บังเอิญคิด
‘นวพล' ภาคประชาชน:
อันที่จริง การนำประเด็น ‘หมิ่นพระบรมราชานุภาพ' มาใช้เป็นเครื่องมือโจมตีศัตรูทางการเมืองของ ‘พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย' และ ‘สื่อ' ในเครือ ‘ผู้จัดการ' นั้น ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาตลอด นับตั้งแต่รายการ ‘เมืองไทยรายสัปดาห์' เริ่มรู้สึกว่า พฤติกรรมของ ‘ทักษิณ' นั้น ชวนให้ "ผิดใจ"
แต่ที่กำลังดำเนินต่อไปอย่างน่าวิตก คือการเพิ่มดีกรีความอำมหิต ด้วยการใช้ ‘สื่อ' ในเครือ ‘ผู้จัดการ' (ซึ่งกล่าวได้ว่ามีอยู่อย่างครบวงจร) ปลุกระดมสร้างความเกลียดชังระหว่างผู้คนในสังคม อย่างน่ารังเกียจ ยิ่งกว่าทุกครั้ง
‘สื่อ' เหล่านี้ ได้พยายามกรอกหูผู้ฟัง/ผู้อ่าน ทั้งด้วยข้อมูลเท็จ และความคิดเห็นอันไม่ต่างจากโฆษณาชวนเชื่อ จนผู้ฟัง/ผู้อ่านรู้สึกเกลียดชัง - ที่เลวร้ายกว่านั้นคือ - รู้สึกว่าการใช้ความรุนแรง ต่อผู้ที่ (พันธมิตร/ผู้จัดการ บอกว่า) ต้องสงสัยว่า "ไม่จงรักภักดี" นั้น ไม่ผิด!1
ซึ่งแทบไม่ต่างอะไรกับการปลุกระดมมวลชนของกลุ่ม ‘นวพล' เมื่อ 30 กว่าปีก่อน ว่า ‘ฆ่าคอมมิวนิสต์ไม่บาป' ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ซึ่งเลวร้ายที่สุดเหตุการณ์หนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองไทย
เพียงแต่ ‘นวพล' ไม่ได้อ้างตัวว่าเป็น ‘สื่อ' และ ‘ภาคประชาชน' เท่านั้นเอง
ที่น่าเศร้าไปกว่านั้นคือ บรรดานักวิชาการและผู้ที่ได้ชื่อว่า "นักสิทธิมนุษยชน" จำนวนหนึ่ง กลับออกมา ‘รับลูก/ต่อยอด/สนับสนุน' การนำประเด็นอันอ่อนไหวอย่างยิ่งต่อสังคมไทยนี้ มาใช้ในเกมการเมืองของพันธมิตรฯ แทนการเตือนสติสังคม
ทั้งหมดนี้ ได้ชวนให้ตระหนกและหวาดหวั่นอย่างยิ่งว่า หากพันธมิตรฯ (และกัลยาณมิตรของเขา) ยังไม่ละอายที่จะเดินเกมด้วยวิธีการอันอำมหิตและน่าขยะแขยงเช่นนี้ต่อไป โอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์ ‘6 ตุลาฯ' อีกครั้งหนึ่งนั้น อาจเป็นไปได้
‘6 ตุลาฯ' บทเรียนของใคร?:
ก่อนหน้านี้ หลายคนรวมทั้งตัวผมเอง เคยเชื่อว่าเหตุการณ์สังหารหมู่อันโหดเหี้ยมและน่าสลดที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เมื่อ 30 กว่าปีก่อน น่าจะเป็นบาดแผลและบทเรียนของสังคมไทย จนทำให้ผู้คนรู้สึกขยะแขยงและผิดบาปต่อการปลุกระดมเพื่อ ‘เอาชนะทางการเมือง' โดยไม่สนใจวิธีการและผลของมัน
สิ่งที่เกิดขึ้นตลอดหลายวันที่ผ่านมานี้ จึงทำให้เกิดคำถามว่า
‘นวพลภาคประชาชน' เหล่านี้ จดจำเหตุการณ์ ‘6 ตุลาฯ' ไม่ได้หรือ?
ทว่าพิจารณาด้วยเหตุและผล รวมทั้งเกียรติประวัติในอดีตของคนกลุ่มนี้ สักกี่ครั้ง
คำตอบก็ยังคงชวนให้สลดหดหู่เช่นเดิม คือ
"เปล่าเลย"
เพราะจะเป็นไปได้อย่างไร ที่คนอย่างคำนูญ สิทธิสมาน, พิภพ ธงไชย, และสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ จะลืม ‘6 ตุลาฯ'?
