนรุ่งสาง แม้เราจะไม่ได้เห็นหน้ากัน  อยู่ห่างไกลคนละฟากฟ้าก็ตาม  

เช้าแล้วพ่อตื่นขึ้นมา หลังเช็ดตัวให้พ่อเสร็จแล้ว ฉันเช็ดตา หยอดตาให้พ่อ พยุงพ่อออกเดิน รอยบวมแดงที่เข่าขวายุบลง  หลังเราช่วยกันนวดขาขวาแล้วฉันค่อยๆงอเข่าพ่อ บอกพ่อว่า เราต้องงอมันวันละนิดไปเรื่อยๆจนสามารถงอได้ตามปกติ  กล้ามเนื้อขาขวาของพ่อดูลีบและเล็กลงกว่าข้างซ้าย ฉันจึงให้พ่อฝึกกำลังขาโดยนั่งเตะขาบนเก้าอี้ข้างเตียง หลังพ่อกินข้าวต้มในตอนเช้า  พ่อดูสดชื่น  มีฉันนั่งอยู่ข้างๆพ่อ

ฉันถามพ่อว่า พ่อเคยเจองูในสวนตอนดึกไหม พ่อตอบฉันว่า เคยสิเป็นงูเหลือมเสียด้วย ตัวโตมากเท่าขาพ่อเลย   พ่อสวดมนต์แล้วมันก็เลื้อยหายไป  ยิ่งหน้าฝน พ่อเจอมันบ่อย แต่ไม่เคยถูกมันกัด เราต่างคนต่างอยู่  พ่อว่า   

ฉันจึงเล่าให้พ่อฟังว่า นึกถึงวันนั้นวันที่แม่ใช้ให้ฉันไปซื้อกะปิ   ทุกครั้งแม่จะแกงเลียงในเตาไฟในดินที่พ่อขุดไว้ทำเตาในสวนยาง ทางที่ต้องเดินผ่านสวนรกร้าง ฉันกลัวงูเป็นที่สุด ยิ่งเห็นต้นยางแก่ที่ยืนเรียงราย สูงใหญ่ เห็นกิ่งยางเป็นงูไปเสียหมด ฉันจึงออกวิ่ง  หกล้มหกลุกไปตลอดทาง  ข้ามหนองน้ำที่ลึกถึงเอว  กว่าจะลุยไปถึงบ้านคนขายของชำ ฉันก็เกือบหมดแรงแล้ว หัวเข่ามีแต่รอยแผล ยิ่งตอนขากลับฉันยิ่งกลัว มือกำกะปิที่ป้าห่อให้ไว้แน่น แล้วออกวิ่ง จนถึงสวนยางที่แม่และพ่อรออยู่   แล้วยื่นห่อกะปิที่ฉันขยุ้มมันเสียจนไร้รูปทรงให้แม่ พ่อหัวเราะเสียงดังพลางพูดว่า เราน่ะขึ้นชื่อในเรื่องความขี้กลัว

เมื่อตอนฉันโตขึ้นและทำงานแล้ว ฉันเคยปั่นจักรยานไปยืนดูเส้นทางที่ฉันเคยกลัวจนต้องวิ่งผ่าน  ฉันรู้สึกว่าระยะทางจากสวนของเราไปยังร้านขายของ มันใกล้นิดเดียว ในขณะที่ตอนนั้นฉันรู้สึกว่า มันไกลแสนไกล อย่างนั้นแหละ พ่อว่า ตอนเรายังเด็กอะไรก็ดูน่ากลัวไปหมด           

เมื่อก่อนตอนที่ไปช่วยพ่อเก็บน้ำยางในสวน ฉันกลัวงูเป็นที่สุด เวลาเดินจะเหลียวซ้ายแลขวาอยู่ตลอดเวลา  ไม่ยอมเดินไปเทน้ำยางที่เก็บได้ในถังแบ่งที่พ่อวางไว้ตรงแถวกลางๆของสวน กลับเต็มใจเดินหิ้วถังที่หนักอึ้งไปเรื่อยๆทีละแถว ทีละแถว จนไกลออกไปทุกที  น้ำยางในถังก็หนักอึ้งขึ้นไปเรื่อยๆ  จนกระทั่งหิ้วแทบจะไม่ไหวแล้วเราก็ต้องสะดุดตอไม้หกล้ม น้ำยางหกจนเกือบหมดถัง  บางคราวเป็นแผลถลอกแต่ด้วยความกลัว  เรารีบลุกขึ้น คว้าถังน้ำยางที่ยังเหลือไปเทในถังแบ่ง

