blogazine prachatai บล็อกกาซีน (beta)  |  บล็อกทั้งหมด  |  จัดการบล็อก  |  เงื่อนไขและข้อตกลง  |  นโยบายความเป็นส่วนตัว  |  ประชาไท

เชียร์บอลไทย ... เชียร์สังคมไทย ให้ก้าวไปข้างหน้า (อีกสักครั้ง)

ส่งมาเมื่อ 26 ธ.ค. 2008 - 22:02:10.  หมวด: วิพากษ์  ป้าย: ,

 

คิม ไชยสุขประเสริฐ

 

ข่าวคราวในวงการกีฬา เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. ที่ผ่านมา คงเป็นที่จดจำสำหรับคนไทยที่ชื่นชอบกีฬาฟุตบอลหรือเป็นนักเชียร์ตัวยงสำหรับกีฬาต่างๆ ที่ลงท้ายด้วยทีมชาติไทยพ่ายทีมชาติเวียดนาม 1-2 ประตู ในฟุตบอลอาเซียน ซูซูกิ คัพ 2008  รอบชิงชนะเลิศนัดแรก ซึ่งจัดขึ้นที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน โดยเกมนี้มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมตรี เดินทางไปเชียร์ทีมไทยถึงขอบสนาม

 

เรียกได้ว่าเป็นการแพ้กันคาบ้าน

 

   

 

โดยรายงานข่าวสรุปเกมส์การเล่นเอาไว้ว่า

 

"ครึ่งแรกทีมไทยเกือบได้ประตูขึ้นนำหลายครั้ง แต่ผู้รักษาประตูเวียดนามโชว์ซูเปอร์เซฟไว้ได้ จนกระทั่งนาทีที่ 39 เวียดนามได้ประตูออกนำไปก่อนจากจังหวะโต้กลับ และเป็น เหงียน เหวียง กง โหม่งเข้าไป ถัดมาอีก 3 นาทีทีมไทยต้องมาเสียประตูที่ 2 จากจังหวะโต้กลับเช่นเดิม และเป็น เล คอง วิน ที่ยิงเข้าไป จบครึ่งแรกทีมไทยตามหลังเวียดนาม 0-2 ประตู"

 

"ครึ่งหลังทีมไทยเน้นเกมรุกมาขึ้นแต่จังหวะสุดท้ายยังไม่ดีพอและเกือบเสีย ประตูที่ 3 เช่นกัน แต่แล้วในนาทีที่ 75 รณชัย รังสิโย ตัวสำรอง ที่เพิ่งลงสนามไปแทน ธีรเทพ วิโนทัย ได้เพียงแค่นาทีเดียว สามารถโหม่งให้ทีมไทยไล่ขึ้นมาเป็น 1-2 ประตู หลังจากนั้นทีมไทยโหมบุกอย่างหนักและนาทีที่ 79 ไทยน่าได้ประตูตามตีเสมอจากธีรศิลป์ แดงดา ยิงเข้าไปแต่ผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงล้ำหน้า ทำให้แฟนบอลชาวไทยไม่พอใจ จบเกมทีมไทย พ่าย เวียดนาม คาถิ่น 1-2 ประตู"

 

000

 

แม้จะเป็นคนที่ไม่ได้นิยมชมชอบกีฬาประเภทนี้สักกี่มากน้อย แต่ก็แอบลุ้นระทึกไปกับการแข่งขัน และคิดว่าหลังเหตุการความวุ่นวายในบ้านเมืองได้สงบลง (บ้างแล้ว) พร้อมกับการได้นายกฯคนใหม่ที่อาจเป็นทั้งที่พึงใจและไม่พึงใจของใครหลายๆ คน กีฬาจะช่วยเป็นยาวิเศษที่จะทำให้หัวใจคนไทยได้กระชุ่มกระชวย โดยเฉพาะถ้าชนะก็ยิ่งเป็นของขวัญรับเทศกาลคริสต์มาสและเทศกาลปีใหม่ที่จะถึงนี้

