blogazine prachatai บล็อกกาซีน (beta)  |  บล็อกทั้งหมด  |  จัดการบล็อก  |  เงื่อนไขและข้อตกลง  |  นโยบายความเป็นส่วนตัว  |  ประชาไท

"รัฐศาสนา" ไม่ขายเหล้า (เอาหน้า??)

ส่งมาเมื่อ 19 ก.ค. 2008 - 00:35:26.  หมวด: วิพากษ์  ป้าย: , ,


ภาพันธ์ รักษ์ศรีทอง

 

แล้ววันสำคัญทางพุทธศาสนาก็วนเวียนมาบรรจบอีกครั้งหนึ่งในรอบสองพันห้าร้อยห้าสิบเอ็ดปีหลังพระพุทธเจ้าเสด็จสู่นิพพาน เป็นความน่ายินดีที่รัฐไทยซึ่งประกาศตัวเป็นพุทธมามกะประกาศให้เป็นวันหยุดเพื่อแสดงความเคารพอย่างสำคัญและจะได้เปิดโอกาสให้ไปทำบุญทำทานกันตามธรรมเนียมประเพณี แต่สิ่งหนึ่งที่น่าเบื่อหน่ายพ่วงตามมากับบรรยากาศแบบนี้คือไม่สามารถไปหาซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาดื่มกินตามวิสัยได้ เนื่องจากเมื่อปีก่อนรัฐบาลคุณธรรมผลักดันจนมีกฎหมายมาบังคับ ทั้งที่เรื่องของศาสนาและแนวทางการปฏิบัติควรเป็นเรื่องของส่วนบุคคลเสียมากกว่า

คนดื่มเหล้าบางทีอาจไม่ได้เลวกว่าคนกินมังสวิรัติ และก็ไม่อาจบอกได้เช่นกันว่าดีกว่า...ใช่หรือไม่ ??

 

แต่ถ้าหากเชื่อตามแนวทางของรัฐ คือเชื่อว่าเมื่อสามารถควบคุมกิเลสให้พลเมืองได้แล้วบ้านเมืองจะสงบสุข มันก็ชวนให้สงสัยต่อว่าหากรัฐมีอำนาจทีทำได้จริงถึงขนาดนั้นแล้วทำไมจึงไม่ออกกฎหมายไปถึงขั้นบังคับโกนหัว โกนคิ้ว ห่มเหลือง ถือศีล 227 ข้อไปทุเสียเลย เพราะอานิสงค์สูงสุดจะได้พากันหลุดพ้นบ่วงกรรม ว่ายออกจากห้วงทะเลทุกข์ไร้ขอบเขต บรรลุนิพพานพบความสุขอันเป็นนิรันดร์กันเสียที

แต่ในความเป็นจริงนอกจากจะไม่เป็นแบบนั้นแล้ว สุดท้าย การบังคับใช้อำนาจเพื่อควบคุมพลเมืองผ่านความรู้สึกทางศีลธรรมมันก็เป็นแค่อีก ลูกไม้หนึ่งในการสร้างความชอบธรรมในการใช้อำนาจของรัฐเท่านั้นเอง เมื่อคนเราเกิดความกลัวในบาปหรือเกิดการสะกดจิตตัวเองว่าจะกลายเป็นคนที่ดีบริสุทธิ์กว่ามนุษย์ขี้เหม็นธรรมดาทั่วไปแล้ว การยอมถูกรัฐควบคุมอีกนัยหนึ่งก็คือการทำให้รัฐดำรงตนให้กลายเป็นผู้ใช้อำนาจในการตัดสินมนุษย์ถึงในมิติของบาปบุญและให้คุณโทษแก่การกระทำอันเป็นนามธรรมนั้นได้

การควบคุมกิเลสโดยรัฐผ่านกฎหมายในรอบปีที่ผ่านมามีมากมายโดยที่เราไม่รู้สึกตัว และการที่เราไม่สามารถหาซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กินในวันอาสาฬหบูชาและออกพรรษาทั้งที่เราไม่ได้กระทำผิดอะไร vอีกทางหนึ่งมันก็อาจมาจากเพียงแค่เหตุผลทางภาพลักษณ์ของผู้ก้าวสู่อำนาจ โดยเฉพาะพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ซึ่งผ่านสภาออกมาในยุคที่ภาพลักษณ์ของทั้งฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติล้วนมากจากการรัฐประหารหรือไม่สง่างามทางความชอบธรมทั้งสิ้น รูปหน้ที่สวยงามจึงเป็นสิ่งสำคัญพอๆกับการมีอำนาจที่ศักดิ์สิทธิ์

กฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2551 มีมาตราข้อบังคับเข้มๆอย่างเช่น มาตรา 27 ที่ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวัด สถานศึกษา สถานบริการสาธารณสุข ร้านขายยา หอพัก สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง และสถานที่ราชการ มาตรา 31 ห้ามบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่ห้ามจำหน่ายตาม 27 และบริเวณสวนสาธารณะของราชการ

ในเวลาต่อมาภาพลักษณ์ที่ได้ผล ก็มีผลต่อเนื่องมาทางการสร้างภาพลักษณ์ของกระทรวงมหาดไทยที่มีรัฐมนตรีค่อนข้างยี้ในสายตาสังคม ทำให้เกิดการบังคับต่อเนื่องตามมาในวันเทศกาลหรือวันสำคัญทางศาสนาตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

และด้วยความเข้มงวดของกฎหมายไทย ในวันพระใหญ่จะหาแค่ไก่แช่ไวน์กินสักชิ้นยังลำบากกว่าหาเมียซักคน !!

ซึ่งการกลัวประชาชนมึนเมากับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จนกระทั่งห้ามขายแม้กระทั่งไก่แช่ไวน์ที่เราคงต้องกินกันซักสามเล้าจึงจะเมาเท่ากับเหล้าสักแก้ว บางทีมันก็เป็นเรื่องของสังคม..อีเดียดดด

เมื่อพูดถึงมิติทางสังคมแล้ว ยิ่งต้องมองต่อกันไปให้ลึกซึ้ง สังคมไทยเป็นสังคมที่มีผี และผีกับพุทธก็สัมพันธ์กันมาในวัฒนธรรมจนแยกกันไม่ออก ดังนั้นหากใครยังยืนยันให้บรรจุพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติลงในรัฐธรรมนูญก็ขอให้ใส่นับถือผีลงไปคู่กันด้วย ดังนั้นจงอย่าปฏิเสธเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพราะมันสำคัญนักแลในทางพิธีกรรมซึ่งยังคงปฏิบัติสืบทอดต่อกันมาและยังมีให้เห็นอีกหลายหัวบ้าน อีกทางหนึ่งยังเป็นเรื่องของทางสังคมที่ใช้ดื่มกินสร้างสัมพันธ์กันอย่างสนุกสนาน

ในวันสำคัญทางพุทธศาสนา บางทีก็อยากเอาเหล้าเซ่นผีบรรพบุรุษสักแก้ว แต่เขาไม่ขาย แล้วรัฐธรรมนูญ มาตรา 37 ที่ว่าบุคคลย่อมมีเสรีภาพบริบูรณ์ในการถือศาสนา นิกายของศาสนา หรือลัทธินิยมในทางศาสนา และย่อมมีเสรีภาพในการปฏิบัติตามศาสนธรรม ศาสนบัญญัติ หรือปฏิบัติ พิธีกรรมตามความเชื่อถือของตน เมื่อไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อหน้าที่ของพลเมืองและไม่เป็นการขัดต่อ ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

ในการใช้เสรีภาพตามวรรคหนึ่ง บุคคลย่อมได้รับความคุ้มครองมิให้รัฐกระทำการใดๆ อันเป็นการรอนสิทธิหรือเสียประโยชน์อันควรมีควรได้ เพราะเหตุที่ถือศาสนา นิกายของศาสนา ลัทธินิยม ในทางศาสนา หรือปฏิบัติตามศาสนธรรม ศาสนบัญญัติ หรือปฏิบัติพิธีกรรมตามความเชื่อถือ แตกต่าง จากบุคคลอื่น จะตรามาทำไมในเมื่อในทางการปฏิบัติรัฐยังคงให้คุณค่ากับพุทธศาสนาอย่างเดียว กฎหมายบางมาตราของรัฐธรรมนูญกลับถูกใช้ในความเป็นจริงของสังคมไม่ได้

อย่างไรก็ตาม หากคิดในเชิงปัจเจกไม่ต้องอ้างใคร เมื่อรักจะดื่มแล้วคงพูดพียงว่าถึงเวลแล้วคนมันอยากกิน ควักเงินตัวเอง จ่ายเอง ไม่เคยระรานใคร แล้วมันผิดตรงไหนถ้าอยากกินเหล้าตรงกับวันที่เข้าพรรษา

หรือถ้ารัฐมีเจตนาจะเป็น รัฐศาสนาอย่างไม่กระแดะ คือเครียดกับการไม่อยากให้คนกินเหล้า เป็นคนดี อยู่ในศีลในธรรม อย่างจริงจัง หากแน่จริงก็ให้ออกกฎหมายเลิกขายเหล้าในประเทศกันไปเลย คืออย่ามางดเว้นกันพอเป็นพิธี เพราะแค่นี้มันไม่ได้ช่วยให้คนไทยลด ละ เลิกเหล้าได้จริงๆ หรอก

ส่งมาโดย pjuta เมื่อ 19 ก.ค. 2008 - 09:48:37 - ip: 58.53.220.254  

555 อ่านแล้วก็ขำกับเจ้าของบทความเล็กน้อยนะคับ
เหม่แค่ไม่กี่วันนี้หาซื้อเหล้าไม่ได้เลย ไม่มีการเตรียมพร้อมเลยเหรอคับ เอาแต่จะซื้อในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ผมว่าเจ้าของบทความเนี้ยไม่มีหลักการในการบริหารเลยนะครับเอาแต่เสรีภาพ(ตามใจกู) อย่างเดียว ทำไมไม่ซื้อก่อนแล้วเอาเซ่นวันสำคัญละครับเค้าไม่ได้ห้ามให้เซ๋นไหวตอนวันสำคัญนิครับ หรือผมเข้าใจผิด
เพราะงั้นมันไม่เกียวกับศาสนาครับอย่าโยงประเด็น เดี๋ยวจะกลายเป็นคนที่ก่อน้ำผึ้งหยดเดียวด้วยความรู้น้อยนะครับ
กลับไปศึกษาใหม่ให้ดีๆนะครับสำหรับบทความนี้

ส่งมาโดย Gneisenau เมื่อ 19 ก.ค. 2008 - 11:00:52 - ip: 118.173.154.235  

จริงอย่างที่ผู้เขียนว่านะครับ หากรัฐพยายามดัดจริตทำตัวเป็นรัฐศาสนาในวันสำคัญทางศาสนา พยายามทำให้ประชาชนเป็นผู้มีศีลธรรมอันดี ก็น่าจะประกาศให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติในรัฐธรรมนูญด้วยสิครับ แค่นี้ก็บังคับทำเอาคนศาสนาอื่นหาซื้อหาดื่มไม่ได้ นี่หรือครับความใจกว้างของเรา.... น่าตลกนะครับ

ส่งมาโดย ภาพันธ์ รักษ์ศรีทอง เมื่อ 19 ก.ค. 2008 - 11:21:13 - ip: 61.7.174.87  

ตอบ pjuta
ผมต้องเดินทางมาเชียงใหม่ อยากกินไอริชคอฟฟี่มันก็ไม่ขายเพราะบอกว่าผสมเหล้า
กระเป๋าผมหนักมาก ถ้าต้องแบกเหล้ามาด้วยผมพกเงินในกระเป๋ามาไม่ดีกว่าหรือ แล้วถ้าผมนึกจะกตัญญูต่อบรรพบุรุษวันเพ็ญเดือนแปดมันผิดมั๊ย ศาสนาพุทธห้ามคิดกตัญญูต่อบรรพบุรุษแบบฉับพลันหรือ แล้วถ้าผมต้องตระเตรียมมากินเหล้าก็เท่ากับว่าไอ้ที่อยากให้งดเหล้ามันมีประโยชน์อะไร สุดท้ายคำตอบมันก้คือการกินเหล้าเหมือนกันแต่ซื้อยากขึ้นใช่ไหม

ความรู้ผมน้อยครับ แต่ไม่ดัดจริตและไม่อยากศึกษาใหม่ วันสองวันไม่เกี่ยว แต่ผมอยากกินเหล้าวันนี้ ผิดไหมที่อยากกินเหล้าวันพระ ในขณะที่ผมนับถือผีแต่ไม่มีช่องให้ระบุในบัตรประชาชน คุณอยากทำบุญก็ไปทำ แต่ผมอยากกินเหล้า ทางบรรลุธรรมของเราต่างกัน

ทำไมผมต้องไม่ทำสิ่งที่ผมอยากทำในขณะที่ผมไม่ได้ทำผิดอะไรกับใคร แล้วรัฐมายุ่งอะไรด้วย ถ้าอยากใช้หลักศานาในการปกครองก็ทำเป็นรัฐศาสนาเลย ไม่ใช่มาตอแหลทำวันสองวันแล้วจะเป็นคนดีขึ้น

ไม่ได้อดเหล้าสองวันไม่ได้ แต่อยากกินเหล้าชมจันทร์ครับ

ส่งมาโดย dr.top เมื่อ 19 ก.ค. 2008 - 13:19:10 - ip: 124.120.146.44  

ถ้าอยากกินนัก ก็ซื้อตุนไว้สิ
การออกกฎหมายแบบนี้ ก็เพื่อชี้นำสังคมให้มุ่งไปในทางที่ดี
ก็เมื่อสังคมมิใช่เพียงคนเพียงคนเดียว แต่หมายถึงบุคคลหลายๆคน ที่รวมเข้าด้วยกัน ดังนั้นจึงต้องมีกฎกติกาเพื่อความผาสุขของคนทั้งสังคม มิใชแค่การนึกเอาเองแต่เป็นการศึกษาวิจัยเก็บข้อมูลมาตลอด ได้ข้อสรุปว่า สุราเป็นต้นเหตุแห่งการสูญเสียกว่า100-1000ล้านบาทต่อปี

(ดู สุราตัวการดูดทรัพย์คนไทย 16.2 ล้านคน ยกกระดก 2 แสนล้านบาท )(http://www.siamturakij.com/home/news/display_news.php?news_id=9463)

และก็วันสำคัญนี้แหละ คือวันที่ดื่มกันมากที่สุด ดื่มกันไม่เว้นแม้วันพระ และหากอ้างว่าการดื่มสุราเป็นส่วนหนึ่งแห่งเป็นพีธีกรรมที่ตนเชื่อ ก็นับเป็นความเห็นที่มิจฉาทิฎฐิเป็นอันมาก
เนื่องด้วยศาสนาและพิธีกรรมดั้งเดิมของศาสนาทั้งหลาย ก็มิได้มุ่งเน้นให้ดื่มสุรา หากจะมีก็เห็นจะมีแต่ในพวกนับถือ พวกศาสตร์มืด (อันเป็นอันตรายต่อสังคม)

เจ้าของบทความนี้ เขียนโดยความรู้สึกส่วนตน ด้วยความเคารพนะครับ การอ้างหรือวิจารณ์โดยหลักควรคำนึงถึงผลที่เกิดด้วย ควรศึกษาให้มากกว่านี้นะครับ ไม่ควรทำตัวขวงทางเจริญ
มันบาป

ส่งมาโดย 20 เมื่อ 19 ก.ค. 2008 - 16:04:35 - ip: 124.120.134.172  

ผมไม่ได้นับถือพุทธ ทำไมต้องมาซวยโดนห้ามซื้อเหล้ากะเค้าด้วย

ส่งมาโดย Sleepwalker เมื่อ 19 ก.ค. 2008 - 20:02:56 - ip: 58.9.183.173  

เห็นด้วยกับการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล
เพราะคนจำนวนมากเดือดร้อนจากการดื่มแอลกอฮอล
เจ้าของบทความใช้วิธีนำเสนอในทางลบอย่างเดียว
ทั้งๆที่การควบคุมการดื่มแอลกอฮอลให้ประโยชน์มาก

