blogazine prachatai บล็อกกาซีน (beta)  |  บล็อกทั้งหมด  |  จัดการบล็อก  |  เงื่อนไขและข้อตกลง  |  นโยบายความเป็นส่วนตัว  |  ประชาไท

พลังของอินเตอร์เน็ต : ที่ใดมีการกดขี่ ที่นั่นมีการต่อสู้

ส่งมาเมื่อ 03 พ.ค. 2008 - 04:09:51.  หมวด: (ยังไม่ได้กำหนด)  ป้าย:

อินเตอร์เนต & การเมือง

พิณผกา งามสม

ปรากฏการณ์เคลื่อนไหวทางการเมืองบนเว็บไซต์ที่เกิดขึ้นในไทยอยู่ขณะนี้ เป็นพื้นที่การต่อสู้ใหม่ๆ ที่เพิ่งเกิดขึ้นในเมืองไทยไม่กี่ปี่ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันสื่อกระแสหลักก็เปลี่ยนหรือขยายเป้าหมายจากการช่วงชิงพื้นที่ในตลาดสิ่งพิมพ์มาสู่ตลาดแห่งใหม่ในโลกไซเบอร์

นักวิชาการด้านสื่อสารสนเทศ สังคมวิทยา และรวมถึงนักรัฐศาสตร์ในโลกก็เริ่มขยายการศึกษาวิจัยมาสู่พื้นที่ใหม่ที่เรียกว่าอินเตอร์เน็ตมากขึ้นเช่นกัน โลกวิชาการระดับนานาชาติผลิตงานศึกษาวิจัยถึงบทบาทของอินเตอร์เน็ตกับการแสดงออกทางการเมืองอย่างกว้างขวาง และมีข้อเสนอว่า อินเตอร์เน็ตสามารถเข้ามาเติมเต็มส่วนที่ขาดในโลกจริง เป็นต้นว่า การได้แสดงออกอย่างฉับพลันทันที การมีส่วนร่วมทางการเมืองโดยปราศจากข้อจำกัดเรื่องระยะทาง เป็นต้น

น่าสนใจว่า การปฏิบัติต่อพื้นที่สาธารณะแห่งใหม่นี้ในสังคมไทยกลับได้รับการต้อนรับที่ค่อนข้างเฉยชาจากนักวิชาการเมืองไทยอยู่พอสมควร มิหนำซ้ำยังให้ราคากับการโพสต์ข้อความในอินเตอร์เน็ตต่ำกว่างานวิชาการที่ได้การตีพิมพ์ ดังเช่นกรณีที่สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล เคยพบกับข้อกล่าวหานี้ในช่วงแรกๆ ที่เขาเริ่มเข้ามาสร้างวิวาทะในเว็บบอร์ดต่างๆ

อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงวันนี้ ที่การสื่อสารในโลกอินเตอร์เน็ตมีบทบาทยิ่งต่อการเคลื่อนไหวทางการเมืองของไทย ทั้งเพื่อต้านระบอบทักษิณ และทั้งในแง่การต้านการรัฐประหาร จะต้านเผด็จการศักดินา หรือเผด็จการทุนนิยมสามานย์ก็ตามแต่ สังคมไทยได้ใช้เครื่องมืออันใหม่นี้อย่างเมามันและมีประสิทธิภาพยิ่ง...นี่ไม่ใช่สิ่งใหม่ในโลก แต่มันเกิดขึ้นในหลายๆ ที่ ด้วยบริบทที่แตกต่างกันไป

 

กรณีศึกษามาเลเซีย รัฐบาลมั่นคง สื่อกระแสหลักอ่อนแอ สังคมออนไลน์เข้มแข็ง
ยังไม่มีใครพิสูจน์ความสัมพันธ์ระหว่างการกดทับในโลกจริง กับการระเบิดออกในโลกอินเตอร์เน็ต แต่หากพิจารณากรณีที่เกิดขึ้นในประเทศมาเลเซีย ภายใต้การปกครองแบบเผด็จการรัฐสภา ผนวกกับเศรษฐกิจแบบพวกพ้องของรัฐบาลที่นำโดยแนวร่วมพรรคแห่งชาติมาเลเซีย หรือ อัมโน ซึ่งดำเนินมาต่อเนื่องยาวนานนับแต่การเกิดขึ้นของประเทศที่ชื่อมาเลเซีย การแสดงความเห็นอย่างวิพากษ์วิจารณ์และการรวมกลุ่มกันในที่สาธารณะนั้นอาจนับเป็นความผิดได้หลายกระทง โดยมีกฎหมายความมั่นคงภายใน หรือกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติเป็นเครื่องมือในการปราบปรามอย่างรุนแรง