ไม่เว้นคนอย่างจำลอง ศรีเมือง ที่ ‘6 ตุลาฯ' ได้เคยทำให้การลงเลือกตั้งครั้งหนึ่งของเขา (เมื่อไม่กี่ปีก่อน) ต้องปั่นป่วนไม่น้อย จนต้องชี้แจงวุ่นวายว่า ‘อยู่ตรงไหน' และ ‘ทำอะไร' ใน ‘วันนั้น'
ไม่เว้นคนอย่างสนธิ ลิ้มทองกุล ที่นอกจากจะเป็นผู้ยิ่งยงในวงการสื่อมาช้านานแล้วยังมีดีกรี ปริญญาโท สาขาประวัติศาสตร์ จากต่างประเทศ
และไม่เว้นคนอย่างสุริยะใส กตศิลา ที่แม้จะ ‘โตไม่ทัน' และใช้ชีวิตทางการเมืองแบบใด ก็ยังชมชอบที่จะเอ่ยอ้างถึง ‘6 ตุลาฯ' อยู่บ่อยครั้ง
ยิ่งคนอย่างชัยอนันต์ สมุทวณิช
คนอย่างทองใบ ทองเปาว์
ฯลฯ
คนเหล่านี้ล้วนแต่มีด้านที่ทำให้ต้อง ‘จดจำ' ‘6 ตุลาฯ' อย่างไม่ต้องสงสัย
(แม้ว่าเมื่อ 30 กว่าปีก่อน บางรายชื่อที่กล่าวมา จะยืนอยู่ ‘คนละข้าง' กันในทางการเมืองก็ตาม)
ที่สำคัญ คนเหล่านี้ไม่เพียงแต่จดจำว่า ‘มีคนตาย' ในเหตุการณ์ ‘6 ตุลาฯ' เท่านั้น
แต่ยังจดจำได้ด้วยว่าคนเหล่านั้น ‘ตายอย่างไร'
และ ‘เพราะอะไร
'แต่ ‘นวพลภาคประชาชน' เหล่านี้ เลือกที่จะทำเช่นนี้เอง
อีกคำถามที่ผมหวาดหวั่นในคำตอบเหลือเกินคือ
ถ้าอย่างนั้น, ‘บทเรียน' ที่คนเหล่านี้ได้ ‘เรียนรู้' จาก ‘6 ตุลาฯ' คืออะไร ?
1 โปรดดูตัวอย่างที่ชัดเจนและน่าสลดที่สุดอันหนึ่ง ได้จากข่าวนี้ คลื่นยามเฝ้าแผ่นดินยั่วยุให้ทำร้ายร่างกายโชติศักดิ์ (http://www.prachatai.com/05web/th/home/12042)
[ Permalink ] . [ 43 ความคิดเห็น ]
หวัดดีคะคุณกานต์
ตามมาอ่านจากwebboard เหมือนเคยคะ เพราะชอบอ่านที่คุณกานต์เขียน
ชัดเจนดี รวบรัดดีคะ
ตามมาอ่านบทความคุณกานต์
มาทักทาย happy ด้วยจ้า
ถ้าผู้จัดการ เปรียบได้กับกองกำลังนวพล อยากรู้จังว่า สนธิ จะเป็นสมาชิกลำดับที่เท่าไหร่
ประชาธิปัตย์กับพันธมิตรแนวร่วมอำมาตยาธิปไตย ผู้นิยมอำนาจและความรุนแรง ร่วมมือกันต่อสู้แย่งชิงอธิปไตยของปวงชน พยายามทุกวิถีทางที่จะเอาชนะให้ได้ ขาดสำนึกและความรับผิดชอบร่วมกันในฐานะประชาชนในแผ่นดินนี้ แนวคิดทรราชย์อำนาจนิยมขุนนางอำมาตย์ ที่พวกเขายึดมั่น จึงไม่ได้ให้ความสนใจ ต่อความสูญเสียเลือดเนื้อชีวิตของประชาชนเพื่อนร่วมชาติที่ต้องออกมาปกป้องอธิปไตยของประชาชน แม้สถาบันกษัตริ์อันเป็นที่เคารพเทิดทูลของเหล่าประชาชน ก็ไม่ได้อยู่ในสายตาของพวกเขา พวกเขาเห็นเป็นเพียงเครื่องมือที่จะตักตวงเอาประโยชน์ทางการเมืองเท่านั้น แม้ว่าศาลจะได้ชี้ชัดถึงความผิดที่พวกเขากระทำล่วงละเมิดสถาบันกษัตริย์แล้วหลายคราวก็ตาม แต่ก็หาได้ทำให้คนเหล่านี้สำนึกถึงการกระทำที่เลวร้ายของพวกเขาแต่อย่างใดไม่ ทุกวันนี้ พรรคประชาธิปัตย์และพันธมิตรแนวร่วมเผด็จการอำมาตยาธิปไตย ยังคงพยายาม ใช้สถาบันกษัตร์เป็นเครื่องมือโจมตีทำลายศัตรูทางการเมืองของพวกเขาอย่างไม่ลดละ แม้ประชาชนจะรู้เท่าทันแล้วก็ตาม พวกเขาก็ยังตะแบงต่อไปไม่หยุดแม้สถาบันกษัตริย์จะได้รับความเสียหายที่ต้องตกเป็นเครื่องมือของพวกเขาเพียงไรก็ตาม !! น่าอนาถใจ
ใครกันแน่ที่จะพยายามเอาชนะ คุณเป็นคนไทยกันหรือเปล่า คุณทนเห็นพวกคนชั่วๆกินบ้านกินเมืองกันได้หรือ พวกนั้นก็ดีแต่สร้างภาพทั้งนั้น สร้างภาพหลอกลวงคนไทยด้วยกันเอง โดยเฉพาะชาวบ้าน ที่เขามีความรู้ไม่สูง หรือไม่มีความรู้ คุณหลอกเขาได้ไง
ดีใจที่คุณกลับมา ผมกำลังพยามทำความเข้าใจเรี่องนี้ และพยายามหามุมมองที่เป็นกลางที่สุด
เมื่อก่อนจำได้ ว่าใครว้า พยายามจะเอา 6 ตุลาฯ มาเล่นงานรัฐบาล
ตอนนี้กลับทำตัวแบบพวกละเมิดสิทธิมนุษยชนใน 6 ตุลาฯ ซะเอง
และ นปก. คือ กระทิงแดง นั่นเอง
ผมว่าคุณน่าจะให้ให้ข้อเท็จจริงในบทความของคุณให้ครบ(ไม่ตกหล่น)นะครับ
น่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านไม่น้อยในเชิงประวัติศาสตร์
คุณก็ทำไปไม่ต่างกับทาง นสพ ผู้จัดการ ที่ทำในลักษณะบอกไม่หมด
และยังชี้นำให้เกิดความขัดแย้ง
ผมว่าไม่ใช่แค่หนังสือพิมพ์ผู้จัดการเท่านั้นที่พูดเรื่องนี้
สื่อหัวอื่นๆ ก็พูดถึง
......................................
