หัวไม้ story

ทีมข่าวการเมือง
ภายในประเทศ สื่อไทยและรัฐบาลใหม่ดูจะยังดำเนินไปตามขนบที่เป็นมายาวนานคือยังอยู่ในช่วงเวลาน้ำผึ้งพระจันทร์ แต่นอกพรมแดนรัฐไทยออกไป กลับเป็นบรรยากาศที่แตกต่าง ข้อมูลข่าวสารที่ถูกรายงานออกไปดูจะไม่เป็นมิตรต่อรัฐบาลใหม่ของประเทศจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้สักเท่าใด
น้ำผึ้งไม่หวาน
พลันที่ประเทศไทยได้รัฐบาลใหม่ที่มีพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำ สิ่งที่รอยเตอร์แนะนำเกี่ยวกับนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของไทยก็คือ....
ภูมิความรู้ของเขาไม่เป็นที่สงสัย และการไปเล่าเรียนยังต่างแดนก็ส่งผลต่อการเป็นที่นิยมชมชอบในหมู่นักธุรกิจระหว่างประเทศ แต่ไม่ได้รับความนิยมในภาคอิสานซึ่งเป็นฐานเสียงหลักของอดีตนายกทักษิณ ชินวัตรที่พ้นจากตำแหน่งไปแล้ว ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาในฐานะผู้นำฝ่ายค้านเขาเดินทางไปตามพื้นที่ต่างๆ นอกเหนือจากกรุงเทพฯ และพื้นที่ที่เป็นฐานเสียงของประชาธิปัตย์ในภาคใต้น้อยมาก และเกือบทุกครั้งก็จะพบกับการต่อต้าน ครั้งหนึ่ง ผู้สนับสนุนทักษิณได้ขัดขวางการชุมนุมของพรรคประชาธิปัตย์ในจังหวัดเชียงใหม่โดยขว้างปาผักเน่าใส่นายอภิสิทธิ์ อภิสิทธิ์ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นนักฉวยโอกาสซึ่งไร้ที่อยู่ที่ยืนหากปราศจากซึ่งความช่วยเหลือจากกองทัพและกลุ่มต่อต้านทักษิณที่ชื่อว่าพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เขาล้มเหลวในการกล่าวโทษพันธมิตรฯ แม้แต่เมื่อครั้งที่กลุ่มนิยมกษัตริย์ยึดสนามบินหลักสองแห่งก็ตาม และพรรคประชาธิปัตย์ก็เป็นพรรคที่ตัดสินใจบอยคอตการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2006 ซึ่งนำมาสู่ภาวะวิกฤตรัฐธรรมนูญ และเกิดการรัฐประหารในที่สุด นโยบายของอภิสิทธิ์นั้นหยิบยืมมาจากทักษิณมาก โดยเฉพาะการคงไว้ซึ่งระบบสุขภาพและกองทุนเงินกู้ในเขตชนบทซึ่งริเริ่มมาจากช่วง 5 ปีแรกของทักษิณ http://www.reuters.com/article/topNews/idUSTRE4BE0IV20081215
|
ขณะที่เทเลกราฟ จับตาไปที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างเทศนามกษิต ภิรมย์ ว่าเคยเป็นผู้เข้าร่วมการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยอันมีพฤติกรรมบันลือโลกด้วยการปิดสนามบิน กักผู้โดยสารชาวต่างประเทศกว่า 350,000 คนไว้เป็นตัวประกันทางการเมืองไทย โดยเทเลกราฟตีพิมพ์คำกล่าวของนายกษิต ว่า การกระทำดังกล่าวนั้น ‘a lot of fun' ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ออกมาแก้ข่าวแล้วว่าเป็นความเข้าใจผิด เพราะที่ a lot of fun นั้นหมายถึงที่ทำเนียบต่างหาก
กษิต ภิรมย์ วัย 64 ปี กำลังจะเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ หน้าที่ของเขาคือการกอบกู้ภาพลักษณ์ของไทยในสายตาต่างประเทศ แต่คงยากเมื่อความจริงนั้นเขาคือผู้สนับสนุนคนสำคัญของการประท้วง และยังคงเป็นอยู่ ผู้โดยสารกว่า 350,000 คนตกค้างเป็นเวลากว่า 3 สัปดาห์เมื่อผู้ประท้วงซึ่งเป็นพวกคลั่งระบอบกษัตริย์ซึ่งใช้ชื่อว่าพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยหลักสองถึงสามพันทำการประท้วงยึดสนามบิน ความมั่นใจของนักลงทุนถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรง และนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าความเสียหายที่เกิดแก่ธุรกิจท่องเที่ยวจะส่งผลให้มีการว่างงานกว่า 1 ล้านตำแหน่ง แต่กษิตกล่าวกับนักการทูตและผู้สื่อข่าวต่างประเทศที่ต้องตกอยู่ในอาการอัศจรรย์ใจว่า การประท้วงนั้น สนุกสนานมาก อาหารดี ดนตรีไพเราะ พันธมิตรฯ กล่าวหารัฐบาลว่าคอร์รัปชั่นและมีความโยงใยกับอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ซึ่งลี้ภัยอยู่ต่างประเทศ แม้ว่ารัฐบาลจะได้รับการเลือกตั้งมาเมื่อปีก่อน แต่ชนชั้นกลางในกรุงเทพฯ จำนวนมาก รวมถึงชนชั้นนำอาวุโสนั้นเชื่อว่าอิทธิพลของทักษิณที่มีต่อการเมืองไทยเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้โดยเด็ดขาด นายกษิต เป็นผู้ปราศรัยหลักคนหนึ่งของการประท้วง ซึ่งมีส่วนช่วยในการโค่นรัฐบาลของฝ่ายทักษิณลง พรรคประชาธิปัตย์ของเขา ขณะนี้ได้ทำการจัดตั้งรัฐบาลผสม แม้ว่าพรรคของเขานั้นจะพ่ายแพ้การเลือกตั้งมาโดยตลอดในการเลือกตั้ง 3 ครั้งที่เกิดขึ้นในรอบทศวรรษที่ผ่านมา "คุณต้องมองการประท้วงครั้งนี้ในฐานะที่มันเป็นการผลักดันกระบวนการประชาธิปไตยให้ก้าวไปข้างหน้า" กษิต กล่าวแนะ ผู้สังเกตการณ์จำนวนมากเชื่อว่าพันธมิตรฯ สามารถที่จะดำเนินการประท้วงได้โดยจะได้รับการยกเว้นโทษ และช่วยเหลือในการคว่ำรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เพราะพันธมิตรฯได้รับการหนุนหลังจากปัจจัยที่ทรงพลังในการต่อต้านทักษิณจากราชสำนักและกองทัพ กองทัพมีหน้าที่รับผิดชอบต่อความปลอดภัยของสนามบิน แต่ไม่กระทำการใดๆ เลยที่จะป้องกันผู้ประท้วงจากการเข้ายึดศูนย์กลางการบินที่มีความสำคัญมากที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย มีการรายงานอย่างกว้างขวางว่าเจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสของกองทัพมีบทบาทสำคัญในการชักจูงให้ส.ส.สลับขั้วในการจัดตั้งรัฐบาล เมื่อถูกถามถึงบทบาทของกองทัพในการผลักดันพรรคประชาธิปัตย์เข้าสู่อำนาจ กษิตตอบว่า "ผมไม่ทราบ" นายกรัฐมนตรีคนใหม่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ให้คำมั่นว่าจะนำขบวนการพันธมิตรฯ เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่ว่านอกเหนือจากที่เขาเลือกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมาจากคนที่เป็นผู้สนับสนุนคนสำคัญของพันธมิตรฯ แล้ว หนึ่งในแกนนำของพันธมิตรฯ ก็ยังเป็น ส.