 

เพราะเมื่อดูจากฟอร์มการเล่นที่ผ่านมา ตั้งแต่การแข่งขันฟุตบอลอาเซียน ซูซูกิ คัพ 2008 รอบแรกของกลุ่ม B (ทีมชาติไทย ในฐานะเจ้าภาพร่วม อยู่ร่วมกลุ่มกับทีมชาติเวียดนาม มาเลเซีย และลาว) ที่สนามสุระกุล จังหวัดภูเก็ต ระหว่างทีมชาติไทย กับทีมชาติเวียดนาม ผลการแข่งขันทีมไทยเป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ 2-0 และในการแข่งขัน นัดต่อๆ มา ไทยก็ได้รับชัยชนะจนได้เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ทำให้คนเชียร์ต่างคาดหวังกันว่าทีมไทยจะได้รับชัยชนะแบบลอยลำ

 

อย่างไรก็ตามสำหรับนักดูบอลหลายๆคนยังคงมีความหวัง การแพ้ในนัดแรกนี้ถือเป็นเพียงการอุ่นเครื่องให้คนดูได้ลุ้นกันสนุกขึ้นกับเกมส์การแข่งขันนัดต่อไปอย่างดุเด็ดเผ็ดมันมากขึ้น เพราะทีมไทยยังมีโอกาสแก้ตัวอีกครั้งในรอบชิงชนะเลิศ นัดที่ 2 วันที่ 28 ธันวาคมนี้ ที่สนามกีฬาแห่งชาติเวียดนามหมีดิงกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม

 

ถือเป็นนัดชี้ชะตาที่ผู้ชมก็คงต้องคอยลุ้นกันต่อไปว่า นักฟุตบอลทีมชาติไทยจะคว้าชัยชนะมาให้คนไทยมาชื่นชมได้หรือไม่

 

000

 

สิ่งที่น่าสนใจไปกว่าการแพ้หรือการชนะในการแข่งขันนัดนี้ คือเรื่องความก้าวหน้าของวงการฟุตบอลทีมชาติไทย ซึ่งก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2458 และบริหารทีมโดยสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ แม้ในปัจจุบัน ทีมชาติไทยยังไม่มีผลงานที่โดดเด่นในระดับโลกหากวัดจากการไม่เคยผ่านเข้ารอบไปฟาดแข้งในการแข่งขันฟุตบอลโลก แต่ทีมชาติไทยก็เคยได้เข้าร่วมแข่งในกีฬาโอลิมปิก 2 ครั้ง ล่าสุดในฟุตบอลโลก 2010 รอบคัดเลือก ทีมไทยผ่านเข้าสู่รอบที่ 3 โดยจับฉลากแข่งสายเดียวกับ ญี่ปุ่น โอมาน และ บาห์เรน

 

ส่วนในระดับทวีปเอเชียนั้น ทีมชาติไทย เคยได้อันดับสูงสุดคืออันดับที่ 3 ในเอเชียนคัพ 1972 ในปี พ.ศ. 2515 ที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพ และในเอเชียนเกมส์ ทีมไทยได้เข้าร่วม 4 ครั้ง โดยได้อันดับสูงสุดคือได้เข้าร่วมในรอบสี่ทีมสุดท้าย

 

หันมาดูการแข่งขันในระดับภูมิภาคอาเซียนบ้าง ทีมชาติไทยเป็นแชมป์ซีเกมส์ 13 ครั้ง อาเซียนฟุตบอลแชมเปียนชิพ 3 ครั้ง และคิงส์คัพที่จัดขึ้นในประเทศไทย 12 ครั้ง ล่าสุดทีมชาติไทยได้เหรียญทองในซีเกมส์ 2007 หลังจากชนะทีมชาติพม่า 2 ประตูต่อ 0

 

