เรื่องน่ารู้ในธรรมชาติ
ใครกำลังรู้สึกเหมือนฉันไหมว่า ความรุนแรงและมหันตภัยไร้ระเบียบ กำลังรอถล่มเราอยู่?
ไม่รู้จะพูดเกินเหตุไปไหมนะ ไม่ถึงกับหวาดผวา แต่ว่าหวั่นนิดๆ หลังจากเกิดพายุนาร์กิสถล่ม แผ่นดินไหวที่จีน น้ำท่วมต่อมา แผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น แล้วตอนนี้ยังมีพายุที่ฟิลิปปินส์อีก เชื่อว่าตัวเลขผู้เสียชีวิต 87,000 คนและสูญหายอีก 5 ล้านคนจากแผ่นดินไหวที่จีน ยังเป็นเรื่องที่ช็อกเราอยู่ จนน่าตั้งคำถามว่า ก่อนเกิดเหตุแผ่นดินไหวนั้น มีอะไรเตือนล่วงหน้ากันบ้างไหม ?
ว่ากันว่า ลางสังหรณ์ หรือ Omen ก่อนหน้าเหตุการณ์นั้น เป็นสิ่งที่ใครหลายๆ คนที่จีน ใช้เป็นข้อเสนอให้มีการหยุดงานเพื่อเตรียมรับมือกับธรณีพิบัติ แต่มันก็เป็นแค่ ลางสังหรณ์ ไม่มีอะไรยืนยัน คำขอนั้นก็เลยถูกปฏิเสธไปเสีย
เลยจะมาชวนกันดูและสังเกตถึง 10 วันก่อนที่จีนจะพังพินาศกันดีกว่า ว่ามีอะไรกันบ้าง เผื่อจะนำมาเป็นแนวทางการสังเกตในบ้านเราบ้าง
หนองน้ำประหลาด ?
ภาพบ่อน้ำที่เกิดขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ ในเบต Enshi ของจีน
ก่อนหน้าเกิดเหตุแผ่นดินไหว 2 สัปดาห์ หรือ 14 วันในเขต Enshi ห่างจากเมือง Wuhan ประมาณ 400 โล ชาวบ้านรายงานไปยังหนังสือพิมพ์ว่า อยู่ๆ วันหนึ่ง ตื่นมาตอนเช้าก็พบหนองน้ำประหลาด ไม่รู้ใครมาขุดตั้งแต่เมื่อไหร่ เพียงแต่ช่วงบ่ายๆ ก่อนหน้าวันนั้น ชาวบ้านได้ยินเสียงครืนๆ แปลกๆ อยู่รอบๆ หมู่บ้าน สัก 4 ชั่วโมงได้ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร จนกระทั่งมาเจอบ่อที่ค่อยๆ มีน้ำผุดขึ้นมาเรื่อยๆ และจุได้ถึง 80,000 ตันเลยทีเดียว
เมื่อถ่ายรูปหนองน้ำที่ยังแห้งผากลงข่าวในหนังสือพิมพ์เรียบร้อยแล้ว ไม่กี่วันถัดมา นักวิจัยที่กลับมาสำรวจก็ต้องอึ้งเมื่อพบว่าน้ำเต็มบ่อ แถมยังมีปลาตัวใหญ่เบ้อเร่อให้ชาวนาได้จับไว้กินอีกด้วย
ภาพปลาขนาดใหญ่ที่ชาวนาจับได้จากหนองน้ำ
เมื่อสัตว์เคลื่อนทัพ ?