ผมเชื่อว่าการลดการดื่มแอลกอฮอลช่วยลดอุบัติเหตุได้จริง ถึงแม้จะแค่ไม่กี่วัน ก็ช่วยให้คนจำนวนหนึ่งสามารถกลับบ้านไปหาลูกเมียที่บ้านได้

ส่วนเรื่องไก่แช่เหล้า กับกาแฟไอริชนี่คงต้องทำใจ

ส่งมาโดย คนไทยแท้ๆ เมื่อ 19 ก.ค. 2008 - 20:04:09 - ip: 202.149.24.161  

พุทธไม่ใช่ผีนะครับ คุณเล่น พูดเองเออเอง ว่าพุทธ กับผี สัมพันธ์ เสมือนหนึ่งจะเป็นอย่างเดียวกัน ต้องกินเหล้าเหมือนกัน แสดงว่าคุณไม่มีความรู้ เกี่ยวกับ พุทธเลย ที่จริงผมคิดว่าคนเขียน อาจจะเป็นคนไม่มีศาสนาเลย ไม่ว่าจะศาสนาใด การที่สามารถเขียนและออกความเห็นวิพากษ์วิจารย์ ในสิ่งที่คุณไม่มีความรู้เลย แม้แต่เศษเสี้ยว ผมเห็นจะมีก็แต่ในประชาไท นี่แหละครับ นับถือ ความกล้าหาญจริงๆ กล้าที่จะประจานตัวเองว่า โง่เง่า หลงผิด ดันทุลัง แล้วยังถือวิสาสะ อวดดี อวดเด่น ดั้นเมฆ ว่าเอาเองดื้อๆ สงสัยตอนเขียน คงจะล่อไปหลายกรึ๊บ
ประชาไทควรจะคำนึงถึงคุณภาพบ้างได้แล้ว ไม่พยายามจะทำสิ่งที่มันดีๆบ้างเลยหรือไร อุดมการของคุณถึงมันจะไร้สาระ แต่ให้มันมีคุณภาพบ้างก็ได้ ยังไงๆมันก็ไม่มีวันชนะใจประชาชนได้อยู่แล้ว

ส่งมาโดย yol เมื่อ 19 ก.ค. 2008 - 20:17:37 - ip: 118.175.198.100  

ไร้สติปัญญา
ไร้รสนิยม...


เสื่อม!!!

ส่งมาโดย p.joy เมื่อ 19 ก.ค. 2008 - 20:22:28 - ip: 85.176.113.149  

ไปอยู่อเมริกาสิครับ กินเหล้าชมจันทร์ไม่ได้แน่นอนโดนจับ ฮา

ส่งมาโดย โลกธรรม ๘ เมื่อ 19 ก.ค. 2008 - 20:39:19 - ip: 203.114.120.18  

การไม่เบียดเบียนตนและผู้อื่นเป็นคุณสมบัติของชาวพุทธด้วยการรักษาศีล ๕ เป็นการเว้นจากสิ่งที่ควรเว้น เพราะมีอบาย และทุคติเป็นที่ไปแน่นอน
สังคมไทยเลวร้ายลงทุกวันก็เพราะศีลธรรมเสื่อม เราควรร่วมมือ ร่วมใจกันกระทำสิ่งที่ก่อให้เกิดบุญกุศลต่อตนเอง และมอบคุณค่านั้นให้กับคนใบสังคม
การขัดขวางการทำความดี เพียงเพราะมันไม่ต้องกับนิสัยที่ตนเองมีอยู่หรือเป็นอยู่ ก็น่าจะลองแยกกันอยู่ การห่างพาล คบบัณฑิต เป็นมงคลของชีวิต
ขอให้ทบทวนดูว่าสิ่งเป็นที่รัก คือชีวิต ถ้าบิดามารดายังมีชีวิตอยู่ และเห็นว่าการดื่มสุราเป็นประโยชน์ ท่านคงให้เจ้าของบทความดื่มตั้งแต่อยู่ในครรภ์ คลอดออกมาแล้วก็คงจะโตมาโดยดื่มสุราแทนน้ำนม ถ้าเป็นเช่นนั้นถ้าเจ้าของบทความมีครอบครัว ผมอดสงสารลูกทั้งชายและหญิงของเจ้าของบทความ เพื่อนบ้านน่าจะต้องช่วยดูแลกันหน่อย แจ้งตำรวจด้วย

ส่งมาโดย gadfly เมื่อ 20 ก.ค. 2008 - 00:35:10 - ip: 118.175.129.197  

เห็นตามร้านอาหารหรูๆยังขายและดื่มได้อยู่นะครับ
สงสัยไม่มีใครสังเกตุ

ขอคารวะความกล้าของผู้เขียนซัก 1 จอกนะครับ สำหรับวันที่พระจันทร์เต็มดวง
ไม่ได้ดูนะครับ แต่ดื่มแกล้มเสียงฝนแทน รสชาดพอใช้ได้ครับ

บางทีคนดีก็ทำร้ายคนเลวได้นะครับ อาจจะบ่อยด้วยซ้ำ แต่ไม่มีใครสังเกต
มันเป็นเรื่องปรกติในชีวิตประจำวันเสียด้วยซ้ำ

ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ความรุนแรงที่มนุษย์ควรจะปฏิเสธนะครับ
แต่อยู่ที่กฏเกณฑ์ จารีตสารพัดและ คนที่ยึดกุมมันเอาไว้ใช้กับคนอื่นเท่านั้น

หวังว่าคนดีทั้งหลายคงไม่อ่านหรืออ่านไม่เข้าใจนะครับ
ผมจะได้ไม่ต้องโชคร้ายเหมือนเจ้าของบทความ

ส่งมาโดย ชาวบ้าน เมื่อ 20 ก.ค. 2008 - 05:08:28 - ip: 151.57.199.5  

ถ้าคนในสังคมพากันคิดถึงแต่ตนเองเป็นที่ตั้งอย่างนี้กันทุกคน

อย่าพูดถึง60ล้านเลย เอาแค่คนที่มีความคิดแบบนี้มารวมกันสักสิบคน

ก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่า สังคมของ สิบคนนี้ มันจะมีผลลัพธ์ออกมาอย่างไร

..ผมทิ้งไว้ให้คิดเดากันเอาเองนะครับ

ส่งมาโดย .. เมื่อ 20 ก.ค. 2008 - 12:34:08 - ip: 61.91.241.246  

คนบางคนกล่าวอ้างว่านับถือพุทธ เพียงเพราะในบัตรประชาชนระบุไว้ว่าต้องนับถือศาสนา ในปัจจุบัน คำว่า ศาสนาเสื่อม คงหนีไม่ไกลจากคำนี้ สิ่งที่พุทธศาสนาสอนไว้เพื่อให้มนุษย์ทุกคนได้ปฎิบัติตนให้อยู่ในศีลในธรรม เมืองไทยเมืองพุทธที่ทุกคนร่ำร้องให้เป็นศาสนาประจำชาติ เพียงเพราะเป็นฉากหน้าหรือเพื่อหวังสิ่งใด ในวันเข้าพรรษา การปฏิบัติตนเพื่ออยู่ในศีลธรรม เพื่อเป็นพุทธบูชา มิใช่เพื่อใครอื่นเลย แต่กลับเพื่อตนเอง และเพื่อบุคคลที่อยู่รอบตัวเรานั้นเอง ทุกวันนี้ผู้คนขาดศีลธรรมอันดีงาม เพราะเราได้หลงลืมความเป็นตัวตน มั่วหมกมุ่นอยู่กับทาสตัณหาอารมณ์ ความฟุ้งเฟ้อ และการนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างฟุ้มเฟือยและไม่เกิดประโยชน์ที่แท้จริง ...จึงทำให้ทุกวันนี้เกิดปัญหามากมาย จนแทบแก้ไขไม่ได้..

ส่งมาโดย โลกธรรม ๘ เมื่อ 20 ก.ค. 2008 - 13:58:21 - ip: 203.114.120.18  

รัฐศาสนา เป็นวิวัฒนาการของสังคมที่เจริญ ไม่ปรากฎว่าในหมู่สัตว์เดรจฉาน,เปรต,อสูรกาย หรือสัตว์นรก จะเกิดขึ้นได้ จะมีประเทศใดที่คนส่วนใหญ่ไร้ซึงการแยกแยะ ความดี หรือความชั่ว ด้วยศาสนาบัญญัติ หลักธรรมคำสอน มีศาสดาองค์ใดกล่าวชื่นชมการดื่มสุรา ถ้าการดื่มสุราเป็นเรื่องน่าชื่นชม สมควรที่ผู้เขียนบทความควรจะรณรงค์ ร่วมกับผู้ผลิต ผู้จำหน่าย และพวกนักดื่มสุรา เพื่อเอาหน้าบ้าง สังคมประชาธิปไตยยอมรับได้ แต่สมควรใช้ภูมิปัญญา ไม่เลื่อนลอย

ถ้าผู้เสพยา....ฯลฯ จะออกมาขอสิทธิ ตามที่เจ้าของบทความนำเสนอ และมีบางท่านให้การรับรอง ท่านทั้งหลายคงไม่เดือดร้อน เพราะวิสัยมองแค่...ไม่พ้นตัว กฎหมายที่เอาผิดผู้ผลิต ผู้จำหน่าย ผู้เสพ ควรยกเลิก เพราะคนดีออกกฎหมายทำร้ายคนเลวหรือกระมัง? คนดีเชื่อว่า การทำทาน การรักษาศีล เจริญสมาธิภาวนา คือหลักธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หลักธรรมนำไปดี เป็นสมบัติของคนดี ทำให้ใครต้องเดือดร้อน หรือเพียงแค่การขอดื่มสุราในวันเข้าพรรษา เป็นสมบัติของคนดี และถ้าคนเลวไม่เลิกประพฤติปฏิบัติอกุศลกรรม ที่แม้ดูเล็กน้อย และว่าเป็นสิทธิ ก็ขอให้ไปที่ชอบๆ..ๆ ขออยา่ได้เจอะเจอกันไปทุกภพทุกชาติ

ส่งมาโดย อภิ เมื่อ 20 ก.ค. 2008 - 21:02:19 - ip: 116.58.235.231  

อ่านบทความนี้แล้วช๊อคเล็กน้อย

นึกไม่ถึงว่าสังคมไทย ไม่สามารถแยกแยะระหว่างความดีกับความชั่ว แล้วสังคมไทยในอนาคตจะเดินไปในทิศทางใด

ไม่ต้องให้พระมาสอน เด็กมันก็ยังรู้ว่าเหล้าเป็นของดีหรือไม่ดี ขนาดสุนัขมันยังไม่กิน มีแต่คนจิตเสื่อมเท่านั้นแหละที่บอกว่าเหล้าดี

ส่งมาโดย อริน เมื่อ 21 ก.ค. 2008 - 00:12:03 - ip: 203.114.120.18  

ผู้เขียนเลิกเหล้า-บุหรี่มา 20 ปีแล้ว
แต่เลิกกดขี่-ขูดรีดเพื่อนมนุษย์มานับจากปี 2516
ไม่เคยคิดออกกฎให้เพื่อนร่วมทุกข์-เกิด-แก่-เจ็บ-ตาย เลิกสิ่งเสพย์ติด 2 อย่างนี้
แต่อยากออกกฎ (หมาย) หรือ ระบอบการปกครองที่ทำให้มนุษย์ไม่สามารถเอารัดเอาเปรียบกันได้อย่างทุกวันนี้ และในบางกรณีอ้างเอาเป็นบุญคุณเสียอีกด้วยซ้ำไป
อีกทั้งใร้สึกรำคาญพวกแก่บุญเพื่อมุ่งสวรรค์ระดับกามสุขทั้งในภพนี้และภพหน้าตามความเชื่องมงายอย่างแรง เสียจนกระทั่งไม่เห็นความเป็น "สัพเพ สัตตา"
ปลิ้นปล้อนหลอกลวงก็ปานนั้น ทำบุญบังหน้าก็ปานนั้น บิดเบือนตู่เอาสัทธรรมปฏิรูปว่าเป็นพระสัทธรรม
เพียงเพื่อจะได้เสวยกามสุขบนทุกขเวทนาของสัตว์อื่น
ถามจริงเหอะ ภิกษุมีทรัพย์สินเอกชน (private property) ได้เกิน 8 อย่างตั้งแต่ตอนไหน
"จิ้งเหลือง" จำนวนมากกำลังต่อแถวจอง "แฟลต" เดียวกับที่ "เทวทัต" อยู่เวลานี้รู้สึกกันไหม
คำสอนเรื่อง "ลัทธินอกพุทธ" ไม่เคยหลุดจากปาก ด้วยเกรงจะขาดอามิสนั่นไง
"พระไตรลักษณ์" ก็ไม่กระดิกสักกี่มากน้อย...อนิจจา... ศิษย์ตถาคต

ส่งมาโดย อย่าทำร้ายตัวเองเลย นะจ๊ะ เมื่อ 21 ก.ค. 2008 - 11:14:18 - ip: 61.7.175.41  

บทความนี้และคนที่เห็นด้วย พยายามจะทำเป็นพูดถึงการใช้อำนาจรัฐกระทำต่อประชาชน แต่ยังมีอีกประเด็นที่แฝงเร้น คือพยายามชูว่าเสรีภาพ อยู่เหนืออื่นใด อยู่เหนือแม้แต่ ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม โดยใช้สักแต่เพียงโวหาร ถ้อยคำโน้มน้าว แต่ไร้เหตุผล มองโลกแง่ลบ ยึดแต่ตนเองเป็นที่ตั้ง วัตถุนิยม บริโภคนิยม เวลาจะแสดงเหตุผล ก็หยิบมาแต่เพียงบางด้าน เป็นด้านที่มีแต่ความรุนแรง ขาดนำหนัก แสดงถึงจิตใจที่มืดบอด ตื้นเขิน อย่างที่พระท่านว่า คนเราเปรียบเหมือนบัวสี่เหล่าและ คนพาล ก็เหมือนบัวใต้โคลนตม เป็นได้เพียงอาหาร ของเต่า ของปลา ไม่สามารถเข้าถึงศักยภาพที่แท้จริงของความเป็นมนุษย์ ไม่มีปัญญาจะมองให้พ้นตัวตนไปได้ เขาจึงไม่เข้าใจว่า ธรรมะ มีขึ้นมาเพื่อประโยชน์ ของตัวเขาเอง เขาคิดว่า ธรรมะมีไว้หลอกคนโง่ ทำให้ตัวเองตกเป็นเบี้ยล่างคนอื่น เอาสวรรค์มาล่อ เอานรกมาขู่ ผมไม่สามารถจะโต้แย้งความคิดพวกนี้ได้ในพื้นที่อันน้อยนิดและ น่าสังเวช เช่นนี้ แต่ถ้ามีเวลาอยากแนะนำให้ดูงานวิจัยของ อ.สุตยา วัชราภัย งานของ นพ.สมพนธ์ บุญยคุปต์ อลิซาเบธ คิปเบอร์ รอสส และอีกมากมาย เผื่อจะได้ชั่งนำหนักไตร่ตรองให้ดีก่อนจะฟันธงอะไรลงไป

ส่งมาโดย ภาพันธ์ รักษ์ศรีทอง เมื่อ 21 ก.ค. 2008 - 11:46:36 - ip: 202.28.54.175  

ถึงผู้รักศาสนาทุกท่าน

ศาสนาน่ะมันเป็นเรื่องส่วนบุคคล ถ้าอยากชี้นำสังคมก็รณรงค์กันไปไม่ใช่มาใช้เผด็จการโดยธรรมนี่ครับ

