blogazine prachatai บล็อกกาซีน (beta)  |  บล็อกทั้งหมด  |  จัดการบล็อก  |  เงื่อนไขและข้อตกลง  |  นโยบายความเป็นส่วนตัว  |  ประชาไท
 

แก้รัฐธรรมนูญ ฉบับ จับทักษิณเป็นตัวประกัน

ส่งมาเมื่อ 05 เม.ย. 2008 - 02:41:43.  หมวด: (ยังไม่ได้กำหนด)  ป้าย:

หัวไม้ story แก้รัฐธรรมนูญ

 

พิณผกา งามสม/พงษ์พันธุ์ ชุ่มใจ

เมื่อกระแสแก้รัฐธรรมนูญเริ่มต้นด้วยการถูกโจมตีว่าจะเป็นการเบิกทางให้กับพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร กลับเข้ามามีที่อยู่ที่ยืนในเวทีการเมืองไทยอีกครั้ง มิหนำซ้ำยังเป็นการปูทางไปสู่การฟอกตัวของอดีตนายกผู้ซึ่งตามทัศนะของฝ่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มองว่าเป็นเหตุแห่งความวิบัติทั้งสิ้นทั้งมวลของประเทศชาติ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อเรื่องแก้รัฐธรรมนูญก็กลายมาสู่เรื่องการเอาทักษิณ หรือไม่เอาทักษิณ แบบกลยุทธ์ขายเบียร์พ่วงเหล้า คือถ้าไม่เอาทักษิณก็ต้องไม่แก้รัฐธรรมนูญ ถ้าใครจะแก้รัฐธรรมนูญถือเป็นพวกทักษิณ ว่ากันตามจริงแล้ว ไม่ว่าการเปลี่ยนแปลงอะไรในโครงการสร้างการเมืองไทยที่เกิดขึ้นเวลานี้ ก็ถูกจับโยนลงไปเป็นประเด็น เอาทักษิณกลับมา หรืออย่าเอาทักษิณกลับมา.....นับเป็นประชาธิปไตยแบบไทยๆ หนึ่งเดียวของโลกจริงๆ

 

รับไปก่อน แก้ทีหลัง

สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญไปที่ไหนก็บอกชาวบ้านให้รับร่างรัฐธรรมนูญไปก่อน แล้วค่อยแก้ทีหลัง สำทับอีกทีโดยนายจรัญ ภักดีธนากุล ก่อนที่จะมีการลงประชามติ พ่วงด้วยการบอกอีกซ้ำๆ ว่าหากไม่มีการแก้รัฐธรรมนูญก็จะไม่มีเลือกตั้ง ถึงเวลานี้ดูเหมือนไม่มีใครทบทวนความจำอันแสนสั้นและเลือนรางเสียแล้ว

เมื่อประเด็นแก้รัฐธรรมนูญถูกจุดขึ้นโดยฝ่ายรัฐบาล ในห้วงเวลาที่ รายชื่อ พรรคการเมือง 3 พรรค อันได้แก่ พลังประชาชน ชาติไทย และมัชฌิมาธิปไตย อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้งว่ามีการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งอันอาจจะนำไปสู่การยุบพรรคหรือไม่ โดยพลัน พรรคประชาธิปัตย์ก็ออกมาตอบโต้ทันทีว่าการแก้รัฐธรรมนูญจะเป็นเหตุแห่งวิกฤตการเมือง ในขณะที่พลังเคลื่อนไหวทางการเมืองกลุ่มใหญ่อย่างพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก็ออกมากล่าวหาโดยทันทีว่า พรรคพลังประชาชนต้องการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อหนีการยุบพรรครวมทั้งเพื่อฟอกตัวอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ทั้งยังหวังว่าจะเป็นการปูทางให้ทักษิณกลับมาสู่เวทีการเมืองไทยอีกครั้ง