ส.จากพรรคประชาธิปัตย์อีกด้วย ดร. ผาสุก พงษ์ไพจิตร จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกล่าวว่า "เป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า พันธมิตรฯ มีบทบาทสำคัญในการนำพาพรรคประชาธิปัตย์มาสู่การเป็นรัฐบาล ฉะนั้นแล้ว ดิฉันคิดว่าเราจะต้องผิดหวังต่อการดำเนินการตามกฎหมายที่รัฐบาลบังคับใช้ต่อกรณีของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และการกระทำของพันธมิตรฯ" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กษิต ได้ตำหนินักการทูตและสื่อมวลชนจากต่างประเทศที่ไม่ได้ให้ความเห็นอกเห็นใจที่มากพอแก่เหตุผลของฝ่ายพันธมิตรฯ "คุณควรจะยินดีกับครั้งแรกที่คนธรรมดาออกมากดดันและต่อต้านการคอร์รัปชั่น" กษิต กล่าว "ถ้าสังคมต้องการการเปลี่ยนแปลง มันก็มีราคาที่จะต้องจ่าย" พันธมิตรฯ จ้างการ์ดซึ่งติดอาวุธอันประกอบไปด้วยไม้กอล์ฟ ปืน และระเบิด แต่กษิตกล่าววิพากษ์เหล่าชาวต่างชาติที่กังวลมากเกินไปเกี่ยวกับแนวโน้มของเหตุรุนแรง "มีคนกล่าวหาว่าเราติดอาวุธ ภรรยาของผมไปร่วมชุมนุมด้วยทุกเย็น เธอเอาอะไรไป? เพียงแค่อาหารและยาเท่านั้น"
|
ด้าน ส.ส.ระบบสัดส่วนจากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นบุคลากรด้านการศึกษาที่ได้รับการยอมรับอย่างสูง ดร.เจริญ คันธวงศ์ ก็ต้องออกมาแก้ไขข้อเข้าใจผิดเมื่อสื่อต่างประเทศลงคำให้สัมภาษณ์ของเขาว่า เขาไม่กังวลกับเสียงของคนอิสาน และว่าคนอิสานนั้นเป็นลูกจ้างของคนกรุงเทพฯ เด็กปั้มน้ำมันก็เป็นคนอิสาน และคนใช้ที่บ้านของเขาก็เป็นคนอิสาน
ถ้อยคำนี้เผยแพร่ครั้งแรกในบทความของนิรมล โฆษ ผู้สื่อข่าวของเสตรทไทม์ สิงคโปร์ ในบทความที่มีชื่อว่า รัฐบาลใหม่ของไทยจะอยู่ได้นานแค่ไหน และถูกนำไปอ้างอิงซ้ำอีกทีในเดอะการ์เดียน ในบทความที่ชื่อว่า สงครามชนชั้น เบื้องหลังการปะทะของสี (http://www.guardian.co.uk/world/2008/dec/21/thailand-election-abhisit-thaksin-protests)
รัฐบาลใหม่จะอยู่ได้นานแค่ไหน ในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงดูเหมือนจะมาพร้อมคำถามที่ว่าแล้วจะเปลี่ยนอีกทีเมื่อไหร่ ฉะนั้นแล้ว การที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้รับการโหวตให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 27 เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. ความสนใจก็ดูจะมุ่งไปที่ว่า รัฐบาลของเขาจะอยู่ไปได้นานสักเท่าไหร่ รวมด้วยกับที่ว่า ภายหลังจากอภิสิทธิ์ชนะการโหวดในสภาผู้แทนราษฎร ส.ส.แบบสัดส่วน เจริญ คันธวงศ์ ซึ่งเป็นนักกฎหมายของ บริษัทติลลิกี แอนด์ กิบบินส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บอกกับเสตรทไทม์ว่า มี 2 ประเด็นที่พรรคประชาธิปัตย์พึงให้ความสำคัญ หนึ่งคือการแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ และสองคือ การแก้ปัญหาความแตกแยกในชาติ แต่เจริญไม่ได้หวั่นเรื่องการแบ่งแยกเชิงภูมิภาคที่เกิดจากความแตกแยกทางการเมือง กรุงเทพฯ และภาคใต้ที่เป็นฐานเสียงที่เข้มแข็งของประชาธิปัตย์ ส่วนภาคเหนือและภาคอิสานนั้นเป็นฐานเสียงที่เข้มแข็งของเพื่อไทย "คุณรู้ไหม คนอิสานเป็นลูกจ้างของคนกรุงเทพฯ" เขากล่าว "คนใช้ของผมก็มาจากอิสาน คนทำงานปั๊มน้ำมันในกรุงเทพฯ ก็มาจากอิสาน" สิ่งที่เขาพูดนั้นเป็นข้อสรุปถึงจุดอ่อนของพรรคประชาธิปัตย์ดังที่นักวิเคราะห์หลายคนได้ชี้ไว้ว่าประชาธิปัตย์นั้นไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตัวของพรรคเอง หากแต่นี่คือพรรคของกลุ่มชนชั้นนำในกรุงเทพฯ หรือพูดอีกอย่างหนึ่งคือ พรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถจะได้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยปราศจากการหนุนหลังจากตัวเล่นอื่นทางการเมือง เช่นกองทัพ และชนชั้นนำที่อยู่เบื้องหลังขบวนการต่อต้านทักษิณของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ตระหนักดีถึงความข้อนี้ อภิสิทธิ์กล่าวยอมรับอย่างสุจริตใจต่อสเตรทไทม์ในระหว่างการเดินทางหาเสียงโค้งสุดท้ายในการเลือกตั้งครั้งล่าสุดว่าพรรคไม่สามารถได้ที่นั่งเพิ่มในพื้นที่ภาคอิสานเพราะพรรคถูกมองว่าเป็นพรรคของคนกรุงเทพฯ ในการเยี่ยมเยือนต่างจังหวัดสองสามครั้งในฐานะหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน เขาถูกต้อนรับด้วยผักเน่าซึ่งขว้างปาใส่รถของเขา และขณะนี้ ในฐานะนายกรัฐมนตรีที่ถูกคัดเลือกผ่านการควบคุมของกองทัพโดยการหนุนหลังของผู้ทรงอำนาจในราชสำนัก การต้อนรับเขาก็คงจะมีสภาพไม่ต่างไปจากเดิมนักหากเดินทางไปยังพื้นที่ภาคอิสาน จะมีความยุ่งยากยิ่งกว่านั้นเมื่อเขาต้องแก้ปัญหาอันท้าทายในการฟื้นสภาวะเศรษฐกิจ ช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว ถูกกระทบอย่างจริงจังจากการยึดสนามบินเป็นเวลากว่า 1 สัปดาห์เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาโดยพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งหนึ่งในแกนนำเป็นส.