ผมโตทันเหตุการณ์ที่คุณพูดถึง และเรียนรู้ได้โดยไม่ต้องมีใครสอนว่า
ผู้มีอำนาจในมือ คือผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทุกครั้ง
มักสร้างสถานการณ์เพื่อทำลายฝ่ายตรงข้ามที่รู้เท่าทัน (ผลประโยชน์)
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดำรงอำนาจให้ยืนยาวต่อไป
และมักจะเป็นฝ่ายถูกเสมอ
จึงไม่แปลก ที่สังคมไทยแสวงหาอำนาจกันไม่หยุดหย่อน
เพื่อเอาไว้ละเว้น การทำความผิดของตัวเอง
........................................................................
นาย โชติศักดิ์ เป็นตัวอย่างเฟืองตัวน้อย ที่เป็นเครื่องมือของไฝ่อำนาจ
เขาอาจจะยังเด็กเกินไปที่จะต้านทาน วิธีการล้างสมองของพวก เสือ สิงห์
กระทิงแรด แต่ก็โตพอที่จะกล่าวได้ว่า ไม่น่าเชื่อว่าสิ่งที่เขาทำนั้นรู้เท่าไม่ถึงการณ์
จิตสำนึกเขา ยังเข้าไม่ถึงคุณงามความดี ของใครสักคนที่ทำความงดงามให้กับประเทศไทย
แห่งนี้ มาตลอด 60ปี ไม่มีคำว่าประโยชน์เพื่อตนเอง เติมเต็มแต่ความดีงามให้สังคม
ให้ข้อคิดที่เจริญงอกงามแด่ผู้ด้อยโอกาส.........ที่กล่าวยังไม่ถึงเสี้ยวของทั้งหมด
คุณคิดอย่างไร..........กับการที่คุณไม่ได้ให้ข้อคิดดีๆกับผู้อ่านในเวป..........คุณทำไปนั้น
คิดหรือไม่ว่าท้ายที่สุดของสิ่งควรทำนั้น บรรลุต่อเจตนารม ในบรรทัดข้างต้นหรือไม่ หากไม่มีผลประโยชน์ใดๆ คำตอบของคุณน่าจะดีกว่าผม ในเชิงสร้างสรร และนึกถึงผู้มีพระคุณที่ทำความดีให้กับ เรา พ่อแม่เรา ตระกูลเรา สังคมเรา ประเทศของเรา
นายอู๊ด
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านและแสดงความคิดเห็นครับ
ถ้าคุณ 'maew' จะกรุณาบอก 'ให้หมด' ว่า 'ข้อเท็จจริง' ใด ที่คุณเห็นว่าตกหล่นไปในบทความนี้ และทำให้คุณรู้สึกว่า ผม 'ก็ทำไปไม่ต่างกับทาง นสพ ผู้จัดการ'
ก็น่าจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อผู้ที่เข้ามาอ่าน และต่อผมซึ่งเป็นผู้เขียนในการนำไปปรับปรุงแก้ไขต่อไป
ขอบคุณอีกครั้งครับ
แต่ถ้าหมายถึงประเด็นที่คุณ 'maew' บอกว่า
'ไม่ใช่แค่หนังสือพิมพ์ผู้จัดการเท่านั้นที่พูดเรื่องนี้ สื่อหัวอื่นๆ ก็พูดถึง'
ผมคงต้องเรียนซ้ำ (จากที่เรียนไว้ในบทความ) ว่า ประเด็นคือ สื่อในเครือผู้จัดการ (บทความนี้บอกชัดว่า ไม่ได้หมายความถึงเฉพาะ 'หนังสือพิมพ์') 'พูดถึง'เรื่องนี้ 'อย่างไร' ต่างหากครับ
ด้วยความจริงใจ, จนถึงขณะนี้ ผมยังไม่เห็นสื่อค่ายไหน นำเสนอด้วยวิธีการและดีกรีเดียวกับที่ผู้จัดการได้ทำไปตลอดหลายวันที่ผ่านมา
สุดท้ายนะครับ,
ผมไม่เคยรู้สึกว่าลำพัง 'ความขัดแย้ง' - 'แตกต่าง' ทางความคิดเป็นปัญหาต่อระบอบประชาธิปไตย ตรงกันข้าม ผมคิดว่าเป็นสิ่งจำเป็นด้วยซ้ำ (สำหรับระบอบประชาธิปไตย) ตราบที่ไม่มีการปลุกปั่นให้ใช้ความรุนแรง - วิถีทางนอกระบอบประชาธิปไตยกับคู่ขัดแย้งทางความคิด - ผู้ที่คิดต่าง
อย่างที่ 'ผู้จัดการ' กำลังทำ
ขอบคุณครับ
ผมเกิดไม่ทันครับ แล้วก็ไม่รู้ว่าจะเอาความจริงที่เกิดขึ้นสมัยนั้นได้จากที่ไหน