จึงอาจเรียกได้ว่าในระดับภูมิภาคฟุตบอลทีมชาติไทยเรียกได้ว่าเป็นดาวเด่นดวงหนึ่ง หรืออาจเรียกได้เลยว่าเป็นพี่ใหญ่ในวงการฟุตบอลระดับอาเซียน แต่ในระยะหลังมานี้เมื่อการเมืองและการพัฒนาในประเทศรอบๆเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้นฝีเท้าของนักเตะเพื่อนบ้านดูเหมือนมีพัฒนาการอย่างค่อนข้างรวดเร็ว สำหรับประเทศไทยแล้วหากไม่มีการพัฒนาระบบในวงการกีฬาเพื่อเพิ่มศักยภาพและฝีมือ ในไม่ช้าความเป็นหนึ่งหรือความเป็นพี่ใหญ่ในวงการฟุตบอลระดับอาเซียนของไทยอาจหลุดลอยไปได้ ยิ่งในหลายประเทศที่อดีตเคยตามหลังในด้านการกีฬา ขณะนี้พากันหันมาแข่งขันกันพัฒนาศักยภาพของนักกีฬา มีเงินอุดหนุน การสนับสนุนการสร้างนักกีฬาอาชีพ และพัฒนาอย่างเป็นระบบจนลีคหลายลีคก็กลายเป็นตลาดที่นักเตะไทยต้องหันไปค้าแข้งมากมาย

 

เลยแอบอดหวั่นใจเล็ก หากเรายังรอเป็นหมีนอนกิน เชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ของชาติมากกว่าความใส่ใจ ความพ้ายแพ้อาจบวกความล้าหลังจนอาจยากเกินกว่าจะแก้ไขทัน

 

000

 

ลองมาเปรียบเทียบกับแวดวงฟุตบอลทีมชาติเวียดนาม ในรอบหลายปีที่ผ่านมาสื่อโลกกีฬารายงานถึงทิศทางการพัฒนามาโดยตลอด(ด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมืองและอื่นๆด้วย) ล่าสุดจากการจัดอันดับโดยฟีฟ่า (เว็บไซต์ฟีฟ่า ข้อมูล ธันวาคม 2551) เวียดนาม อยู่ในอันดับที่ 155 ของโลก และเป็นทีมอันดับ 4 ในสหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน รองจาก อินโดนีเซีย (อันดับโลก 139) สิงคโปร์ (อันดับโลก 132) และไทย (อันดับโลก 126, อันดับในทวีปเอเชีย 16) ซึ่งขณะนี้เป็นอันดับ 1 ในสหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน โดยอันดับสูงสุดจากการจัดอันดับโดยฟีฟ่าที่ทีมชาติไทยเคยได้รับ คือ อันดับที่ 43 ในปี 2541

 

ประวัติศาสตร์ทีมชาติเวียดนาม ภายหลังจากเวียดนามแบ่งประเทศเป็นเวียดนามเหนือและเวียดนามใต้ ทำให้มีทีมชาติเกิดขึ้นสองทีม แต่เวียดนามเหนือไม่ค่อยมีผลงานในทางฟุตบอลเท่าไร จะเล่นกับทีมอื่นๆในชาติคอมมิวนิสต์เป็นสำคัญ ช่วง พ.ศ. 2499 - พ.ศ. 2509 แต่เวียดนามใต้ได้ร่วมเล่นในเอเชียนคัพและได้อันดับ 4 สองครั้ง และในปี พ.ศ. 2534 ทีมชาติเวียดนามได้ตั้งขึ้นภายหลังจากที่สองประเทศได้รวมกัน โดยรวมทีมเวียดนามเหนือเข้ามา

 