กระทั่งในการเสวนาวิชาการโดยพันธมิตรฯ เมื่อวันที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา ได้มีการออกแถลงการณ์คัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการพ่วงด้วยคำขู่ว่าพันธมิตรฯ จะเคลื่อนไหวทันทีที่มีการแก้รัฐธรรมนูญ

ดูทีว่า ฝ่ายพันธมิตรฯ และพรรคฝ่ายค้านมีความกลัวอย่างสุดขีดว่าการแก้รัฐธรรมนูญที่รัฐบาลนำโดยพรรคพลังประชาชนจะนำไปสู่ความอยู่รอดปลอดภัยของ 3 พรรคการเมือง แม้ว่าหลายๆ ฝ่ายมองว่า 3 พรรคนี้ ดูท่าว่าจะชะตาขาดไปแล้ว เพราะแม้จะมีการแก้รัฐธรรมนูญจริง ก็คงไม่ทันการกับคดีที่ขณะนี้ไปอยู่ในมือศาลรัฐธรรมนูญแล้ว

อะไรบ้างที่ถูกเสนอให้แก้ และอะไรบ้างที่ไม่ควรแก้ ในรัฐธรรมนูญ 2550

5 อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ออกแถลงการณ์นำมาเป็นเจ้าแรกว่าด้วยการแก้รัฐธรรมนูญ โดยประเด็นแก้รัฐธรรมนูญนั้นเป็นสุดท้ายในแถลงการณ์คัดค้านการยุบพรรคการเมือง โดยเหตุผลหลักของคณาจารย์กลุ่มดังกล่าวคือ บทบัญญัติว่าด้วยการยุบพรรคการเมืองที่บัญญัติอยู่ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 นั้นขัดกับหลักนิติธรรม โดยเฉพาะบทลงโทษผู้กระทำผิดที่ลงโทษแบบเหมารวม คือทำผิดคนเดียว ลงโทษทั้งพรรค เป็น "การฝืนพัฒนาการทางกฎหมายของโลกและจะทำให้สถานะทางกฎหมายของประเทศตกต่ำลงในสายตาของนานาอารยะประเทศ" อันที่จริงอาจารย์ 5 ท่านได้จำแนกมาโดยละเอียดถึง 10 ประเด็น เฉพาะกรณีมาตรา 237 ที่เกี่ยวกับสิ่งที่เราเรียกกันสั้นๆ ว่า บทบัญญัติว่าด้วยการยุบพรรค อาจารย์ 5 ท่านดักคอ (ใครก็ไม่รู้) เอาไว้ก่อนว่าเมื่อกฎหมายมีอยู่อย่างนี้และมีปัญหาต่อหลักนิติธรรมอย่างรุนแรงตั้งหลายข้อดังได้กล่าวไปนั้น เวลาที่จะพิจารณาคดีพรรคการเมือง ก็คงจะตีความไปตามตัวบทอย่างซื่อๆ ไม่ได้ หากแต่ต้องยึดเอาทั้งหลักนิติรัฐและนิติธรรมเป็นที่ตั้ง ตบท้ายว่า เพื่อแก้ปัญหาระยะยาว รัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องแก้ไข อย่างน้อยก็มาตรานี้แหละ

จากนั้น ปิยบุตร แสงกนกกุล หนึ่งใน 5 อาจารย์กลุ่มดังกล่าวได้เขียนบทความออกมาแสดงความเห็นส่วนตัวว่า ถ้าจะแก้รัฐธรรมนูญ ต้องมีอย่างน้อย 5 ประเด็นได้แก่

•1. ระบบการเลือกตั้ง ส.ส.

•2. ที่มาของส.ว.

