blogazine prachatai บล็อกกาซีน (beta)  |  บล็อกทั้งหมด  |  จัดการบล็อก  |  เงื่อนไขและข้อตกลง  |  นโยบายความเป็นส่วนตัว  |  ประชาไท

ดวงและกรรม

ส่งมาเมื่อ 17 ก.ย. 2008 - 00:00:00.  หมวด: เยาวชน  ป้าย: ,

มาริยา มหาประลัย



(
หมายเหตุ – อะแฮ่ม! ขอออกตัวว่าฉันเป็นคนรู้เรื่องศาสนาเพียงน้อยนิด ข้อเขียนต่อไปนี้เป็นการตั้งข้อสังเกตตามภูมิความรู้ที่มี ไม่ได้มีเจตนาลบหลู่ เพียงอยากใช้พื้นที่ตรงนี้แลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน ใครจะกรุณาแลกเปลี่ยนทัศนะเพื่อช่วยให้แตกกิ่งก้านสาขาเซลส์สมองของฉัน ก็ขอกราบแทบแนบตักขอบพระคุณงามๆ มา ณ ที่นี้ด้วย...ชะเอิงเอย)


วันที่ 9 เดือน 9 ปีนี้ ฉันและผองเพื่อนมีวาระแห่งชาติในการปฏิบัติภารกิจสำคัญอันยิ่งใหญ่ แต่จุดหมายปลายทางของเราไม่ได้อยู่ที่ทำเนียบรัฐบาลหรือสะพานมัฆวานฯ ใครจะกู้ชาติ กู้โลก หรือกู้เจ้าโลกก็ขอเว้นวรรคความใส่ใจสักวันเถอะ วันนี้พวกเราเหล่าปัญญาชนทั้งหลายจะรวมตัวกันไป แถ่นแถ้นนนน!!!...ดูดวงคร้าบ!!!


ความอยากดูดวงของฉันมีเป็นพักๆ แต่ไม่ได้ติดใจอะไรมากมาย แม้ว่าทุกวันนี้ถ้าบังเอิ๊ญ...บังเอิญเปิดผ่านไปเจอคอลัมน์ดูดวงในนิตยสาร ฉันอาจจะหยุดแวะปราดตาดูที่ลัคนาราศีมังกือของฉันสักหน่อยพอเพลินๆ แต่ไอ้ครั้นจะให้เสด็จออกจากบ้านไปหาหมอดูน่ะเรอะ...ยากส์พ่ะย่ะค่ะ!! เอะอะเลี้ยวเข้าเซ็นทรัลเวิลด์ พารากอน เอ็มโพเรียมเรื่อยเลย! (เข้าไปเดินสวยๆ เชิดๆ งั้นแหละแต่ไม่มีปัญญาซื้ออะไรกลับบ้าน)


แต่ไม่รู้เป็นเพราะอะไร ฉันและผองเพื่อนถึงเกิดอาการกระสันอยากดูดวงขึ้นมาซะงั้น อาจเป็นเพราะเพื่อนของเราคนหนึ่งแนะนำและประทับตรารับประกันคุณภาพว่า “แม่นจนน่าขนลุกซู่” เลยชักอยากรู้ขึ้นมา ยิ่งเพื่อนนางนี้ถ่ายทอดว่า ที่นี่ใช้การเพ่งกระแสจิต ขุดรากกรรมเก่าเอามาตีแผ่ดวงชะตาขนาดนี้ อู้ว! ฟังแล้วต้องครางว่า “เสียวโว้ย” ขึ้นมาทันใด


ว่าแล้วพวกเราก็นัดกันล่วงหน้าเป็นวาระแห่งชาติ แล้วแยกย้ายกันไปทำบุญกลบบาปของเราเสียก่อนที่หมอดูจะขุดเอามาประจาน ซึ่งผลปรากฏว่าหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา เราทั้งสี่ก็แยกย้ายกันไปทำบาปกันถ้วนหน้ามากกว่าเดิม!


คุณเอ๊ย! พอถึงเวลาดูดวงจริงๆ มันยิ่งกว่า “เสียวโว้ย” ที่คิดไว้อีกนะ แต่ละนางนายกลัวจนเกี่ยงกันสุดฤทธิ์ว่าใครจะโดนถีบขึ้นแท่นพิพากษาก่อน มันน่ากลัวนะคุณที่จะได้รู้ว่าชาติก่อนเราไปทำอะไรไว้ ยัยมาริยาเอ้ย! อีทีตอนวิพากษ์สังคมล่ะกล้านัก แต่พออยู่ต่อหน้าหมอดูล่ะหัวหดตัวลีบ! ชิ! เชอะ! ฮิ! ฮะ!!!