ส. ของพรรคประชาธิปัตย์ การกระทำของพันธมิตรฯ ส่งผลต่อหัวใจของเศรษฐกิจ ภาคการส่งออก ถูกกระทบจากภาวะชะงักงันของตลาดต่างประเทศและเริ่มส่งผลต่อภาวะการว่างงาน การกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงจากทั้งสองปัจจัยทั้งด้านการส่งออกและการท่องเที่ยวจะเริ่มส่งผลในเดือนหน้า และเมื่อถึงเวลานั้น อภิสิทธิ์จะต้องเผชิญกับคนว่างงานในประเทศจำนวนนับล้านผนวกด้วยปัญหาความน่าเชื่อถือจากภายนอกประเทศ ด้วยการหนุนหลังของกองทัพและราชสำนัก ชนชั้นกลางในกรุงเทพฯและชุมชุนนักธุรกิจรวมถึงนักการเมือง นักยุทธศาสตร์และนักจัดการ พรรคประชาธิปัตย์คงจะสามารถนำเสนอแนวทางและมีความเด็ดเดี่ยวในการวางนโยบายได้ เสียงเงียบซึ่งเป็นเสียงส่วนใหญ่ของคนไทยเหน็ดเหนื่อยกับการต่อสู้ที่ยืดเยื้อและปรารถนารัฐบาลที่ทำงานได้ การเริ่มเมกะโปรเจ็กต์จะเป็นความสำคัญลำดับแรกเพื่อกระตุ้นการลงทุนและสร้างงาน แต่ การเยียวยาความแตกแยกในสังคมไทยที่ถูกสร้างขึ้นโดยการต่อสู้ทางการเมืองที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2006 และหยั่งรากลึกในปีนี้ ก็เป็นเรื่องยากยิ่งกว่า พรรคประชาธิปัตย์จะต้องจัดการกับเหล่ารอยัลลิสต์เสื้อเหลืองจากพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และเหล่าเสื้อแดงที่นิยมประชาธิปไตยและทักษิณ ชินวัตรซึ่งได้แสดงพลังแล้วว่าสามารถระดมคนได้เป็นหลักแสน บทวิเคราะห์ส่วนใหญ่เห็นว่าเสียงข้างมากที่บอบบางของรัฐบาลประชาธิปัตย์จะอยู่ได้ไม่นานนัก โดยมีพื้นฐานมาจากบรรยากาศที่เต็มไปด้วยการเจรจาต่อรองของกลุ่มธุรกิจการเมืองในพรรคร่วมรัฐบาลเอง หากว่าพรรคไม่สามารถที่จะจัดการกับความคาดหวังและแรงกดดัน การจัดการเลือกตั้งภายใน 1 ปีหรือสั้นกว่านั้น ก็เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยาก "ความท้าทายนั้นใหญ่หลวง และจะเป็นการต่อสู้ที่ยากลำบาก" มล. พฤฒิสาน ชุมพล นักวิชาการจากคณะรัฐศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกล่าวกับเสตรทไทม์ "ก็ขึ้นอยู่กับวิธีการอธิบายตัวเองเป็นหลักและการตัดสินใจของพรรค พวกเขาต้องทำงานและขณะเดียวกันก็ต้องทำการตลาดด้วย" อภิสิทธิ์และทีมของเขาจะมีเวลาที่จำกัดในการแสดงให้เห็นว่าพวกเขาสามารถถือหางเสือพานาวาฝ่าคลื่นไปสู้ผืนน้ำที่สงบกว่า และเช่นกันพวกเขาต้องชนะใจเสียงส่วนใหญ่ในภาคเหนือและภาคอิสาน หากไม่เช่นนั้น พวกเขาก็จะเป็นฝ่ายถูกนำทางในการเลือกตั้งครั้งต่อไป |
ขอโทษคนไทย สื่อนอกเข้าใจผิด
ภายใน 1 สัปดาห์ รัฐมนตรีและส.ส.ของประชาธิปัตย์ต้องออกมากล่าวขออภัยและแก้ไขความเข้าใจผิด 2 เรื่องแล้ว ทั้งนี้ เนื้อหาในการขอโทษมุ่งไปที่ความเข้าใจผิดของผู้สื่อข่าวต่างประเทศ แต่เป้าหมายของคำขอโทษดูเหมือนจะอยู่ที่คนไทย
ท่านทูตกษิตนั้น เป็นบุคลากรทางการเมืองที่มีความขยันขันแข็งมาก ไม่ทันที่รัฐบาลจะแถลงนโยบาย ก็ทำงานอย่างเอาจริงเอาจังนอกเหนือจากต้องตอบคำถามผู้สื่อข่าวเรื่อง ‘a lot of fun' แล้ว ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเขายังได้สั่งการให้ทูตไทยทั่วโลกทำหน้าที่ชี้แจงต่อชาวต่างชาติถึงประชาธิปไตยแบบไทยๆ ด้วย พร้อมกับคำชี้แจงถึงบทบาทของพระมหากษัตริย์ไทยว่าทรงอยู่เหนือการเมือง
ที่น่าสนใจมากก็คือ สื่อต่างประเทศนั้น เหตุใดยิ่งอยู่เมืองไทยนานก็ยิ่งเข้าใจผิดมาก ดังที่ท่านทูตยังต้องเอ่ยถามนายโจนาธัน เฮด ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำประเทศไทยซึ่งตั้งคำถามเรื่องกลุ่มพันธมิตรกับกิจกรรมการเมืองที่ผ่านมาโดยเฉพาะเรื่องปิดสนามบินว่า "คุณอยู่เมืองไทยมากี่ปีแล้ว ผมว่าคุณไม่เข้าใจสังคมไทย ไม่เข้าใจพัฒนาการการเมืองของไทย"
ทว่า...หากเราท่านอ่านสื่อต่างประเทศเหล่านี้ดีๆ แล้วจะพบว่า ประเด็นของสื่อต่างประเทศไม่ได้สนใจว่าใครพูดอะไร มากเท่ากับตัวละครในการเมืองไทยได้แสดงอะไรต่อสายตาของพวกเขา โดยอาศัยฐานข้อมูลที่เก็บสั่งสมและเหตุการณ์ที่ร้อยเรียงกันมาตามลำดับ
การนำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการยึดสนามบินที่เป็นศูนย์กลางการบินที่สำคัญแห่งหนึ่งของเอเชียนั้น ถูกนำเสนอในทางลบอย่างต่อเนื่องโดยผู้สื่อข่าวต่างประเทศ (http://blogazine.prachatai.com/user/headline/post/1569 )ทั้งคำอธิบายเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก็ถูกอธิบายโดยสื่อเหล่านี้ว่าไม่เป็นประชาธิปไตย สื่อบางสำนักกล้ากล่าวว่ามันคือขบวนการเคลื่อนไหวที่ไม่สอดคล้องกับชื่อ และมีปัจจัยอื่นนอกระบอบประชาธิปไตยหนุนหลังอยู่ การมาถึงของรัฐบาลภายใต้การนำของประชาธิปัตย์ซึ่งมีสมาชิกพรรคคนสำคัญเป็นแกนนำและรัฐมนตรีของพรรคเป็นผู้สนับสนุนพันธมิตรฯ จึงเป็นเรื่องที่ถูกร้อยเรียงเชื่อมโยงเข้ากันโดยง่ายสำหรับคนทั่วๆ ไป ที่สมาธิไม่สั้น และการใช้เหตุผลไม่บกพร่อง
การทำให้ประเด็นของเรื่องหดแคบเหลือเพียงความเข้าใจภาษาอังกฤษที่คลาดเคลื่อนเพียงไม่กี่ประโยคซึ่งเป็นประเด็นนำเสนอหลักในสื่อไทยนั้น จึงไม่ได้ช่วยคลี่คลายข้อฉงนสนเท่ห์ หรือภาพลักษณ์ติดลบที่สื่อต่างประเทศมีต่อการเมืองไทยแต่ประการใดเลย การออกมาแก้ต่างเรื่องความเข้าใจผิดเกี่ยวกับภาษาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกจุด ทั้งไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาภาพลักษณ์ในสายตาต่างประเทศ หากแต่เป็นเพียงการแก้ปัญหาภาพลักษณ์รัฐบาลในสายตาของคนไทย (ที่ไม่อ่านภาษาอังกฤษ) เท่านั้น
ส่วนผู้สื่อข่าวต่างประเทศ มีความเข้าใจต่อการเมืองไทยเพียงใด และจะยอมรับกับคำอธิบายที่รัฐบาลไทยจะผลิตต่อไปอย่างต่อเนื่องได้มากเพียงใด คงต้องย้อนกลับไปอ่านสิ่งที่สื่อเหล่านี้เขียนอีกครั้ง
ตราบเท่าที่ไทยยังไม่เลือกการปิดประเทศ เชื่อได้ว่า สื่อต่างประเทศจะยังคงเป็นจุดเปราะบางของรัฐบาลไทยภายใต้การนำของประชาธิปัตย์ต่อไป และคำถามที่สำคัญซึ่งสื่อไทยไม่ได้ถามแต่สื่อต่างประเทศถามตั้งแต่รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ยังไม่มีการประกาศนโยบายคือ รัฐบาลใหม่ของไทยจะอยู่ไปได้นานแค่ไหน........