เวลาคุณรับศีล 5 ข้อ เวลาพระเทศน์หลังสุดน่ะเป็นการบอกว่ารับศีลไปปฏิบัติจริงแล้วมันดียังไง อนิสงค์มันมีไรบ้าง ไอ้ศีเลนะสุขติงยันติ อะไรซํกอย่างที่พระท่องให้ฟังน่ะ แนวทางพุทธเขาไม่ได้ชี้นำความดีด้วยการออกกฎบังคับนะครับ เขาโน้มน้าวบอกกล่าว เชื่อหรือไม่ก็ใช้กาลามสูตรของท่านคิดเอา บางทีก็ให้ตื่นรู้กันด้วยปริศนาธรรม

แต่รัฐกำลังนำหลักศาสนามาสู่หลักปกครองด้วยการบังคับไม่ใช่หรือ พวกยึดติดในตัวบทศาสนานำมาใส่ในการปกครองเพื่อสร้างอำนาจโดยธรรม เอาศาสนจักรมาเป็นอำนาจอาณาจักร ขจัดความเชื่ออื่นอย่างแข็งขันมันจะต่างอะไรกับการฆ่าแม่มดในยุคกลางเล่า

เพียงเพราะผมแสดงเจตนาในการกินเหล้าคืนวันเพ็ญ พวกคุณก็กำลังจะเผาผมสังเวยเสียแล้ว นี่หรือเมืองพุทธที่เมตตาต่อส่ำสัตว์ 5555

ส่งมาโดย อริน เมื่อ 21 ก.ค. 2008 - 13:43:19 - ip: 61.90.219.114  

คำถามเก่าแก่ : พระพุทธเจ้าตรัสรู้อะไร?
(1) ตรัสรู้ทางไปพ้นกองทุกข์
(2) ตรัสรู้กลวิธีเกลือกกลั้วกามสุขัลลิกานุโยค
เลิกเถิด สำหรับคนที่มัวเมาในโลกียสุข ณ วันนี้ แล้วหลอกคนอีกพวกให้อดใจรอโลกียสุขในอนาคตที่ไม่มีวันมาถึง ประนามผู้ "ไร้" ว่ายึดบริโภคนิยม ติดวัตถุนิยม ในขณะที่เพื่อนทุกข์เกิด-แก่-เจ็บ-ตาย กิน "เศษอาหาร" ในจานกระเบื้องเคลือบราคาถูก ส่วนตนและบริษัทบริวาร ประกาศ "ละวาง" พลางบริโภค "ทิพยาหาร" ในจานแก้วเจียระไน
ทุด... อนิจจาพวกมือไม่ไกลสาก ปากไม่ไกลศีล
สะสมเข้าไว้เถิด "บุญ" อันเป็นส่วนเกินเกิดจากน้ำเหงื่อน้ำแรงของเพื่อนร่วมโลก
เมื่อกาลมรณะมาถึง จะได้ตระหนักรู้ว่าบรรดาทรัพย์ศฤงคารนั้นกอบกู้ไม่ได้แม้จิตที่อิ่มสัทธรรมปฏิรูปมาช้านานเพียงใด
เคยสำเหนียก "สันตุฏฐีธรรม" กันบ้างไหม
คนละเรื่องกับชี้ให้ผู้คนอื่นๆพอใจอยู่ในความยากจนของตน
แล้วหลีกลี้ไปเสวยความมั่งคั่งอยู่ในที่ลับตา...กับทุกอย่างที่นำพาติดตัวไปไม่ได้ในปรภพ

ส่งมาโดย Sleepwalker เมื่อ 22 ก.ค. 2008 - 07:26:06 - ip: 202.28.181.200  

ชักจะไปกันใหญ่แล้วครับ.....
เรื่องห้ามดื่มแอลกฮอลในวันไหนๆนี่ ผมเองก็รู้สึกแปลก (เริ่มเห็นด้วยว่าทำไมต้องเอาวันสำคัญในศาสนาพุทธมาเป็นตัวโปรโมท)

แต่ก็ยังเห็นด้วยที่จะให้ควบคุมการดื่มแอลกอฮอลมากขึ้นๆ

ส่งมาโดย tigerfireback เมื่อ 22 ก.ค. 2008 - 11:44:11 - ip: 118.174.59.114  

เรื่อง เหล้า แค่นี้ ก็หาเรื่องเขียนด่ากฎหมายห้าม

อยากกินนักหรือ เหล้า

จะแดกเหล้าหอก ก็รีบไปแดก แดก เสีย เอาให้เมาเป็นหมูเป็นหมาไปเลย
ตอนนี้พ้นวันห้ามแล้ว

รีบไปแดก แดก แดก เสีย เร็ว รัฐจะได้ภาษีจากการทำความดีด้วยการแดกเหล้า

ส่งมาโดย อริน เมื่อ 22 ก.ค. 2008 - 14:00:59 - ip: 61.90.219.114  

ลองคิดดู ถ้าหมดพวกกระแดะดัดจริต อ้างบุญหนักศักดิ์ใหญ่ สูงส่งเหนือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน จะเกิดอะไรขึ้น?
ก็สังคม "ประชาธิปไตย" ไงเล่า
แล้ว "ใช้เหตุผลถกแถลง" หาความพอเหมาะ-พอดีใน "ทุกเรื่อง" รวมทั้งเรื่อง "เหล้า" นี่ด้วย
เมื่อคนส่วนข้าวมากเห็นพ้องต้องกัน ก็จะไม่เหลือ "ผู้สูงส่งหรือสูงศักดิ์" อีกต่อไป
พูดภาษาชาวบ้าน คือ "ทำยังไงก็ได้ให้หางโผล่โดยเท่าเทียมกัน แล้วมาถกกัน"

ส่งมาโดย คนไทยแท้ๆ เมื่อ 23 ก.ค. 2008 - 09:34:18 - ip: 202.149.24.161  

ผมแปลกใจบางคน
ทำไมจิตใจคับแคบและใช้สำนวนเหมือนรู้สึกเคียดแค้นชิงชังอะไรนักหนา เหยียดหยาม ดูแคลนคนอื่นแบบดื้อๆ ไม่ใช้เหตุผล สะท้อนถึงตัวคนพูด ใช้โทสะจริต เต็มไปด้วย่ความรู้สึกที่บิดเบี้ยวแล้วก็ขุ่นเคืองล้วนๆเลย ถ้าคุณอ่านความเห็นที่คัดค้านบทความให้ดีๆ เอาแต่ประเด็น อย่าติดสำนวน คุณจะเห็นได้ว่าเขาหวังดีกับคุณมากกว่า เหล้าเป็นสิ่งไม่ดี กินแล้วทำลายตนเอง ทำลายสมรรถภาพ ทำลายสมอง ทำลายเงินในกระเป๋า บางครั้งทำให้ บาดเจ็บ พิการ และตาย ข้างบ้านผมนี่ ดึกๆ ตีหนึ่ง ตีสอง รถยนต์ ชนต้นไม้ ตกคลอง ชนมอไซ แทบทุกคืน ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น หยุดขายซะวัน ลดคนที่ต้องตายลงไปหน่อย มันเสียหายมากนักหรือไง คุณลองมาดู เด็กๆสาววัยรุ่น นอนหัวแบะอยู่ข้างถนน เลือดไหลนอง ไอ้หนุ่มนั่งเมาหัวส่ายอยู่ข้างๆ แล้วคิดว่าแม่ของเด็กผู้หญิง รำ่ไห้คร่ำครวญขนาดไหน เพราะสาเหตุเดียว คือเหล้า
ที่จริงเรื่องเหล้านี้มีประเด็นเกี่ยวข้องมากมาย อย่าพูดเลย ยาว

ศาสนา เขาก็บอกจนปากจะฉีกกันแล้วว่า มีไว้เพื่อประโยชน์แก่ตัวเราเอง ลดตัวตนเรา ไม่มีใครคิดว่าตัวว่าวิเศษวิโสกว่าคนอื่นหรอก อย่าดูุแคลนคนอื่น อย่ามองแง่ร้ายนักเลย
ทำลายประโยชน์ตนเปล่

ส่งมาโดย คนไทยแท้ๆ เมื่อ 23 ก.ค. 2008 - 09:48:47 - ip: 202.149.24.129  

ส่วนเรื่องประเด็น รัฐใช้ความรุนแรงกับประชาชน ใช้อำนาจบังคับอะไรนั่น ผมก้เห็นทำกันทุกรัฐในโลกนั่นแหละ ไอ้เรื่องนี้ผมเห็นเพียงว่ารัฐ ทำพอเป็นพิธีเท่านั้น เพื่อแสดงว่ารัฐไม่สนับสนุนอบายมุก เลยถือโอกาสเอาวันสำคัญทางศาสนามาใช้ให้เป็นประโยชน์ ถ้าคุณอยากจะกินจริงๆ ไม่เห็นจะยากอะไร เรื่องแค่นี้คงไม่เกินสติปํญญาคนไทยละมั๊ง คนอื่นเขาก็หากินกันได้ เห็นมีเดือดร้อนจะเป็นจะตายเกินกว่าเหตุอยู่คนเดียวนี่แหละ
กฎหมายอื่นๆเดือดร้อนกว่านี้ มีอีกเยอะ โดยเฉพาะกฎหมายภาษี ผมเดือดร้อนมากควรยกเลิกให้หมด
เขียนไป ผมก็จะไร้สาระไปด้วย ผมว่าคนตั้งประเด็น แกล้งๆตั้งหัวข้อที่มันงี่เง่า มาลองๆทดสอบสามัญสำนึกของคนในสังคมดูมากกว่า
ทีหลังถ้าจะล้อเล่น อย่าให้มันทุเรศนักสิ ผมมึน

ส่งมาโดย ภาพันธ์ รักษ์ศรีทอง เมื่อ 23 ก.ค. 2008 - 10:59:42 - ip: 202.28.54.175  

ขอโทษสำหรับคนที่หวังดีนะครับ แต่ผมว่าผมคิดเองได้มั๊ง เหล้าดีหรือไม่ดี แต่ผมเห็นว่าเหล้ามันมีมิติด้านอื่นๆอีกมากมาย

แถวบ้านผมคนไม่ดื่มเหล้าก็ทำอะไรเลวๆได้สาระพัด ปล้น ฆ่า มีทั้งนั้น เด็กสาวกับหนุ่มวัยรุ่นซิ่งมอไซค์ล้มหัวแบะมากมายก็ไม่ได้ดื่ม กฎหมายเมาไม่ขับมีก็ใช้ไปสิครับ ไม่ได้ไม่เห็นด้วย เพราะมันอันตรายกับคนอื่นเวลาไม่มีสติ กฎหมายมีหลายตัวและหลายระดับที่ไปทำอันตรายและละเมิดสิทธิคนอื่นคุณก็ใช้กฎหมายนั้นจัดการไปสิ ผมเพียงกำลังพูดถึงมิติของการห้ามกินเหล้าว่ามันทำให้คน ลด ละ เลิก ลดความรุนแรงได้จริงหรือไม่ต่างหาก คุณพร่ำแต่บอกว่าถ้าอยากกินก็คงไม่ลำบากในการหา ซึ่งมันถูกต้องแต่ถามว่านั่นมันเป็นคำตอบในตัวแล้วไม่ใช่หรือว่าสุดท้ายคนที่ดื่มเขาก็จะดื่มอยู่ดี นั่นเพราะคุณไม่ได้ทำการรณรงค์ให้เห็นดีเห็นชอบแล้วเชื่อจากตัวเขาเองว่ามันไม่ดี แต่คุณกำลังบังคับในสิ่งที่คุณเห็นว่าไม่ดี แล้วบอกเขาว่ามันไม่ดีสำหรับคนอื่นด้วย คุณและรัฐกำลังทำตัวเป็นมากกว่าบิดาของผมนะครับ ที่จะบอกว่าอย่างนี้ไม่ดีนะลูก อย่างนั้นไม่ดีนะลูก เพราะยอมให้ชี้นำว่าอะไรดีไม่ดีแบบนี้แหล่ะไอ้กฎหมายภาษีอะไรของคุณเลยไม่ถูกแก้สักทีไง

ส่งมาโดย poakpong เมื่อ 23 ก.ค. 2008 - 13:33:40 - ip: 58.9.121.102  

น่าแปลก
3 สีบนธงชาติ แดง ขาว และ น้ำเงิน
มันกลายเป็นเครื่องมือ ผลักดันคนที่ ไม่เห็นด้วย/ไม่นิยม /คนส่วนน้อย
ให้ออกไปจากธงชาติของตัวเอง ?

เฮ้อ...

ส่งมาโดย เละเป็นโจ๊ก..........เลยเวบนี้(คนไทยแท้ๆ) เมื่อ 23 ก.ค. 2008 - 14:38:53 - ip: 202.149.25.225  

ของดีก็คือของดี
ของไม่ดีก็คือของไม่ดี
ไม่เกี่ยวกับคุณจะคิดเองได้หรือไม่ได้
ไม่มีใครสนหรอกว่าคุณคิดอย่างไร ความหวังดีเขาไม่ได้จำกัดอยู่แค่คุณ
แต่การที่คูณเที่ยวเขียนอะไรเผยแพร่ให้คนอื่นสับสนหรือคล้อยตาม ผมก็มีสิทธิคิดต่าง แล้วก็เลิกสำออย ทำจะเป็นจะตาย หาว่าใครจะไปเผาคุณบูชายัญอะไรนั่น ถ้าใครเผาคุณจริง ก็เรียกตำรวจจับเลยครับ เขาแค่เขียนออกความเห็นกันเล่นๆ อย่าโวยวายเกินกว่าเหตุ แล้วคุณกับ อริณอะไร น่ะ คนเดียวกันเหรอ เขียนสอดคล้องกันเหลือเกิน (ไม่ต้องตอบหรอก ตอบมาผมก็ไม่รู้หรอกว่าจริงรึเปล่า นี่มันไซเบอร์ ผมไม่เชี่ยว)

อ้อ ผมนึกแล้วว่าคุณต้องยกตัวอย่างคนเลว คนประสบอุบัติเหตุที่ไม่ได้กินเหล้า มาสนับสนุนแต่อีกใจหนึ่งผมก็คิดว่าคุณคงไม่....แหม..เอางี้...ดันทุลังขนาดนั้น
มันไม่เป็นเหตุเป็นผลกันเลย คุณลองไปตรองดูให้ดี
ถ้าคุณไม่เข้าใจ การเสวนาก็ไม่มีประโยชน์
เหตุผลก็ไม่ใช่สิ่งจำเป็นอีกต่อไป
สติปัญญาก็ไม่สำคัญ
หัวใจก็โยนทิ้ง
สำนึกก็ลืม
อยู่ไปก็....................นี่ผมบ่นตัวเองนะ ไม่เกี่ยวกับคุณ
คุณอยากเขียนอะไรก็เขียนไปเถอะ ถ้าผมว่างจะมาอีก

เละเทะจริงๆเล๊ย...