•3. การรับรองให้ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญที่คณะรัฐประหารแต่งตั้งขึ้นให้ดำรงตำแหน่งต่อไปได้เต็มวาระ

•4. กระบวนการยุบพรรค อำนาจของ กกต.ในการแจกใบเหลือง-ใบแดงแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ และ

•5. มาตรา 309 ที่ "ได้เสกให้ ๑.) คำสั่ง คปค. ๒.) ประกาศ คปค. ๓.) การปฏิบัติตามคำสั่งและประกาศ คปค. ไม่ว่าก่อนหรือหลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๙ และ ๔.) การกระทำที่เกี่ยวเนื่องกับ ๑-๓ ไม่ว่าจะในอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต ไม่ว่าโดยแท้จริงแล้วจะชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญหรือไม่ก็ตาม กลายเป็นสิ่งที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ ทุกประการ"

นี่ดูจะเป็นข้อเสนอที่ชัดเจนที่สุดที่ถูกเสนอออกมา ก่อนที่กระแสแก้รัฐธรรมนูญได้เดนทางเข้าสู่สงครามน้ำลายระหว่างฝ่ายค้าน รัฐบาล และพันธมิตรฯ

รัฐธรรมนูญ 2540 ทางกลับคือการเดินทางต่อ

วันที่ 30 มี.ค. วรพล พรหมิกบุตร อาจารย์จากคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มธ. ซึ่งถูกติดป้ายเป็นฝ่าย นปก. ไปแล้ว และคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ออกมาประสานเสียงกันโดยมิได้นัดหมาย ให้นำเอารัฐธรรมนูญ 2540 มาเป็นพื้นฐานในการแก้รัฐธรรมนูญ

ปฏิเสธไม่ได้ว่านับถึงวินาทีนี้ รัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2540 ก็ยังถูกอ้างอิงถึงว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ดีที่สุดเท่าที่ประเทศไทยเคยมีมา และเป็นรัฐธรรมนูญที่ประชาชนส่วนร่วมมากที่สุดเช่นกัน

แน่นอนว่ารัฐธรรมนูญ 2540 ต้องมีปัญหา และปัญหานั้นถูกพูดถึงตั้งแต่เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวมีอายุครบ 7 ปีด้วยซ้ำไป โดยนายชุมพล ศิลปะอาชากล่าวเชิงรับว่า รัฐธรรมนูญ 2540 นั้นเริ่มมีปัญหาและคงต้องถูกนำมาพิจารณากันอีกสักครั้งว่าจะปรับแก้อะไรได้บ้าง ครั้งนั้น เป็นช่วงแรกๆ ของวิกฤตองค์กรอิสระที่เริ่มดำเนินไปไม่ได้ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญดังกล่าว เช่นเกี่ยวกันกับข้อวิจารณ์จากวรเจตน์ ภาคีรัตน์ ที่วิพากษ์องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญว่ามีเส้นแบ่งของอำนาจที่ไม่ชัดเจนและจะกอให้เกิดปัญหาในภายหลังได้ นอกเหนือจากประเด็นองค์กรอิสระแล้ว ในกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญที่แม้จะถูกอ้างเสมอว่า ประชาชนมีส่วนร่วม แต่ขณะเดียวกันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ผู้ที่มีอิทธิพลชี้นำโดยทั้งให้ข้อมูล รวมทั้งโน้มน้าวความคิดความเชื่อของประชาชนก็หนีไม่พ้นเหล่านักวิชาการอรหันต์ทั้งหลายที่ได้ข้ามามีบทบาทอย่างเต็มที่ในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว

ข้อสังเกตนั้นย่อมนำไปสู่การแก้ไข และรัฐธรรมนูญ 2540 ไม่ถูกโจมตีหนักขนาดที่รัฐธรรมนูญ 2550 กำลังเผชิญว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่เป็น ปฏิปักษ์ต่อประชาธิปไตย และเป็นรัฐธรรมนูญที่นำไปสู่การรัฐประหารเงียบ เว้นเสียแต่จะมีใครอยากจะกล่าวหาว่า รัฐธรรมนูญ 2540 เป็นรัฐธรรมนูญที่เปิดโอกาสให้คนอย่างทักษิณ เข้ามาทำลายประชาธิปไตยไทยก็ช่วยยกมาตราไหนสักมาตรามาอ้างด้วย