ในข้อด้อยมีข้อดี เมื่อรัฐบาลที่มีเสถียรภาพสูงมากอย่างอัมโนวางแนวทางการพัฒนาชาติระยะยาว และสามารถดำเนินนโยบายอย่างต่อเนื่อง โครงการที่เป็นหนามยอกอกรัฐบาลอัมโนก็ได้ผลเป็นรูปเป็นร่างขึ้นอย่างรวดเร็ว นั่นคือโครงการ Multimedia Super Corridor ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาไอทีขนาดที่ฝันว่าจะเป็นฮับของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เลยทีเดียว โดยแนวทางนี้ ในเวลาไม่ช้านาน ประชากรชาวมาเลเซียราว 28 ล้านคนจะสามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้ถึง 14 ล้านคน นั่นคือครึ่งหนึ่งของคนมาเลเซียทั้งหมด และหายนะของอัมโนก็มาถึง.....

นักกิจกรรมทางสังคมที่ต้องพบเจอเครื่องกีดขวางนานาประการจากกฎหมายอันเคร่งครัด และแนวปฏิบัติอันเฉียบขาดในการกวาดล้าง หรือทำให้ผู้เห็นต่างเงียบเสียงลงในโลกจริง พวกเขาหันมาสู่การเป็น ‘บล็อกเกอร์’ และใช้พื้นที่ของตัวเองอย่างทรงประสิทธิภาพ การเลือกตั้งมาเลเซียครั้งล่าสุด ที่พรรคฝ่ายค้านได้คะแนนเสียงเป็นประวัติการณ์นั้น มีนักกิจกรรมที่เป็นบล็อกเกอร์อยู่ 4 คน ในจำนวนนั้น มี เทียน ฉัว ( www.tianchua.net) ผู้อำนวยการด้านการสื่อสารของพรรคเกออาดิลัน ซึ่งเป็นพรรคแกนนำของฝ่ายค้านอยู่ในขณะนี้

ในโลกจริง เทียน ฉัว ถูกจับเข้าคุกเนื่องจากการเคลื่อนไหวด้านสิทธิแรงงานและการเมืองหลายครั้ง แต่ในอินเตอร์เน็ต บล็อก (blog) ของเขาเป็นบล็อกยอดนิยม

เทียน ฉัว เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งในระดับปัจเจก แต่สิ่งที่ผลักเทียน ฉัว เข้าสู่รัฐสภาของมาเลเซียมีมากกว่านั้น

โดยแนวนโยบายของ Muiltimedia Super Corridor เอง มีข้อจำกัดในการจำกัดการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร มิฉะนั้นย่อมเป็นจุดอ่อนในทางการค้าพาณิชย์ แม้ว่าจะมีมีกฎหมายถึง 9 ฉบับที่คนใช้อินเตอร์เน็ตในมาเลเซียจำต้องระมัดระวังก็ตาม

เมื่อรัฐบาลมาเลเซียผลัดมือสู่นายกฯคนใหม่ผู้มีเสน่ห์ทางการเมืองด้อยกว่ามหาเธร์อย่างเทียบชั้นกันไม่ได้ การเคลื่อนไหวในมาเลเซียผ่านอินเตอร์เน็ตนั้นดูเหมือนจะเติบโตผกผันกับความนิยมในรัฐบาลอัมโนเลยทีเดียว ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บล็อกเกอร์และนักท่องอินเตอร์เน็ตของมาเลเซียรวมตัวกันเพื่อเคลื่อนไหวประเด็นทางการเมืองทั้งในโลกไซเบอร์ครั้งใหญ่อย่างน้อย 3 ครั้ง ประเด็นแรกเป็นเรื่องคดีฆาตกรรมที่เกี่ยวพันกับนักการเมืองระดับสูงในรัฐบาล ที่กิจกรรมในโลกไซเบอร์นานาชาติคุ้นเคย กรณีของอาทันตูยา (Altantuya) หญิงสาวชาวมองโกเลียซึ่งถูกฆาตกรรม กลายเป็นข่าวใหญ่ แต่สื่อกระแสหลักรายงานว่า เธอเป็นนางแบบธรรมดาๆ ทว่าในโลกไซเบอร์ บรรดาบล็อกเกอร์ให้ข้อมูลตรงกันว่า เธอเป็นนายหน้าค้าอาวุธ และการฆาตกรรมครั้งนี้เกี่ยวพันกับการคอร์รัปชั่นในรัฐบาลอย่างแยกไม่ออก