หลายวันก่อนแผ่นดินไหว บริเวณที่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 60 ไมล์ มีคนตื่นตะลึงกับจำนวนผีเสื้อนับล้านตัว ที่พากันบินว่อน เกาะกลุ่มเคลื่อนทัพราวกับว่าจะย้ายที่อยู่อาศัยไปไหนก็ไม่รู้ หลายวันถัดมา คือ วันที่ 9 พฤษภาคม 2551 ก่อนหน้าเกิดเหตุ 4 วัน ในมลฑล Jiangsu ก็พบฝูงกบนับพัน พากันออกจากทุ่งนามาข้ามถนนอย่างไม่กลัวตาย ในข่าวบอกว่าหลังจากบันทึกภาพไว้แล้ว พวกมันก็โดนรถทับเละ ไม่รู้ว่ามีกี่ตัวที่อพยพได้สำเร็จ
กบนับหมื่นตัวพากันข้ามถนนในจีน ในวันที่ 9 พฤษภาคม 2551 ก่อนเกิดแผ่นดินไหว 2 วัน
ภาพฝูงกบนี้ถ่ายได้บนสะพานในเมือง Taizhoun ซึ่งผู้เชี่ยวชาญก็ออกมาบอกว่า กบเหล่านี้จะมีการย้ายถิ่นเมื่อรู้สึกว่าออกซิเจนในน้ำหรือที่อาศัยลดลงหรือขาดแคลน เพราะพวกมันมีสัญชาตญาณพิเศษและการปกป้องตัวเองจากภัยธรรมชาติ และสามารถรู้สึกได้ถึงความถี่ต่ำจากใต้ดินได้เร็วกว่ามนุษย์
นอกจากผีเสื้อ และกบ ก็มีสัตว์ใหญ่ๆ อีก เช่น สัตว์ในสวนสัตว์ของจีนที่มีท่าทีและปฏิริยาแปลกๆ เป็นต้นว่า หิว แต่ไม่กินอาหาร อยู่ไม่เป็นสุข รวมทั้งหมีแพนด้าที่คนเลี้ยงบอกว่ามันแสดงอาการเศร้าๆ ไม่ร่าเริง เหมือนรู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น
ภาพหมีแพนด้าที่ถูกบันทึกว่ามีท่าทีเศร้าสร้อยและไม่ยอมกินไม้ไผ่อาหารโปรด
ภาพกบสามตัวที่เกาะกันแน่นไม่ยอมปล่อย รอดชีวิตอยู่ภายใต้เศษหินจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว
เมฆแผ่นดินไหว?
อย่างที่เคยพูดไว้บ้างแล้ว เรื่องเมฆแผ่นดินไหว ตามทฤษฎีของ Zhonghao Shou นักเคมีชาวจีนที่ศึกษามานานมาก จนยืนยันว่า 70% ของก้อนเมฆที่ถ่ายรูปไว้ มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นตามมา ในเหตุการณ์นี้ก็เหมือนกัน มีนักถ่ายภาพคนหนึ่งถ่ายรูปเมฆเอาไว้เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2551 ก็คือ 2 วันก่อนแผ่นดินไหว ในบริเวณ Linyi มณฑฉาตง (Shandong) จากนั้นเขาเอาภาพเหล่านี้ไปแปะไว้ในเวบไซต์ http://www.daqi.com และวิเคราะห์กันว่า เมฆประเภทคลื่นนี้ เป็นเมฆแผ่นดินไหวที่ชัดเจนที่สุดภาพหนึ่งทีเดียว มันมีลักษณะการเรียงตัวเป็นคลื่นและมีเส้นแสงบนเมฆแปลกๆ ดังภาพ
|
เมือง Linyi มณฑลฉานตง เวลา 19.27 น. |
ภาพจากวันที่ 9 พฤษภาคม 2551 เมือง Linyi มณฑลฉานตง เวลา 19.28 น. |
|
|
|
|
เมือง Linyi มณฑลฉานตง เวลา 19.45 น. |
เมือง Linyi มณฑลฉานตง เวลา 19.45 น. |
นอกจากนี้ ยังมีปรากฏการณ์แสงรุ้งบนก้อนเมฆ หรือ “เมฆเรืองแสง” ที่มณฑลชานซี ที่ฮือฮาในข่าวอยู่หลายวัน ซึ่งปรากฏอยู่บนท้องฟ้า 30 นาทีถึง 10 นาทีก่อนเกิดเหตุ
แผนที่ของจีนบริเวณที่เกิดปรากฎการณ์เมฆเรืองแสง
ตอนนี้ 200 กว่าเวบไซต์มีการพูดคุยเรื่องลางสังหรณ์เหล่านี้ทั้งอย่างวิเคราะห์ และบางคนเชื่อว่า นี่คือลางบอกเหตุที่ชัดเจนมากๆ และบอกด้วยว่า ในช่วงหลายวันก่อนเกิดเหตุนั้น นาย Li Shihui นักวิทยาศาสตร์ของจีนได้ทำนายและตั้งข้อสังเกตเหล่านี้ในเวบบล็อกของเขาว่า น่าจะเกิดเหตุแผ่นดินไหวในสเกลที่ใหญ่ว่า 7.0 ริกเตอร์เป็นแน่แท้ จึงมีการเตือนให้รับมือครั้งใหญ่ แต่ทว่าในช่วงเวลานั้น ไม่มีใครสนใจมากนัก พูดง่ายๆ ก็คือไม่มีใครเชื่อนั่นเอง
จนกระทั่งในวันที่ 7 ของเดือนพฤษภาคม หรือก่อนหน้าเกิดเหตุ 5 วัน มีคนโทรแจ้งหน่วยป้องกันแผ่นดินไหวและบรรเทาทุกข์ภัยพิบัติเพื่อให้ช่วยตรวจสอบปรากฏการณ์แปลกๆ เหล่านี้ ถึงเริ่มมีการออกสำรวจถึงข้อพิสูจน์ว่า ข้อสังเกตทั้งหมดนี้จะเป็นจริงหรือไม่
แต่เข้าใจว่า ไม่ทันจะได้สำรวจอะไรเท่าไหร่ เพราะถัดจากนั้นจนถึงวันนี้ ทุกคนก็คงจะได้เห็นแล้ว ว่ามีคำตอบเป็นอย่างไร.