ขณะที่บรรดาเซียนการเมือง และกูรูทั้งหลายออกมาแลกหมัด เอ๊ย แลกเปลี่ยนกันฝุ่นตลบอยู่เรื่องแก้หรือไม่แก้รัฐธรรมนูญ และถ้าแก้แล้วจะแก้แบบไหน เสียงหนึ่งที่แหวกกระแสเอามากๆ ดังมาจากฝั่งนักวิชาการและนักเคลื่อนไหวที่จับตาเรื่องการเจรจาเอฟทีเอของรัฐบาลไทยมาตั้งแต่สมัยของ รัฐบาลไทยรักไทย ออกมาดักทางรัฐบาลที่กำลังเสนอแก้รัฐธรรมนูญ เพราะไม่ว่ารฐธรรมนูญ 2550 จะถูกวิพากษ์หรือวิภาษณ์ว่าอย่างไร แต่ในนั้นก็มีมาตราหนึ่งที่เข้าท่าเข้าทาง ก็คือมาตรา 190 แต่ก็ขณะนี้กำลังถูกวิปรัฐบาลเสนอเข้าไปพิจารณาแก้ไขด้วย

หัวใจหลักในการผลักดันมาตรา 190 คือการอุดช่องว่างช่องโหว่สำคัญจากมาตรา 224 ในรัฐธรรมนูญ 2540 ที่ตีความให้รัฐบาลไม่ต้องเปิดเผยข้อมูลอย่างจริงจังและไม่ต้องนำเอฟทีเอเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาได้ โดยการผลักดันทำผ่านสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนสำคัญ อย่าง สุริชัย หวันแก้ว

อย่าลืมนับเสียงประชาชน

ความคืบหน้าของเรื่องแก้รัฐธรรมนูญขณะนี้ อยู่ในชั้นที่วิปรัฐบาลเสนอต่อรัฐสภาแก้หรือยกเลิกจำนวน 5 มาตรา อันได้แก่ 1. แก้ ม. 237 ว่าด้วยการยุบพรรค 2 ยกเลิกมาตรา 309 3) แก้ไขมาตรา 266 ว่าด้วยการโยกย้ายข้าราชการ 4) ให้ประชาชนเสนอกฎหมาย - เพิ่มเติมให้ประชาชนสามารถเข้าชื่อเสนอกฎหมายได้ทุกเรื่อง จากเดิมให้เสนอกฎหมายได้แค่เฉพาะในหมวดว่าด้วยสิทธิเสรีภาพและแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ และ 5 เสนอแก้มาตรา 190 ดังได้มีเสียงคัดค้านเกิดขึ้นแล้ว ส่วนการแก้มาตรา 237 ว่าด้วยการยุบพรรคก็มีการออกมาคัดคานโดยคณาจารย์ 41 คนจาก 9 สถาบัน ไม่เหมาะสมเพราะเป็นกรณีที่พรรคการเมืองและนักการเมืองมีส่วนได้เสียเอง

ในฝุ่นควันของการอภิปรายเรื่องรัฐธรรมนูญ และการเดินหน้าไปของฝ่ายพรรครัฐบาล ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ นักเรียนรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาวายอิ ตั้งข้อสังเกตกับประชาไทด้วยเสียงนุ่มๆ สไตล์เขา เป็นหนักแบบส่งหมัดตรงไปยังปลายคางนักการเมืองและกูรูทั้งหลายว่า ไม่ว่ารัฐธรรมนุญ 2550 จะมีข้อผิดพลาดเลวร้ายอย่างไร แต่ขณะนี้สิ่งที่เราได้ยินกันก็เพียงแต่ได้ยินการวิเคราะห์วิจารณ์อย่างผู้เชี่ยวชาญ หรือชี้นำเท่านั้น แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องไม่ลืมก็คือว่า รัฐธรรมนูญ 2550 ได้ผ่านประชามติจากประชาชนถึง 14 ล้านเสียง แม้จะมีข้อกล่าวหาว่ามีการปล่อยข่าวลวง หรือจะอธิบายแบบที่คนต้านทักษิณถนัดก็คือ เสียงไม่เอาก็มีตั้ง 10 ล้านเสียง ชนะกันไม่ขาด แต่เราก็ไม่สามารถเพิกเฉยต่อ 14 ล้านเสียงได้ หากจะแก้รัฐธรรมนูญจะทำอย่างไรจึงจะไม่เป็นการเพิกเฉยต่อ 14 ล้านเสียง........นี่เป็นเงื่อนไขประการหนึ่งที่ฝ่ายเรียกร้องการแก้รัฐธรรมนูญซึ่งอ้างอิงตัวเองอยู่บนฐานของประชาธิปไตยต้องฝ่าไปด้วย เพราะอย่างน้อยฐานที่ชอบธรรม และการเคารพเสียงของประชาชน เคยช่วยรัฐธรรมนูญฉบับหนึ่งอยู่ได้ตั้ง 10 ปี (หุหุ) ถ้าไม่มีรัฐประหาร