กรณีที่ 2 เมื่อบล็อกเกอร์ชื่อดัง 2 ราย เจฟ อุย (www.jeffooi.com) และ ซูซาน ลูน (sloone.wordpress.com) ถูกหนังสือพิมพ์นิวสเตรทไทม์ ฟ้องละเมิดเนื่องจากบล็อกเกอร์ทั้งสองอาจหาญไปวิพากษ์วิจารณ์การรายงานข่าวของนิวสเตรทไทม์ ซึ่งถือหุ้นใหญ่โดยบริษัทการลงทุนของอัมโน บล็อกเกอร์ชาวมาเลย์ได้รวมตัวกันสื่อสารประเด็นนี้ไปยังนักกิจกรรมในโลกไซเบอร์อื่นๆ และได้รับความร่วมมือในการรณรรงค์กรณีดังกล่าวอย่างกว้างขวาง

กรณีสุดท้ายที่เขย่าขวัญรัฐบาลมาเลเซียครั้งใหญ่ คือขบวนการ BERSIH ซึ่งเป็นการรวมตัวกันกว่า 40 องค์กรระหว่างพรรคฝ่ายค้าน และองค์กรแรงงาน รวมถึงองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนในมาเลเซียเพื่อเรียกร้องการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์และเป็นธรรม หัวหาดในการสื่อสารอยู่ที่ http://bersih.org

พลังการสื่อสารผ่านเว็บไซต์ที่ดำเนินมายาวนานได้ระเบิดออกเมื่อวันที่ 10 พ.ย. 2550 เป็นการเดินขบวนของนักเคลื่อนไหวและประชาชนชาวมาเลเซียกว่า 40,000 คน โดยใช้เวลาถึง 2 วัน 2 คืน นี่เป็นเรื่องไม่ปกติสำหรับมาเลเซียที่กฎหมายความมั่นคงถูกใช้อย่างเข้มงวด และสิ่งที่เขย่ารัฐบาลมาเลเซียตามมาติดๆ ก็คือผลการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมานั่นเอง

ถามว่า แล้วสื่อมวลชนที่ควรจะอยู่ข้างประชาชนไปอยู่ไหนเสียเล่า คำตอบคือ อยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของพรรครัฐบาล ภายใต้การนำของอัมโน สื่อกระแสหลักล้วนถือหุ้นโดยรัฐบาล และสื่อกระแสหลักที่ทรงอิทธิพลที่สุดก็หนีไม่พ้น นิวเสตรทไทม์ ซึ่งทำหน้าที่กระบอกเสียงของรัฐบาล กระทั่งเป็นสื่อในฝันของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตผู้นำของไทยเลยทีเดียว

ไทย : การตั้งไข่ของนักเคลื่อนไหวโลกไซเบอร์ภายใต้ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์
เราอาจจะยังไม่เห็นว่า บล็อกเกอร์ที่ใช้อินเตอร์เน็ตเป็นกระบอกเสียงให้ความคิดของตัวเองรวมถึงการหวังผลในทางการเมืองเท่าใดนัก รวมไปถึงการใช้พื้นที่ในอินเตอร์เน็ตเป็นการประกาศความคิดหรือความเชื่อ หรือทฤษฎีใหม่ดังปรากฏมากขึ้นๆ ในโลกไซเบอร์ฝั่งตะวันตก สิ่งที่เกิดขึ้นในโลกไซเบอร์ของไทยที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองมากที่สุด น่าจะได้แก่การย้ายพื้นที่จากโลกของสิ่งพิมพ์มาสู่โลกออนไลน์ของสื่อกระแสหลักทั้งหลาย ซึ่งนี่ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร เพราะเป็นสิ่งที่สื่อสิ่งพิมพ์ทั่วโลกทำกันอยู่แล้ว ทั้งเพื่อเปิดพื้นที่ทางการตลาด และเพื่อการสื่อสารที่มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวในโลกอินเตอร์เน็ตของไทยที่แปรมาเป็นพลังทางการเมืองย่อมไม่อาจดูเบา เมื่อเว็บบอร์ดสาธารณะอย่าง ‘พันทิบ’ ถึงกับต้องปิดโต๊ะราชดำเนินไปอย่างน้อย 2 ครั้งหลังการรัฐประหาร เพราะไม่อาจรับมือกับ ‘วอร์รูม’ ได้