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- กระทรวงการต่างประเทศงานเข้า ‘กษิต' สั่งทูตทั่วโลก แจงประชาธิปไตยไทย
http://www.prachatai.com/05web/th/home/14981
- เทเลกราฟตีข่าว กษิต ภิรมย์บอกยึดสนามบินสนุก อาหารดี ดนตรีไพเราะ
http://www.prachatai.com/05web/th/home/14969
- ว่าที่รัฐมนตรีต่างประเทศยืนยัน "เราจะไม่เป็นรัฐที่ล้มเหลว"
http://www.prachatai.com/05web/th/home/14942
- ส.ส.ประชาธิปัตย์ให้สัมภาษณ์สื่อนอก บอกไม่กังวลเสียงคนอิสานเพราะเป็นแค่ลูกจ้างของคนกรุงเทพ
http://www.prachatai.com/05web/th/home/14972
- ส.ส.ปชป.ปฏิเสธพูดดูถูกคนอิสาน ระบุเป็นปัญหาด้านภาษา
http://www.prachatai.com/05web/th/home/14990
- How long can the new Thai govt last?
http://www.asianewsnet.net/news.php?id=3129&sec=1
[ Permalink ] . [ 34 ความคิดเห็น ]
คนเสื้อแดงไม่ใช่หมายความว่าชื่นชอบทักษิณทั้งหมด มีบางส่วนที่ไม่ชอบพฤติกรรมการโอนหุ้นให้คนขับรถ คนใช้ คนสวน หรือคนอะไรต่างๆ เรื่องเทมาเส็ก ที่ไม่สง่างามในฐานะนายกรัฐมนตรีถึงแม้จะไม่ผิดกฎหมาย
แต่การครอบงำโดยเผด็จการเป็นสิ่งที่เลวร้ายกว่ามาก จะอ้างว่าประชาธิปไตยแบบไทยๆ หรืออะไรก็ตามแต่ มันก็ต้องอยู่บนเหตุผล บนหลักการ ของประชาธิปไตย หรือประชาธิปไตยแบบไทยๆไม่มีเหตุผล ไม่มีหลักการกระนั้นหรือ การทำลายคานแห่งอำนาจทั้ง3 บริหาร นิติ ตุลาการ ทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่น ลังเล หวาดระแวง กลัว
คนที่เป็นเสื้อแดงจึงมีมากขึ้นเพราะต่อต้านเผด็จการที่มาในรูปแบบของพันธมิตรฯ ถ้าศึกษากรณี 6 ตุลา 19 จะเห็นว่ารูปแบบก็เหมือนๆเดิม นี่คือวังวน วงจร เดิม
มุมมองต่างชาติที่มองรัฐบาลไทยด้วยความที่กังขา , เบื้องหลัง , ผลประโยชน์ร่วมกัน ยิ่งในอนาคต รัฐบาลจะโดนโจมตีในประเด็นที่ความดีเข้าตัว ความชั่วเข้าผู้อื่น เช่น รถเมล์ ngv , ประสาทเขาพระวิหาร , กฏหมายในการเอาผิด พธม , ส.ส. ในพรรคที่เป็นแกนนำ , การจัดสรรตำแหน่งทางการเมือง เมื่อทุกอย่างที่แสดงออกมาให้เห็น สื่อต่างประเทศ คงร่วมกลุ่มวิจารณ์ประเทศไทยกันในบรรยากาศ สนุกสนานแกล้มด้วย อาหารดี ดนตรีไพเราะ อีกต่างหาก
ต่อจากนี้ไปใครจะกล้ามาลงทุนในเมืองไทย
แค่สภาวะเศรษฐกิจโลกก็นับว่าแย่มาก ๆ แล้ว มาเจอกับพวกกบฏยึดสนามบิน รัฐมนตรีต่างประเทศเห็นชอบด้วยว่าอาหารดี ดนตรีเพราะ เคราะห์ซ้ำเดี๋ยวนี้แฟชั่นประท้วงปิดถนนที่พวกกบฏทำกันนั้นก็เป็นที่นิยม ลูกจ้างปิดถนนเพื่อขอโบนัสเพิ่ม บอกตามตรงถ้าผมเป็นนักลงทุนต่างชาติผมไม่กล้ามาที่เมืองไทย ยังมีประเทศที่เขามีความเป็นประชาธิปไตยในสำนึกอีกมากที่สามารถไปลงทุนได้ ถ้ารัฐบาลยังคงปล่อยให้พวกกบฏลอยนวลคราวนี้ใครไม่ได้อะไรอย่างที่ตัวเองต้องการก็ออกมาปิดถนนกัน บ้านเมืองคงพังพินาศ ทำไมไม่ดูตัวอย่างการเรียกร้องความเป็นธรรมอย่างมวลชนเสื้อแดงที่เขาใช้สนามกีฬาไม่ให้เดือดร้อนและไม่ผิดกฏหมายแล้ว
....สื่อนอก ควรรับฟัง เพราะบางเรื่อง สื่อไทย
ไม่กล้าที่จะเปิดเผยให้คนไทยรับรู้
ผลประโยชน์ทางการค้า และความอยู่รอด
เป็นตัวกำหนดให้ สื่อวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์
ของไทย บางเรื่องรู้น้อยมาก
......การกล่าวหา มุมมองของสื่อต่างประเทศ
ในฐานะคนไทย คิดว่ามีความเป็นจริง .....
...การจะแก้ข้อกล่าวหา เชื่อได้หรือไม่ ต้องแล้วแต่
ความคิดของท่านเอง
สื่อนอกแนะนำชนชั้นนำให้ยกเลิกกฏหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เพื่อให้เสรีภาพกับประชาชนเพื่อวิจารณ์แนะนำสถาบัน
พีรพันธ์ ของประชาธิปัตย์ รัฐมนตรียุตติธรรมคนใหม่ เห็นควรเพิ่มโทษกฏหมายหมิ่น โดยเตรียมแก้กฏหมายเพิ่มโทษ
ปชป.แสดงจุดยืนเป็นตัวแทนกลุ่มศักดินามาทุกยุคทุกสมัย กลไกพรรคถูกก่อตั้งมาเพื่อโค่นท่านปรีดีโดยเฉพาะ
กลุ่มศักดินาพัฒนาเครื่องมือทุกอย่างเพื่อกุมอำนาจรัฐ ไม่ว่าพรรคการเมือง จนถึงล่าสุดคือขบวนพันธมิตรฯนั่นเอง
การกุมอำนาจเบ็ดเสร็จในทุกส่วนของสังคมไม่ว่า กองทัพ ศาล พรรคการเมืองในระบบสภา กลุ่มเคลื่อนไหวแบบพันธมิตรในการเมืองนอกสภา การบงการเกมการเมืองจากwar roomที่มีสุดยอดนักวางแผนแบบนักฆ่าจากลุ่มเจ้าพระยา ทุกอย่างจึงรุนแรงวุ่นวายเข้าข่ายอนาธิปไตย เมื่อทำลายคู่ต่อสู้จึงสงบเรียบร้อยแล้วรีบเรียกร้องความสงบสูข
ท่านทำลายกฏหมายของตนเอง ท่านยึดสนามบินแห่งชาติของตนเอง ลูกสมุนต่างลอยนวลตบหน้ากฏหมายบ้านเมืองของท่านเอง
การเมืองอันโหดเหี้ยมเช่นนี้ น่าละอายเช่นนี้ ท่านยังเรียกประชาชนให้สงบ
ช่างไม่ละอายใจกันบ้างเลย
agree with the idea of khunแพ(comment#1),it's the core of everything , every mess happened around us nowadays!