ถึงกระนั้นเมื่อพ่อกลับมาก็ยังเห็นกองน้ำยางที่เปื้อนอยู่บนดิน แล้วพ่อก็นั่งลงแซะดินที่เปื้อนน้ำยางนั้น เก็บมันมาเป็นยางก้อน เก็บไว้ขายได้ต่อได้แม้จะราคาต่ำไม่เท่ายางแผ่น  

บางคราวเรายืนรอให้พ่อเอ่ยปากว่าเราบ้างที่สะเพร่า เลินเล่อจนเสียของ  แต่พ่อไม่เคยเอ่ยปากว่าเราเลยสักคำ ฉันนึกต่อไปถึงการทำถ้วยชามแตกประจำวัน  พ่อและแม่ไม่เคยดุด่าว่ากล่าว มีแต่เพียงบอกเบาๆว่าคราวหลังระวังหน่อยนะลูกเท่านั้น  ฉันยืนมองพ่อแซะก้อนยางจากดินอย่างนั้นแล้วนึกสงสาร  บอกตัวเองว่าต่อไปจะระมัดระวังมากยิ่งขึ้น   เมื่อถามเหตุผลว่าทำไมพ่อจึงไม่ว่าอะไรสักคำ พ่อตอบฉันว่า  พ่อรู้ว่าเราไม่ตั้งใจหรอก แล้วก็แล้วกันไป ไม่เป็นไรหรอกลูก

นั่นจึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมพวกเราจึงโตมาอย่างอบอุ่นใจ แม้ชีวิตจะพลาดพลั้งไปบ้าง หกล้มหกลุก แต่เรารู้ว่า พ่อจะคอยยืนเคียงข้างเรา  ให้อภัยและรักพวกเราเสมอมา

หมอมาทำแผลให้พ่อแล้ว แผลแห้งลงแล้ว รอยแดงยุบหายไปจนเหลือเนื้อสีคล้ำ แผลดีแล้วนะลุงไม่กี่วันคงได้กลับบ้านแล้ว วันนี้ย้ายเข้าห้องพิเศษได้แล้วนะ  พ่อยิ้มให้หมออย่างดีใจ

ฉันลุกเดินออกจากเตียงพ่อ   ล้มตัวลงนอนคุดคู้บนเสื่อในซอกมุมข้างตึกที่พ่อนอน มองฟ้า แล้วหลับตา ภาวนาให้วันป่วยไข้ของพ่อสิ้นสุดลง ให้ความแข็งแกร่งของพ่อกลับคืนมา   ให้พ่อได้เดินในท้องทุ่งและสวนยางที่พ่อรักเหมือนในวันที่ผ่านมา .ให้พ่อได้มองเห็นดวงดาวในคืนเดือนมืด และฟ้าแจ่มในคืนเดือนหงายที่พ่อชอบตื่นขึ้นมายืนมอง ก่อนออกไปกรีดยาง

ใกล้ถึงเวลาที่ฉันต้องจากพ่อไปแล้ว กลับไปทางเดิมที่ฉันย่ำเดินระหว่างบ้านกับโรงพยาบาล เสียงหัวเราะ พูดคุยของฉันกับพ่อคงเงียบหายไปด้วย คนไข้ข้างเตียงคงรู้สึกได้ถึงความเงียบเหงา แม้หัวใจฉันจะเศร้าแต่ฉันรู้ วันร้ายของพ่อกำลังจะผ่านไปแล้วรอวันดีระหว่างเรากลับคืนมาเยือน  ฉันหลับตาลง ภาวนาให้พ่อหายดีและกลับมาเดินได้ ในเร็ววัน แม้เราต้องอยู่ห่างไกลกันคนละฟากฟ้า  ในวันคืนที่หนักหน่วงของชีวิต พ่อไม่เคยอยู่ห่างฉันเลย ฉันรู้เสมอ เราไม่เคยห่างไกลกันเลย
                                  