ด้านสื่อกระแสหลักอย่าง ‘ผู้จัดการ’ ที่เคยเป็นสื่อใหญ่อันดับต้นๆ ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ฟุบลงไปเพราะพิษเศรษฐกิจเมื่อปี 2540 หันมาเปิดแนวรบด้านอินเตอร์เน็ต รวมไปถึงการใช้สื่ออื่นๆ โหมประโคมข้อมูลด้านลบของรัฐบาลทักษิณ จนมีผู้ออกมาเดินถนนเพื่อขับไล่รัฐบาลดังกล่าวถึงกว่า 200,000 คน และยังคงเป็นหัวหอกในการต้านทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับทักษิณ ชินวัตร รวมถึงการประกาศตัวเป็นฝ่ายกษัตริย์นิยมอย่างสุดขั้ว

แต่เมื่อพิจารณาดูตัวเลขของผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในไทยพบว่า มีเพียง 8 ล้านคน จากประชากร 67 ล้านคน แม้แต่ตัวเลขผู้เข้าถึงอินเตอร์เน็ตก็ยังตามหลังมาเลเซียอยู่ เมื่อดูตัวเลขผู้เข้าชมจะพบว่า เว็บไซต์ที่ผู้เข้าชมมากที่สุดคือ www.sanook.com มีผู้คลิกต่อวันประมาณ 300,000 ไอพี และเมื่อหันมาดูที่เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองอยู่ในขณะนี้  www.manager.co.th มียอดการคลิกเข้าชมอยู่ราวๆ 180,000 ไอพี ต่อวันซึ่งตกลงจากยอดประมาณ 300,000 ไอพี ในช่วงที่กระแสขับไล่ทักษิณขึ้นสูง เว็บไซต์เล็กๆ อย่าง ‘ประชาไท’ ที่มีคนอ่านอยู่ที่ราวๆ 12,000 ไอพี ได้ตัวเลขผู้เข้าอ่านจำนวนเท่านี้นับจากการเกิดรัฐประหาร และเว็บไซต์ฟ้าเดียวกันกำลังเพิ่มขึ้น 4 เท่า แต่ก็ยังคงเป็นตัวเลขหลักพันเท่านั้น

ในขณะที่ผู้จัดการหันมาเปิดแนวรบด้านอุดมการณ์กับเว็บไซต์เล็กๆ 2 รายดังกล่าว และอาจทำให้คนทำงานในเว็บไซต์เล็กๆ นี้เผลอคิดไปว่าตัวเองโตขึ้น และสำคัญขึ้น ในอีกด้าน ยอดคลิกของผู้จัดการที่ลดลงเกือบครึ่ง ก็อาจจะบอกได้ว่า ผู้จัดการเองนั้นกำลังเล็กลงๆ นี่ยังไม่เท่ากับตัวเลขที่หลอกหลอนว่า ประชากรทั้งหมดในโลกอินเตอร์เน็ตของไทยมี 8 ล้านกว่าคน แต่เข้ามาอ่าน 3 เว็บไซต์นี้รวมกันแล้วไม่ถึง 200,000 ....นี่กลับมาสู่ทฤษฎีพื้นฐานที่ว่าด้วยอุปสรรคของอินเตอร์เน็ตที่ว่า

ประชากรในอินเตอร์เน็ตถูกคัดสรรแล้ว อย่างน้อยโดยฐานะทางเศรษฐกิจ  คำถามกลับไปยังการเคลื่อนไหวทางการเมืองในโลกอินเตอร์เน็ตของไทย ใครคือประชากรกลุ่มนี้ และมันพูดแทนประชากรในโลกจริงๆ ของไทยได้หรือเปล่า