Since it's holiday season,my only quote is: สื่อนอกไม่น่ารัก
แต่สื่อในบางสื่อ(รวมทั้งรัฐมนตรีบางคน) น่าเตะ (ชมัด)
สื่อไทยดีแต่ "วิพากษ์" นักการเมือง และรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเท่านั้น
สำหรับ "อภิชน" และ "นักรัฐประหาร" สื่อไทย เงียบกริ๊บ ขี้ขลาด ขาดความกล้าหาญ
ทางจริยะธรรม ในการวิพากษ์วิจารณ์ การทำลาย หลักนิติธรรม และ ระบอบประชาธิปไตย
บางสื่อ ก้ยอมเป็น "สุนัขรับใช้" ไร้สิ้นจรรยาบรรณ
สื่อชุ่ย นักข่าวห่วย ประชาชน จึงซวย ถูกปิดหูปิดตา "ความจริง" มาตลอด
สื่อต่างประเทศวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมา วิเคราะห์ละเอียด และกระชับชัดเจน
ไม่มีลูกเล่นบ้าบอ จริงจังกับเหตุการณ์ ไม่เหมือนสื่อไทยวิเคราะห์แบบเฮฮา ไม่
เคยคิดจะทำให้คนอ่านรู้สึกถึงปัญหาจริงๆของประเทศว่ามาจากใคร ฝ่ายใด
ครั้งหนึ่งนานมามากแล้วคนที่ขี้เกียจเรียนหนังสือเมี่อจบม .ปลายจะถามกันว่าเลือกคณะไหนดีปิดท้าย(กัันพลาด)คำตอบเรียนนิเทศน์ชิคะแนนไม่สูงดีไม่รู้ด้วยซ้ำ้้ว่าการจะมีอาชีพเป็นนักข่าวต้องซื่อสัตย์ต่อจรรณยาบรรณของอาชีพตัวเองอย่างไร มาวันนี้จึงมีนักข่าวที่บังเอิญต้องเป็น แต่ยังหาตัวตนของตัวเองไม่เจอค่อนข้างเยอะ ดังนั้นจงอ่านข่าวจากสื่อนอกเถอะมันตรงดี (ถีอว่าฝึกภาษาด้วยจะได้ไม่เสียตังค์ไปเรียน oxford )ใครเป็นอาจารย์หรือเรียนนิเทศน์ช่วยบอกทีว่าคณะของท่านไม่เฮฮาประจำ แต่มุ่งมั่นมีหลักการณ์ที่แน่วแน่ในการสื่อข่าวตรงไปตรงมาไม่กลัวตาย(เออจริงๆมีรึเปล่าไม่รู้แฮะ) ทุกวันนี้ไม่สนเสื้อสีอะไรทั้งสิ้นแต่สนว่ากฏหมายและประชาธิปไตยกำหนดอย่างไรให้เล่นในเกมส์ยังไรให้สงสัยว่าวันนี้คุณครูประเทศไทยจะสอนวิชากฏหมายและประชาธิปไตยหรือสร้างสถานการณ์จำลองการเลือกตั้งประธานในโรงเรียนอย่างไรขอเชิญบรรดานักวิชาการผู้มีคุณภาพช่วยแนะนำที
ใช่ มันต้องสื่อนอกนี่แหละถึงจะรู้จริง คนไทยมันโง่ รอยเตอร์มันรู้การเมืองไทยยิ่งกว่าไทยรัฐ มติชน ข่าวสดเสียอีก มันรู้ยิ่งกว่านายกอีกด้วย ที่มันพูดอย่างนี้แสดงว่าต้องจริง ถูกต้องแล้ว อิอิ เอ้อ อภิสิทธิ์นี่ก็ไม่ได้เก่งอะไร อาศัยเส้นดีก็เลยได้เป็นนายก ทหารก็ไม่ได้เกณฑ์ ที่จริงเรื่องนี้เรื่องใหญ่มาก นายกทุกคนต้องผ่านการเกณฑ์ทหารมาก่อนจึงจะมีคุณสมบัติเป็นนายกได้ ท่านทักษิณก็ผ่านมาแล้ว จึงมีคุณสมบัติได้เป็นนายก อภิสิทธิ์ จบอะไรมาก็ไม่รู้ เห็นว่าแค่ไปเรียน ออกฟอร์ด ได้เกียรตินิยมมากระจอกๆ ใครๆก็เรียนจบได้ทั้งนั้น แต่ท่านทักษิณเก่งกว่าเยอะ ท่านเข้าโรงรียนนายร้อยได้ ไม่ใช่ว่าใครจะเข้าได้ง่ายๆนะ รร. นายร้อยนี่ ต้องเก่งเกินคนธรรมดาๆทั่วไป เรียนยากมาก ต้องใช้สมอง แล้วท่านทักษิณนี่ก็ได้เป็นถึงด็อกเตอร์ นายกที่เป็นด็อกเตอร์นี่มีท่านทักษิณคนเดียวในโลก ประเทศเราโชคดีมากที่ได้ท่านทักษิณเป็นนายก ต่อให้เป็นแค่ปีเดียวก็ทำให้ประเทศไทยเจริญไปอีกร้อยปี ให้อภิสิทธิเป็นนายกไปอีกกี่สิบปีก็ไม่เป็นไรหรอก พออภิสิทธิแก่ตายเมื่อไหร่ ท่านทักษิณค่อยกลับมาเป็นนายกต่ออีกก็ได้ ท่านสงสารประเทศไทยมาก ยังไงก็ต้องกลับ อิอิ
อ้าว หายหัวไปไหนกันหมดแล้ววะ พวกประชาไท พวกไอ้เหลี่ยม ไอ้พวกแดง ไอ้พวกคอมมิวนิสต์ ทั้งหลาย ควายเอ๋ย กูบอกแล้วพวกมึงมันน่าสมเพช หลงผิด ทำแต่ความชั่ว เป็นของปลอม จอมตอแหล อั่กๆๆๆ ความจริงเริ่มปรากฏแล้ว นั่นคือพวกมึง ซ่องสุมคิดการใหญ่ อาศัยอำนาจรัฐ ให้ความคุ้มครอง สนับสนุน เลยเหิมเกริม ทำการโฉดชั่ว โกหก บิดเบือน ปลุกปั่น มอมเมา สร้างความแตกแยกบ่อนทำลายชาติมานานนม ตอนนี้ไหงหายหัวไปหมด รัฐบาลใหม่ยังไม่ทันได้ทำอะไรเลย เก่งจริงก็ออกมาแสดงความควาย แสดงความเนรคุณต่อไปซีวะ อิอิ พวก ควาย ขายชาติเอ๋ย อั่กๆๆๆๆ กร๊ากกกก
สื่อเป็นเครื่องมือ ครอบงำคนไทยส่วนใหญ่ ไม่เว้นแม้ผู้ที่ผ่านการศึกษาในมหาวิทยาลัย เพราะคนไทยมีขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม ให้ความเคารพผู้ใหญ่ มองในส่วนที่ดี มีมากมาย จนได้ชื่อเสียงว่าเป็น THE LAND OF SMILES เป็นประเทศที่มีความสงบ ร่มเย็นมาช้านาน แม้ในยุคล่าอนานิคมทั้งยุคเก่า และยุคใหม่ คงเป็นเพราะบุญกุศลของบรพบุรุษได้สั่งสมสืบทอดกันมาจึงไม่ตกเป็นอนานิคมของใคร