ข่าว-บทความที่เกี่ยวข้อง

สู่ประชาธิปไตย ต้องยกเลิกกฎหมายท็อปบู๊ตทมิฬ': คำอภิปรายของปิยบุตร แสงกนกกุล, ประชาไท, 25/3/2551 http://www.prachatai.com/05web/th/home/11624

รายงาน: ทำไม' รธน.มาตรา 190 ขึ้นเขียงรอแก้ แม้ไม่เข้าพวก, ประชาไท, 3/4/2551 http://www.prachatai.com/05web/th/home/11741

คณาจารย์นิติศาสตร์ 9 มหาวิทยาลัย ออกแถลงการณ์ค้านแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 237, ประชาไท, 3/4/2551 http://www.prachatai.com/05web/th/home/11733

5 อาจารย์นิติ มธ. ออกแถลงการณ์ค้านการยุบพรรค, ประชาไท, 24/3/2551

http://www.prachatai.com/05web/th/home/11616

เสนอเอารัฐธรรมนูญ 2540 กลับมาใช้ด่วนแก้วิกฤตยุบพรรคการเมือง, ประชาไท, 30/3/2551

http://www.prachatai.com/05web/th/home/11679

ม.เที่ยงคืนเรียกร้องรื้อรธน. ทั้งฉบับ ยึด 40 เป็นเสา หวั่นประชาชนตกเป็นเหยื่อ, ประชาไท, 30/3/2551

http://www.prachatai.com/05web/th/home/11680

 

 

ส่งมาโดย เปรมวดีระรี้ริก เมื่อ 05 เม.ย. 2008 - 20:02:55 - ip: 118.174.92.200  

ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ นักเรียนรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาวายอิ ท่านลืมไปว่ารัฐบาลชุดนี้ก็มาจากฉันทามติของประชาชนเช่นกัน
ถ้าท่านมิให้เพิกเฉย 14 ล้านเสียง แล้วนโยบายหาเสียงที่พลังประชาชนบอกว่า เขาจะเข้ามาแก้รัฐธรรมนูญ.... ท่านจะตอบประชาชนเหล่านี้เช่นใด

หรือเพียงเพราะท่านมิได้เป้นรัฐบาล จึงมิได้ยินดียินร้ายต่อผลเสียของ รธน หัวคูณ ฉบับนี้เลย

ส่งมาโดย ต้อง! แก้! เท่า! นั้น! เมื่อ 06 เม.ย. 2008 - 00:46:20 - ip: 118.172.53.58  

ถ้าเป็นอย่างที่ความเห็นข้างบนว่า งั้นประชาชนเองก็ต้องตื่นตัว ออกมาบอกให้รู้ด้วยว่าไม่เห็นด้วยกันรัฐธรรมนวยฉบับนี้ขนาดไหน ไม่เห็นด้วยกับมันอย่างไรหรืออย่างน้อยถ้ามันใช้ภาษาเว่อร์แดกชาวบ้านหาเช้ากินค่ำอย่างเรา ๆ อ่านไปก็งง เราหาทางบอกพวกเขาหน่อยก็ได้ว่า เราไม่เห็นด้วยกับการที่เอามันมาใช้แบบนี้ !