และท้ายสุด การเกิดขึ้นของการรัฐประหาร กระแสการต้านรัฐประหาร และการต่อสู้กันในโลกไซเบอร์ที่ดำเนินอยู่ขณะนี้จะเป็นจังหวะก้าวที่สำคัญอีกครั้งหนึ่ง สำหรับผู้สนใจศึกษาการเคลื่อนไหวและการพัฒนาของอินเตอร์เน็ตที่มีผลต่อพลังทางการเมืองไทย ไม่ว่าคนที่อยู่ในปัจจุบันจะเขียนมันอย่างไร แต่การศึกษาและตีความที่จะเกิดขึ้นภายหลัง ย่อมเป็นเป็นอิสระโดยตัวของมันเอง


อ้างอิง
Balgos, C.A. Cecile, Across the border: Southeast Asian Chroniles, Southeast Asian Press Alliance, Bangkok, 2005.

Gan, Steven, Gomez,James and Johanen, Uwe. Asian Cyberactivistm: Freedom of Expression and Media Censorship. 2004.

Jr. MacIver. J. William and Birdsall F.William F.,  Technological evolution and the right to communicate: the implication for Electronic Democracy, New Zealand, 2002

Lai, On-Kwok. Cultural (Re-)Presentation of Global Civil Society and Global Citizenship in the Cyber Age: Positioning Transnational Activism in a Globalizing World www.inst.at/trans/16Nr/15_1/lai16.htm

Lewis,Glen, Virtual Thailand: the Media and culture politics in Thailand, Malaysia and Singapore, Routledge Curzon, London, 2006

ส่งมาโดย puapean เมื่อ 03 พ.ค. 2008 - 11:05:59 - ip: 64.62.138.73  

หวังเช่นนั้น จ๊ะ

ส่งมาโดย Kookai เมื่อ 03 พ.ค. 2008 - 12:04:53 - ip: 118.174.97.174  

อยากให้รัฐบาล พปช ที่ได้อำนาจล้วนๆ จากพลังประชาชนที่รักปรชาธิปไตย ช่วยสนับสนุนการแสดงความเห็นของ ปชช ไม่ว่าจะเป็น เน็ต วิทยูชุมชน และสื่อมวลชนอื่นๆ เพื่อเิปิดโลกทรรศน์ให้ประชาชน

ไม่ใช่ให้สื่อเลวๆ ไม่กี่หัวของพวกกรุงเทพฯ ที่คนกรุงเทพฯรับกันเป็นแฟชั่น แต่หาหลักการด้านประชาธิปไตยไม่ได้ หลอกประชาชนไปเรื่อยๆ

ส่งมาโดย ko-t เมื่อ 03 พ.ค. 2008 - 12:07:20 - ip: 125.26.190.251  



ขอให้ต่อสู้โดยสุจริตใจเทอญ อย่าจองเวรจองกรรมกันเลยพี่น้อง

ส่งมาโดย Mr.DogGie เมื่อ 03 พ.ค. 2008 - 12:07:39 - ip: 58.9.129.217  

ประเด็นคือว่า เวปมาสเตอร์เวปไซต์บางเวป
กลับอยู่ในภวังค์แห่ง"ความกลัว"ในการแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ
มากกว่าที่กฏหมายระบุไว้เสียอีก

ส่งมาโดย กานต์ ยืนยง เมื่อ 03 พ.ค. 2008 - 15:33:54 - ip: 124.120.98.128  

เขียนดีนะ

ส่งมาโดย superblind เมื่อ 03 พ.ค. 2008 - 17:55:32 - ip: 117.47.167.220  

เป็นบทความที่ดีครับ ให้ข้อมูลด้านการใช้อินเตอร์เนทของคนไทยที่น่าทึ่งครับ และมีเอกสารอ้างอิงให้เห็น น่าเชื่อถือขึ้น เพิ่งเห็นและทราบข้อมูลคนดูเวบดังๆของไทย เขียนได้ดีจริงๆครับ