แต่การรื้อฟืน ยศศักดิ์ และฐานันดร ที่ได้แผ่ขยายตัวในหมู่อำมาตย์ การเอาพวก ให้ท้ายโดยขาดการกวดขันเข้มงวด เสมือนที่มักเรียกร้องจากสังคมสงฆ์ มีอย่างเบาบาง ห่างการตรวจสอบจากประชาชน ดูค่ายหลักเบื้องต้นคือศีล ในหมู่ข้าราชการเป็นตัวอย่างที่เลว จนเกิดการลอกเลียนแบบไปทั่ว ทั้งที่ประชาชนส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธ กลับกรายเป็นคนไม่รักศีล ดังนั้นสื่อซึ่งเป็นภาพสะท้อนสังคม จึงขาดศักยภาพในการชี้นำสังคม ชนชั้นนำที่ขาดศีล ได้ครอบงำสังคมไทยจนยากจะแก้ไข ได้เป็นทายาทแห่งกรรมที่สั่งสมมาแบบผิดๆ เอาเป็นว่าตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พศ.๒๔๗๕ เป็นต้นมา
การจะแก้ไขเรื่องดังกล่าว ต้องเริ่มที่การฟื้นฟูศีลธรรม ให้เกิดขึ้นในสังคม
เอา ความเห็นจริงๆก็ได้
สื่อนอกก็คือสื่อนอก บ่อยครั้งที่เขาเสนอข่าวไม่ตรงไม่ละเอียด ไม่สะท้อนเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในประเทศไทยของเรา ด้วยเงื่อนไข ความแตกต่างทาง สังคม วัฒนธรรม วิธีคิด อุดมคติ และความเชื่อทางศาสนา โดยเฉพาะในยุคนี้ ด้วยเหตุผลทางผลประโยชน์ทั้งส่วนตนและส่วนของชาติของตน การใช้สื่อเป็นเครื่องมือทางการเมือง กลายเป็นแบบแผนปกติ หาใช่การทำข่าวตามอุดมการณ์ของสื่อ อย่างที่พยายามโฆษณาไม่ เรา ประชาชนไทย มีสิทธิ ใช้ดุลยพินิจส่วนตัวของเรา กลั่นกรองเอาแต่เนื้อหา เอาแต่ประเด็นเอาแต่แนวคิด สิ่งนั้นๆที่เขานำเสนอ อยู่บนพื้นฐานของอะไร อยู่ในกรอบของศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม หรือไม่ โกหก บิดเบือน สร้างข่าว ชี้นำความคิดเราหรือไม่ หรือเพียงสะท้อนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ดูให้เห็น มองให้ทะลุ อย่ายึดหรือ เกิดมายาคติของความหลงชื่นชมแต่เพียงความเป็นของนอก ความเป็นฝรั่ง ความเป็นสากล มันน่าหัวเราะที่เราคนไทย จะดูถูกตัวเอง ละทิ้งความเป็นตัวของเราไปยึดเอาความเห็นของต่างชาติมาเป็นเกณฑืตัดสินความถูกผิดของเรา อย่ายัดเยียด และปลูกฝังค่านิยมต้องเอาตามสื่อเลย ชีวิตเราเป็นของเรา
เมื่อเราเอาหลักเกณฑ์ทางศีลธรรม จริยธรรม ของศาสนาพุทธมาพิจารณาดูเราก็พึงเห็นและรู้ได้เองว่า หลักเกณฑเหล่านี้ งดงาม สมบูรณ์ ครบถ้วน ถูกต้อง และสูงส่งที่สุดแล้ว คงไม่มีกฏเกณฑ์ใดจะสมบูรณ์ครบถ้วนถูกต้องไปกว่านี้อีกแล้ว ก็ในเมื่อเรามีเครื่องมือที่ดีที่ละเอียดอยู่แล้ว ย่อมไม่จำเป็นและไม่มีที่ว่างให้แนวคิดอื่นใดต้องเข้ามาแทรกหรือเติมเต็มช่องว่างใดๆได้ แนวคิดอื่นใดที่ดีก็ล้วนแล้วลงอยู่ในกรอบแห่งศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรมของศาสนาพุทธได้ทั้งสิ้น แต่ศาสนาพุทธไม่สามารถจับยัดใส่ลงในหลักคิดแบบอื่น ของใหญ่ย่อมไม่บรรจุลงไปในของเล็กได้ หลักเสรีภาพ ภราดรภาพ ประชาธิปไตย ย่อมดีและถูกตราบเที่มันไม่ขัดกับศีลธรรม หากเมื่อมันเป็นปฏิปักษ์กับศีลธรรม เราก็ย่อมถูกบีบให้ต้องตัดสินใจ เลือกระหว่าง กิเลส ตัณหา หรือความถูกต้อง เราเป็นใคร และจะเป็นอะไร ขึ้นกับสิ่งที่เราเลือก ขึ้นกับการตัดสินใจของเรา พระพุทธองค์ทรงเมตตา ตักเตือน ชี้แนะ สั่งสอน และบัญญัติไว้ให้เราแล้ว ที่เหลือเป็นการต่อสู้ระหว่างคนที่เชื่อ กับคนที่ไม่เชื่อ ผลจะเป็นประการใด สำหรับคนที่เชื่อพระพุทธเจ้า มันไม่สำคัญเลย สิ่งสำคัญคือ เขาได้เลือกความเชื่อนั้นๆแล้
......ปัจจัยที่ทรงพลังในการต่อต้านทักษิณจากราชสำนักและกองทัพ .......
ความจริงที่ใครๆ ก็รู้
แต่คนไทยกลับไม่รู้................. นี่แหละดินแดน Kingdom of Apes
ความจริงที่ว่า แผ่นดินนี้มันเป็ของแค่ของคนครอบครัวหนึ่ง มันไม่ใช่ของ ปชช ปชช มันแค่ไพร่ที่ขออาศัยอยู่
จงลุกขึ้นสู้เถิดพี่น้อง............
สื่อนอก ถ้าแสดงความคิดเห็นนอกประเทศไทย ถ้าจะลากเขามาขึ้นศาลไทย คงจะเป็นเรื่องตลก ดังนั้นด้วยความเป็นสือสากล เขาย่อมจะวิพากษ์วิจารณ์ได้ตามหลักวิชาชีพ
คงไม่ต้องอธิบายให้ยืดยาวว่าเกิดอะไรขึ้นกับสังคมไทยใครครองอำนาจอยู่ตอนนี้หากนับแต่นี้ต่อไปไม่เป็นอย่างสังคมตั้งหวังคนที่เคยสนับสนุนเส้นทางผิดๆจะรับผิดชอบได้ไหม ไม่ว่าจะเป็นสื่อ นักวิชาการ นักธุรกิจและที่ให้ท้ายพันธมิตร จะรับผิดชอบอย่างไร?