ข้อมูลและภาพอ้างอิง
http://www.unsoughtinput.com/index.php/2008/05/13/frogs-predict-big-earthquake-in-china/
http://news.nationalgeographic.com/news/2008/05/080515-pandas-quake.html
http://en.chinaelections.org/newsinfo.asp?newsid=17640
[ Permalink ] . [ 21 ความคิดเห็น ]
น่าสนใจมากๆ ตอนนี้มีโลมา วาฬ และอื่นๆ มาเกยตื้นตายที่ชายฝั่งอันดามัน นักวิชาการบอกว่ามีพยาธิและติดเชื้อตาย แต่ก็น่าสงสัยนะ ต้องติดตามต่อไป
แต่วันก่อนนี้ ดร.สมิทธ ธรรมสโรช มาพูดให้ที่ทำงานฟัง ท่านบอกว่ามีคนโทรไปบอกว่าก่อนเข้าพรรษาจะมีอะไรสักอย่างเกิดขึ้น คือเป็นพวกคนทรงน่ะ แต่เท่าที่ท่านตรวจสอบแล้ว ไม่น่าจะมีอะไรในเชิงวิทยาศาสตร์เกิดขึ้นได้ เว้นแผ่นดินไหว ส่วนพายุ น้ำท่วมและอื่นๆ นั้นสามารถรับมือได้หมด
เคยได้ยินได้ฟังเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสัญชาตญาณความตื่นกลัวของสัตว์โลกกับภัยธรรมชาติ ซึ่งคนโบราณใช้เป็นวิธีการสังเกตความเป็นไปของธรรมชาติ คนเฒ่าคนแก่เคยบอกก่อนฝนมาหรือน้ำจะท่วม ให้ดูฝูงมดที่พาเหรดกันขึ้นมาบนดิน (หรือบ้าน)
เรื่องเมฆต้องถามคนญี่ปุ่น เมฆแบบนี้คงเกิดบ่อยที่นั่น
ดูข่าวเรื่องปลาโลมาเกยตื้น และได้ฟังนักชีววิทยาพูดถึงธรรมชาติของสัตว์
ทางชีววิทยาอาจจะไม่มีอะไรแปลก แต่ทางธรณีวิทยาล่ะ นักชีววิทยารู้หรือเปล่าว่าวันนั้นมีแผ่นดินไหวที่หมู่เกาะอันดามันในมหาสมุทรอินเดีย
เช้านี้ก็เห็นโค้งรุ้งสั้น ๆ เหนือท้องฟ้าที่ปทุมธานี พร้อมกันนั้นก็มีเมฆแผ่นดินไหวเต็มพรึ่บ
จะคอยเชคข่าวแผ่นดินไหวต่อไปว่า หนนี้จะเกิดขึ้นที่ไหน...