ส่งมาโดย niwat เมื่อ 03 พ.ค. 2008 - 18:35:51 - ip: 118.174.212.101  

บทความนี้มีสาระดีครับ

ส่งมาโดย บังวิน เมื่อ 04 พ.ค. 2008 - 10:40:18 - ip: 61.19.40.226  

สวัสดีครับ
มาถึงวันนี้เราคงต้องเป็นนักข่าวเป็นผู้สื่อข่าวเป็นสื่อมวลชนกันเสียเองแล้วละครับ
ในเมื่อสื่อมวลชนประเภทสื่อมวลสัตว์ที่ทั้งกัดทั้งแทะมันเต็มบ้านเต็มเมืองอย่างนี้
สื่อพวกนี้เดี๋ยวนี้มันไม่ได้รับใช้มวลชนแล้วละครับ
จริงๆมันก็รับใช้เงินในกระเป๋ามันนั่นแหละ
ส่วนประชาชนมันเอาไว้อ้าง ไว้บังหน้าหากินเท่านั้น

ส่งมาโดย Rakprachachon เมื่อ 04 พ.ค. 2008 - 13:49:55 - ip: 124.121.86.162  

เรารักประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ส่งมาโดย ครูบ้านนอก เมื่อ 04 พ.ค. 2008 - 18:35:09 - ip: 118.172.172.66  

ก็เพิ่งทราบวันนี้ว่า ผู้จัดกวน มันมีคนสนใจน้อยลง โดยเฉพาะข่าวเครือเนชั่วเป็นลิ้งค์ของหน่วยงานราชการทั้งนั้นเลยโดยเฉพาะกระทรวงศึกษาฯ ไม่ทราบเป็นเพราะอะไร แต่ก็พยายามไม่คลิ๊กเข้าไปเพิ่มเรทติ้งให้มัน ขอเป็นอีกคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างประชาธิปไตยและสนับสนุนประชาไทย ชอบนโยบายทักษิณ ขอให้เพิ่มประสิทธิภาพการใช้สื่อคอมพิวเตอร์ให้ทั่วถึง แค่ให้เด็กนักเรียนได้มีคอมพ์ราคาถูกใช้เรียนทุกคนแล้วขยายเครือข่ายอินเตอร์เน็ตให้กว้างขวางทั่วทุกภูมิภาคเข้าถึงรากหญ้า เท่านี้ก็สามารถเพิ่มยอดนักรบไซเบอร์ได้อีกโข เพราะปัจจุบันนี้คอมพ์อยู่ในมือของชนชั้นกลางเป็นส่วนใหญ่ ฝากถึงรัฐบาลทำอย่างไรก็ได้ให้เครื่องมือเหล่านี้เข้าถึงประชาชนคนรากหญ้าให้อย่างทั่วถึงโดยเร็ว แล้วไม่ว่ากี่สมัยท่านก็นอนมาในสภาแน่นอน

ส่งมาโดย :-) เมื่อ 05 พ.ค. 2008 - 18:21:08 - ip: 58.147.45.245  

ชอบจัง

ส่งมาโดย นิดา หมอยาดีั เมื่อ 08 พ.ค. 2008 - 13:16:46 - ip: 161.200.255.162  

เรียน คุณหัวไม้ Story
ดิฉัน นางสาวนิดา หมอยาดี นิสิตระดับปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิชาวารสารสนเทศ
คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้ช่วยวิจัยในโครงการวิจัย “การผลิตสื่อพลเมืองบนอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย” โดยมีอาจารย์พรรษาสิริ กุหลาบ อาจารย์ประจำภาควิชาวารสารสนเทศ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นหัวหน้าโครงการวิจัย
ดิฉันมีความประสงค์ขอสัมภาษณ์ท่านในประเด็นเกี่ยวกับการเขียนบล็อกในเว็บไซต์ Blogazine.prachtai เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการทำวิจัยในหัวข้อดังกล่าว
จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอสัมภาษณ์ท่านในวันและเวลาที่ท่านสะดวก
ขอแสดงความนับถือ
นางสาวนิดา หมอยาดี