หลังจากนั้นไม่ถึงสิบปี ทีมชาติเวียดนามก็เริ่มสร้างความคร้ามเกรงให้ทีมอื่นๆร่วมภูมิภาคได้ โดยเฉพาะทีมชาติไทยกับทีมชาติอินโดนีเซียถึงกับพยายามแข่งกันแพ้ในการแข่งขันไทเกอร์คัพ 1998 ที่โฮจิมินห์ซิตี ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2541 เนื่องจากขณะนั้นทั้งสองทีมเข้ารอบรองชนะเลิศแน่นอนแล้ว แต่ผู้ชนะซึ่งจะเป็นที่หนึ่งของกลุ่ม A จะต้องเดินทางไปแข่งในรอบรองชนะเลิศกับ "ทีมชาติเวียดนาม" ที่ฮานอยในวันชาติเวียดนาม

 

วันนั้นครึ่งแรกไทยและอินโดนีเซียต่างฝ่ายต่างพยายามไม่ยิงประตู แต่หลังจากมีการพูดคุยกันระหว่างกรรมการและโค้ช ครึ่งหลังจึงทำประตูได้ทีมละสองประตู จนกระทั่งใกล้หมดเวลา นักเตะของอินโดนีเซียยิงเข้าประตูตัวเอง ทีมชาติไทยจึงชนะไป 3: 2 ประตู แต่ความอัปยศของการแข่งขันนัดนี้ทำให้ทั้งสองทีมถูกปรับเป็นเงิน 40,000 ดอลลาร์สหรัฐ

 

เพราะความน่ากลัวของทีมชาติเวียดนามมีจริง และเป็นความน่ากลัวที่ไม่ได้ได้มาเพราะโชคช่วย แต่เป็นความพยายามบวกตั้งใจไม่ว่าจะเป็นในส่วนผู้สนับสนุน ทีมผู้ฝึกสอน หรือตัวนักกีฬาเอง แม้ในปัจจุบันทีมชาติเวียดนามยังไม่มีผลงานระดับโลกหรือระดับเอเชียเท่าไรนัก แต่ในระดับอาเซียนก็คว้ารองชนะเลิศในไทเกอร์คัพมาแล้ว และในอนาคตเส้นทางการเติบโตกำลังรอพวกเขาอยู่

 

000

 

ทั้งหลายทั้งแหล่ที่ว่า (และหาข้อมูล) มา ไม่ได้ต้องการตอกย้ำความพ่ายแพ้ของทีมชาติไทย (หากถูกใครนำไปโยงกับการเมืองด้วยก็ไม่ได้ตั้งใจสร้างความไม่สมานฉันท์ให้เกิดแก่คนในชาติ) แต่อยากเพียงให้มองความพ่ายแพ้ที่เป็นบทเรียนของวันข้างหน้าซึ่งไม่ใช่เฉพาะในการกีฬา เพราะกว่าไทยจะเดินทางมาถึงวันนี้ได้ก็อาศัยทั้งความพยายาม หมั่นฝึกฝน สั่งสมประสบการณ์ หรือทั้งช่วงชิงบ้าง จึงไม่อยากให้สูญเสียสิ่งเหล่านี้ไปในวันนี้โดยที่เราหยุดนิ่งเสียเอง

 

ที่ผ่านมาบ้านเมืองของเราต้องหยุดชะงักเพราะความวุ่นวายภายในกันมากเกินพอแล้ว วันนี้ถึงเวลาเสียทีประเทศต้องตื่นจากหลับและลุกขึ้นมาก้าวเดินหน้ากันเสียที อย่าคิดว่าเรามีดีจนไม่ต้องทำอะไรแล้ว เพราะนั่นมันแค่การปลอบประโลมตัวเองกันไปวันๆ

 

แต่ยังอยากให้มีพรดีๆ มาเป็นของขวัญกำลังให้คนไทยเวลานี้กันสักข้อ นัดหน้าเลยขอเชียร์ให้ทีมชาติได้รับชัยชนะอีกครั้งค่ะ

 

 

......................