ส่งมาโดย พี่ศิลป์ เมื่อ 02 มิ.ย. 2008 - 08:14:37 - ip: 202.149.25.241  

น้ำตาไหล คิดถึงพ่อ
...
คิดถึงนะ

ส่งมาโดย อ้ายแสงดวฯ เมื่อ 02 มิ.ย. 2008 - 11:47:45 - ip: 203.114.120.3  


ไอ่หนู "มาลำ" ... พ่ออ้ายคืนสุ๋ดินไปแล้ว อ่านแล้วอ้ายคิดถึงพ่อมาก สมัยก่อนพ่อประกอบอาชีพหลายอย่าง เป็นเสมียน เป็นครู เป็นบุรุษย์ไปรษญนีย์ เป็นหัวหน้าชลประทานบ้านนอก (แม่แฝก อ. สันทราย) ขำมากตอนที่พ่อเป็นหัวหน้าชลประทานสันทราย ตอนนั้นอ้าย และน้องๆ และ แม่ไปอยู่ด้วยพ่อเป็นหัวหน้าชลประทานตำบลแม่แฝก (ที่โรงพักตำรวจเคยโดนชาวบ้านเผามาแล้ว สักสี่ห้าปีมานี้ ฐานรังแกชาวบ้าน เหมือนภาคใต้ที่ชาวบ้านประท้วงตำรวจที่แมม่มอะไรๆก้อจับปรับทั้งๆที่เขาขับรถเครื่องไปตลาดไปจับจ่าย หากิน ฯลฯ ) ตอนนั้นอ้ายกะน้องๆยังเล็ก ออออายุประมาณ 7 - 8ขวบ ตอนกลางคืน โอ้โห มีก้อนหินขว้างหลังคาบ้านพักที่เราอยู่ หลังคาเป็นสังกะสี ฟังดูซี เมื่อก้อนหินจูบหลังคาเสียงมันจะดังขนาดไหน ที่เป็นเช่นนี้ ที่เขาเขวี้ยง ก็เพราะพ่อไปรุกรานวิถีชีวิตของพี่น้องชาวบ้าน ห้ามเขาหาปลาในห้วย ฯลฯ ที่ขำก็เพราะเรา อ้ายก็ไปร่วมต่อต้านกะพี่น้องชาวบ้านประชาชนในการที่ถูกรุกรานรากเหง้าวิถีชีวิต เราก็เข้าใจพี่น้อง ไม่ว่าจะเป็น บ่อนอก หินกกรูด จะนะ ปากมูน แม่เมอะ ฯลฯ ขำที่ว่า อ้ายว่า สมควรแล้วที่บ้านพ่อต้องถูกเขวี้ยงเ

ส่งมาโดย อ้ายแสวงดาวฯ เมื่อ 02 มิ.ย. 2008 - 12:11:34 - ip: 203.114.120.3  

post เพลินพรมแดน ... ขอต่อหน่อย

... สมควรแล้วทื่บ้านพักพ่อต้องถูกเเขวี้ยง เพราะไปรุกรานวิถีชีวิตของช้าวบ้าน เมื่อเราโตขึ้นและเข้าใจ แต่ตอนเป็นเด็กๆเราเป็นงงงงมาก ว่า เขาขว้างหลังคาเราทำไม?

ปัจจุบันพ่ออ้ายคืนสู่ดินแล้ว พ่อตายเพราะอุบัติเหตุ พ่อชอบขับรถเครื่อง เดินทางไปทุกที่ ไปเยี่ยมญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง ไปที่โรงเรียนเก่าที่พ่อเคยเป็นครูใหญ์ รู้สึกจะเป็นโรงเรียนแถวอำเภอหางดง ขอโทษ อ้ายจำชื่อโรงเรียนที่พ่อเคยอยู่ บ่ได้แล้ว แล้วมาวันหนึ่งพ่อไม่กลับบ้าน พวกเราลูกๆเป็รนห่วงพ่อ ตามหากันจ้าระหวั่น เราก็ปรึกษากันว่าต้องไปเช็คที่โรงพยาบาล เราลูกๆก็เดินทางไปที่โรงพยาบาลสวนดอก (ตอนนี้เปลี่ยนชื่อเป็นโรงพยาบาลมหาราช ... แต่สำหรับอ้ายคนเดียวแล้ว ไม่ชอบชื่อนี้ เพราะอยากให้คงชื่อเดิมไว้ ชื่อเดิมเพราะจะตายไป ไปเปลี่ยนเขาทำมายยยย? )