ส่งมาโดย มีศาสนาเหมือนกัน เมื่อ 23 ก.ค. 2008 - 15:00:25 - ip: 124.120.166.140  

ศาสนรัฐ เพิ่มพูนความคับแคบอย่างมีประสิทธิภาพจริงๆ

หุหุ

ส่งมาโดย คนไทยแท้ๆ เมื่อ 23 ก.ค. 2008 - 15:07:44 - ip: 202.149.24.129  

อ้อผมแถม เรื่องการรณรงค์อะไรของคุณน่ะ คุณคิดว่าคนที่กินเหล้าน่ะ สาเหตุเพราะไม่รู้ว่าเหล้าไม่ดีเหรอ
ผมคิดว่าใครๆก็รู้ว่าเหล้าไม่ดีซะอีก แต่ที่คนมันยังกินน่ะ เพราะบางทีคนเรามันก็อยากนอกลู่นอกทางบ้าง มันเกิดกิเลส และมันสะดวก สะดวกจนเกินไปแล้วทุกวันนี้ ข้างวัด ข้างโรงเรียน ข้างบ้านมีหมด น่าจะแกล้งทำให้มันยากๆซะบ้าง
ดูหลวงพ่อคูณสิ มีคนไปบอกหลวงพ่ออย่าสูบบุหรี่เลย ท่านบอกว่า ก็ให้รัฐบาลมันเลิกทำก่อนสิท่านถึงจะหยุด และจะอนุโมทนาด้วย
เรื่องนี้ใครจะมองยังไงก็ได้ ส่วนผมมองเป็นอนุสติเตือนรัฐบาลด้วยแง่หนึ่ง
แต่ที่แน่ๆท่านไม่ได้บอกเรื่องของกู กูจะสูบ
ท่านรู้ว่ามันไม่ดี แต่มันมีขายนี่ คนเขาถวาย ท่านก็สูบ ถ้าให้หยุด
ก็อย่าถวายท่าน หรือไม่ก็ ท่านก็ยินดีหยุด แต่มีเงื่อนไขนิดหน่อย แค่นั้นเอง อิ อิ

ส่งมาโดย ภาพันธ์ รักษ์ศรีทอง เมื่อ 23 ก.ค. 2008 - 16:42:23 - ip: 58.8.99.81  

ก็ผมบอกแต่ต้นแล้วไงครับ เอามั๊ยล่ะเลิกขายไปเลย เพราะตั้งใจจะเป้นรัฐในศีลธรรมแล้วนี่ ถ้าตั้งใจเป้นอย่างนั้นผมบอกแต่ต้นแล้วว่าทำไปเลย แต่อย่ามาตอแหลทำวันสองวัน รัฐกล้าเลิกขายหรือไม่ถ้าบอกว่ามันไม่ดี หรือสัคมบอกเป้นเสียงเดียวกันว่ามันไม่ดี เลิกๆๆๆ เลิกไปเลย แต่เอาให้จริงแล้วกัน เพราะจะแค่ทำให้ซื้อยากขึ้นมันมีประโยชน์อะไรหรือ ผมไม่ได้เขียนอะไรให้ใครคล้อยตาม แต่ผมพูดในอีกมุมหนึ่ง แล้วถ้าเป้นมุมของผมเองก็ไม่ผิดอะไรไม่ใช่หรือ แล้วคุณจะเอาเหตุผลอะไรล่ะครับ ในเมื่อคุณตัดสินไปแล้วว่า เหล้า เท่ากับ เมา เท่ากับระยำหยำเป อ้วกขี้เยี่ยวไม่เป้นที่เป้นทาง เลว

ส่วนผม เหล้าเท่ากับอะไรอีกมากมายแต่อาจไม่เท่ากับว่าต้องเมาระยำหยำเปเสมอไป และในความหมายที่เหล้าไม่เท่ากับความเลวร้ายเสมอไปของผมนั้น รัฐได้ห้ามกระทำไปแล้ว และถ้ารัฐมีอำนาจที่สามรถควบคุมได้แม้แต่สามัญสำนึกส่วนตัว มันคืออะไรที่อันตราย เหมือนที่คนกินมังสะวิรัสกำลังชวนไปทำบุญด้วยไม้หน้าสามที่เขาพระวิหารนั่นแหล่ะครับ(ถึงเหล้าเท่ากับเมาหำเปแต่ถ้าอยู่บริบทที่ไม่ละเมิดสิทธิใครก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร และเป็นความสุขส่วนตัวที่ทำได้เช่นกัน)

ส่งมาโดย อริน เมื่อ 23 ก.ค. 2008 - 21:25:06 - ip: 61.90.219.114  

ถ้าเหล้าเลวร้ายถึงที่สุด ยกกำลังไปทำลายโรงเหล้ากันสิ
ผู้เขียนเลิกเหล้าเด็ดขาดมา 2 ปี แล้ว (ก่อนเลิกบุหรี่ 1 ปี เต็มๆ) ยังรักเพื่อน-ผู้คนที่ "เสพย์" ในระดับพอดีๆอยูเป็นสิบเป็นร้อย
แต่ที่เบื่อคือ "ศีลธรรมแบบวิคตอเรียน" นี่แหละ
ไม่ได้เล่น "สำนวน" แต่ความเลวร้ายกว่าเหล้ามีอีกเยอะ เป็นภัยแฝงที่เห็นตำหูตำตา เล่นเอาผู้คนเฉยชากันมาช้านาน
"ศีล" ข้อ 5 นี้ มาทีหลังอีก 4 ข้อ เพราะโทษสมบัติคือ ถ้าไม่ละแล้วอาจทำให้ศีล 4 ข้อแรกขาดได้ ต่างกับ 4 ข้อแรก ที่มีโทษสมบัติในตัวเอง
กรุณามี "โยนิโสมนสิการ" ด้วย โดยเฉพาะกับ "คนคิดต่าง"

ส่งมาโดย tigerfireback เมื่อ 23 ก.ค. 2008 - 21:35:46 - ip: 118.174.7.144  

โธ่ โว้ย ไร้สาระจริงๆ เจ้าของกระทู้
วันๆไม่ทำอะไรคงหาเรื่องแต่จะกินเหล้า

แม้แต่เรื่อง กฎหมายห้ามกินเหล้า ก็เอามาเขียนได้บทความยาว
เอาเลย อยากกินก็กินเลย ว้นพระ ว้นห้าม วันอะไรก็ตาม หากินได้อยู่แล้ว

อย่าออกนอกเรื่อง ว่ารํฐห้ามกินเหล้า
กินไปเลย ทั้งครอบครัวด้วย ยิ่งดี ปู่ ย่า ตา ยาย ลูกเล็กเด็กแดง
เย็นลง ก็ตั้งวงก้งเหล้า สมานสามัคคีในครอบครัวด้วย
รัฐไม่ได้ห้ามไม่ให้ตุนเหล้าไว้ อยากกินวันที่ห้าม กินในบ้านก็กินได้คล่องคออยู่แล้ว

ออกกฎหมายห้ามสำหรับคนที่อยากทำดีโดยถูกบังคับ
ส่วนคุณ เขาไม่กล้าบังคับอยู่แล้ว โตแล้ว ไม่แก่แล้ว ใครเขาจะกล้าห้าม
ขอให้คนกินเหล้าทุกคน จงเจริญ เจริญ เถอะ

ส่วนคนไม่กิน ก็ไม่ใช่ว่าฮีโร่ หรือบรรลุอรหันต์ อะไร เพียงแต่
ทำให้มีเงินไปซื้อของอื่นๆทีเขาเห็นว่าจำเป็นกว่าเหล้า ก็เท่านั้น

เจ้าของเห็นเหล้าจำเป็นมากๆๆๆ ก็กินซี ตุนไว้เยอะๆ ด้วย เรียกว่า
มีคลังเหล้าอยู่ในบ้าน ขอให้ดีขึ้นทุกๆวันด้วยเหล้า


ส่งมาโดย คนไทยแท้ๆ เมื่อ 23 ก.ค. 2008 - 21:44:43 - ip: 202.149.25.225  

ผมก็ไม่คิดจะต่อล้อต่อเถียงอะไรหรอกนะ แต่ไหนๆก็ว่างๆอยู่ ผมจะลองพูดไปเรื่อยๆ
คือผมเห็นด้วยว่า
"เหล้าเท่ากับอะไรอีกมากมายแต่อาจไม่เท่ากับว่าต้องเมาระยำหยำเปเสมอไป "
เหล้าอาจจะเป็นยาฆ่าเชื้อ
เหล้าอาจจะเป็นพลังงานทดแทน
เหล้าอาจจะเป็นการสังสรร
การแสดงความเคารพ ฯลฯ มากมาย
ตราบเท่าที่เราไม่กระดกมันเทใส่กระเดือก ไหลลงลำคอ เพราะมันจะได้ไม่คุ้มเสีย และสิ่งต่างๆที่เราพยายามให้ความหมายในตอนต้น มันจะกลายเป็นเพียงข้ออ้าง เราจะหยุดไม่อยู่ เราจะจมลง จมลง และถอนตัวไม่ขึ้น เราจะไม่รู้ว่าเราสูญเสียอะไร ไม่ใช่ว่าเราไม่เข้มแข็งหรืออ่อนแอแต่มันเป็นธรรมชาติของสิ่งนั้น ธรรมชาติของเหล้า เหล้าทำให้เราประมาท
เหล้าจะเปลี่ยนนิสัยเราให้กลายเป็นคนที่เราไม่รู้จัก เราเลยได้ยินบ่อยๆ "ผมม่ายรู้ ผมมาว.."
ในความหมายนี้เหล้าจะกลายเป็นข้ออ้าง
ที่รู้กันอยู่ว่า... ฟังไม่ขึ้น และผลที่ตามมา ตัวใครตัวมัน
ในช่วงเวลาแห่งกลียุคนี้ เหล้าแทบจะกลายเป็น ศาสนา มีโบสถ์ของลัทธิตน อยู่ทุกหัวระแหงติดไฟระยิบระยับ แอร์เย็นฉ่ำ นักบวชนุ่งน้อยห่มน้อย สวดสาธยายมนต์ทำนองเสนาะ และปรนเปรอเหล้า ให้เรา ลัทธินี้สมาทานไม่ยาก

ส่งมาโดย คนไทยแท้ๆ เมื่อ 23 ก.ค. 2008 - 21:45:13 - ip: 202.149.25.233  

ผมก็ไม่คิดจะต่อล้อต่อเถียงอะไรหรอกนะ แต่ไหนๆก็ว่างๆอยู่ ผมจะลองพูดไปเรื่อยๆ
คือผมเห็นด้วยว่า
"เหล้าเท่ากับอะไรอีกมากมายแต่อาจไม่เท่ากับว่าต้องเมาระยำหยำเปเสมอไป "
เหล้าอาจจะเป็นยาฆ่าเชื้อ
เหล้าอาจจะเป็นพลังงานทดแทน
เหล้าอาจจะเป็นการสังสรร
การแสดงความเคารพ ฯลฯ มากมาย
ตราบเท่าที่เราไม่กระดกมันเทใส่กระเดือก ไหลลงลำคอ เพราะมันจะได้ไม่คุ้มเสีย และสิ่งต่างๆที่เราพยายามให้ความหมายในตอนต้น มันจะกลายเป็นเพียงข้ออ้าง เราจะหยุดไม่อยู่ เราจะจมลง จมลง และถอนตัวไม่ขึ้น เราจะไม่รู้ว่าเราสูญเสียอะไร ไม่ใช่ว่าเราไม่เข้มแข็งหรืออ่อนแอแต่มันเป็นธรรมชาติของสิ่งนั้น ธรรมชาติของเหล้า เหล้าทำให้เราประมาท
เหล้าจะเปลี่ยนนิสัยเราให้กลายเป็นคนที่เราไม่รู้จัก เราเลยได้ยินบ่อยๆ "ผมม่ายรู้ ผมมาว.."
ในความหมายนี้เหล้าจะกลายเป็นข้ออ้าง
ที่รู้กันอยู่ว่า... ฟังไม่ขึ้น และผลที่ตามมา ตัวใครตัวมัน
ในช่วงเวลาแห่งกลียุคนี้ เหล้าแทบจะกลายเป็น ศาสนา มีโบสถ์ของลัทธิตน อยู่ทุกหัวระแหงติดไฟระยิบระยับ แอร์เย็นฉ่ำ นักบวชนุ่งน้อยห่มน้อย สวดสาธยายมนต์ทำนองเสนาะ และปรนเปรอเหล้า ให้เรา ลัทธินี้สมาทานไม่ยาก

ส่งมาโดย คนไทยแท้ๆ เมื่อ 23 ก.ค. 2008 - 21:58:27 - ip: 202.149.25.234  

หาเงินไว้อย่างเดียวก็พอ
ลัทธินี้บางครั้งก็ไม่ได้เบียดเบียนใคร นอกจาก บางครั้งอาจจะเป็นค่าเทอมลูก บางครั้งค่านมลูก บางครั้งค่าผ่อนบ้าน บางครั้งเจ้าหนี้
แต่มันไม่สำคัญเพราะทุกคนไม่ได้เป็นอย่างนั้น
คนบางคนเกิดมามีพร้อมทุกอย่าง ไม่มีความเดือดร้อนเรื่องเงิน กินเหล้าเสร็จไม่ได้ออกไประรานใคร ทำให้คนอื่นเดือดร้อนแต่ประการใด เฮฮาแล้วก็นอน อยู่กับบ้าน น่าจะโอเค
คราวนี้มันเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ยากอยู่ซักหน่อย ที่จะทำความเข้าใจ อาจต้องอาศัยบุญกรรมแล้วล่ะ
คือ มันจะต้องอ้างอิง สิ่งที่มองไม่เห็น แต่ถึงจะมองไม่เห็นไม่ได้แปลว่า มันไม่จริง
เอางี้แล้วกัน เอาแต่ที่มองเห็น
คือเราเชื่อว่า (บางคนรู้ว่า) มนุษย์ มีศักยภาพที่จะบรรลุถึงสภาวะธรรมบางอย่าง และสามารถเข้าถึงได้กันทุกคนไม่มีข้อยกเว้น เป็นสภาวะที่ประเสริฐ เป็นที่พอใจ เป็นรางวัล และเป็นเหตุผลที่เราโชคดีได้เกิดมาเป็นมนุษย์ แต่ต้องจัดสภาพการใช้ชีวิตให้เหมาะสม สภาวะธรรมนี้เป็นสัจธรรม เมื่อเป็นสัจธรรมจึงมีเพียงหนึ่ง สัจจะแท้ มีเพียงหนึ่ง สัจจะสองไม่มี พระตถาคตกล่าวไว้ หนทางบรรลุก็มีเพียงหนึ่ง คือมรรค แปด ที่ว่าแปดน่ะแปดองค์ประกอบ ไม่ใช่แปดวิธี

ส่งมาโดย คนไทยแท้ๆ เมื่อ 23 ก.ค. 2008 - 22:00:03 - ip: 202.149.25.233  

(คงต้องเน้นไว้ให้ชัด เพราะมีคนชอบใช้วิธีพาให้เขว จับถ้อยคำกระท่อนกระแท่น ตรงนู้นนิด ตรงนี้หน่อย เอามาบิดเบือน แล้วตีความเข้ารกเข้าพง ผมเห็นบ่อยมากในเวบนี้ จุดประสงค์ก็เพื่อ ตีรวน ทำให้อีกฝ่าย เอือมระอา หนีหายไป แล้วพวกนี้ก็ พอใจคิดว่าตนชนะ ที่แท้น่าสงสาร ชนะในการทำให้ตนโง่งมต่อไป หลงลำพอง ลมแล้ง พลาดโอกาสทองของตนเองไป อย่างน่าเสียดาย เอาล่ะผมจะพยายามต่อ)
บางคนอาจจะประชด คนเรามีวิถีบรรลุธรรมต่างกัน หรือบางคนบอก ผมบรรลุแล้ว ผมพอใจแบบนี้ บางคนบอก ผมไม่สน เดี๋ยวก็ตายแล้วจะอะไรนักหนา
นี่แหละคือประเด็น ถ้ามันตายแล้วจบ ชีวิตก็ไม่จำเป็นต้องมีศาสนาอะไรหรอก
เพราะจริงแล้ว ทุกศาสนาบอกชีวิตไม่ได้จบเพียงนี้ ถึงตรงนี้หลายๆคนเลยยิ้ม
แล้วทำกระหยิ่มบอกตัวเองว่า ไอ้โง่ มันก็แค่เป็นอุบายวิธี หลอกให้คนทำดี สังคมจะได้สงบ คนเลยประดิษฐ์ศาสนาขึ้นมา
มันก็อาจจะจริง แต่ผมก็มีบางอย่างจะบอก ฟิสิกส์แผนใหม่ สัมพันธภาพ และควอนตัม ได้ยืนยันความถูกต้องของกฏไตรลักษณ์ ทุกสิ่งเป็นสิ่งสัมพัทธ์ ไม่มีสิ่งใดสัมบูรณ์ แม้แต่เวลา ไม่มีสิ่งใดเป็นตัวเป็นตน ซึ่งก็คือ อนัตตา
และไฮเซนเบรอก ทฤษฎีความไม่แน่นอน บอกว่าทุกสิ่ง