แต่ที่ผมรู้ตอนนี้คือ การยุยงให้ไปทำร้ายนายโชติศักดิ์ ก็ไม่ถูกต้อง แต่การที่สรุปว่านายโชติศักดิ์ทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์นั้น ก็เป็นข้ออ้างที่น่าขำ ชวนให้ร้องไห้เป็นอย่างยิ่ง
ผมไม่รู้ว่าใครอยู่เบื้องหลัง ผมไม่รู้ว่าผู้จัดการมีเจตนาแอบแฝงใดๆ
แต่ที่ผมเห็นคือความเลวร้ายที่คนไทยอ้างแต่สิทธิเสรีภาพ ที่ลอกแบบมาจากหัวนอกทั้งนั้น แต่ไม่ตระหนักถึงหน้าที่ของแต่ละคน
สถาบันเป็นระบบๆหนึ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งจะแตกต่างกันแต่กาละ และเทศะ สถาบันของไทยเราในปัจจุบันถือเป็นสถาบันที่เป็นเสาหลักให้กับประเทศเรา
หากไม่มีมิจฉาทิฐิ คงจะไม่มีข้ออ้างว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์
ในกลุ่มพันธมิตรคงไม่เห็นตรงกันทั้งหมดหรอก
เพราะสังเกตเห็นว่า
คนเล่นเรื่องหมิ่นพระบรมฯ มีแต่ผู้จัดการ
พวกสุริยะใส พิภพ สมศักดิ์ สมเกียรติ ไม่ออกมาให้ความเห็นเรื่องนี้เลย
เล่นแต่เรื่องทักษิณกับธงชาติอย่างเดียว
แต่จำต้องร่วมมือกันต่อไป
เพราะต้องอาศัยสื่อเขาในการต่อสู้กับทักษิณ
ไม่รู้ว่าจะอึดอัดกันแค่ไหน
ยิ่งนานยิ่งถลำลึก จะถูกลากลงเหวไปด้วยเปล่าๆ
ขอบคุณคุณกรณ์และคุณสรนันท์สำหรับความเห็นครับ
ขอบคุณคุณกรณ์และคุณสรนันท์สำหรับความเห็นครับ
บางทีผมเองก็อยากจะหวังแบบที่คุณสรนันท์ว่าเหมือนกันครับ
แต่ขณะเดียวกัน (ถ้าเป็นแบบนั้นจริง) ผมก็คิดว่า 'พวกสุริยะใส พิภพ สมศักดิ์ สมเกียรติ' และแกนนำพันธมิตรฯที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำเช่นนี้ของกลุ่มผู้จัดการ ก็ควรจะออกมาแสดงจุดยืนให้ชัด (ผมควรหวังถึงขนาด 'ทัดทาน' ไหม?) เพราะสิ่งที่ผู้จัดการทำจนถึงวันนี้ ร้ายแรงมากถึงขั้นปลุกปั่นให้เกิดความรุนแรงขึ้นได้ทุกเมื่อ
แทนที่จะทน 'อึดอัด' และเล่นเรื่อง' 'ธงชาติ'
ซึ่งดูอย่างไรก็คือการ 'รับลูก' และซ้ำเติมสถานการณ์ลงไปอีก
ขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ
ขอบคุณอีกครั้งครับ
กานต์
ปล. รบกวน wm ช่วยลบความเห็นของผม ที่ชื่อมีแต่ตัว ก ออกด้วยครับ (ผมทำท่าไหนไม่ทราบ ไม่ทันพิมพ์ชื่อเสร็จ ก็กลายเป็นโพสต์ไปแล้ว ขออภัยด้วยครับ) ขอบคุณครับ
สนธิ จำลอง สุริยะใส พิภพ สมศักดิ์ สมเกียรติ์ ชัยอนันต์ ทองใบ คำนูญ ฯลฯ พวกนี้มันหน้ามืดตามัวแล้วครับท่าน โลภะจริต โทสะจริต โมหะจริต คงเข้าครอบงำจิตใจของพวกมันเสียแล้ว
จิดใจมันเลยกลับจากหน้ามือเป็นหลังตีนไปเลย ใจมันคงคิดแต่เรื่องของ ตัวกู ของกู เท่านั้น หนำซ้ำยังแอบอ้างเอาสถาบันกษัตริย์มาเหยียบย่ำผู้อื่นอย่างไม่ละอายใจละอายปากเอาเลย
เสียชาติเกิดจริงๆ
---จนตรอก
....ผมว่าสิ่งที่ขบวนการพันธมิตรฯ ทำกันอยู่เขาจะไม่ได้มวลชนเพิ่มขึ้นแม้แต่คนเดียว
ซึ่งเขาเองก็รู้ดี แต่ว่าต้องเดินเกมต่อเพราะว่าสิ่งที่ทำมา มันพลาดไปแล้ว
จะให้ถอยหรือหยุดก็ไม่ได้ เพราะมันหมายถึงความพ่ายแพ้ หมายถึงการยอมรับความผิดพลาด ซึ่งไม่ใช่วิสัยของอันธพาล ที่สำคัญที่สุดเพราะไม่รู้ว่าจะหาวิธีไหนที่จะดำเนินชีวิต
และธุรกิจใดๆ ในช่วงชีวิตที่เหลืออยู่...