พวกเราลูกๆไปที่ โรงพยาบาลสวนดอก ไปเช็คดู ปรากฏว่า ร่างของพ่อเราเขาเอาอยู่ในห้องแช่แข็งซะแล้ว โอ้... พ่อของพวกเรา ร้องไห้โฮ น้ำตาพรั่งพรูกันเลย

สืบไปมา พ่อถูกรถยนต์ชน ณ กิโล 6 ข้างสนามบินที

ส่งมาโดย อ้ายแสงดาวฯ เมื่อ 02 มิ.ย. 2008 - 12:16:49 - ip: 203.114.120.3  

ขอต่ออีกซักหน่อย

สืบไปสืบมา พ่อถูกรถยนต์ชนที่ กิโล 6 ทายสายเชียงใหม่หางดง ใกล้สนามบิน พ่อไปเยี่ยมโรงเรียนเก่าที่พ่อเคยเป็นครูใหญ่ โอ้พ่อของพวกเรา

หนู มาลำ ขอให้คุณพ่อหนู หายสบายดี นะ จ๊ะ

ส่งมาโดย แม่ญิงโย-นก เมื่อ 02 มิ.ย. 2008 - 12:40:50 - ip: 202.7.166.167  

มาลำหายไปนาน คิดถึง สบายดีนะคะ ขอคุณพระคุ้มครองค่ะ

ฝากสวัสดีมิตรแก้วสหายรักทุกท่านโตย แม่ญิงงานยุ่งขนาดเลยบ่อได้เขียนคอลัมน์เลย

ส่งมาโดย มาลำ เมื่อ 02 มิ.ย. 2008 - 21:56:01 - ip: 61.7.172.148  

ดีใจที่สุดที่กลับมาเขียนหนังสือได้ ขอบคุณคนที่รักทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ ผ่านวันทุกข์ได้แล้วลุกขึ้นเดินต่อได้แล้ว
คิดถึงเช่นกัน พี่ศิลป์ ความคิดถึงพี่เต็มเปี่ยมอยู่ในลมฝน สายฝนโหมหลังคาบ้านเหมือนทุกข์ที่ถาโถมมาเพื่อพบแสงงามของยามเช้าเสมอ คืนวันที่นี่ผ่านไปอย่างนั้น
พี่แสงดาว เช่นกันคิดถึงพี่มากและฝากพี่ดูแลสุขภาพด้วย พ่ออยู่ในหัวใจของเราเสมอไม่เคยจากไป
สวัสดีคะแม่ญิง ขอบคุณที่ยังคิดถึงและอ่านงานอยู่ ตอนนี้เรี่ยวแรงกลับมาแล้วนั่งลงเขียนต่อได้ แม่ญิงถ้ามีเวลาเขียนต่อนะให้กำลังใจเช่นกัน ขอบคุณจริงๆที่มาทักทายกันค่ะ

ส่งมาโดย ภู เชียงดาว เมื่อ 02 มิ.ย. 2008 - 23:02:58 - ip: 118.175.183.168  

ดีใจ และยินดีต้อนรับกับการกลับมาของมาลำนะครับ...

ดาวตกทุกวันแหละ...แต่ท้องฟ้าก็ไม่เคยหมดดาว...
เหมือนกับความหวังของคนเรานั่นแหละ...ใช่มั้ย

ถ้อยคำของ รมย์ รติวัน ยังก้องอยู่อย่างนั้น...

และนับเป็นข่าวดี หลังชีวิตผ่านพ้นความป่วยไข้
เมื่อยินข่าวมาว่า...งานบันทึกคนเสื้อขาว ของ มาลำ
กำลังจะได้รับการตีพิมพ์โดย สำนักพิมพ์มติชน ในเร็วนี้ด้วย...

นี่แหละคือดอกผลของชีวิตและจิตวิญญาณโดยแท้ ใช่มั้ยครับ.