ส่งมาโดย คนไทยแท้ๆ เมื่อ 23 ก.ค. 2008 - 22:01:17 - ip: 202.149.25.241  

ไม่แน่นอน ทุกสิ่งไม่เที่ยง เหลือเชื่อ หลังจาก 2500 ปี ฝรั่งเพิ่งเข้าใจและปลงใจเชื่อว่า ทุกสิ่งอนิจจังไม่เที่ยง

เมื่อทุกสิ่ง อนิจจัง และอนัตตา มันจึงทุกขังโดยอัตโนมัติ กฏไตรลักษณ์ถูกต้องอย่างสมบูรณ์ และอีกครั้งที่ยืนยันโดย วิทยาศาสตร์ที่ก้าวหน้าที่สุดที่โลกมีในปัจจุบัน
หลังจากการค้นพบนี้ นักวิทยาศาสตร์ นำศัพท์แสงทางพุทธไปใช้ในฟิสิกค์ มากมาย อย่างเช่น มรรคแปด แต่คนละความหมายกับในพระไตรปิฏก เขายืมไปใช้เพื่อแสดงศรัทธาในศาสนาพุทธเท่านั้น
จากวันนี้ไปวิทยาศาสตร์เริ่มก้าวพ้นพรมแดนของสิ่งที่เรียกว่าเหตุผลไปแล้ว สำหรับบางคนกฏของควอนตัม เริ่มจะคล้ายกับไสยศาสตร์เข้าไปทุกที สิ่งที่แน่นอน คือความไม่แน่นอน
นี่ตรงข้ามกับปรัชญาของวิทยาศาสตร์เดิมที่คิดว่า ทุกสิ่งต้องแน่นอน ทำซ้ำได้ ตรวจวัดได้
บางสาขาของวิทยาศาสตร์ใหม่ เริ่มเข้าไปศึกษาชีวิตเบื้องหลังความตายกันแล้ว
จากแบบสอบถามของกัลลับ คนอเมริกัน 70 %เชื่อชีวิตหลังความตาย และการกลับชาติมาเกิด
และจากแบบสอบถามอย่างเดียวกันของสวนดุสิต ที่อนุสาวรีชัย คนไทย 70% ไม่เชื่อเรื่องนี้
ตลกร้ายกาจ นี่คือคนในประเทศพุทธที่พร่ำสอน กฏแห่งกรรม การเวียนว่ายตาย

ส่งมาโดย คนไทยแท้ๆ เมื่อ 23 ก.ค. 2008 - 22:02:24 - ip: 202.149.25.233  

คนไทยตามตูดฝรั่ง ขณะที่ฝรั่งพยายามตามตูดไทย
มีฝรั่งเข้ามาบวชในบ้านเรากันอย่างมากมาย ผมมีหนังสือเล่มหนึ่ง อาจจะถูกจริตคนที่นี่ ชื่อว่า นักปรัชญาสนทนากับพระภิกษุ พ่อเป็นนักปราชญ์ชาวฝรั่งเศส ลูกเป็นนักวิทยาศาสตร์แล้วมาบวชเป็นพระธิเบต และเชื่ออย่างเหนียวแน่นในเรื่องเวียนว่ายตายเกิด ปัจจุบันเป็นเลขาท่านดาไลลามะ สนทนากันอย่างมีเหตุผลและสลับซับซ้อน ผมอ่านได้วันละไม่เกิน สองหน้า หลับสนิท ในที่สุดต้องเอาไปคืนร้าน โดนปรับไปอื้อ ไม่ต้องถามผมว่าเนื้อเรื่องว่ายังไง เอาเป็นว่าถ้ามีใครถาม ผมก็บอกว่าผมอ่านแล้วก็แล้วกัน ที่จริงมีงานวิจัยแนวนี้มากมาย เอาแบบชาวบ้านๆใน youtube ก็มี เยอะแยะ อย่างท่านผู้พิพากษา victor zammit ประกาศท้าให้เงินรางวัล หนึ่งล้าน usd สำหรับนักวิทยาศาสตร์หรือใครก็ตาม ที่พิสูจน์ได้ว่า การระลึกชาติไม่ใช่เรื่องจริง
ประกาศมาร่วมเจ็ดปีแล้วมั๊ง ทุกวันนี้เปิดไปก็เจอ ไปดูเหตุผลที่ท่านเชื่อดู แล้วลองไตร่ตรองเอาเอง

เรื่องพวกนี้ ผมเขียนได้แต่เศษๆ แล้วก็เฉียดๆเท่านั้น ก็ผมบอกแล้วไงว่า พูดยากแล้วแต่บุญกรรม
ประเด็นคือ อย่าคิดว่าชีวิตไร้สาระ อย่ามองโลกแง่ร้าย มองลึกลงไปในตัวเอง

ส่งมาโดย คนไทยแท้ๆ เมื่อ 23 ก.ค. 2008 - 22:05:44 - ip: 202.149.25.241  

สิ่งที่ท่านคิดว่า โหดร้าย โดนรังแก เชย ดักดาน เผด็จการ ถ้ามีมุมมองที่เปิดกว้างรอบด้าน บางที่บทสรุปอาจตรงข้ามกับที่คุณ เคยคิด
ผมไม่ต้องการให้ใครเห็นด้วย หรือคัดค้าน ผมเขียนเรื่อยเปื่อย เพียงอยากบอกว่า ยังมีวิธีคิดและมุมมอง อีกหลากหลายมุมมอง ให้เราค้นพบ และสัมผัส ใยต้องรีบสรุป หรือยึดว่ามันคือ สัจจะ
มันอาจเป็นเพียง มิจฉาทิฏฐิ และจะพาคุณไปที่ๆคุณไม่อยากไปโดยไม่ตั้งใจ
ผมไม่ได้บอกว่าทุกคนต้องไปนิพพาน เพียงแต่ไม่จำเป็น ก็อย่าทำบาป ถ้านรกมีจริง แล้วจะเสียใจ อิ อิ

ด้วยความปรารถนาดี.

ส่งมาโดย ภาพันธ์ รักษ์ศรีทอง เมื่อ 23 ก.ค. 2008 - 23:36:26 - ip: 58.8.99.81  

ขอบคุณที่เทศนามายาวยืด แต่ทางไปนรกหรือสวรรค์นั้นผมมีสิทธิเลือกไปของผมเองไม่ใช่หรือ ผมไม่ได้ห้ามใครจะทำดีหรือไม่ทำดี เพียงแต่สิ่งที่บอกคืออย่ามาบังคับให้ทำ(ด้วยกฎหมาย)โดยอ้างความดีที่ไม่มีอะไรแน่นอนแบบที่คุณว่านั่นแหล่ะ ถ้าอนัตตาของคุณคือความยึดติดกับสิ่งที่ต้องทำแล้วมันยังเป็นอนัตตาอีกหรือ ไม่อยากล่วงไปถึงขั้นอภิปรัชญา แต่ความดีที่คุณว่ามันทำให้อำนาจในการบังคับคนอื่นมีความศํกดิสิทธิ์ขึ้นก็เท่านั้นเอง สิ่งที่ผมกำลังตั้งคำถามคือแง่การบังคับด้วยกฎหมายในสังคมนี้ครับ ไม่ได้ชี้นำว่ามากินเหล้าชมจันทร์กับผมสิหรือผมกำลังโอดครวญเพราะไม่ได้กินเหล้าอันใด อันบุญกรรมนั้นเป็นของผมเอง แต่ไม่ได้ขอให้ใครในทางโลกมามีอำนาจตัดสินให้ในตอนนี้หรอก และที่ว่า "ผมไม่ต้องการให้ใครเห็นด้วย หรือคัดค้าน ผมเขียนเรื่อยเปื่อย เพียงอยากบอกว่า ยังมีวิธีคิดและมุมมอง อีกหลากหลายมุมมอง ให้เราค้นพบ และสัมผัส ใยต้องรีบสรุป หรือยึดว่ามันคือ สัจจะ มันอาจเป็นเพียง มิจฉาทิฏฐิ และจะพาคุณไปที่ๆคุณไม่อยากไปโดยไม่ตั้งใจ" คำพูดนี้คงต้องย้อนไปหาคุณมากกว่านะ เพราะผู้เผด็จการโดยธรรมมักตัดสินคนอื่นด้วยการรีบสรุปด้วยความดีแบบตัวเองไปแล

ส่งมาโดย คนไทยแท้ๆ เมื่อ 24 ก.ค. 2008 - 10:56:25 - ip: 202.149.25.233  

ผมว่าคุณกำลังสับสนมากๆเลยนะ
เป็นธรรมดาของคนที่ไม่เคยสำเหนียกถึงโลกทรรศน์แบบอื่นๆ ยึดมั่นความเป็นปัจเจก เชื่อวัตถุนิยม..
ตลกนะ คุณพูดถึงอนัตตาในแบบงูกินหาง
แล้วผมไปตัดสินอะไรเหรอ ผมแค่เพิ่มเติมข้อมูล บางคนอาจจะเป็นเด็กๆ เข้ามาอ่าน อย่างน้อยการเลือกที่จะเชื่อหรือไม่เชื่อ ตามความเพ้อเจ้อของคนไร้สาระ จะได้มีข้อมูลบ้างซักเล็กน้อย ก็ยังดี ดีกว่าหลงเป็นทาสระบบทุน และเจ้าของโรงงานสุราที่ตอนนี้ เป็นเศรษฐีระดับโลกไปแล้ว

พูดถึงตรงนี้ผมเลยนึกขึ้นได้

ผมแปลกใจ มีบทความทำนองสนับสนุนให้คนกินเหล้า โดยเมินเฉยต่อ ศีลธรรม จริยธรรม ต่อต้านศาสนา แบบจงใจ ถึงสองบทความ ในเวบนี้ ตอนนี้ ที่ผมเห็น ทำไม?

คูณพยายามทำอะไรกันอยู่หรือ คุณมีผลประโยชน์กับนายทุนหรือ
คุณรับใช้ระบอบการเมืองที่เชยและตายทรากไปแล้ว แบบ มาร์กซิสหรือ
คุณมีทรรศนคติที่เลวร้ายกับศาสนา อย่างไม่มีเหตุผลได้ยังไง
อุดมการของคุณอันตราย และเลวร้าย ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเข้าใจผิด ต่อชีวิต
คับแคบและไม่มีเหตุผล แล้วยังดันทุลัง
เผยแพร่มันสู่ผู้อื่น อย่างตั้งใจ และ ขมีขมัน ดุเดือด เลือดพร่าน

เจริญละคุณ
ตรงนี้ถึงจุดที่ผมต้องทิ้งคุณ

ส่งมาโดย ภาพันธ์ รักษ์ศรีทอง เมื่อ 24 ก.ค. 2008 - 12:28:12 - ip: 58.8.100.226  

ผมพูดถึอนัตตาแบบงูกินหาง ส่วนคุณก็พูดถึงอนัตตาตามตำราไม่ทราบว่าได้ใช้ประโยชน์กับมันจริงจังบ้างหรือไม่ หรือเพียงพูดให้ดูสวยเก๋ธรรมมะธรรมโมและดูเป็นคนดี จะได้มีอำนาจในการไปสอนคนอื่นได้ แต่ก็เป็นนข้อมูลที่ดีน่าชื่นชม

ความคับแคบ เลวร้าย ดันทุรัง มีทัศนคติไม่ดีกับศาสานานั้น ผมขอใช้คำเพียงวิพากษ์มากกว่าส่วนคุณเมื่อมีอะไรไปกระทบความเชื่อของคุณเข้าหน่อยดูหมือนจะรับไม่ได้ขึ้นมา ความคับแคบนั้นเป็นแบบใดกัน คุณบอกว่าผมรับใช้ทุนแล้วก็ยังไปได้กับมาร์กซิสอีก ตัวตนผมคงไม่ได้ยึดอะไรอย่างแข็งตัวกระมัง แต่อะไรที่ดีก็น่ายึดถือเอาไว้บ้าง ไม่ได้ปฏิเสธมันทั้งที่ตัวเองก็หลงอยู่ในวังวนของมันจนจมปลักแต่ไม่รู้ตัว แล้วก็พร่ำเพ้อถึงชีวิตศักดิ์สิทธิ์และสูงส่งกว่าคนอื่น

คุณพูดเรื่องธรรมะได้เลยดูเป็นคนดีมั๊งครับ คนดีอย่างคุณเลยมีอำนาจในการเบียดขับคนที่คิดไม่เหมือนคุณออกไปจากสังคม แบ่งขั้ว โชคดีที่ผมยังไม่ถูกสร้างคุกให้อยู่เพราะคุณให้ข้อหามอมเมากับผมมาด้วย

ทิ้งผมไปเถิด ผมมีเพื่อนเยอะแล้ว ขอแต่อย่าไปมอมเมาใครด้วยธรรมะที่ตนเองก็ไม่รู้ว่าเข้าถึงหรือไม่อีกเลย

ส่งมาโดย คนไทยแท้ๆ เมื่อ 24 ก.ค. 2008 - 13:16:02 - ip: 202.149.25.241  

คุณก็สับสนเรื่องคนดี คนเลวอีกแล้ว
ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นคนดี เลย ดังนั้นผมจึงไม่รู้สึกว่าเหนือกว่าคนอื่น
สำหรับผม ถึงที่สุดแล้วไม่มี คนดีคนเลว แต่ความดี ความเลวมี ปล่อยไว้ก่อน ถึงยังไง
ก็พิสูจน์ได้ว่าคุณไม่สามารถจะเข้าใจคนอื่นได้ เพราะคุณมีอคติ คุณไปรวบรวมถ้อยคำของผมทั้งหมดในเวบนี้ มีคำไหนบ้างที่ผมเคยพูดว่าตนดีกว่าคนอื่น
เป็นไปไม่ได้ เพราะผมรู้ตัวผมดีว่าผมไม่ใช่คนดีอะไร
ผมแปลกใจที่ อย่างเคย คุณยังสรุปอะไรเอาเองตื้นๆและยัดเยียดคนอื่นในสิ่งที่เขาไม่ใช่นอกจากในความคิดของคุณคนเดียว
ผมแค่พยายามจะเป็นคน ที่ปกติ ตามสมควร ที่จะต้องเป็น
ทำไมพวกคุณต้องคอยจ้องว่าคนที่พูดเรื่อง ศีลธรรมเนี่ย มีเจตนาเดียว คือต้องยกตนให้ดูดี ดูเหนือกว่าคนอื่นเพียงเหตุเดียว
พวกคุณพูดซ้ำๆกันในที่นี่เป็นสิบๆครั้งแล้วนะ
และหลายๆคนก็ชี้แจงเป็นหลายต่อหลายครั้งแล้ว ว่าไม่ใช่ เป็นความหวังดี คุณก็ไพล่ไปว่าคิดเองเป็น แล้วก็วนกลับมาด่า แบบเดิม
แล้วก็พูดอยู่ได้ว่าเบียดเบียนๆ
อะไรกันนี่
ไร้สาระที่สุด

คุณอาจเป็นพวกเก็บกด มีปัญหา แต่อย่าทำร้ายสังคม
คุณกลับไปดู คห.tigerfireback เอาเถอะ
คุณน่าเอือมระอาที่สุด อิ

ส่งมาโดย ภาพันธ์ รักษ์ศรีทอง เมื่อ 24 ก.ค. 2008 - 14:20:43 - ip: 58.8.100.226  

คุณนี่ขนาดบอกว่าผมน่าเอือมระอา และจะทิ้งผมไปแล้วก้ยังมาข้องแวะอีกไม่รู้จบเนอะ
ที่จริงก้ขี้เกียจอบเหมือนกัน เพราะคุณบอกว่าผมพูดซ้ำมานับสิบครั้งแล้วในที่นี้

...แต่น่าเสียดายย ไม่มีสักครั้งที่คุณจะเปิดรับความคิดอื่นแบบที่คุณพยายามบอกว่าตัวเองเป็นเลย มนก็เสียเวลาพิมพ์ตอบอย่างมีเหตุผล เพราะเหตุผลของคุณกับผมมันคนละชุดกันไปแล้ว

ส่วนความเห็นของ tigerfireback ไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจเลย นอกจากด่าคนกินเหล้า แต่ผมไม่รู้หรอกว่ารอบข้างเขามีคนกินเหล้าที่เขารู้สึกว่าเป็นคนที่น่านับถือหรือไม่ ที่สำคัญเขาบอกว่ากฎหมายไม่กล้าทำอะไรคนอย่างผม อยากทำอะไรทำไปเลย ขอโทษนะครับ ถ้าอย่างนั้นจะออกกฎหมายมาทำไม การออกกฎหมายแสดงว่ามันมีการห้ามผมไปแล้ว มีบทลงโทษแล้วนะครับ

ส่งมาโดย แสงเด้า ศรัทธาเปรมิก้า เมื่อ 24 ก.ค. 2008 - 17:44:34 - ip: 222.123.86.69  

คนไม่ดี กินเหล้าวันเข้าพรรษา

ส่งมาโดย f.u. เมื่อ 24 ก.ค. 2008 - 20:43:27 - ip: 58.9.208.154  

อยากจะแดกแล้วยังจะต้องขออนุญาตใคร?