--จนตรอก
เมื่อจนตรอกแล้ว ต้องเกหมดหน้าตัก ทุกสิ่งทุกอย่างเขาทำได้หมด ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม สิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็อย่างที่พี่กานต์ว่าไว้นั่นแหละเป็นเป้าหมายสูงสุด ทั้งฟาดงวงฟาดงา
จับแพะชนแกะไปได้ทุกเรื่อง เห็นแล้วสมเพศนัก
...คาถาบทสุดท้ายของเขาก็คือ ตายเป็นตาย เจ๊งเป็นเจ๊ง ซึ่งคนดีมีสติเขาไม่ทำกัน
ก็ขอให้สมพรปากนะครับ...
ท้ายนี้ขออวยพรให้มันผู้ใดก็ตามที่เจตนาไม่ดีต่อแผ่นดินสยามจงได้รับผลกรรมที่ทำไว้อย่างสมน้ำสมเนื้อด้วยเถิด...
อย่าได้ดูเบาพันธมิตรเลยท่านทั้งหลาย ยังงัยเรื่องรักษาสถาบันทั้งสามของไทยมันเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน อย่านับจำนวนพันธมิตรเฉพาะที่หอประชุมธรรมศาสตร์หรือเวลาชุมนุมเท่านั้น ยังมีคนอีกมากที่เห็นด้วยกับพันธมิตรฯแต่ไม่สามารถมาร่วมกิจกรรมได้ พวกคุณที่รังเกียจกลุ่มพันธมิตรฯ มันก็ไม่ผิดหรอกนะ ที่เห็นต่างทางการเมือง แต่เรื่องสถาบันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่คนไทยทุกคนต้องระมัดระวังปกป้องเสมอ ทำไมพวกคุณถึงนิ่งดูดาย เหตุใดพวกคุณถึงเห็นผิดเป็นชอบไปได้ ทำไมถึงยอมรับประชาธิปไตยแบบเผด็จการที่ชั่วช้าโจ๋งครึ่มแบบนี้ได้ จิตใจของพวกคุณทำด้วยอะไร คิดแต่เรื่องเงินอย่างเดียวหรือ
เห็นด้วยกับคุณผาสามเส้า
เจ๊กลิ๊มมันสู้อย่างหมาจนตรอกรวมทั้งพรรคพวกด้วย เพราะมันคิดได้แล้วว่าสู้ก็ตายไม่สู้ก็ตาย เมื่อพลังประชาชนได้คะแนนอย่างท่วมท้นเข้ามาเป็นรัฐบาล พวกมันซี้แน่ๆถ้าไม่สู้ เลยต้องสู้อย่างเสียงข้างน้อย สู้ข้างๆคูๆ สู้อยู่ข้างถนน สู้อย่างหมาจนตรอก
ส่วน ปชป.ก็หวังส้มหล่นออกมาสู้อย่างวัวสันหลังหวะ สู้ไปแอบกัดไป สู้ไม่เป็นท่าแม้ในสภา เลยต้องออกมาแอบๆเจ๊กลิ๊มอยู่ข้างถนนด้วย
เรียน คุณกานต์: ตั้งแต่ก่อน จะมีการปฎิวัติ ดิฉันก็รู้สึกว่ากำลัง มีการเคลื่อนไหวอะไรสักอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลาพอสมควร ที่ดิฉันไม่กล้าจะบอกในใจตัวเองตรงๆว่าคืออะไร และกระทั่งหลังปฎิวัติ มาเป็น คมช และรัฐบาล รสช ร่างกฎหมายใหม่ จนมาถึงรัฐบาลปัจจุบัน การเคลื่อนไหวนั้นก็ยังคงอยู่และกำลังดำเนินต่อไป ด้วยเกมส์ที่ดูเหมือนจะระแวดระวัง แต่เราๆก็คงยังรู้สึกได้ไม่ยากนัก / ดิฉันเพิ่งเข้ามาเยี่ยมเว็ปนี้ไม่นานนัก ออกจะตกใจที่ความคิดที่แชร์กันในเว็ปนี้ เพราะหลายๆอย่างมาตรงกับความรู้สึกของดิฉัน และบทความนี้ เป็นเรื่องเราทุกคนควรจะต้องคิด /การหันหน้าเปิดใจคุยกัน หาทางออกด้วยกันนั้น คงจะไม่เกิดขึ้นง่ายนัก ถ้าทุกฝ่ายไม่ได้มีจุดประสงค์ให้เกิดผลดีในสิ่งเดียวกัน ความระแวงเกิดขึ้นเพราะทุกฝ่ายต่างก็เกรงจะสูญเสียผลประโยชน์ส่วนตน / น่าจะถึงเวลาที่ทุกฝ่ายต้องเลิกเหน็บแนม จับผิด แล้วเอาข้อมูล ถูกบ้างผิดบ้างมาใช้วินิจฉัยฝ่ายที่คิดว่าเขาตรงข้ามกับตนเองด้วย(ด้วยความรู้สึกของฝ่ายตนเอง)แล้วพยายามทำการชวนเชื่อ
ประชาชน ประเทศชาติของเราต้องการอะไร ดิฉันเชื่อว่า ทุกฝ่ายทราบอยู่แก่ใจ อย่าอ้างประเทศชาติเพื่อให้ฝ่ายตนชนะเลย
คุณกานต์ ไม่เอาลิงค์ไปฟ้าเดียวกันบ้างเหรอครับ หายไปนาน
สวัสดีครับคุณ Homo erectus
ผมเข้าเวบฟ้าเดียวกันไม่ได้มาหลายวันแล้วครับ ไม่ทราบสาเหตุ (เพิ่งเข้าได้เมื่อคืน แต่ต้องเข้าผ่านพร็อกซี่ ซึ่งช้ามาก)