เพื่อนสาวนางหนึ่งโดนถีบให้เป็นคนแรก (ฉันใช้มารยาหญิงเกิดปวดฉี่ขึ้นมาซะเลยไม่ต้องเป็นคนแรก) นั่งฟังไปก็ใจเสียวโว้ยจริงๆ เพราะแม่หมอแม่นเหมือนซ้อเจ็ดมาเองจริงๆ!


ตัดฉับมาที่ตัวฉัน หมอดูวัน เดือน ปีเกิด แล้วเขียนเลข วาดตารางแกรกๆ พูดไปก็ดมยาดมไปด้วยความเหนื่อยใจ แถมมีการพาดหัวไว้ด้วยว่า “มากราคะนะเรา” อ๊ายส์! แค่เริ่มต้นก็ชวนขนลุกแล้ว!! ฉันได้แต่ทำหน้าสวยสู้หมอเข้าไว้ ที่ฮาครืนกว่านั้นคือ แม่หมอบอกว่า “ทำวจีกรรมไว้เยอะ เลิกพูดส่อเสียดได้แล้ว” อ๊ายส์!!!! หมอยังบอกอีกว่า เพราะชาติก่อนฉันทิ้งเขาไว้เยอะ ชาตินี้เลยต้องอยู่บ้านคนเดียวจนเหงา ระวังปัญหาสุขภาพด้วยเพราะตามพื้นดวงแล้วฉันมีสิทธิ์เป็นโรคเกี่ยวกับเลือด ความคัน อ๊ายส์! ความดัน ความอ้วน อย่ากินอาหารไขมันสูง เอ๊ะ! นี่แม่หมอดูดวงหรือรับปรึกษาปัญหาสุขภาพกันแน่คะเนี่ย อ๊ายส์! เผลอทำวจีกรรมอีกแล้วช้านนน!!


เพื่อนเก้งกวางของฉันสิเปรี้ยวกว่า แม่หมอลากตารางแกรกๆ แล้วบอกว่าชอบผู้ชายใช่ไหม อ๊ายส์! แม่หมอมีเกย์ดาร์ด้วยหรือเนี่ย แม่หมอบอกว่าดูจากจิตก็รู้ แถมวัน เดือน ปีเกิด เวลาตกฟากยังบอกอีกว่าเป็น ต๊าย! ใครเกิดวันนี้ เวลานี้เป็นเกย์หมดเลยใช่ไหมนี่ คนเป็นเกย์หรือไม่เป็นนี่ดูกันได้ตั้งแต่อุแว้แรกคลอดกันได้เลยแฮะ แถมยังบอกอีกว่า ชาติก่อนเพื่อนฉันเกิดเป็นนายทหารผู้มีอำนาจ และมากภรรยา เพราะมีเมียไปทั่วนี่แหละชาตินี้เลยเกิดเป็นเกย์ ข้อสงสัยของฉันก็คือว่า ชาตินี้ทำไมความเป็นทหารถึงไม่ตามมาถึงชาตินี้ด้วย เพราะความเป็นนักรบกับเพื่อนฉันคนนี้ห่างไกลกันเหมือนความคิดทางการเมืองระหว่างรัฐบาลกับพันธมิตร ใกล้ที่สุดก็คือเป็นนักรบอัศวินดาราเซเลอร์มูนนี่แหละค่า!!!


อะแฮ่ม! เรื่องแม่น – ไม่แม่นอันนี้ฉันมิทราบมิแซ่บได้ แต่ฉันว่าคำอธิบายเรื่อง “กรรม” ที่หมอให้ไว้ “น่าสนใจ” มากกว่า


ตกลงว่าการเป็นเกย์ ไม่ได้เป็นเพราะสังคมปรุงแต่ง “ความเป็นเกย์” อย่างที่ซีโมน เดอ โบวัวร์บอกว่า “ผู้หญิงไม่ได้เกิดมาเป็นผู้หญิง แต่ถูกทำให้เป็นผู้หญิง” แต่เป็นเรื่องกรรมเก่าแต่ปางก่อนที่เป็นนายทหารเจ้าชู้ที่เที่ยวไข่ไว้ทั่ว แหม...”เป็นทหารให้อะไรมากกว่าที่คุณคิด” อย่างที่หนุ่ม ศรราม บอกจริงๆ ด้วยเว้ยเฮ้ย