ข้อมูลจาก

 

วิกิพีเดีย

http://www.fifa.com/worldfootball/ranking/lastranking/gender=m/fullranking.html#confederation=25998&rank=167

 

ส่งมาโดย Kookai เมื่อ 27 ธ.ค. 2008 - 22:07:26 - ip: 124.120.123.141  

การเมืองมันห่วย ไร้ความยุติธรรม บ้าแต่คุณธรรม พวกม็อบมีเส้น พวกบ้าเจ้า สังคมเราไม่วัดคนที่ผลงาน แต่วัดกันที่เจ้า คนไม่มีผลงานแต่เอาหลังพิงเจ้าทำอะไรไม่เคยผิด คนทำงานมีผลงานยึดกฎกติกาหาที่ยืนไม่ได้

เมื่องการเมืองมันห่วย บอลมันก็ห่วยไปด้วย

นี่คือความจริงที่ประเทศบ้านี่ และพวกเจ้า ไม่เคยยอมรับรู้

ส่งมาโดย จรดล เมื่อ 28 ธ.ค. 2008 - 13:54:15 - ip: 118.173.160.27  

พูดการเมืองเรื่อฟุตบอลไปถึงเรื่องเจ้านู่นได้เรยคุณกุ๊กไก่ กุ๊กๆ
อ่า อ่านจนจบ ลงท้ายว่า..ค่ะ แฮะ ผู้หญิงแฮะ

ช่วยกันนะครับ
การเมืองมันจะห่วย จะเห่ย ก็นั่นมันเป็นเช่นนั้น
นี่ก็ปีใหม่แล้ว นี่ถ้าไทยชนะ จากการรวมใจกันเชียร์ ส่งใจไปแข่งของคนในชาติก็เยี่ยมเรย
แข่งเสร็จแล้วเราก็มาทะเลาะกันต่อ ไทยกับไทย
แต่ ทะเลากันทางปัญญาและเหตุผลเถิด อย่าลงไม้ลงมือ หรือทำอะไรรุนแรง

ทางที่ดีที่สุดคือ ประคับประคองกัน
ถึงบอลจะแพ้ แต่ใจคนก็อย่าแพ้
วันก่อนบอลแพ้ แต่(รู้สึกว่า)จะชนะใจคนนะ เพราะฟอร์มดี สู้
แพ้ชนะเป็นของธรรมดา
ที่เห็นได้ชัดอย่างหนึ่ง บังเอิญว่าได้ดูนะ ปกติจะไม่ตามดูบอลเท่าไหร่
ก็คือ บอลไทยมีจินตนาการมากขึ้น บอลไปข้างหน้า เป็นฟอร์มที่เราไม่คุ้นเคย แต่อยากเห็น
เพราะฉะนั้นหลังหลุดไปบ้างเมื่อโดนโต้กลับ ก็มาแก้รูรั่ว แต่ฟอร์มการรุกเราถือว่าโอเคขึ้น
ดูไม่ขัดใจด้วย ดูอย่างลิเวอร์(ของผม)พักหลัก ถึงไม่บุกทะลุทะลวง แต่มีการแย่งบอลทำลายคู่ต่อสู้ตลอดไม่เหมือนเมื่อก่อนที่ตั้งแผงตั้งรับเป็นพืดอย่างอย่างเดียว

ถ้าเล่นได้อย่างนี้ แพ้ชนะก็จะเชียร์กันต่อไปครับ

ส่งมาโดย เบื่อเซ็ง เมื่อ 28 ธ.ค. 2008 - 21:04:29 - ip: 58.64.48.152  

แหม... เสียดายเมื่อวันก่อน ไม่น่าจะมีตัวเสนียดหางแดงไปนั่งเชียร์ข้างสนามเลย ไม่งั้นบอลไทยชนะไปแล้ว