มีเงินซื้อก็ซื้อมายัดห่าเข้า..
ต้องดัดจริตจู้จี้ให้เขาประกาศอนุญาตด้วยเรอะ?

ปัจเจกต้องการเสรีในการยัดห่า
รัฐแม่งก็ต้องการเสรีในการกดขี่

บ่นหาเหี้ยอะไรนักหนาไม่รู้

ส่งมาโดย gadfly เมื่อ 25 ก.ค. 2008 - 09:10:46 - ip: 118.175.129.197  

แล้วคุณ f.u. มาอ่านหาอะไรมิทราบ
ความแสดงความหยาบคายต่อข้อเท็จจริงหรือข้อถกเถียงที่สร้างสรรค์
มันได้สะท้อนความคับแคบชองผู้พูดออกมา

การใช้มาตรฐานที่ตัวเองเข้าใจว่าเป็นความดีไปเป็นไม้บรรทัดวัดผู้อื่น
บางทีมันอาจจะเลวร้ายมากกว่าคนกินเหล้าก็ได้
เพียงแต่พวกคุณอาจไม่รู้ตัว

มาตรฐานความดีเมื่อสองพันกวาปีก่อน
มันนำมาใช้ในปัจจุบันไม่ได้แล้ว

ความเลวจริงๆน่ะมันปรับสภาพตัวเองจนทำให้คนจำนวนมากมืดบอด
มองไม่เห็นมัน หรือบางทียอมรับมันว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องเสียด้วยซ้ำ

จะผรุสวาทด่าทออีกก็ตามใจนะ ถ้ามันทำให้คุณสบายใจขึ้น รู้สึกว่าได้ทำหน้าที่ของคนดีแล้ว
แต่มันไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้หรอก

ส่งมาโดย คนไทยแท้ๆ เมื่อ 25 ก.ค. 2008 - 09:35:33 - ip: 202.149.25.234  

คนหลง ยังพูดเองเออเอง คนเดียว อีกเช่นเคย ผมทิ้งเขาไปแล้ว เพียงแต่เขาไม่รู้ตัวเท่านั้น ผมเลิกใช้ข้อเท็จจริง กับเขาแล้ว ผมบอกเอือมเขา แต่ผมไม่ได้เอือมทุกคน ยังมีคนอื่นๆอีกไม่ใช่เหรอ ในที่นี้ บางคนอาจจะแวะมาดูโดยไม่รู้มาก่อนว่าไร้สาระ ผมแคแสดงสิ่งที่ผมอยากแสดง บางคนอาจอยากมาดูการทำมาหากินของมนุษย์ เผ่าพันธ์ หนึ่ง ที่กำลังเรียกลูกค้า สุดชีวิตจิตใจ ร้องแรกแหกกระเชอ ด้วยสิ่งไม่เป็นสาระ หวังดึงดูดคน ต่อชีวิตตนเองไปวันๆ แล้วชื่นชมว่าตนฉลาด หลอกคนได้ ที่จริง บางคนในนั้น อาจไม่ได้โดนหลอก แต่เขาสมเพช เลยช่วยอุดหนุน ก็แค่นั้น ผมอาจจะมา ผมอาจจะไป ต้องให้คนมาบอกด้วยหรือ เขาชอบคิดเอาเองว่า คนทั้งโลกต้องเชื่อฟังเขา เขาชอบพูดที่มันเท่ๆ แต่ค่อนไปทางเว่อร์ และ EGO ผมไม่พูดต่อแล้ว มีประชุม ไปละครับ

ส่งมาโดย tigerfireback เมื่อ 25 ก.ค. 2008 - 16:31:41 - ip: 118.174.89.166  

เอาใหม่นะครับ คือ เมื่อคืนวานนี้ ที่ 24 กค 2551 ผมดูข่าวทางทีวี เห็นคนอุดรตีกัน
ผมตกใจ จริงๆ ผมรุ้สึกว่าสังคมเรากำลังเป็นอะไรบางอย่าง คล้ายๆ ภูเขาไฟ พร้อมจะระเบิด

เราหยาบคาย ก้าวร้าวมาก ผมต้องไปเอาหนังสือในตู้มาอ่านใหม่ หนังสือนั้นคือ
"ชีวิตดีขึ้นได้ ด้วยวิธีคิดและวิธีพูดที่ดี" แปลโดยวรรธนา วงษ์ฉัตร
จาก Positive Words Powerful Results by Hul Urban

เอาละ ความคิดเราแตกต่าง แต่ทำไมต้องก้าวร้าวด้วย
ผมก็คงคล้าย คือผมใช้คำพูด ต่างกับคนอุดรที่ใช้กำลัง

คุณ ภาพันธ์ รักษ์ศรีทอง ก็ ใช้คำพูดที่ดี ไม่เป็นไรครับ ความคิดต่างได้

คุณ คนไทยแท้ๆ ก็แสดงความคิดได้ดีแล้ว

แต่อย่างไร ผมก็ยังคงเห็นเหล้า ไม่ดี ห่างไกลได้เท่าไร นั่นดีแล้ว
ไม่ว่า จะซื้อกินเอง หรือคนอื่นเลี้ยง ก็ไม่ดี

ไม่เป็นไรนะครับ ยังไง ก็คนไทยด้วยกัน

ส่งมาโดย uf เมื่อ 26 ก.ค. 2008 - 21:00:33 - ip: 125.24.248.182  

คห.ที่บอกว่าตัวเองเลิกกิน-ดื่ม-แดกเหล้ามานานแล้ว แต่ยังอุตส่าห์ป็นห่วงคนที่อยากจะแดกเหล้าวันเข้าพรรษากลัวว่าจะหาเหล้าแดกไม่ได้หรือกลัวถูกจับหรืออะไรก็แล้วแต่จิตใจมึงช่างเลอเลิศประเสริฐศรีจริงๆไอ้เวร กูแดกทุกวันกูยังไม่ห่วงมันเลย

ส่งมาโดย 008 เมื่อ 28 ก.ค. 2008 - 10:56:29 - ip: 118.172.54.124  

ห้ามขายเหล้า มีไว้ดีแล้ว

กะแค่นี้ยังไมคู่ควรที่จะเรียกว่ารัฐศาสนาหรอก

มันเกี่ยวกับระเบียบสังคม และ บุคคล มากกว่า
เหล้าเป็นสิ่งเสพติด มีโทษ ถ้าห้ามขาย ยาบ้า โคเคน เฮโลอีนได้ แล้วทำไมไม่ห้ามเหล้าด้วยเลย อย่างน้อยก็เพื่อจำกัดให้น้อยลง

ส่งมาโดย tiger51 เมื่อ 29 ก.ค. 2008 - 08:28:47 - ip: 118.175.176.43  

พระพุทธศาสนาสอนเรื่องทางสายกลาง เพื่อไม่ให้เบียดเบียนตนและผู้อื่น

ถ้าทำตามใจตนเอง ย่อหย่อน เอาแต่เสพสุขทางวัตถุอย่างเดียวก็จะเป็น กามสุขัลลิกานุโยค

ทำให้ประมาทมัวเมา หาสาระไม่ได้

ถ้าเคร่งครัดเกินไป ก็จะอึดอัดลำบาก ซึ่งเรียกว่า อัตตกิลมถานุโยค ทำให้ขัดเคืองโทสะแรง

หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาทุกข้อจึงเป็นทางสายกลางเหมาะสมสำหรับทุกคนทุกเพศทุกวัย

ปฏิบัติได้ทุกที่ทุกเวลาทุกโอกาส ไม่ต้องรอฤกษ์ยาม จึงทำให้สงบเย็น


สำหรับเรื่อง งดเหล้าเข้าพรรษา ห้ามดื่มเหล้าในวัด วันสำคัญต่างๆนี้ ขอให้ดูที่เจตนาของรัฐ

ของศาสนา เจตนานั้นดี มุ่งประโยชน์เพื่อคนส่วนใหญ่ส่วนรวม แม้จะไปขัดข้องกับส่วนเล็ก

ก็ไม่กลายเป็นอัตตกิลมถานุโยค เพราะคนเราไม่ได้กินเหล้าทุกวัน แต่ถ้าห้ามกินข้าว

ในวันเหล่านี้เชื่อว่า คนส่วนใหญ่ต้องประท้วง แม้กระทั่งพระ

เพราะฉะนั้น การบังคับให้คนทำดี ดีกว่า ปล่อยให้มีอิสระเสรีในการทำชั่ว นั้น

จึงถูกต้องตามหลักสายกลาง เพราะทุกประเทศมีกฏหมายบังคับ ทุกศาสนามีวินัยบังคับ

ทุกอาชีพมีจรรยาบรรณบังคับ

ส่งมาโดย ภาพันธ์ รักษ์ศรีทอง เมื่อ 29 ก.ค. 2008 - 11:38:03 - ip: 202.28.54.175  

ศาสนาไม่ได้ยึดเป็นข้อห้ามบังคับ คุณเล่นตีความเข้าข้างตัวเองนี่ อันนั้นเป็นอัตตา อันนั้นเป็นกามมา ข้อห้ามทางศาสนาเป็นแนวทางให้ยึดถือปฏิบัติไม่ใช่ข้อบังคับ อย่ามั่ว เพราะถ้าถึงขั้นบังคับคุณต้องไปบวชเป็นสงฆ์เพื่อไปตามทางอย่างเคร่งครัด ซึ่งใครอยากไปก็ขออนุโมทนาด้วยครับ หากฝ่าฝืนคุณก็มีโทษอาบัติ ปาราชิกก็ว่ากันไป

เจตนาของศาสนาดี ก็เข้าใจ แต่ถ้ารัฐยึดมาเป็นอำนาจ มันไม่ดีแล้วล่ะ

เหล้าเป็นสิ่งเสพติดมอมเมา ถ้ามองว่าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ต้องห้ามเหมือนเฮโรอีน ยาบ้า โคเคนจริงๆ ก็ห้ามขายจำหน่ายไปเลย อันนี้ผมไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว แต่อย่ามาลักลั่นในตัวเอง รัฐบอกเหล้าไม่ดีว่ะแต่มันทำเงินเว้ย บอกให้ประชาชนเลิก แล้วสุดท้ายคนยอมให้มีคือรัฐเอง เพราะอะไรล่ะครับ เพราะการบอกแบบนี้รัฐจะได้ดูเป็นรัฐที่สะอาด มีศีลธรรม แต่เงินก็ยังเข้ากระเป๋าตุงๆเสมอๆ เงินนั้นพวกคุณก็ได้ใช้ประโยชน์จากภาษีเหล้ามากมายนะ

ส่งมาโดย ภาพันธ์ รักษ์ศรีทอง เมื่อ 29 ก.ค. 2008 - 11:50:30 - ip: 202.28.54.175  

มีข้อเสนอจากเพื่อนคนบาปเหมือนผมว่า ถ้าเสนอแนวทางดื่มเหล้าเข้าพรรษา นอกนั้นทั้งปีไม่ดื่มเลย สังคมนี้จะคิดอย่างไร มันลองบอกแม่ แม่ว่ามันขวางโลก

แต่ถ้าทำจริงๆแล้วจะเป็นไง หากยึดตามคำสอนมันก็เห็นผลมากกว่าอดเหล้าสามเดือนเข้าพรรษาเสียอีก เป้นการปฏิบัติชอบจากตัวเอง แต่ขอปฏิบัติตามความอยากบ้างแค่สามเดือน แต่ขอเป็นช่วงศาสนานะ เทียบจำนวนวันแล้วหยุดเหล้ามากว่าด้วย ไม่หยุดดื่มเฉพาะวันสำคัญทางศาสนา จะบอกว่าขวางโลกหรือทำไมต้องเจาะจงวันศาสนาด้วยอันนี้ไม่รู้ แต่ถ้ามองจุดมุ่งหมายเป็นหลักแล้วมันก็ไปในทางเดียวกันไม่ใช่หรือ คือการไม่ดื่มเหล้า...ส่วนเรื่องศีลธรรมนั้นจะผิดก็แค่ดื่มวันสมมติรำลึกถึงศาสนาแค่นั้นเอง

ลองเอาประเด็นนี้ไปคิดดูกันแล้วตอบด้วยนะ

ส่งมาโดย อริน เมื่อ 01 ส.ค. 2008 - 15:42:13 - ip: 61.90.219.114  

พิมพ์ผิดไปหน่อย เลิกเหล้าบุหรี่ตอนลูกชายคนเล็ก 2 ขวบ ตอนนี้อายุ 18 เรียนปีหนึ่งเกษตร
ไม่เคยเอาเรื่องนี้ไป "อวดอุตริ" ที่ไหน ไม่เคยขึ้นเวที "อ้างศีลธรรม" ใดๆ
และไม่เคย "ฮุบ" งบฯ กิจกรรมสาธารณะแบบที่บาง NGOs ทำๆกันอยู่
และคบทุกคนที่กินเหล้าหรือสูบบุหรี่
แต่ที่ไม่คบคือ "เผด็จการ-อำมาตยา-อภิชนาธิปไตย"
พูดกันดีๆได้ไหม บอกตรงๆรังกียจ "ผรุสวาจา" มากๆเลย
พูดแบบ "คนเสมอกัน" น่ะ ไม่ดีกว่าหรือ
ด้วยภราดรภาพ

ส่งมาโดย สุชาติ เมื่อ 04 ส.ค. 2008 - 08:35:22 - ip: 222.123.221.6  

ที่อเมริกา เขาก็งดขายเหล้าในวันอาทิตย์ วันทำพิธีทางศาสนาคริสต์ ปีนึงเขาหยุดขายตั้งหลายสิบวัน เขายังทำได้เลย ทีอย่างนี้ไม่เห็นอ้าง