ส่งมาโดย กาแฟนม เมื่อ 06 เม.ย. 2008 - 04:03:11 - ip: 58.8.87.206  

อยากให้รัฐบาลเปิดให้คนที่เห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญ สามารถมีช่องทางการแสดงออก เพราะทุกวันนี้กระแสเสียงส่วนที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญมีบทบาทในสื่อมวลชนมาก จนดูเหมือนคนไทยทั้งประเทศไม่เห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญ

อาจเป็นการเปิดให้ลงทะเบียนผู้ต้องการแก้รัฐธรรมนูญทางอินเตอร์เน็ต
หรือทางไปรษณีย์ก็ได้ครับ
ผมยินดีลงชื่อสนับสนุนทันที

ส่งมาโดย DtonNA เมื่อ 06 เม.ย. 2008 - 05:08:34 - ip: 124.120.29.206  

อยากให้แก้ แต่ไม่อยากให้มีผลย้อนหลัง

ส่งมาโดย chote เมื่อ 06 เม.ย. 2008 - 11:37:13 - ip: 58.9.129.253  


"รัฐธรรมนวยหัวคูน"ชื่อคุ้นหู
ก็รู้ รู้ "รัฐธรรมนวย"สุดห่วยนั่น
"สนช"สุนัขรับใช้พวกใครกัน
"คนมันชั่ว"ทั้งนั้นเขียนกันมา

ใช้กฏหมู่เขียนกฏหมายไม่ตรองตรึก
จิตสำนึกประชาธิปไตยไร้ค่า
ถือความเป็น"เผด็จการ"หน้าด้านมา
สร้างค่าเหยียบบ่าเพื่อนเลื่อนชั้น

อ้างเอาประชามติปี 50
"รัฐธรรมนูญ"ที่ได้มาค่าเป็นหมัน
เขียนกฏหมายประโยชน์แต่พวกมัน
ขีดเส้นกั้นแบ่งขั้ง-ข้างห่างกันไกล

จึงเห็นควรเปลี่ยนปรับรับไม่ได้
เพราะเมื่อใช้ปฏิบัติขัดเงื่อนไข
สารพัดติดขัดอึดอัดใจ
ไม่อาจเดินหน้าได้ประเทศไทย

ประเทศไทยเอิงเอย.... ประเทศไทย

ส่งมาโดย DDT. เมื่อ 06 เม.ย. 2008 - 16:04:24 - ip: 222.123.15.98  

เห็นๆกันอยู่ตำตา " รัดทะทำมนวยฉบับบหัวคูน" ที่ไอ้พวกลิงกบฏ มันพากันเขียนมา มันไม่มีความเป็นรํฐธรรมนูญตรงไหนเลย หลักกฏหมาย,หลักความชอบธรรมและหลักการแห่งประชาธิปไตย มันไม่มีเลย มันมองเป้นอย่างอื่นไม่ได้นอกจาก"คำภีร์กบฏ"เท่านั้น อับอายเค้าไปทั่วโลก ไอ้หอก!!!โพนทนาเค้าไปทั่วบ้านทั่วเมืองว่าปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย(อำนาจเป้นของประชาชน โดยประชาชนและเพื่อประชาชน)แล้วมันเป็นเช่นนั้นหรือเปล่า ?? ซึ่งจริงๆแล้วก็หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ แล้วไม่รู้จะใช้กันต่อไปได้อย่างไร??ด้วยเหตุผลอะไร ?? ทำลายมันทิ้งไปเหอะ แล้วเอา ฉบับปี 40 มา ปรับปรุง แก้ไขเพิ่มเติมในส่วนที่ยังมีข้อด้อย หรือไม่เหมาะกับกาลสมัย ไม่น่าจะยุ่งยากอะไร และที่มีการออกมาท้าทายเย้วๆกันข้างถนนไม่เลิก จนเป็นลักษณะเฉพาะประชาธิปไตยไทยไปแล้วทุกวันนี้ก็เพราะ เราไม่สามารถแยกแยะการแสดงออกทางการเมืองได้ว่าอันไหนเป็นการแสดงออกที่เป็นประชาธิปไตย และอันไหนเป็นการแสดงออกที่มุ่งหวังผลประโยชน์หรืออำนาจทางการเมือง ที่อ้างประชาธิปไตยในการแสดงออก ซึ่งถ้าเราจะได้ย้อนกลับไปคิดอย่างมีเหตุผลบนหลักการประชาธิปไตยและกฏหมายแล้วจะเห็นความแตกต่างได้ชัดเจน