ส่งมาโดย ก.ศ. เมื่อ 03 มิ.ย. 2008 - 11:37:29 - ip: 61.91.36.36  

ดีใจมากๆๆ เลยค่ะ ที่ได้อ่านงานอีก
ส่งกำลังใจและความคิดถึงมาให้ค่ะ

ส่งมาโดย ญ เมื่อ 03 มิ.ย. 2008 - 17:27:51 - ip: 124.121.25.221  

ขอบคุณพี่กล้วย....
คิดถึงพ่อค่ะ
ขอบคุณพ่อของแต่ละคน พ่อของทุก ๆ คน
ขอบคุณพี่กล้วย
....สาย ๆ วันหนึ่งพี่กล้วยพา ญ. ซ้อนมอเตอร์ไซคล์ไปด้วย
โทรฯ หาแม่พี่กล้วย
แม่ถาม หญิงเป็นไงลูก แม่คิดถึงนะ....แค่เท่านั้น....ร้อง...หมดอาย
ขอบคุณพี่กล้วย พี่ศิลป์ ขอบคุณครอบครัวด้วงคตทุกคน

ส่งมาโดย มาลำ เมื่อ 03 มิ.ย. 2008 - 21:31:57 - ip: 61.7.172.205  

ดีใจจังที่มีคนคิดถึง
ภู ท้องฟ้าที่มืดมิด และพร่างด้วยแสงดาวนั่น สวยเสมอกันใช่ไหมภู ว่าแต่ว่าเมื่อไรเราจะได้ไปดูด้วยกันอีกเล่า พี่ยังไม่รู้เลยน้องเอ๋ย ใช่แล้วงานมันคือดอกผลของชีวิตและจิตวิญญาณจริงๆภูแล้วพบกันน้องชาย รักษาสุขภาพนะ
ขอบคุณค่ะก.ศได้รับกำลังใจและความคิดถึงแล้ว ส่งคืนไปให้เช่นกัน ขอให้มีกำลังใจในการดำเนินชีวิตเช่นกัน
ใช่น้องหญิงหรือเปล่า คงใช่ พี่คิดถึงเช่นกัน

ส่งมาโดย อ้านแสงดาวฯ เมื่อ 06 มิ.ย. 2008 - 14:01:40 - ip: 203.114.120.3  



หมู่เฮา รออ่านหนังสือรวมเล่ม โดยสำนักพิมพ์ มติชนเน้อ และอ้ายคิดว่าน่าจะเปิดตัวหนังสือที่ ร้านเหล้า ... เออะบ่ไจ้ ขอโทษ เปิดที่ ร้านเล่า จ้า

แสดงความคิดเห็น

ในทุกความคิดเห็น จะมีหมายเลขไอพีของคุณ (38.103.63.62) แสดง

  • การแสดงความเห็นในเว็บบอร์ดต้องอยู่บนพื้นฐานการเคารพในสิทธิและความหลากหลายทางเชื้อชาติ เพศ ศาสนา วัฒนธรรม และความเชื่อ ตลอดจน วิถีชีวิต และสิทธิส่วนบุคคล
  • การวิพากษ์วิจารณ์คำพูด ข้อเขียน หรือความคิดเห็นของบุคคลอื่น ย่อมทำได้โดยสุภาพหลีกเลี่ยงข้อความใดๆอันเป็นการละเมิดหรือดูแคลนต่อบุคคลอื่น
  • การวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของบุคคลอื่นย่อมทำได้โดยสุภาพ ในกรณีที่เป็นการกระทำที่กระทบต่อสาธารณะหรือกระทำโดยสาธารณะ
  • ประชาไทขอความร่วมมือ หากต้องการให้ข้อมูลที่คิดว่าเป็นประโยชน์ได้แสดงบนเว็บบอร์ด กรุณางดเว้นการใช้ถ้อยคำที่มีลักษณะเหยียดเพศ เหยียดเชื้อชาติ ศาสนา และเชื่อมโยงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นการล่อแหลม

คำถาม: วันนี้วันที่เท่าไหร่ ? (ใส่เฉพาะเลขวันที่เท่านั้น) *

ชื่อ: *

อีเมล: (ถ้ามี) ข้อมูลนี้จะไม่แสดงต่อสาธารณะ.

โฮมเพจ: (ถ้ามี)

ความคิดเห็น: * ใช้โค้ด HTML ไม่ได้

(สูงสุด 1,000 ตัวอักษร)
พิมพ์ได้อีก ตัว

 

มาลำ

มาลำ

หน้าเว็บ

บันทึกล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

Blogroll

บล็อกก่อนหน้า

มีอะไรใหม่ในบล็อกกาซีน

พิเศษ