ส่งมาโดย thawil เมื่อ 07 ม.ค. 2009 - 13:23:19 - ip: 58.147.7.2  

บอลไทยเล่นโต้กลับเร็วไม่เป็น มีใครสังเกตเห็นหรือเปล่า? เวลารุกก็ไปหยุดรอเพื่อนอยู่แถวแดนคู่ต่อสู้ รอตั้งหลัก คู่ต่อสู้ลงไปปิดประตูเขาหมดแล้ว แล้วมันจะยิงประตูเขาได้ยัไง ดูทั้งปีทั้งชาติก็เป็นอยู่อย่างนี้ ดูบอลไทยเล่นแล้วไม่สนุก แต่ดูก็เพื่อเชียร์ทีมไทย เมื่อไรจะแก้ไขจุดนี้ เปลี่ยนโค้ชมากี่คนก็ไม่เห็นแก้ไขจุดนี้ ไม่ดูบ้างเลยหรือวิธีการทำประตูของทีมระดับโลกทั้งหลาย ส่วนใหญ่ประตูได้มาจากการรุกโต้กลับเร็ว รวดเดียวถึงประตู ยิงประตูขณะที่คู่ต่อสู้ยังไม่พร้อม ไม่ใช่รอให้เขาไปตั้งรับก่อน ต้องแก้ไขจุดนี้ ทำ counter attack ให้เป็น เมื่อนั้นแหละทีมไทยจะก้าวหน้า

ส่งมาโดย อิ๋วนะ เมื่อ 21 ม.ค. 2009 - 09:28:46 - ip: 58.147.40.90  

ขอเป็นกำลังใจให้นักฟุตบอลไทยทุกคนสู้ต่อไปนะคะ พี่สุเชาว์ ธีรเทพ รณชัย ณัฐพร ณัฐพงษ์
และพี่ๆทุกคน ขอให้มีความสุขกับการเล่นฟุตบอลนะคะ
(จากคนรักฟุตบอล)มากกกกกก เด็กพิชัย *-*

ส่งมาโดย อิ๋วนะ เมื่อ 21 ม.ค. 2009 - 09:31:29 - ip: 58.147.40.90  

วันนี้มีการแข่งขันฟุตบอล ก็ขอให้ชนะกันนะคะสู้ๆๆๆ *-* (อิ๋วนะ)

แสดงความคิดเห็น

ในทุกความคิดเห็น จะมีหมายเลขไอพีของคุณ (127.0.0.1   38.107.191.117) แสดง

  • การแสดงความเห็นในเว็บบอร์ดต้องอยู่บนพื้นฐานการเคารพในสิทธิและความหลากหลายทางเชื้อชาติ เพศ ศาสนา วัฒนธรรม และความเชื่อ ตลอดจน วิถีชีวิต และสิทธิส่วนบุคคล
  • การวิพากษ์วิจารณ์คำพูด ข้อเขียน หรือความคิดเห็นของบุคคลอื่น ย่อมทำได้โดยสุภาพหลีกเลี่ยงข้อความใดๆอันเป็นการละเมิดหรือดูแคลนต่อบุคคลอื่น
  • การวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของบุคคลอื่นย่อมทำได้โดยสุภาพ ในกรณีที่เป็นการกระทำที่กระทบต่อสาธารณะหรือกระทำโดยสาธารณะ
  • ประชาไทขอความร่วมมือ หากต้องการให้ข้อมูลที่คิดว่าเป็นประโยชน์ได้แสดงบนเว็บบอร์ด กรุณางดเว้นการใช้ถ้อยคำที่มีลักษณะเหยียดเพศ เหยียดเชื้อชาติ ศาสนา และเชื่อมโยงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นการล่อแหลม

คำถาม: วันนี้วันที่เท่าไหร่ ? (ใส่เฉพาะเลขวันที่เท่านั้น) *

ชื่อ: *

อีเมล: (ถ้ามี) ข้อมูลนี้จะไม่แสดงต่อสาธารณะ.

โฮมเพจ: (ถ้ามี)

ความคิดเห็น: * ใช้โค้ด HTML ไม่ได้

(สูงสุด 1,000 ตัวอักษร)
พิมพ์ได้อีก ตัว

 

Hit & Run

Hit & Run

หน้าเว็บ

บันทึกล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

รวมลิงก์

มีอะไรใหม่ในบล็อกกาซีน

พิเศษ