ว่าก็ว่าเถอะ ติ๊ต่างว่าเพื่อนฉันเคยเกิดเป็นนายทหารเชี่ยวชาญการศึกขึ้นมาในสมัยโบราณจริง การมีเมียหลายคนในสมัยก่อนก็ไม่ได้ผิดตรงไหนในสังคมสมัยนั้น เพราะตามบริบทของสังคมสมัยก่อนนั้น การมีเมียน้อยไม่ได้เป็นเรื่องของความเจ้าชู้ไปเสียหมด บางครั้งเจ้าเมืองเมืองหนึ่งก็ส่งลูกสาวมาเป็นมเหสีรองของกษัตริย์อีกเมืองเพื่อดำรงฐานอำนาจและความสัมพันธ์ระหว่างสองเมืองไว้ สังคมสมัยก่อนใช้ความสัมพันธ์ทางเพศในการสร้างฐานอำนาจทางการเมือง ในเรื่องนี้ “อำนาจ” จึงเป็นเรื่องที่มาพร้อมเรื่องเพศ คนที่มีอำนาจมากก็ต้องมีเมียมาก ดูเรื่อง “นางทาส” งี้ซิ หรืออย่างพ่อขุนแผนแสนเสน่ห์พระเอกที่เรายกย่องนั่นก็มากเมียเหมือนกัน แต่ก็เป็นเรื่องที่สังคมยอมรับได้

 

ที่คนสมัยนั้นไม่รู้สึกแปลกที่จะมีเมียหลายคนก็เพราะแนวคิดเรื่อง “ผัวเดียวเมียเดียว” ซึ่งเป็นคาทอลิ้ก...คาทอลิกนั้น บ้านเราเพิ่งนำเข้ามาไม่กี่ร้อยปีนี่เอง ว่าก็ว่าเถอะ ตอนที่เอาเข้ามา เจ้าขุนมูลนายทั้งหลายต่อต้านด้วยซ้ำ ถ้าพูดกันถึงสังคมปัจจุบัน ฉันก็เข้าใจได้อยู่หรอกว่าทำไมต้องผัวเดียวเมียเดียว ทำไมต้องศีล 5 ทำไมไม่ควรมีกิ๊ก แต่นี่ในเมื่อตอนนั้นเพื่อนฉันเป็นนายทหารในสมัยก่อนโน้น กรอบความคิดเรื่อง “ผัวเดียวเมียเดียว” ยังไม่มาถึงด้วยซ้ำ ดังนั้นถ้าชาติก่อนเพื่อนฉันจะเป็นนายทหารที่มากเมียไปเสียหน่อย นั่นเป็นเพราะเพื่อนฉันทำตามสิ่งที่สังคมปูแนวทางไว้ในเรื่องอำนาจและความเป็นชาย ไม่ใช่เพราะเพื่อนฉันทำชั่ว ว่ามะ! งี้ผู้ชายสมัยนั้นเกิดมาอีกชาติคงเป็นเกย์กันหมดโดยไม่รู้ตัวเลยมั้งชิมิเคอะเนี่ย!


ตกลงว่ากรรมจากศีลข้อ 5 นี่กินความไปแค่ไหน ใครรู้วานช่วยเมตตาบอกฉันที


เรื่องต่อมา การที่ฉันต้องอยู่บ้านเหงาๆ คนเดียว ก็ไม่ได้เป็นเพราะความเจริญที่กระจุกตัวในเมืองหลวงจนคนต่างจังหวัดต้องส่งลูกหลานมีเรียนที่กรุงเทพฯ เพื่อโอกาสทางการศึกษาและความก้าวหน้าในชีวิต ไม่ได้เป็นเพราะที่สังคมเมืองมีสภาพเป็นครอบครัวเดี่ยวมากขึ้น แต่เป็นเพราะกรรมที่ชาติก่อนทิ้งให้คนอื่นอยู่คนเดียวเยอะ กิ๊วๆ! โดนซะมั่ง สมน้ำหน้ากะลาหัวเจาะ!