ส่งมาโดย หลวงพ่อป่วน เมื่อ 04 ส.ค. 2008 - 12:55:56 - ip: 61.7.174.94  

แสดงว่า อริณ และอาจรวมถึงเจ้าของกระทู้ด้วย คิดว่าการ งดเหล้าเป็นความดีอย่างหนึ่ง
ถ้าเอาไปพูดจะเป็นการอวดอุตริ แสดงว่าตนเป็นคนดี มีศีลธรรม เป็นการอวดดี ข่มคนอื่น
ที่จริงอริณ กำลังเข้าใจผิด
การงดเว้นสุรา ไม่เกี่ยวกับเป็นคนดีหรือคนเลว ไม่มีเหตุต้องภูมิใจอะไร
แต่การดื่มสุรา เป็นการทำลายตัวเอง นำตนไปสู่อบาย คนฉลาดเขาไม่ทำกัน หรือไม่ก็ทำให้มันน้อยที่สุด พวกคุณพูดหลงประเด็น ดี เลว ๆ ๆ อยู่นี่แหละซ้ำซาก
เห็นได้ชัดว่าเหล้าทำให้คุณสมองฝ่อไปหมดแล้วนี่ขนาดเลิกแล้วนะ ถ้ายังไม่เลิก จะไปกันขนาดไหน
ไอ้ประเด็นรัฐใช้อำนาจอะไรนั่น ก็บ้า บอ ก็รัฐมันก็ใช้อำนาจน่ะสิ มันส่วนหนึ่งของหน้าที่เขานี่ เพียงแต่ว่าการใช้อำนาจต้องไปในทางส่งเสริม ศีลธรรมอันดีงาม เหมือนอย่าง ข้อความที่บอก อเมริกา มันยิ่งกว่าเราอีก ห้ามตั้งหลายวัน แสดงว่าเรามีเสรีภาพกว่าอเมริกาแล้ว คุณจะให้มันเสรีขนาดไหน หรือไม่ก็ไปอยู่ขั้วโลกเหนือไปตั้งประเทศเอง ไม่ต้องมีแล้วกฏหมาย ไม่ต้องอยู่ร่วมกับสังคมแล้ว อิสระขนาดนั้น กินเหล้าน่ะไม่เลวหรอก แต่ไอ้ ดื้อด้าน ดันทุลังนี่ล่ะ เลว
หรือพากันแกล้งโง่ คิดล้มสถาบันศาสนา อีก อันหนึ่ง น่ากลัวจริงๆ

ส่งมาโดย หลวงพ่อป่วน เมื่อ 04 ส.ค. 2008 - 13:02:54 - ip: 61.7.174.94  


ถ้าหมดพวกกระแดะดัดจริต อ้างบุญหนักศักดิ์ใหญ่ สูงส่งเหนือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน จะเกิดอะไรขึ้น?
ก็สังคม "ประชาธิปไตย" ไงเล่า


พูดกันดีๆได้ไหม บอกตรงๆรังกียจ "ผรุสวาจา" มากๆเลย
พูดแบบ "คนเสมอกัน" น่ะ ไม่ดีกว่าหรือ



ภราดรภาพ จริงๆนะนี่ 555 555

ส่งมาโดย ภาพันธ์ รักษ์ศรีทอง เมื่อ 04 ส.ค. 2008 - 17:15:51 - ip: 58.8.110.7  

เอ่อ..หลวงพ่อ..ผมไปอ้างอเมริกาตอนไหนเหรอ อเมริกาใครบอกว่าเป้นดินแดนเสรีภาพจริงๆล่ะครับ และใครบอกวอเมริกาไม่ได้ควบคุมกิเลสโดยรัฐในการจัดการคนที่ต่าง อมเริกากันคนที่ไม่ศํกดิ์สิทธิออกจากสังคมมากมายและกว่าจะได้มาด้วยการสงครามต่อสู้นะครับ คนดำอาจไม่ได้ถูกเลือกจากพระเจ้ามาก่อน ถึงตอนนี้ร่องรอยมันยังอยู่ ย่านคำดำกับย่านคนขาวมันไม่เท่าเทียมกันหรอก และคนบาปที่ไม่เท่าเทียมคนขาวก็ถูกจับตาและจัดการด้วยการกักกันในคุกมากมาย
ขอโทดด้วยถ้าทำให้เข้าใจผิดว่าการงดเหล้าเป็นความดีอย่างหนึ่ง ถ้าเข้าใจแบบนั้นขอให้เข้าใจใหม่ว่าผมประชดนะครับ การงดหรือไม่งดไม่เกี่ยวกับดีหรือเลวนะคับ แค่ประชดว่าถ้าดื่มเหล้าเฉพาะวันศาสนามันจะเป้นอย่างไร สังคมรับได้ไหม

การบอกว่าการดื่มสุรานำไปสู่อบาย นั่นแหล่ะคุณก็ยึดติดเรื่องดีๆเลวๆ และการที่รัฐต้องใช้อำนาจนั้นตรงนี้ผมไม่เห็นด้วยเลย เพราะศีลธรรมอันดีงามของรัฐกับของผมมันคนละแบบกันก็ได้

ส่งมาโดย อริน เมื่อ 05 ส.ค. 2008 - 00:33:48 - ip: 125.25.113.105  

อ่านให้ดี... "ความดี" หรือ "คนดี" ไม่ได้วัดที่ "กินเหล้า" หรือ "ไม่กินเหล้า" เคยเขียนไว้บางแห่งแถวนี้มาก่อนว่ารังเกียจ "ศีลธรรมแบบวิกตอเรียน" เป็นกำลัง นั่นคือ รังเกียจความเป็นคน "มือถือสากปากถือศีล" ที่พยายามทำความเข้าใจในที่นี้คือ พูดให้ถึงที่สุด สำหรับนักศีลธรรมจัดแบบ dogmatism แล้ว ศีลข้อ 5 ไม่ได้มี "โทษสมบัติ" โดยตัวเอง เหมือนศีล 4 ข้อแรก ฉะนั้นการเน้นที่ศีลข้อ 5 อยู่ตลอดเวลา เป็นเรื่องที่ "คนไม่กินเหล้า" บางพวก ถือว่าทำให้มี "ความดี" และเป็น "คนดี" เหนือคนอื่น
ผู้เขียนเป็นแค่คนธรมมดาๆ ที่พยายาม "รู้สึกตัว" เวลาที่ทำได้ว่า ในชั่วขณะอขงอิริยาบททั้ง 4 ในแต่ละช่วงเวลนนั้นๆ เราอยู่ในสภาวะจิตแบบไหนเท่านั้นเอง...
ไม่เคยตั้งใจจะสอนใครด้วย... จะมีก็แต่ "พูดคุยกันตามกาละ" กับ "ผู้คนที่เต็มใจพูดคุยด้วย" ต้องขอโทษอย่างยิ่ง... ถ้ามีบางคนคิดว่าผู้เขียน "อวดอุตริฯ" หรือ "ยกตนข่มท่าน"...
เสียใจจริงๆ เพราะที่แสดงความเห็นมาทั้งหมดทุกครั้ง... เป้นความตั้งใจแลกเปลี่ยน... ที่คิดว่าเป็นการ "สนทนาธรรมตามกาล" หนึ่งใน "มงคล 38 ประการ"

ส่งมาโดย หลวงพ่อป่วน เมื่อ 05 ส.ค. 2008 - 13:13:53 - ip: 61.7.175.232  

"การบอกว่าการดื่มสุรานำไปสู่อบาย นั่นแหล่ะคุณก็ยึดติดเรื่องดีๆเลวๆ "


การดื่มสุรา จะนำเราไปสู่อบาย มันเป็นเรื่อง ยึดติดกับเรื่องดีเลวตรงไหนหรือครับ

ก็มันเป็นคำพูดกลางๆ อบายในความหมายของชาวพุทธทั่วไป ก็คือ นรก หรือไม่ก็ เปรต หรือไม่ก็เดรัจฉาน พูดง่ายๆคือเมื่อคุณตาย ชาติหน้าคุณก็จะไปเกิดเป็น สัตว์นรก เปรต หรือสัตว์เดรัจฉาน เป็นวัว เป็นควาย เป็นหมู เป็นหมา อะไรพวกนี้ นี่เป็นความหมายหนึ่งของไป อบาย อบายแปลว่าไปตก ไปต่ำ ไปภพภูมิที่ต่ำ ไม่ได้บอกว่าดีหรือเลว แบบชี้เฉพาะเจาะจงอะไร ทีนี้ถ้าคุณชอบ หรือคุณโง่ หรือคุณอาจจะฉลาดเกินไป อยากไปเกิดเป็น สัตว์นรก หรือหมู หมา กา ไก่ อะไรเหล่านี้ ก็กินเหล้าให้มากเข้าไว้ ก็จะได้ไปเกิดเป็นสัตว์เหล่านี้สมใจ บางคนอาจจะชอบ ก้อ ไปเกิด ไปเป็น มันเกี่ยวกับยึดติดดีเลวตรงไหนหรือครับ แต่เป็นธรรมดาของคนปกติทั่วไป ที่จะไม่อยากไปเกิดเป็นสัตว์นรก สัตว์เดรัจฉาน มันเป็นชีวิตที่แร้นแค้น อดอยาก ทารุณ โหดร้าย สัตว์ใหญ่กินสัตว์เล็ก ผมว่าแม้แต่คุณก็คงไม่อยากจะกินเหล้าหรอกถ้ารู้ว่า การกินเหล้า จะทำให้เกิดเป็นควาย ไหน บอกซิ มันเกี่ยวกับดี เลวตรงไหน

ส่งมาโดย หลวงพ่อป่วน เมื่อ 05 ส.ค. 2008 - 13:14:42 - ip: 61.7.175.232  

คุณ อริณ
อะไรกันครับ ก็คุณเป็นคนพูด คำๆนี้เอง อวดอุตริ จำไม่ได้เหรอ ฟังดูเผินๆมันก็เหมือนคุณจะยกย่องการกินเหล้าว่าเป็นความดีอย่างหนึ่ง ดังนั้นจึงไม่สมควร หรือไม่อยาก นำไปพูด ไป บอกใคร มันจะกลายเป็นการ อวดอ้าง อวดอุตริ ข่มคนอื่น คุณจึงไม่เคยพูด ซึ่งผมบอกว่ามันไม่ใช่ มันธรรมดา คุณจะกินหรือไม่กิน มันไม่ได้วิเศษอะไร พูด หรือบอก ใครๆก็ได้ มันแค่คำบอกเล่าธรรมดา ไม่ได้แปลว่า อวดอ้าง อวดวิเศษอะไร คุณไปเข้าใจเอาเองว่าคือความดี ก็เลยเกิด ความรู้สึกเหนียม "ไม่เคยเอาเรื่องนี้ไป "อวดอุตริ" ที่ไหน" คำพูดคุณเอง คำพูดนี้มันเป็นสำนวนภาษาไทย ที่จริงมันเป็นบาลี แต่บาลีมันมีความหมายอย่างหนึ่ง ไทยยืมมาใช้ ให้ความหมายอีกอย่างหนึ่ง อวดอุตริ ภาษาไทย พูดง่ายๆก็คืออวดดี อวดวิเศษ คิดว่าเหนือกว่า เป็นคนแผลงๆ ประมาณนั้น ไม่อยากอวดว่า งดเหล้า แสดงว่า งดเหล้า ดี การบอกว่างดเหล้า ก็คือ อวดว่าดี ก็เลยไม่อยากอวด กลัวจะว่าอวดดี ผมไล่เลียงผิดยังไงนี่
เอ๊ะ คำง่ายๆ ยังต้องมานั่งตีความให้มันยุ่งยากอีกหรือนี่
ยังงี้มันจะคุยไปถึงไหนกัน

แล้วที่ขอโทษน่ะขอโทษทำไม ผมไม่เห็นรู้เรื่องเลยว่าคุณว่าอะไรผม ตอนไหน งง ?

ส่งมาโดย หลวงพ่อป่วน เมื่อ 05 ส.ค. 2008 - 13:15:27 - ip: 61.7.175.232  

สมมติผม พูดว่า ไม่อยากจะอวดว่า ผมโง่ ไม่เคยพยายามไปอวดว่าโง่ ที่เวทีไหนเลยในชีวิต
ใครๆฟังก็ต้องว่า ก็ใช่น่ะสิ จะบ้าหรือเปล่า
หรือไม่ก็ งง มันพูดทำไม สงสัยมันจะสับสน คิดว่าโง่ แปลว่าฉลาด ซะมากกว่าละมั๊ง
ถ้าเขาคิดว่าโง่แปลว่าฉลาด
หรือธรรมดา แปลว่า ดี
ประโยคข้างต้น จึงจะสมคล้อย ฟังแล้วค่อยเป็นผู้เป็นคนหน่อย
แสดงว่าคนๆนี้เป็นคนต่างชาติ ใช้ภาษาไทย ยังไม่คล่อง แล้วโดนใครหลอกมา ว่า ดีเป็นเลว ผิดเป็นถูก เวลาพูด มันจึงสับสน ถ้ารู้ไม่ทันฟังไป ได้ งง กันหมดแน่ๆ ว่ามันพูดอะไรกันวะนี่

ที่จริง ทั้งสองคนยังมีที่จะแจงอีกหลายจุด ทำนองนี้ ตอนนี้เอาแค่นี้ก่อนก็พอ ถ้าเข้าใจตรงกันแล้ว อาจจะได้ไปต่อ เนื้อที่เขียนมันน้อย ต้องประหยัดหน่อย

ส่งมาโดย หลวงพ่อป่วน เมื่อ 05 ส.ค. 2008 - 13:43:04 - ip: 61.7.175.232  

เอ่อ ขนาดอมเริกา ดินแดนแห่งเสรีภาพ ต้นแบบโลกาภิวัฒน์แห่งยุคนี้ ยังไม่ใช่ประเทศที่คุณจะเอามานับเป็นตัวอย่างเทียบเคียง แล้วคุณจะไปเอาประเทศ สวรรค์วิมาน อะไรที่ไหนเหรอ ผมว่าจะไปกันใหญ่ คำว่าอเมริกา ผมก็ไม่ได้บอกว่าเอามาจากคุณ ผมเอามาจากข้อความข้างบน ของคุณ สุชาติ
ส่วนที่พูดเป็นนัยๆว่า อเมริกาไม่ใช่ประเทศที่ดีที่สุดในโลก ผมก็เห็นด้วย เพราะผมว่าประเทศไทย ดีที่สุด แต่เราพูดถึงเสรีภาพ ก็น่าจะยกอมเริกา มาดู
เห็นคุณกำลังพยายามจะให้เราเป็นประเทศที่สิวิไลยิ่งขึ้น โดยจะให้เป็นประเทศที่เสรีภาพ มากซะยิ่งกว่าอเมริกา ที่คนส่วนใหญ่ก็ยกย่องกันว่าอเมริกา เป็นประเทศที่มีเสรีภาพมากที่สุด แห่งหนึ่งของโลก ขนาดอเมริกาเขายกย่องกันทั้งโลก เราก็เหนือกว่าเขาแล้ว คุณจะให้เสรีภาพ ยิ่งไปกว่านี้อีก ผมก็ไม่รู้แล้วว่าจุดจบ หรือจุดอิ่ม ของเสรีภาพของคุณ อยู่ที่ไหน
ถ้าจะให้ดี ก็ยกเลิกสัญชาติสิ คนไทยทุกคนเป็นพลเมืองโลก ไม่ต้องมีบัตรประชาชน ไม่ต้องมีสัญชาติ มีเสรีภาพที่จะอยู่ หรือทำอะไรก็ได้ ในโลกนี้ ไม่ต้องทำวีซ่า เราเป็นมนุษย์ ไม่ใช่สัตว์ ไม่ต้องตีทะเบียน