ที่ไม่ค่อยได้ไปโพสต์ เพราะช่วงหลังๆ ชีวิตผมค่อนข้างวุ่นวายนิดหน่อยครับ เลยไม่ค่อยได้เข้าเวบ แต่ก็พยายามเข้าไปตามประเด็น นานๆ ที
ขอบคุณที่แวะมาครับ
ระลึกถึง
กานต์
อ้าว ผมโพสต์ยังไงนี่ทำไมชื่อกลายเป็น 4 เฉยเลย งง
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านและแลกเปลี่ยนนะครับ
ผมเองก็คิดอยู่เหมือนกันว่าอะไรทำให้พันธมิตรฯ (และกัลยาณมิตร) เลือกวิธีนี้ และทำถึงขนาดนี้ (ล่าสุดโยงไปเรื่อย ทั้งที่หลายคนในนั้นทราบดีว่าข้อเท็จจริงคืออะไร แต่ก็ 'เลือก' ที่จะทำแบบนั้น) ซึ่งผมถือว่าเป็นวิธีที่อำมหิต
เรื่องนี้ทำให้พาลทะมิด ได้ประโยชน์อะไรคือ ต้องการโยงว่าผู้อยู่เบื้องหลังคือพวกรักทักษิณ และเพื่อก่อให้เกิดปรากฎการณ์ที่ว่าคนที่รับรู้ข้อมูลเกิดการเกลียด ชัง ฝ่ายคุณทักษิณให้เพิ่มขึ้น นั่นเป็นเป้าหมายหลัก อะไรที่เกี่ยวกับทักษิณจะถูกโยงเข้ามาหมด
ธงแรกคือการคัดค้านการการแก้กฏหมายรัฐธรรมนูญ โดยอ้างเหตุที่ว่าอาจไปกระทบกระกระเทือนการตัดสินคดีของคุณทักษิณ ทำให้ทักษิณหลุดพ้นความผิดไปได้ นั่นคือสิ่งงที่พาลทะมึนกลัวกันมากที่สุด และสุดจะแหยงที่สุดก็ว่าได้ หากรัฐบาลจะมีการแก้ รธน. จึงมีแนวโน้มว่าจะมีการชุมนุมใหญ่กันอีกครั้ง
ซึ่งหากมีการแก้ เรื่องการยุบพรรคได้ พรรคที่จะได้ประโยชน์คือ พลังประชาชน ชาติไทยและมฌิมา ซึ่งเรื่องนี่กระผมก็เห็นว่าสมควรจะแก้เป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่เช่นนั้นแล้วจะมีพรรคการเมืองที่มีชื่อแปลกๆ ออกมาเรื่อยๆ และยังมีปัญหาเรื่องการเลือกตั้งซ่อมคณะกรรมการพรรคการเมืองที่ถูกยุบพรรค ที่มาจากการเลือกตั้งแบบสัดส่วนว่าจะเลือกตั้งมาซ่อมได้อย่างไร ซึ่งหากเป็น สส.ที่มาจากการเลือกแบบเขตคงไม่มีปัญหา กระผมอาจความรู้น้อย ถ้าจะมีผู้ใดให้ความกระจ่างได้ จักขอบพระคุณเป็นอย่างสูง
และธงแรกเรื่องการคัดค้านการแก้ รธน. นั้น คุณปู่ทวดประสงค์ สุ่นศิริ ก็มาอ้างมาว่า เสียงประชาชน ที่รับ รธน.ปี 50 นั้นมาจากเสียงส่วนใหญ่ ซึ่งนั่นหากรัฐบาลเดินหน้าโดยใช้เสียงข้างมากในสภา พวกของคุณปู่ทวดประสงค์ ลุงจำลอง ลุงสนธิ พี่สุริยะมัว คงเนื้อเต้นระรัว ทนไม่ได้
อ้างเสียงข้างมากของประชานที่รับ รธน. นั่นแหละมาชูความชอบธรรมของ รธน.ปี 50
และทางฝ่าย นปก. อาจจะตั้งมอบมาชนการคัดค้าน โดยอ้างความชอบธรรมที่ว่า รธน.มาจากคณะปฏิวัติ คมช. ด้านพาลทะมึนก็จะว่าถ้ามาจาก คมช.แล้วประชาชนทำไมจึงรับ นปก.ก็จะว่า1.คณะร่างฯ ปี 50 นั้นเป็นพวก คมช. 2.ยังมีผู้ที่ไม่รับถึง 40 % 3.บางส่วนที่รับก็รับไปอย่างนั้นด้วยเห็นว่าถ้าไม่รับแล้วจะบ้านเมืองจะวุ่นวายไปอีก ซึ่งจะมีเหตุผลอีกมากมายที่จะกล่าวอ้างได้ ทั้งเรื่องเนื้อหาสาระของ รธน.เอง ที่ สว.ต้องไม่เป็นญาติพี่น้องนักการเมือง ซึ่งก็ดูจะจำกัดสิทธิเสรีภาพ จนเกินไป และกรณียุบพรรค ในเรื่องการหมิ่นธงชาติ หรือการไม่ยืนเคารพ อะไรนั้นเป็นแค่น้ำจิ้ม และตอนนี้ก็เพิ่มเรื่องการคุกคามสื่อเข้าไปอีก ก็พยายามโจมตีนายกสมัครและ คุณเฉลิมแต่ก็ว่าไปแล้วก็ควรอยู่ที่คุณสมัครจะตอบโต้
พวกกระหายเลือด
ช่วยวิจารณ์และอธิบายว่าความเป็นจริงคืออะไร
และอะไรที่ทางสื่อโน้นไม่ได้นำเสนอ
และจริงหรือไม่ที่ท่านทักษิณ เป็นอย่างที่กล่าวอ้าง
คิดว่าแนวร่วมพันธมิตรส่วนใหญ่ไม่ต้องการที่จะดึงสถาบันหรือยุยงปลุกปั่นเล่นๆ ถ้าไม่มีคนปลุกปั่นก่อน
ให้ทุกท่านลองกลับไปถามคุณโชติศักดิ์ในวันนั้นเองว่าเจตนาที่แท้จริงของเขาคืออะไรกันแน่?