หรือการที่ฉันมีร่างสังขารอ้วนอึ๋มอวบอั๋นตอนเด็กๆ (แต่ปัจจุบันดิฉันสวยมาก...ขอบอกและนี่ไม่ใช่วจีกรรม!) ไม่ได้เป็นเพราะนิสัยการกิน ไม่ได้เป็นเพราะฐานะทางเศรษฐกิจ ไม่ได้เป็นเพราะโอกาสการเข้าถึงทรัพยากรอาหารมีมากกว่า แต่เป็นเพราะเพราะพื้นดวงกำหนดไว้อยู่แล้ว


มันน่าคิดต่อเหลือเกินว่า การมีนักการเมืองเส็งเคร็งเฮงซวยบริหารประเทศมากี่รัฐบาล การมีความเหลื่อมล้ำทางสังคม การอยู่ในสังคมที่นิยมการใช้ความรุนแรงเป็นทางออก รถจะติด น้ำมันจะแพง ทองราคาจะตก ข้าวจะขายได้ราคาไหม จะมีปฏิวัติอีกหรือเปล่า ทำไมฟุตบอลไทยไม่ไปบอลโลก โลกจะแตกหรือยัง ฯลฯ มันก็เป็นเพราะกรรม กรรม กรรม กรรม และกรรมแต่ชาติปางก่อนของเราทั้งนั้นแหละ...


ว่าแล้วก็ปลงแล้วก้มหน้าก้มตารับกรรมไปซะ แทนที่จะไปเรียกร้องประชาธิปไตยหรือเรียกร้องความเป็นธรรมอะไรกันก็หันหน้าเข้าวัด เดินจงกลม ยุบหนอพองหนอ กินมังสวิรัติกันเถิดจะเกิดผล...


ฉันอดคิดไม่ได้ว่า จะเป็นยังไงหนอถ้ามหาตมะ คานธี เห็นว่าการถูกอังกฤษปกครองอย่างไม่เป็นธรรมเป็นเรื่องเวรกรรมของคนอินเดีย จะเป็นยังไงหนอถ้าผู้หญิงในสหรัฐฯ ไม่ออกมาเรียกร้องสิทธิการเลือกตั้งเพราะเห็นว่าเกิดเป็นผู้หญิงเพราะทำบุญมาน้อย จะเป็นยังไงหนอถ้ารัชกาลที่ 5 ทรงไม่ประกาศเลิกทาสเพราะมีพระราชดำริว่า คนเกิดมาเป็นทาสก็เพราะทำกรรมเลวไว้ ฯลฯ


ฉันไม่ได้มองว่าคำอธิบายของหมอในเรื่อง “กรรม” เป็นเรื่องไร้สาระ แต่กลับมองว่ามันน่าสนใจ อย่างที่ออกตัวไว้ตั้งแต่ต้นว่าฉันมีความรู้เรื่องนี้น้อยนัก มีอีกหลายอย่างที่น่าเรียนรู้ และฉันไม่ได้ยึดติดว่าโลกต้องเป็นไปตามที่ฉันคิดเสมอไป ฉันชอบการอธิบายปรากฏการณ์ต่างๆ ในสังคมโดยใช้หลายมุมมอง หลายสมมติฐาน หลายทฤษฎีมากกว่า จะทางโลกหรือทางธรรมก็น่าสนใจทั้งนั้น เพราะการยึดติดกับมุมเดิมคงให้ภาพเราได้แค่มุมเดียว แม้ยืนจากมุมเดิมแต่ให้อีกคนมาดูก็ยังเห็นไม่เหมือนกัน ยิ่งจับโลกมาพลิกแพลงตะแคงคว่ำดูมิติอื่นจากมุมอื่นบ้างคงทำให้เราเข้าใจโลกได้ลึกซึ้งมากขึ้นด้วย


คำถามก็คือ เราพร้อมและกล้าแค่ไหนที่จะเรียนรู้สิ่งที่เราคิดต่าง เราพร้อมและกล้าแค่ไหนที่จะยอมรับว่าโลกนี้ไม่ได้เป็นของเราคนเดียว เราพร้อมและกล้าแค่ไหนที่จะอดทนฟังสิ่งที่อยู่ไกลจากสิ่งที่เราเชื่อเหลือเกิน


สังคมไทยกำลังต้องการคำตอบตรงนี้อยู่


แต่ที่แน่ๆ ฉันตอบได้เลยว่า หากชาติหน้าไปดูดวง หมอดูต้องบอกอีกแน่ว่า “ชาติไหนๆ เกิดมาก็ปากหมาตลอดเลยนะเอ็ง”!!!