ส่งมาโดย อริน เมื่อ 05 ส.ค. 2008 - 19:07:05 - ip: 61.90.219.114  

ถ้าไม่เอาเรื่องนี้เป็นประเด็น การ "กิน" หรือ "ไม่กิน-ไม่สูบ" ก็รู้เฉพาะตัวกับคนที่เกี่ยวข้องใกล้ชิด ที่นำมาเขียนที่นี่ เพราะอยากจะบอกว่า "มันไม่ได้เป็นเรื่องร้ายแรง" ต่างกับ "ศีล 4 ข้อแรก"
ครั้งแรกที่เขียนไป นึกว่าจะเข้าใจตรงกัน ในเมื่อเป็นเช่นนี้ต้องขอโทษที่ทำให้เข้าใจผิด เพราะก็ได้ขยายความไปแล้ว ว่าทุกวันนี้ไม่ได้รู้สึกว่า "เพื่อนๆ" ที่คบหา-พูดคุยกันอยู่ทั้งใกล้และไกล จะมีใคร "สูงส่ง" กว่าใครด้วยประเด็น "กินเหล้า-สูบบุหรี่" แม้แต่น้อย ซึ่งเชื่อว่าในชีวิตประจำวัน เรา-ท่านในที่นี้น่าจะรู้สึกตรงกัน
จะมีก็แต่ "บางท่าน" เท่านั้น ที่มักจะรู้สึกว่าตนนั้นมี "ศีลบริสุทธิ์" กว่าผู้คนทั้งหลาย ทั้งที่ "ท่านอาจารย์พุทธทาสฯ" ให้อรรถาธิบายไว้ว่า "ศีล" คื อ "ความเป็นปกติ"
ก็เท่านั้นเอง
ด้วยภราดรภาพ

ส่งมาโดย ภาพันธ์ รักษ์ศรีทอง เมื่อ 05 ส.ค. 2008 - 22:47:32 - ip: 58.8.111.190  

นอกจากแถแล้วยังขู่อีกนะคับหลวงพ่อ ขู่เสียเกิดเป็นวัวเป็นควาย ไม่ว่าจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม ผมเคยบอกแล้วว่านั่นเป็นเรื่องที่ผมตัดสินเลือกทางของผมเองคับ แต่รัฐมากังวลกัวผมเป็นความยแทนทำไมเหรอ

เรื่องเสรีภาพก็อุตส่าชูอเมริกาในด้านที่ยกหางตัวเองโดยไม่มองว่าอเมริกาในมุมที่แม้แต่เจ้าของพื้นที่เขาก็เอาไปอยู่เขตอนุรักษ์ เสรีภาพของอมเริกามีไว้สำหรับคนขาวและพระเจ้าของเขามั๊งคับ สำหรับอินเดียนแดงมีพระเจ้าคนละองค์ก็ต้องถูกแยกและจำกัดสิทธิเป็นธรรมดา นี่ล่ะประเทศเสรีภาพที่สุด

เอาล่ะสุรานำทางไปสู่อบาย หรือที่ที่ต่ำลง เรื่องนี้ไม่อยากยกตัวอย่างเพราะไม่อยากยึดติดกับตำนานหรือศาสนา แต่ถ้าคุณไม่ยึดว่าเป็นมหายานมองที่เป็นพุทธเหมือนกัน เขาบอกกันว่าจี้กงก็ทานทั้งเหล้า และเนื้อสัตว์ ทำไมไปสู่อรหันต์ได้โดยไม่ไปสู่อบายล่ะคับ

เรื่องเหล้ามันต้องแยกส่วนกับความยึดติดและคุณธรรมในตัวตนรึป่าว

ส่งมาโดย อริน เมื่อ 06 ส.ค. 2008 - 00:20:21 - ip: 125.25.145.154  

เห็นด้วยกับคุณภาพันธ์ รักษ์ศรีทอง ในประเด็น "มหายาน" คือ "เหล้า" น่ะ ถ้าไปพาไปละเมิดศีลข้ออื่นแล้วละก็มันจะอะไรนักหนา อีกอย่างหนึ่ง "คิลานเภสัช" นั้น พระธรรมวินัยก็บัญญัติอนุโลม "ยาธาตุ" ที่ดีมีประโยชน์ตลอดมาในทางการแพทย์ ก็เข้า "อัลกอฮอล์" ถึง "ยาแก้ไอ-ยาระงับปวด" ก็เถิด "เข้ายาฝิ่น" อีกพะเรอเกวียน
ไม่กินเหล้าไม่ได้ทำให้ใครเป็น "เทพ" เหนือใครนะ
อีกทั้ง "คน" นั้นไม่มี "ขนดหาง" ให้เหยียบ ไม่ต้องปากคอสั่นประนามหยามเหยียดด้วยอากัปกิริยาไม่เป็นมิตรกันก็ได้... ถึงอย่างไรถ้าเราชื่อมั่นว่า "พระสัทธรรม" อยู่กับเรา..จริงไหม
อีกอย่าง "กฎ-กติกา-มารยาท" ของ "เว็บบอร์ด" ก็มีอยู่ ถ้าทนไม่ไหวอยากจะ "สำราก" ธาตุบางอย่างภายใน ดูมีสถานที่บางแห่งเปิดกว้างอยู่นี่นา
ไมต้องมา "ตีลังกา 84,000 ตลบ เหมือน ซีเทียนไต้เสี่ย ซึงหงอคง" ก็ได้มั้ง...
ถึงอย่างไรก็ไม่พ้นฝ่ามือ "ยูไลฮุดโจ๊ว" อยู่ดีแหละ
องคุลีมาน ก่อนท่านสำเร็จอรหัตมรรค ได้อรหัตผล เป็นพรอรหันต์ นั้น ท่านเริ่มจาก "การฆ่า" แล้วจึง "วางดาบ" นะ
ยังไม่เคยได้ยินว่า มีใครคว้าดาบขึ้นมา "ฆ่า" แล้วสำเร็จมรรคผลสักราย
ด้

ส่งมาโดย ภาพันธ์ รักษ์ศรีทอง เมื่อ 06 ส.ค. 2008 - 11:49:14 - ip: 58.8.111.190  

น่าสนใจคับคุณอริณ ถ้าศีลเปรียบเหมือนดาบที่ยึดกุมไว้เสียแน่น มันก็ไปไม่ถึงความว่างสงบที่มุ่งหวัง หนำซ้ำอาจนำไปเที่ยวไล่ฆ่าใคร

คำสอนขององค์ศาสนดา มีตัวอย่างจากอานนู้ใกล้ชิดที่สุด ฟังคำสอนเรียกได้ว่าเกาะติดทุกกระบวนความ แต่ธรรมะมันมีทางเข้าถึงของแต่ละคน

สุดท้ายอานนบรรลุเพราะปล่อยวางนั่นล่ะครับ เวลาใกล้จะนอน ไม่ต้องคิดเรื่องศีลหรือเรื่องอะไร ปลดปล่อยและพักผ่อนเสียบ้าง มันก้มีทางของมันเอง

ส่งมาโดย สุญญตา เมื่อ 06 ส.ค. 2008 - 11:52:28 - ip: 58.137.99.74  

พวกดื้อด้านนี่เจ๋งจริงๆ
ใครเตือนก็ไม่ฟัง แถไปด้านๆ
ทำเป็นพูดดีไป ไปหาอ่านหนังสือพิมพ์วันนี้ดูเอาเถอะ ที่สกลนคร มีคนตายไปประมานเป็นชั่วโมงๆ ญาติๆจัดงานศพ เตรียมกางเต๊น ตั้งโต๊ะ กันแล้ว พอเมียขึ้นไปดูศพผัว แกฟื้น ขึ้นมา แล้วก็เล่าว่าเห็น ชายตัวใหญ่ผิวแดง น่ากลัว น่าจะเป็นยมทูต พาแกจะไปไหนยังไม่รู้ แล้วอยู่ๆยมทูตเกิดเปลี่ยนใจ คิดว่าน่าจะผิดตัว ประมาณนี้ เลยพากลับมาส่งที่บ้าน ก็พอดีฟื้นมาเห็นคนมาที่บ้านกันเยอะแยะ ลองไปหาอ่านเอาสิ น่าจะของวันนี้ เพราะเมื่อคืนฟังมาจากรายการ คุยค้ยข่าว ช่อง9 ที่กนก กับพวกเป็นคนอ่านข่าวนั่นน่ะ อ่านแล้วลองตรองให้ดี เขาบอกความจริง คนมันไม่มีปัญญา ก็คิดว่าเขาหลอก สมองน้อย บุญน้อยก็คิดได้แค่นี้ละเนาะ กรรม

ส่งมาโดย ภาพันธ์ รักษ์ศรีทอง เมื่อ 06 ส.ค. 2008 - 15:56:19 - ip: 58.8.100.211  

ถ้าผมเป็นคริสต์ ผู้นำตัวผมไปจะเป็นแบบไหน เทวทูตรึป่าว มาแบบนิโคลัสเคทในหนังเรื่องหนึ่งมะ หรือแบรดพิทในเรื่องมีทโจวแบล็ก ตัไม่แดงใส่สูท

หรือถ้าผมนับถือผี คนมาเอาตัวผมคงเป็นแถน ซึ่งคงไม่เป็นไรมัง แถนคงไม่ถือเรื่องเหล้า

หรือถ้าผมนับถือเทพแฝดอัศวิน(เทพอินเดีย)ที่นำพาให้มนุษย์รู้จักเหล้า (อาจเป็นอะพอลโลในตะวันตก)ท่านก็คงให้ผมเป็นหนึ่งในทีมเป็นแน่

ความเชื่อผมกับคุณมันต่างกัน นรกของคุณกับผมมันคนละแบบกันมั๊ง

ส่งมาโดย อริน เมื่อ 06 ส.ค. 2008 - 21:23:10 - ip: 61.90.219.114  

ถึงคุณภาพันธ์ รักษ์ศรีทอง
เคยมีคำถามว่า "พระพุทธเจ้ากับพระอรหันตสาวก" ถือศีลกี่ข้อ
มีผู้รู้ตอบอย่างคมคายที่สุดว่า "ไม่ถือสักข้อ"
เหตุผลคือ "คำพูดทุกคำ การกระทำทุกอย่าง ของผู้ล่วงพ้นโอฆสงสาร แล้ว นั้นล้วนเป็นไปเพื่อประโยชน์ของพหูชนเป้นที่ตั้ง เมื่อเป็นดังนั้น แม้ความคิดเบียดเบียนก็ไม่มีเสียแล้ว จะต้องไปควบคุมอะไรอีก"
อันนี้ถ้าจะอธิบายเชิงนามธรรมคือ "สุญญตา" ไง
ซึ่ง (อีกที) ยึดกุมกฏ "ไตรลักษณ์" ได้ทุกลมหายใจเข้าออก คือ เจริญ "อาณาปาณสติ" ระดับที่ "ท่านอาจารย์พุทธทาสฯ" เรียกว่า "รู้ตัวทั่วพร้อม"
ตรงนี้ เคย "เสวนา" ในต่างกรรมต่างวาระ เกี่ยวกับ "คำสอน" อีกชั้นหนึ่งของ "ท่านอาจารย์พุทธทาส" ถึง ความหมายของ "สมาธิลืมตา"
ด้วยภราดรภาพ

ส่งมาโดย เด็ก เมื่อ 20 ก.ย. 2008 - 03:26:59 - ip: 203.144.164.36  

ขอออกความเห็นหน่อยนะครับ แต่ขอโทษก่อนที่อ่านความเห็นก่อนหน้านี้ ไม่หมด อึดอัด และ ขี้เกียดครับ

มีหลายประเด็นด้วยกัน
ประเด็นแรก ผมตั้งข้อสังเกตว่าหากเป็นพุทธชนจริงๆ ก็ควรจะมีจิตเมตตา รึเปล่าครับ สำหรับผู้ที่เข้ามาวิพากษ์วิจารณ์กระทู้นี้ ควรตั้งอยู่บน สติ และความอ่อนโยน หรือไม่ ? หรือว่าไงครับ ?

ประเด็นที่สอง " ดังนั้นจึงต้องมีกฎกติกาเพื่อความผาสุขของคนทั้งสังคม มิใชแค่การนึกเอาเองแต่เป็นการศึกษาวิจัยเก็บข้อมูลมาตลอด ได้ข้อสรุปว่า สุราเป็นต้นเหตุแห่งการสูญเสียกว่า100-1000ล้านบาทต่อปี"
แค่อยากจะบอกว่า ถ้าเปลี่ยนเนื้อในกระทู้เป็นว่า "รัฐไม่จริงใจในการห้ามเหล้า แต่อาศัยศาสนารวมอำนาจเข้าสู่ตน" เพราะ ไม่มีมาตราการที่เอื้อให้เลิกเหล้าจริงๆ เพราะรัฐ(และกลุ่มทุน)เองก็มีผลประโยชน์อิงอยู่กับอบายมุข เช่นภาษีบุหรี่ ที่เก็บแพงๆนานๆไม่ได้ (ได้ผลเหอะ) เป็นต้น
คงไม่เถียงกันยาวขนาดนี้มั้งครับ ?
คุณธรรม ข้อหนึ่งที่ผมได้ยินเสมอคือ ให้มองส่วนดีของคนอื่น พิจารณาส่วนเสียของตนเองครับ

ประเด็นที่สาม คุณ คนไทยแท้ๆ คุณอ่านหนังสือ นายแพทย์สม ใช่ป่ะครับ ได้ข่าวว่าเขาเขียนตำราฟิสิกส์เบื้องต้นผิด

ส่งมาโดย aliki เมื่อ 29 ต.ค. 2008 - 22:32:53 - ip: 115.67.27.85  

กรู อยากกินเหล้า หน้กห้วใคร อย่า มาหลอกตัวเองเลยคนไทย กรู ก็เห็น enting ทุกคน ทำเป็น คนดี สุดท้ายชั่วทุกคน เหมือน ไม่ดูหนังโป๊ ดูในบ้านมีทุกคน สาด

แสดงความคิดเห็น

ในทุกความคิดเห็น จะมีหมายเลขไอพีของคุณ (38.103.63.62) แสดง

  • การแสดงความเห็นในเว็บบอร์ดต้องอยู่บนพื้นฐานการเคารพในสิทธิและความหลากหลายทางเชื้อชาติ เพศ ศาสนา วัฒนธรรม และความเชื่อ ตลอดจน วิถีชีวิต และสิทธิส่วนบุคคล
  • การวิพากษ์วิจารณ์คำพูด ข้อเขียน หรือความคิดเห็นของบุคคลอื่น ย่อมทำได้โดยสุภาพหลีกเลี่ยงข้อความใดๆอันเป็นการละเมิดหรือดูแคลนต่อบุคคลอื่น
  • การวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของบุคคลอื่นย่อมทำได้โดยสุภาพ ในกรณีที่เป็นการกระทำที่กระทบต่อสาธารณะหรือกระทำโดยสาธารณะ
  • ประชาไทขอความร่วมมือ หากต้องการให้ข้อมูลที่คิดว่าเป็นประโยชน์ได้แสดงบนเว็บบอร์ด กรุณางดเว้นการใช้ถ้อยคำที่มีลักษณะเหยียดเพศ เหยียดเชื้อชาติ ศาสนา และเชื่อมโยงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นการล่อแหลม

คำถาม: วันนี้วันที่เท่าไหร่ ? (ใส่เฉพาะเลขวันที่เท่านั้น) *

ชื่อ: *

อีเมล: (ถ้ามี) ข้อมูลนี้จะไม่แสดงต่อสาธารณะ.

โฮมเพจ: (ถ้ามี)

ความคิดเห็น: * ใช้โค้ด HTML ไม่ได้

(สูงสุด 1,000 ตัวอักษร)
พิมพ์ได้อีก ตัว

 

Hit & Run

Hit & Run

หน้าเว็บ

บันทึกล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

Blogroll

มีอะไรใหม่ในบล็อกกาซีน

พิเศษ