แน่นอนคนที่ทำร้ายคุณโชติศักดิ์ก็มีความผิดอย่างไม่ต้องสงสัย แต่คุณโชติศักดิ์เองก็ต้องอธิบายสังคมและคนรอบข้างด้วยว่า ที่ทำไปเช่นนั้นมันเกิดประโยชน์ต่อตนเอง สังคม และคนรอบข้างหรือไม่ อย่างไร
ขบวนการฝ่ายซ้ายเคยทบทวนบทบาทของตนเองหรือไม่
ในอดีตพวกท่านใช้อุดมการณ์"เพื่อมวลชน"และลัทธิสัมฤทธิ์นิยมผลยุยงปลุกปั่นนิสิตนักศึกษารุ่นใหม่จนหลงเชื่อและยอมทำตามเจตนาของท่านทุกอย่าง
ทุกอย่างต้อง"เพื่อประชาชน" แต่ท่านเหล่านั้นเคยมองไหมว่า"ประชาชน"นั้นมีกี่ส่วน กี่กลุ่ม
ลัทธิซ้ายสุดขั้วของพวกท่านได้นำไปสู่โศกนาฏกรรมครั้งร้ายแรงที่สุดของแผ่นดิน
เหตุการณ์ที่ท่านควรจะระงับและหยุดยั้งมันได้ แต่ทำไมท่านไม่ทำ
ขบวนการที่ปลุกปั่นล้มล้างสถาบันนั้นมีแน่นอน แต่ด้วยวัตถุประสงค์อะไรล่ะ
เพื่อดึงอำนาจจากสถาบันให้ไปอยู่ในมือของปวงชนหรือเอาไปให้ผู้มืออำนาจเงินอย่างนั้นหรือ
ซ้ายหรือขวาไม่สำคัญ สำคัญที่ความเข้าใจ และเคารพกันและกัน
การแสดงความคิดเห็นในเว็บนี้จะต่างจากเว็บผจก.มากเลยมีแต่คำด่า และผู้ดูแลเว็บไม่รักษากฏที่วางไว้เอง ถ้าด่าฝ่ายทักษิณหยาบคายอย่างไรก็ได้ลง ทำให้สมเพชมากเลย ต่างลิบลับ
เราต้องการถกเถียงที่มีเหตุผล และไม่ต้องการอำนาจกดขี่ที่ดำรงอยู่ที่ขัดขวางการพัฒนาของคนในชาติ
ผมไม่ได้สนใจเรื่องการคิดต่าง ขัดแย้ง แตกแยก แต่การวิพากษ์วิจารณ์แบบตรงไปตรงมาต้องมีอยู่ในสังคมเพื่อให้ความจริงปรากฎ เหมือนกับคุณกานต์ คิดเห็นไม่ตรงกับ ผู้จัดการและพันธมิตร คุณก็มีสิทธิ ส่วนเขาก็มีสิทธิของเขา ต่างคนต่างทำหน้าที่ แต่ข้อสำคัญต้องกำจัด อวิชชา ในตัวออก คือ เมื่อเห็นจริง ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ก็ยอมรับตรงนั้น ไม่ใช่จะดึงดันทำไป เกิด มิชฉาทิฐิ
อย่างกรณี นาย โชติศักดิ์ ถ้าแยก เรื่อง การประท้วง กฎหมาย กับ สภาพสังคม ก็จะเห็นว่า อะไรเป็นอะไร ผมเข้าใจว่า กม. หมิ่น มันไม่มีความจำเป็นต้องระบุไว้ เพราะรังแต่จะเป็นเครื่องมือทำลายศัตรูทางการเมือง แต่เรื่องสังคมละ คุณโชติศักดิ์ เคยเข้าใจ สังคมไทยแค่ไหน อย่างน้อย เคยถามคนในครอบครัว ของตัวเอง กับ สิ่งที่ตนทำลงไปหรือไม่ อย่างไร
อย่างเรื่อง ภาษาอังกฤษ ก็เหมือนกัน คุณโชติศักดิ์ เข้าใจภาษาอังกฤษดีแค่ไหน รู้หรือปล่าว คำว่า No Standing กับ คำว่า No paying respect มันแตกต่างกันมากแค่ไหน และอันไหน คือความจริง อันไหนคือ สิ่งที่ อารยชน เขาทำกันในสังคมที่เจริญแล้ว เพราะพอแปลเป็นภาษาอังกฤษ คนต่างชาติเขาเข้าใจไปคนละเรื่องเลย
ตอบคุณ SickofShit ครับ
ผมเองก็เช่นเดียวกับคุณ SickofShit ครับ คือไม่มีปัญหากับการคิดต่าง (ที่จริงผมเขียนย้ำอยู่เสมอว่า การคิดต่างหรือขัดแย้ง เป็นสิ่งที่ควรจำเป็นในระบอบประชาธิปไตย) และบทความนี้เองก็ไม่มีตรงไหนที่ผมบอกว่าการคิดต่าง - ขัดแย้ง หรือแม้แต่แตกแยก นั้นเป็นปัญหาโดยตัวของมันเอง