สงสัยสื่อนอกจะเข้าใจผิด นี้เป็นวาทะกรรมของคน ปชป
จิตใต้สำนึกของคน ปชป ไม่สามารถลบออกได้ง่ายๆ คือ รับใช้ศักดินา
*รัฐบาล ของอภิชน เพื่ออภิชน
จะมีผล ต่อปวงชน นั้นหาไม่
เพียงปกป้อง อภิชน ให้พ้นภัย
แล้วสร้างความ ยิ่งใหญ่ ให้อภิชน
*สิ่งที่เคย ประณาม หยามคนอื่น
ก็กล้ำกลืน น้ำลาย เพื่อหมายผล
ต่างตอบแทน กันไป ในวังวน
อภิชน ขีดเส้น เกณฑ์ชะตา
*ถือตนเอง เป็นเทพ บริสุทธิ์
ที่ผ่องผุด ยุติธรรม ล้ำเลิศค่า
พรรคเอยพรรค การเมือง เทวดา
พรรคประชาวิบัติ ถนัดชิง
*ชิงการนำ เก่งกาจ สามารถชิง
ชิงเป็นลิง นั่งแท่น แทนเสือสิงห์
ชิงอย่างไร ก็ได้เห็น เป็นแค่ลิง
ลิงช่วงชิง การนำ ทำวุ่นวาย
*ด้วยเหตุนี้ พี่น้อง จึงต้องสู้
สู้ให้รู้ ว่าปวงชน มีความหมาย
พวกเราเสรีชน ใช่คนร้าย
จุดมุ่งหมาย คือประชาธิปไตย
ปชป.เป็ฯพรรคการเมืองเก่าแก่อายุกว่า 60 ปีแต่ได้เป็นรัฐบาลรวมแล้วไม่ถึง 10ปี แถมระหว่างที่เป็นรัฐบาลก็บริหารผิดพลาดเป็นเหตุให้เกิดวิกฤติคนไทยฆ่ากันเอง(ยุคนายกเสนีย์ ปราโมช)และวิกฤติต้มยำกุ้ง ประเทศเป็นหนี้มหาศาล (ยุคนายชวน)คนไทยล้มล้ะลาย ตอนนี้ ปชป.เข้ามาเป็นรัฐบาลโดยเทพอุ้มสมและกองทัพเป็นสปอนเซอร์บวกกับพลังงูเห่า ก็ไม่รู้ว่าจะทำให้ประเทศไทยเป็นอย่างไรต่อไป แต่แน่ๆคือ ปชป.ไม่สามารถให้ความยุติธรรมกับคนไทยที่ได้รับความเดือดร้อนจากการชุมนุมยือเยื้อ ยึดสถานที่ราชการและปิดสนามบิน เพราะ ปชป.ไม่ทำอะไรเลย ใช้แต่โวหารเอาตัวรอดไปวันๆ ซึ่งมันเป็นการตอกย้ำความอยุติธรรมและการไร้ซึ่งความรับผิดชอบต่อกฎหมายบ้านเมืองที่ไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน
อ่านความเห็นคุณคนไทยแล้วยังสับสนว่าคุณต้องการจะบอกอะไร ถ้าช่วยยกตัวอย่างที่ เป็นรูปธรรมด้วยก็ยิ่งดี
และขอถามความเห็นคุณคนไทยด้วยว่า ถ้าถือเอาเฉพาะข่าวและบทความของสื่อต่างประเทศในกระทู้นี้ คุณคิดว่าน่าเชื่อถือหรือไม่ และคำชี้แจงของผู้เป็นข่าวนั้นน่าเชื่อถือหรือไม่ ใครน่าเชื่อถือกว่ากัน เพราะอะไร (จะใช้หลักที่คุณยกขึ้นมาเป็นเกณฑ์พิจารณาก็ได้)
สื่อทุกๆสื่อถ้าเสนอข่าวเพียงด้านเดียวก็เป็นได้แค่กระบอกเสียงของคนกลุ่มๆหนึ่งแค่นั้นเอง แล้วที่สีแดงออกมาครั้งนี้เค้าไม่ได้ออกมาเพื่อทักษินหรือใครๆทั้งนั้น ทักษินเป็นเพียงแค่สัญญลักษณ์ สิ่งที่สีแดงต้องการคือหลักนิติรัฐและประชาธิปไตย
มีสักสื่อไหมที่จะกล้าเป็นผู้นำขอเสนอให้ยกเลิกกฎหมายหมิ่น ฯ
เห็นเก่งแต่โวยวายกับรัฐบาลพลเรือนว่าคุกคามสื่อ ถึงกับมีงานวิจัยแสดงรายละเอียดว่ารัฐบาลนี้คุกคามสื่อมากกว่าอีกรัฐบาล แต่สิ่งที่คุกคามสื่อมาตลอดกลับเลี่ยงที่จะไม่กล่าวถึง
เสรีภาพของตนเองและประชาชนยังคว้ามาไม่ได้ จะภูมิใจอะไรนักหนา
สื่อ ก็คือ กล่มทุน มิใช่ สื่อมวลชน ดอก พี่น้อง
เนชั่น ผู้จัดการ เป็นต้น ก์คือ กลุ่มทุนสื่อสาร ที่อยู่ตรงข้ามกับ ทักษิณ
อย่ามาอ้าง "เสรีภาพสื่อก็คือ ผลประโยชน์ของสื่อนั่นเอง"
มิใช่ "เสรีภาพประชาชน" ดังที่ ชอบอ้างแทนประชาชน
*เคารพครูประจำชั้นท่านยิ่งใหญ่
นายกไทยเหมือนหัวหน้านักเรียนนั่น
หากทำใหญ่ไม่เชื่อครูประจำชั้น
ต้องมีอันถูกลงโทษโหดน่าดู
*นี่แหละคือโครงสร้างประเทศไทย
มีผู้ใหญ่เหนือนายกปกครองอยู่
ต้องเชื่อฟังคำบอกห้ามนอกครู
ต้องเชิดชูอภิสิทธิ์อิทธิพล
*ด้วยเหตุนี้สีแดงจึงต้องสู้
เพื่อให้รู้ชาวไทยไม่สับสน
เราต้องการรัฐบาลของปวงชน
ที่หลุดพ้นอำนาจแฝงแรงฤทธา
*เราต้องการประชาธิปไตย
ที่เข้าใจกันได้ในทั่วหล้า
ไม่หลีกเลี่ยงเคารพเสียงปวงประชา
มีผู้นำงามสง่านายกไทย
คุณ ว ณ ปากนัง ผมชอบเป็นการส่วนตัวมากๆเลยกับกลอนของคุณ ผมเป็นแฟนพันธุ์แท้บทกลอนของคุณ ติดตามมานานแล้ว ลอง save ไว้หรือรวบรวมเป็น series หรือพิมพ์ออกขายก็ได้นะ มันเป็นการเล่าเรื่องอย่างมีศิลป ที่สุดยอดมาก ว่างๆ ลองเข้าไปที่Newskythailand ดูนะ ที่นั่นก็มี คูณรุต หรืออะไรนี่แหละฝีมือสุดยอดในระนาบเดียวกันเลย ถ้ารวบรวมแล้วบอกด้วยนะ จะขออุดหนุน สุดยอดจริงๆครับ
สื่อในประเทศไทยนะหรือ มันก็คือกลุ่มทุนที่ขายข่าว สร้างข่าว เต้าข่าว และนำเสนอข่าวเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มทุนของตัวเอง พวกตัวเอง หรือที่ตัวเองรับใช้อยู่ เพื่อการโฆษณาชวนเชื่อ กล่อมซ้ำ เพื่ออิงกลุ่มอำนาจหลักในประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มทุนที่ถือหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอยู่แสนห้าหมื่นล้านนั่นแหละ คือกลุ่มทุนหลักที่มอมเมาคนไทยทุกรูปแบบ ทั้งข่าว ทั้งโฆษณาทางทีวี ทางวิทยุ มีอยู่แทบทุกนาที ย้ำทุกนาที หรือแม้กระทั่งละครน้ำเน่าช่วงเย็นหรือหลังข่าว แม่งมีสอดแทรกไปหมด หรือกระทั่งออก marketing products ใหม่ๆที่ให้ทันกระแสโลก หรืองาน Events ต่างๆ ตั้งแต่งานวัดยันงานศพแม่งแข่งกันโฆษณามอมเมากล่อมซ้ำอย่างหนัก กะไม่ให้คนไทยได้ลืมหูลืมตาได้เลย พวกที่มีภูมิต้านทานทางปัญญาต่ำก็จะเสพติดและงมงายไปกับการโฆษณาผ่านสื่อที่รับใช้ทุนต่างๆ อย่างแยกไม่ออกว่าอันใหนเรื่องจริงอันใหนโฆษณา แต่เกือบจะร้อยเปอร์เซนต์ถ้าเป็นเรื่องในประเทศ ส่วนต่างประเทศถ้าอันใหนที่จะทำให้คนไทยคิดได้หายโง่ก็จะตัดตอนหรือเสริมแต่งเพื่อประโยชน์ของกลุ่มพวกมันเอง ก็แค่นั้น สงสารก็แต่ชาวบ้านนอกสื่ออื่นๆนะสิ คงเสพติดโฆษณาไปอีกนาน เอวัง ....