แม่พระธรรมชาติลงโทษมนุษย์อวิ ชชาแล้ จ้า ตัวครายตัวมัน ไม่มีเรือโนอาให้ลี้ภัย อีกแย้ว
หวัดดีค่ะ
พี่วารุ - เรื่องวาฬและโลมาที่มาเกยตื้นกันตั้ง 30 ตัว น่าตื่นเต้นนะคะ
อดคิดไม่ได้ว่าเป็น omen ของอะไรบางอย่างหรือเปล่า เพราะในข่าวบอกว่า มากที่สุดเท่าที่จะเคยแวะเข้ามาถึงราชาใหญ่ อา ต้องติดตามจริงๆ ค่ะ เหมือนกรณีตั๊กแตนผีที่ถล่มชุมพรไปวันก่อน รวมถึงตอนนี้ เพื่อนบอกว่าที่น่าน ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติของ "หนู" ที่มากัดกินข้าวโพด ไม่ใช่จำนวนน้อยๆ นะคะ จำนวนมากๆๆๆ นับหมื่นตัวทีเดียว
อดคิดไม่ได้ว่า แต่ไหนแต่ไรมา สัตว์เหล่านี้อยู่กับธรรมชาติ และเรียนรู้อยู่ร่วมกันกับเรือกสวนไร่นาของชาวไร่ ชาวนา ทำไมวันนี้มาทำลายแบบนี้เพราะมันขาดแคลนอาหารตามธรรมชาติ หรือ รู้สึกว่าตัวเองกำลังจะอดตายแล้วหรือเปล่า ต้องติดตามต่อไปค่ะ
ancha - เรื่องรุ้งสั้นๆ เหนือท้องฟ้า มีภาพจากที่ต่างๆ หลายแห่งทั่วโลกเลยค่ะ ไว้จะเอามาฝากนะ เพิ่งถ่ายรุ้งไปเหมือนกันวันก่อน เป็นรุ้งนอนหงายคล้ายพระอาทิตย์ทรงกลด แต่มีด้านเดียว แล้วก็มีหลายๆ สี เห็นได้ชัด ส่วนเมฆแผ่นดินไหวนั้น พักนี้เห็นทีไร เช้ามาต้องมีข่าวแผ่นดินไหวไปทุกที Shou เจ้าของทฤษฎีบอกว่า 70% ที่เห็นจะเกิดขึ้นจริง ภายใน 30 วัน แต่เราชักจะเกิน 70% ไปแล้วสินะนี่
อ้ายแสงดาวคะ
สงสัยต้องช่วยกันสร้างเรือโนอาใหม่ก็คราวนี้
ตอนหน้าจะเอาแผนที่หลบภัยมาฝากค่ะ : )
คุณกอแก้ว - วันก่อนเจอมดรุมค่ะ อันนี้มาก่อนฝนตกใหญ่ มันพากันเดินเป็นเส้นเป็นสายเข้ามาในห้องครัวค่ะ ไปเหยียบเส้นทางมันเข้าก็เลยคันๆ บวมๆ เลยค่ะ
คนโบราณเก่งนะคะที่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น หลังจากที่ฟังเสียงธรรมชาติ และผืนดินตอนนี้กำลังศึกษาและตามหาความลับมากมายเหล่านั้นอยู่ค่ะ : )
เมื่อสักหลายวันก่อน อ่านหนังสือพิมพ์มติชน มีภาพข่าวที่น่าสนใจอยู่สองภาพ ภาพหนึ่งเป็นภาพโลมาเกยตื่นที่ภูเก็ต อีกภาพเป็นภาพหลุมขนาดความลึก 8 เมตร เกิดขึ้นที่ จังหวัดหนึ่งทางอีสาน ดีที่สุดเตรียมพร้อมไว้ดีกว่า
หนู "ดินยา" , จ้า. ตอนเกิดสินนามิทีภาคใต้ แลแถบมหาสมุทร์เดียวกัน อ้ายอ่านจากหนังสือพิมพ์ เขาว่า สัตว์ต่างต่างเขาอพยพขึ้นที่สูงกันหมด เขารู้โดยสัญชาติญาณ จึงรอด และเพื่อนมนุษย์ที่เรยกว่า มอร์แกนเขาก็รู้ เมื่อเห็นทะเลแห้งฉับพลันทันใด เขาร้องไห้และรีบวิ่งขึ้นไปบนที่สูง แต่คนเมือง คนชั้นกลาง และพวกนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่รู้ เป็นงง