เบอร์โทรศัพท์ 081-412-3559 Email: nida_tong@hotmail.com

ส่งมาโดย นิดา หมอยาดีั เมื่อ 08 พ.ค. 2008 - 13:19:54 - ip: 161.200.255.162  

ประเด็นคำถามสัมภาษณ์
1. เหตุผลในการเป็นสมาชิกเว็บไซต์/เหตุผลในการผลิตเนื้อหาเพื่อนำเสนอบนพื้นที่เว็บไซต์หรือบล็อก
2. กระบวนการผลิตเนื้อหา
- เนื้อหาหลักที่นำเสนอ
- เกณฑ์ในการคัดเลือกเนื้อหาที่นำเสนอ
- รูปแบบและลักษณะในการนำเสนอเนื้อหา
- การตรวจสอบแก้ไขเนื้อหาก่อนการนำเสนอและการนำเสนอเนื้อหา
- การมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นในระบบแสดงความคิดเห็นในเว็บไซต์
3. ความคิดเห็นต่อเนื้อหาที่ปรากฏในเว็บไซต์ที่ตนเป็นสมาชิก
4. ความคิดเห็นต่อชุมชนเว็บไซต์ที่ตนเป็นสมาชิก
5. ความคิดเห็นเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมในการจัดการเว็บไซต์ที่ตนเป็นสมาชิก
6. ความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางในการกำกับดูแลเนื้อหาของเว็บไซต์ที่ตนเป็นสมาชิก
7. ปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมหรือเป็นอุปสรรคที่มีอิทธิพลต่อการผลิตเนื้อหาสื่อของภาคพลเมืองปัญหาและอุปสรรคในการใช้งานเว็บไซต์ที่ตนเป็นสมาชิก
8. ข้อเสนอแนะอื่นๆ

ส่งมาโดย นิดา หมอยาดี เมื่อ 08 พ.ค. 2008 - 13:56:24 - ip: 161.200.255.162  

เรียน คุณหัวไม้ story

กราบขออภัยอย่างสูงนะคะ เบอร์โทรศัพท์ที่ให้ไว้ในคอมเมนต์ที่ 12 ผิดนะคะ
ถ้าคุณหัวไม้Story สะดวกให้สัมภาษณ์ รบกวนติดต่อนิดาได้ที่เบอร์
089-412-3559
หรืออีเมล์ nida_tong@hotmail.com นะคะ

กราบขออภัยและขอบพระคุณอย่างสูงค่ะ
นิดา หมอยาดี

แสดงความคิดเห็น

ในทุกความคิดเห็น จะมีหมายเลขไอพีของคุณ (38.103.63.60) แสดง

  • การแสดงความเห็นในเว็บบอร์ดต้องอยู่บนพื้นฐานการเคารพในสิทธิและความหลากหลายทางเชื้อชาติ เพศ ศาสนา วัฒนธรรม และความเชื่อ ตลอดจน วิถีชีวิต และสิทธิส่วนบุคคล
  • การวิพากษ์วิจารณ์คำพูด ข้อเขียน หรือความคิดเห็นของบุคคลอื่น ย่อมทำได้โดยสุภาพหลีกเลี่ยงข้อความใดๆอันเป็นการละเมิดหรือดูแคลนต่อบุคคลอื่น
  • การวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของบุคคลอื่นย่อมทำได้โดยสุภาพ ในกรณีที่เป็นการกระทำที่กระทบต่อสาธารณะหรือกระทำโดยสาธารณะ
  • ประชาไทขอความร่วมมือ หากต้องการให้ข้อมูลที่คิดว่าเป็นประโยชน์ได้แสดงบนเว็บบอร์ด กรุณางดเว้นการใช้ถ้อยคำที่มีลักษณะเหยียดเพศ เหยียดเชื้อชาติ ศาสนา และเชื่อมโยงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นการล่อแหลม

คำถาม: วันนี้วันที่เท่าไหร่ ? (ใส่เฉพาะเลขวันที่เท่านั้น) *

ชื่อ: *

อีเมล: (ถ้ามี) ข้อมูลนี้จะไม่แสดงต่อสาธารณะ.

โฮมเพจ: (ถ้ามี)

ความคิดเห็น: * ใช้โค้ด HTML ไม่ได้

(สูงสุด 1,000 ตัวอักษร)
พิมพ์ได้อีก ตัว

 

หัวไม้ story

หัวไม้ story

หน้าเว็บ

บันทึกล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

Blogroll

มีอะไรใหม่ในบล็อกกาซีน

พิเศษ