ส่งมาโดย คนไทย เมื่อ 03 พ.ค. 2008 - 13:34:17 - ip: 118.174.24.207  

แล้วที่พวกคุณเย้วๆ กันอยู่ คุณอ่านรัฐธรรมนูญกับจบฉบับแล้วหรือ ถึงได้บอกว่าไม่เป็นประชาธิปไตย จะรัฐธรรมนูญฉบับไหน มันก็ร่างมาจากพวกปฏิวัติรัฐประหารทั้งนั้นแหละ คุณ DDT น่ะ สมควรไปกิน DDT ให้ตายไปซะ ไอ้ที่ว่าไม่มีความชอบธรรม ไม่มีหลักประชาธิปไตย หลักกฏหมาย น่ะ คุณศึกษาหมดแล้วหรือ ฉบับปี 50 ก็เอาฉบับ 40 นั่นแหละมาร่างให้มันดีขึ้น ก็เพราะประเทศไทยมีนักการเมืองชั่วๆครองเมืองนั่นแหละ เขาถึงได้สั่งยาแรงๆ จัดการกับคนพวกนี้ ก็เพราะการเมืองไทยมันสกปรกโสมม ซื้อขายเสียงกันแบบไม่อายฟ้าดินไง เขาถึงได้ร่างกฏหมายเอาไว้กำจัดไอ้คนชั่วๆออกไปน่ะ

แสดงความคิดเห็น

ในทุกความคิดเห็น จะมีหมายเลขไอพีของคุณ (38.103.63.17) แสดง

  • การแสดงความเห็นในเว็บบอร์ดต้องอยู่บนพื้นฐานการเคารพในสิทธิและความหลากหลายทางเชื้อชาติ เพศ ศาสนา วัฒนธรรม และความเชื่อ ตลอดจน วิถีชีวิต และสิทธิส่วนบุคคล
  • การวิพากษ์วิจารณ์คำพูด ข้อเขียน หรือความคิดเห็นของบุคคลอื่น ย่อมทำได้โดยสุภาพหลีกเลี่ยงข้อความใดๆอันเป็นการละเมิดหรือดูแคลนต่อบุคคลอื่น
  • การวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของบุคคลอื่นย่อมทำได้โดยสุภาพ ในกรณีที่เป็นการกระทำที่กระทบต่อสาธารณะหรือกระทำโดยสาธารณะ
  • ประชาไทขอความร่วมมือ หากต้องการให้ข้อมูลที่คิดว่าเป็นประโยชน์ได้แสดงบนเว็บบอร์ด กรุณางดเว้นการใช้ถ้อยคำที่มีลักษณะเหยียดเพศ เหยียดเชื้อชาติ ศาสนา และเชื่อมโยงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นการล่อแหลม

คำถาม: วันนี้วันที่เท่าไหร่ ? (ใส่เฉพาะเลขวันที่เท่านั้น) *

ชื่อ: *

อีเมล: (ถ้ามี) ข้อมูลนี้จะไม่แสดงต่อสาธารณะ.

โฮมเพจ: (ถ้ามี)

ความคิดเห็น: * ใช้โค้ด HTML ไม่ได้

(สูงสุด 1,000 ตัวอักษร)
พิมพ์ได้อีก ตัว

 
 

หัวไม้ story

หัวไม้ story

หน้าเว็บ

บันทึกล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

Blogroll

มีอะไรใหม่ในบล็อกกาซีน

พิเศษ