ไม่ชั่ยความผิดถูกของใครหลอก แต่อยู่ที่ว่าเราจะแยกแยะกันออกหรือเปล่า อย่างเช่นทักษิน ท่านอาจมีความผิดอยู่บ้าง แต่ทําไมไม่มองในข้อดีๆของตัวท่านบ้างล่ะ ที่ท่านเสนอนโยบายต่างๆ พูดจริงทําจริง ช่วยประชาชนหั้ยอยู่ได้มากขึ้น ไม่ให้คนว่างงานตกงาน มีงานทําสมําเสมอวันนี้พรรคประชาธิปัตย์สู้เค้าไม่ได้เพราะอะไร คุณทําให้คนรักดิ ให้คนชื่นชอบในตัวคุณ ด้วยหัวใจของคุณ หรือไม่คุณจะทํายังไงก้ได้หั้ยเอาชนะใจคนทั้งประเทศได้ แต่ต้องทําด้วยความบริสุทธ์นะ แค่นั้นแหละคนไทยทั้งประเทศคงยอมรับคุณแล้วแหละ วันนี้คุณยังเด็กไป คุณหนีทหาร ก็หมดความศรัทธาแล้วแหละ แต่ก็แก้ไขให้มันถูกได้นิ คุณเคารพกฎหมายบ้าง เด๋วจะเป็นเยี่ยงอย่างที่ไม่ดี อนาคตในวันหน้ายังมีคนต้องเกนณ์ทหารอีกเท่าไหร่ แล้วเด๋วเค้าเอาแบบอย่างคุณมั่งล่ะ คุณจะทําไงกับปัญหาเหล่านี้ สวัสดีครับ
คนไทยต้องรู้เท่าทันสื่อ โดยเฉพาะสื่อไทยที่ส่วนใหญ่ไม่กล้าวิพากษ์หรือเสนอความจริงเพราะกลัวหรือเพราะนายทุนต้องการให้เสนออย่างนั้น ส่วนสื่อต่างประเทศโดยหลักแล้วเขาไม่มีส่วนได้เสียในประเทศของเรา การวิจารณ์จึงมักเกิดจากการเก็บข้อมูลของนักข่าวแล้วเอาไปวิพากษณ์วิจารณ์ ซึ่งก็มักเป็นเรื่องจริงแต่บางครั้งอาจไม่ลึกซึ้ง แต่นั้นคือความคิดของประชาคมโลกที่มีต่อไทย ตอนนี้รัฐบาบใช้งบสามร้อยกว่าล้านให้หน่วยงานต่างๆใช้ในการประชาสัมพันธืภาพลักษณ์ประเทศไทย บอกได้ว่าสูญเปล่า สื่อนอกเขาไม่ได้ฟังเพียงแค่แถลงการณ์หรือข่าวประชาสัมพันธ์ของไทย แต่เขาดูจากพฤติกรรมและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในไทยต่างหาก
ไอ้กลอนเฮงซวยนะซิ " มีผู้ใหญ่ที่เหนือนายกปกครองอยู่ " มันหมายความว่าอย่างไร ในระบบ รัฐธรรมนูญ มีการปกครอง 3 หลักแยกกันอยู่แล้ว ต่างคนต่างใหญ่ไม่ก้าวก่ายกัน คือการปกครองที่ถูกต้อง แต่ในยุค นช.ทักษิณสมัยเป็นนายกนั้น ต่างกับนายกอภิสิทธิ์ ในปัจจุบันมาก เรื่งการปกครองประเทศ ใครจะมาสูงกว่านายกไม่มี ไอ้กลอนแบบนี้มันกลอน กบฎ แท้ๆ คนไทยแบบใหนกันที่เข้าข้าง พวกเสื้อแดง มันแกล้งทำเป็นรักชาติรักประชาธิปไตย คนไม่รู้ก็เข้าใจผิด คิดว่าเป็นพระเอกมีคุณธรรม ที่แท้ก็ชาติชั่วชัดๆ บอกว่ารัก พระเจ้าอยู่หัวแต่ดันใส่สีแดงทั้งๆที่ พระองค์คือสีเหลือง สีแห่งพระธรรม ทศพิศราชธรรม และสุดยอดคุณธรรม มีไว้ให้กราบไหว้และสรรเสริญ แต่ดันไปนับถือโจรใส่สูตรใจบาปอย่างนช.ทักษิณ มันเป็นใครเคยช่วยชาติช่วยแผ่นดินหรือเคย สนองพระเดชพระคุณช่วยงานพระองค์ท่าน เมื่อไหร่กัน? นอกจากธุระกิจเห็นแก่ตัว ที่มันเคยทำในอดีด กำไรที่ได้ก็ไม่เคยทำบุญหรือสร้างมูลนิธิช่วยคนยากจนเลยซักครั้ง แต่กลับมีไอ้คนไทยบ้าๆไปรักมัน เพราะอาจจะมีความคิดที่เห็นแก่ตัวแบบมัน ถึงเข้ากันได้ จงรู้เอาไว้ว่าพวกคุณคือหายนะของประเทศชาติ และความเจ็บพระทัยของพระองค์ท่าน
ในอดีตมีเพลงชื่อ ไทยดำรำพัน
ในอนาคตไม่อยากให้มีเพลงชื่อ ไทยแดงไทยเหลืองรำพัน
เรียนชาวประชาไททุกคน
คนเรามักจะมองแต่ความเลวๆของคนอื่นเสมอๆ โดยเฉพาะเรื่องของการนำเสนอของสื่อไทย/เทศ จริงอยู่สื่อเทศจะนำเสนออะไรที่ตรงไปตรงมา แต่เขารู้จริงๆหรือไม่(ความจริงที่ยังไม่ได้เปิดเผย..ตามขนบฯไม่ควรเปิดเผย) หรือเขาถูกจ้างวานจากฝ่ายตรงข้าม แล้วกล่าวหาสือไทยต่างๆนาๆ ในเมือคุณมองจริยธรรมสื่อ คูณก็ควรจะทำตัวกลางๆ ไม่จู่โจมใครคนใดคนหนึ่ง เห็นหรือไม่ ขณะที่คุณด่าคนอื่นๆ คุณก็ด่าตัวเองด้วย จริงหรือไม่
ข้อสังเกต ความคิดเห็นของคนเสื้อเหลืองส่วนใหญ่ มักจะสื่ออารมณ์เกรี้ยวกราด โจมตีผู้อื่นแบบดูถูก ไม่ได้แสดงหลักการเหตุผลที่ชัดเจนหรืออ้างในเชิงวิชาการ แต่เป็นการนำเสนอความเชื่อส่วนตัวแบบสุดโต่ง
ผมชอบสำนวนของบรรดาสาวกของไอ้หมูไหว้จ้าวจริง เพราะแต่ละครั้งที่โพสต์ข้อความที่ส่งมา บอกนิสัยสันดานได้ชัดเจนทุก ๆ ครั้ง สำเนียงส่อภาษา ที่คุณเขียนมาบอกสันดานได้แหลมคมเลย ทั้งสาวก ทั้งหัวหน้า ไม่เคยเลยนะที่คุณจะก้มลงแล้วมองตัวเอง แล้วพิจารณาหาความจริงที่เกิดขึ้นทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต แล้วมองด้วยเหตุและผล เคยสำนึก เคยละอายตัวเองบ้างไหม หรือคุณดิดว่าคนอื่นไม่รู้จักแก่นแท้งของคุณ ไอ้พวกขี้ข้าพรรคประชาธิปัตย์ที่ไม่เคยคิดเองเป็น จำแต่ขี้ปากนักการเมืองเลว ๆ จากปักษ์ใต้ ซึมซับเอาความชั่วช้าสามานย์และเห็นแก่ตัว แล้วตะโกนด่าคนอื่นว่าเลวทรามตำช้า แต่ไม่เคยมองตัวเอง ไม่เชื่อถามสาธิต วงหนองใน หรือเทพชั่ว เสนพงศื หรือชวน หลีกตีน ดูซิ จากคนตรังที่มองด้วยสายตาที่เป็นกลางและยุติธรรมหรือคุณจะเถียง สันดานเดียวกับอีเปรมเปี๊ยบเลย