 

 

ส่งมาโดย alisa aaa เมื่อ 18 ก.ย. 2008 - 11:43:58 - ip: 66.214.148.96  

ขอชมว่าเขียนดี อ่านสนุก แต่อยากบอกว่า ไม่เคยเชื่อหมอดู ไม่เ

ส่งมาโดย alisa aaa เมื่อ 18 ก.ย. 2008 - 11:43:59 - ip: 66.214.148.96  

ขอชมว่าเขียนดี อ่านสนุก แต่อยากบอกว่า ไม่เคยเชื่อหมอดู ไม่เชื่อว่ามีชาติหน้า หรือชาติก่อน นอกจากชาตินี้

ส่งมาโดย Arai Araya เมื่อ 14 ต.ค. 2008 - 16:40:33 - ip: 119.11.17.245  

กรรมที่ทำไว้ก็เป็นบ่อเกิดของผลที่ตามมา เพียงแต่ว่าไม่ได้มี ชาติก่อน ชาตินี้ หรือชาติหน้าหรอก ทุกอย่างมันก็เกิดขึ้นอยู่ในระยะเวลาที่เรามีชีวิตอยู่ทั้งนั้นล่ะ หมอดูบอกว่าจะเป็นนู่น เป็นนี่ ยังไงก็ขอหลักฐานมายืนยันซักนิดนึง จะบอกว่าเค้าเห็น เค้ารู้ก็เพราะว่าเราเชื่อเค้าไปก่อนแล้ว อีกอย่างนึง เรื่องการเจ็บป่วยในอนาคตนั้นน่ะ ใคร ใคร้ ก็พูดได้ ถึงเวลานั้นแล้วจริง ๆ มีใครจำได้บ้างมั้ยว่าหมอดูเคยบอกว่าอะไร ถ้าไม่เป็นจริงอย่างที่หมอดูทายไว้ มีใครกลับไปเอาเรื่องบ้าง มีอีกเย้อะแย้ะ คนทายเก่ง ๆ ก็เป็นคนช่างสังเกต แล้วก็ฝึกพูดมาอย่างดีทั้งน้านนนน...เฮ้อ...หากินกันง่าย ๆ อย่างนี้เลยเร้อ...

แสดงความคิดเห็น

ในทุกความคิดเห็น จะมีหมายเลขไอพีของคุณ (38.103.63.62) แสดง

  • การแสดงความเห็นในเว็บบอร์ดต้องอยู่บนพื้นฐานการเคารพในสิทธิและความหลากหลายทางเชื้อชาติ เพศ ศาสนา วัฒนธรรม และความเชื่อ ตลอดจน วิถีชีวิต และสิทธิส่วนบุคคล
  • การวิพากษ์วิจารณ์คำพูด ข้อเขียน หรือความคิดเห็นของบุคคลอื่น ย่อมทำได้โดยสุภาพหลีกเลี่ยงข้อความใดๆอันเป็นการละเมิดหรือดูแคลนต่อบุคคลอื่น
  • การวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของบุคคลอื่นย่อมทำได้โดยสุภาพ ในกรณีที่เป็นการกระทำที่กระทบต่อสาธารณะหรือกระทำโดยสาธารณะ
  • ประชาไทขอความร่วมมือ หากต้องการให้ข้อมูลที่คิดว่าเป็นประโยชน์ได้แสดงบนเว็บบอร์ด กรุณางดเว้นการใช้ถ้อยคำที่มีลักษณะเหยียดเพศ เหยียดเชื้อชาติ ศาสนา และเชื่อมโยงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นการล่อแหลม

คำถาม: วันนี้วันที่เท่าไหร่ ? (ใส่เฉพาะเลขวันที่เท่านั้น) *

ชื่อ: *

อีเมล: (ถ้ามี) ข้อมูลนี้จะไม่แสดงต่อสาธารณะ.

โฮมเพจ: (ถ้ามี)

ความคิดเห็น: * ใช้โค้ด HTML ไม่ได้

(สูงสุด 1,000 ตัวอักษร)
พิมพ์ได้อีก ตัว

 

กิตติพันธ์ กันจินะ และมาริยา มหาประลัย

กิตติพันธ์ กันจินะ และมาริยา มหาประลัย

หน้าเว็บ

บันทึกล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

Blogroll

บล็อกก่อนหน้า

มีอะไรใหม่ในบล็อกกาซีน

พิเศษ