กันและกัน

เด็กเจ้าของร้านขายสินค้าที่ทำจากเครื่องเงินแห่งหนึ่งในซาปา ดูจากบุคลิกแล้ว 'คิดว่า' เธอน่าจะเป็นคนจากเมืองอื่นที่ย้ายมาทำมาหากินในซาปา ซึ่งร้านลักษณะนี้มีมากมายเหมือนแหล่งท่องเที่ยวในบ้านเราที่มีคนจากแหล่งอื่นเข้ามาลงทุน ในแง่นี้เป็นทั้งกลุ่มทุนรายย่อยและกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ได้ยินข่าวมาเร็วๆ นี้ก่อนที่เวียดนามจะประสบภาวะเงินเฟ้ออย่างในปัจจุบันว่า รัฐบาลเวียดนามเปิดให้นักลงทุนต่างชาติทั้งรายย่อย-ใหญ่ เข้ามาลงทุนได้เต็ม 100% ครับ .. ใครทุนหนา รีบๆ เข้าเด้อ!!
เด็กสาวชาวม้งดำจะเป็นผู้ดูแลครอบครัว หลังจากเสร็จงานนางานไร่ เด็กสาวโดยส่วนใหญ่จะเย็บปักร้อยลวดลายบนผืนผ้าสีดำ (เป็นที่มาของชื่อว่า ม้งดำ) และเหมือนกับชนเผ่าพื้นเมืองในแหล่งอื่นๆ ของโลกหรือประเทศไทยในยุคที่ยังเรียกตัวเองว่า 'สยาม' เด็กสาวเหล่านี้นิยมมีครอบครัวเร็ว .. ก็ไม่รู้จะทำอะไรนี่ครับ แหะแหะ ล้อเล่นหน่ะครับ .. ความนิยมมีครอบครัวเร็วมาจากความต้องการแรงงานในการทำไร่ทำนาต่างหาก
ใบหน้าของ 'เรด ดาว' หรือ 'เรด เซา' อีกหนึ่งชนเผ่าที่อยู่ในซาปา นิยมใส่ฝันทองบ่งบอกถึงสถานะทางเศรษฐกิจ บางคนมีถึง 5 ซี่ ในแถวเดียวกัน โพกผ้าและแต่งกายในชุดสีแดงเป็นสีหลัก ขายกระเป๋าและผ้าผืน รวมทั้ง เทคนิคการขายที่เหมือนกับนักขายชนเผ่าอื่นๆ คือ ตื้อเท่านั้นที่จะทำยอด !!! จนต้องเดินหนีเพื่อปิดการซื้อขายนั่นแหละครับ
เด็กม้งดำจะออกมาขายสินค้าจำพวกกระเป๋าถัก กำไรข้อมือ-เท้าและเลี้ยงน้องไปด้วยอย่างนี้แหละครับ หนูน้อยคนนี้เดินซะหอบ หลังจากที่เธอถูกปฎิเสธโดยนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่ง ขณะที่ปากเธอยังพึมพัมๆ ว่า 'ทู บาย ฟอร์ มี๊...ๆ ๆ ๆ' !!
เวลาอาหารเที่ยงของคุณยายม้งดำ แกขายของที่นั่นและกินที่นั่น หน้าโบสถ์คริสต์ใจกลางเมืองซาปา เป็นโบสถ์คริสต์สมัยยุคอาณานิคมฝรั่งเศสที่ยังหลงเหลือและคนที่นี่ส่วนใหญ่จะนับถือศาสนาคริสต์ครับ !!!
เรดเซา อีกมุมมอง สวยดีครับ
อีกมุมมองของม้งดำ

เด็กสองคนนี้เป็นคนๆ เดียวกันครับ
จัตุรัสใจกลางเมืองซาปา วันอาทิตย์จะเปิดพื้นที่เป็น เลิฟ มาร์เก็ต ครับ!! ผมหมายความตามนั้นจริงๆ ทั้งหนุ่มสาว และไม่หนุ่มไม่สาว มารอท่าบรรยากาศนี้ตั้งแต่หกโมงเย็นแล้ว เหอเหอ
[ Permalink ] . [ 2 ความคิดเห็น ]
เห็นภาพเมื่อใดก็สวย เขียนเป็นหนังสือซักเล่มซิกรรณ
คิดว่าภาพที่บันทึกไว้ คงไม่มีเพียงเท่านี้แน่นอน
ความงามของวิถีชีวิตผู้คนอีกฟากฝั่งหนึ่งพร้อมเรื่องราว
น่าจะถ่ายทอดเป็นหนังสือ อ่านเว็บไซต์ก็เพียงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น
เหมือนภู เชียงดาว ที่เขียนถ่ายทอดเรื่องราวอ้ายแสงดาวไง
อย่างน้อยมีพี่หนึ่งคน ที่จะอุดหนุนและช่วยประชาสัมพันธ์
ขอบคุณมากครับ พี่ .. กะลังคิดเหมือนกันฮะ ..
มีหลายคนให้ความเห็นแบบนี้เหมือนกัน ..แหะแหะ
คิดว่าจะลองดู ฮะ .. จะเขียนงประชาไทให้จบก่อน ..
(เอ่อ มันยังไม่จบ)
ยังมีภาพและเรื่องราวที่อ่าวฮาลองเบย์ และ พิพิธภัณฑ์โฮจิมินทร์ อีกเป็นไฮไลท์ช่วงสุดท้าย
ขอบคุณพี่มากครับแล้วก้อ อย่าเพิ่งเบื่อเวียดนามน๊า ((รักน้อยๆ แต่รักนานๆ น๊า)) ..
ขอบคุณทุกกำลังใจครับ