สิ่งที่บทความนี้ประณาม ไม่ใช่การ 'คิดต่าง' ครับ
สิ่งที่บทความนี้ประณาม คือ การจงใจปลุกระดมสร้างความรู้สึกเกลียดชัง สร้างความรู้สึกว่าควรใช้ความรุนแรงกับผู้ที่ 'คิดต่าง' ต่างหากล่ะครับ
ยังไม่นับการดึงเอาประเด็นสถาบันที่อ่อนไหวต่อความรู้สึกของคนในสังคมไทยมาสร้างความเกลียดชังระหว่างคนในสังคม สร้างความเหนือกว่าทางการเมือง ยิ่งกว่านั้นคือแสดงอย่างชัดเจนว่าไม่แคร์ หากจะเกิดความรุนแรงตามมา
พูดก็พูดนะครับ ต่อให้จุดยืนทางการเมืองของผมไม่ 'ต่าง' จากคนเหล่านี้ ผมก็ต้องประณามอยู่ดี กับวิธีการเช่นนี้
ขอบคุณทุกความเห็นนะครับ และต้องขออภัยที่ไม่ได้ตอบละเอียดทุกความเห็นครับ (เหตุผลหนึ่งคือวันนี้ผมรู้สึกเหนื่อยมากจริงๆ แต่อีกเหตุผลคือ ผมเชื่อว่า หากหลายท่านอ่านบทความนี้อย่างใจเย็นลง เราคงไม่ต้องเข้าใจผิดกัน)
พรุ่งนี้ผมต้องเดินทางแต่เช้า และอาจต้องไปหลายวัน หากถามไว้แล้วผมยังไม่ได้เข้ามาตอบก็ขออภัยด้วยนะครับ (คือผมยังไม่แน่ใจว่าจะหาที่ใช้ internet ได้รึเปล่า)
น่าจะเข้าไปดูเว็บผู้จัดการ จะรู้ว่าเครือข่ายสื่อผู้จัดการอ้างอิงสถาบันเพื่อการปลุกระดมก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง
ผมมาคิดดูระหว่างเหตุการณ์ปัจจุบัน กับ 6 ตุลา นั้นต่างกัน นิดเดียว คือ
6 ตุลา สื่อ บิดเบือน ภาพการแขวนคอ จากละครธรรมศาสตร์
แต่กรณี นายโชติศักดิ์ รวมถึง ธงชาติ ผจก. ก็ไม่ได้ตัดต่อ บิดเบือนอะไร
รวมถึงการให้สัมภาษณ์ของนายโชติศักดิ์เขาก็ชัดเจนในแนวทางของเขา
และSpeech ของนาย จักรภพ ก็ชัดเจนในแนวทางของเขา
อีกอย่างคือ ประชาชน สมัยนี้(2551) ต่างจาก ประชาชน ปี 2519 ด้วย ครับ
ผมว่า คนในสังคมไทยนี้ ไม่ได้ต้องการความรุนแรง หรอกครับ แค่เรื่อง เศรษฐกิจ เขาก็แย่อยู่แล้ว จะทะเลาะไปทำไม
เพียงแต่ว่า คนในสังคม กำลังหาวิธีจัดการกับปัญหา ที่ไม่อาจใช้เพียง กม. แก้ไขได้ มากกว่า ตอนนี้ก็เหมือนกับอยู่ในช่วงลองผิดลองถูกอยู่ บางทีเราอาจจะยกเลิก กม. ฉบับนี้ก็ได้ ถ้าสังคมมีวิธีแก้ปัญหาในตัวของมันเอง
เข้าพูดอย่างมีข้อมูล คนฟังเขาก็รู้จักแยกแยะ พวกคุณ(จขกท)นั่นแหละคือพวกชอบบิดเบือนความจริง
สรุปแล้วเวปนี้โจมตีพันธมิตรใช่ป่าว แต่อ่านแล้วก็เห็นไม่ตรงหลายอย่าง เหมือนปากว่าตาขยิบครับ
SickofShit ตอบแบบนี้ แปลว่า ไม่เคยฟังวิทยุผู้จัดการแน่ๆ
เวรกรรม..... สองคนยลตามช่อง....
DD อีกคน ไปหามาฟังดีกว่า จะได้รู้ว่าคนเขียนเขาพูดถึงอะไร ด่าอะไร เถียงกันคนละเรื่องแบบนี้ ไม่รู้เรื่องกันพอดี
แต่ได้ข่าวว่าในเวบผจก.มันลบคลิปทิ้งไปแล้ว ต้องหาเอาเอง โชคดีนะ