ก้อเลยโดน ตอนนั้นเขาชวนพวกเรา กวี นักเขียน ไปสัมผัส และศึกษา วิถีชีวิตของพี่น้องชายฝั่ง ทั้งมอร์แกน และพี่น้องมุสลิม และฯลฯ พวกอ้ายก็ไปเพื่อเอามาเขียนหนังสือ พวกอ้านยไปที่พี่น้องมอร์แกนพังงา เขาพาเรานั่งเรือไปดูความหายนะของพี่น้องที่ทำมาหากินแถวนั้น ก้อมีรีสอรท์ และร้านค้าที่ติดทะเล ล้วนพังกันหมด แต่ที่พี่น้องชาวมอร์แกนที่มีป่าโกงกาง ไม่ได้รับผลกระทบกระเทือนเลย นี่ สำแดงว่า เมื่อใดที่มนุษย์เคารพแม่พระธรรมชาติ มนุษย์ก็จักอยู่รอด เอ๊า ตัวใคร ตัวมัน ก้อ แล้ว กัลลลลลลลล์
เรื่องเมฆนี่น่าสนใจจริง ว่าแต่ว่า เราเห็นที่บ้านเรา แต่บางทีแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นหรือที่ไกลๆ จากเรามาก หรือว่าเราอาจจะดูทิศทางของมันว่าอยู่ทางทิศไหน แล้วเกิดเหตุตามนั้น
เมื่อวันก่อนเมฆในกรุงเทพฯน่ากลัวมาก ดูอยู่บนตึกเห็นเมฆม้วนไปมาดำทะมึน มีเผยแพร่ตามเว็บต่างๆทั่วแล้ว ลองดูนะ เมฆแปลกตรงที่ มีสีเหลือบๆ สีเหลืองตรงกลางด้วยนะ
ก่อนเกิด ซึนามิ ที่ภาคใต้ ประมาณ เดือนตุลาคม
รุ่นน้องกลับบ้าน(ปิดเทอม) ไปที่ภูเก็ต
ซึ่งเธอมีบ้านอยู่ชายทะเล ซึ่งเธอเล่าให้ฟัง
ว่ากลับไปบ้านเที่ยวนี้ เจอหอยแปลกๆเยอะเลย
ซึ่งพอเอาไปให้คุณยายของเธอ (ซึ่งอยู่แถบนั้นมานาน)
คุณยาย ก็บอกว่า อาจจะเกิด กระแสน้ำ รุนแรง
เพราะหอยพวกนี้เป็นหอยน้ำลึก และไม่มีในแถบ
ทะเลภูเก็ต-กระบี่-พังงา-สตูล
แต่เป็นหอยแถบอินโดเนเซีย
ซึ่งตอนนั้นก็ยังพูดกันสนุกๆว่า
สงสัยหอยจะชอบเที่ยว ก็เลยมาเสียไกลจากบ้าน
ถึงคุณอ้ายแสงดาว
เห็นคุณอ้ายแสงดาวพูดถึงสินามิ ในฐานะผู้อยู่ในเหตุการณ์โดยตรง จึงขอเสริมนิดหน่อยครับ
ผมทำงานรีสอร์ทอยู่ที่เขาหลัก วันที่เกิดสึนามิ รีสอร์ทของผมมีการเตือนภัยก่อน 15 นาที เพราะว่าผู้บริหารเขามีความรู้เรื่องนี้ เลยอพยพคนออกได้ทันเวลา ผมเลยเหลือรอดมาเล่าให้ฟังได้ว่า
1 อย่างที่ คุณอ้ายแสงดาวว่า ก่อนเกิดสินนามิ สัตว์ต่าง ๆ พากัน แตกตื่นหนีขึ้นที่สูงก่อน แต่เฉพาะสัตว์กินพืชเท่านั้นที่รู้จักหนี เช่น ช้าง วัว ควาย ส่วนสัตว์กินเนื้อ เช่น แมว หมา คน งู กบ เขียด ตายเพียบครับ
2 ส่วนชาวมอแกน จะรู้ล่วงหน้าอย่างที่ นสพ. ไปเขียนข่าวกัน หรือไม่ นั้น ผมไม่ทราบ แต่มอแกน แถวบ้านผม ไม่รู้เรื่องครับ แถมวิ่งลงไปจับปลากันอีก เลยตายเพียบเลย
3 ที่บอกว่าสัตว์รู้เรื่องแผ่นดินไหวล่วงหน้าหรือไม่ นั้น ผมว่าเป็นไปได้ครับ แต่พอมาดูบทความเรื่องนี้แล้ว ผมว่าลางสังหรณ์แบบที่ว่านี้ เป็นเรื่องอุปาทาน หรือบังเอิญมากกว่า อะไรกัน แผ่นดินไหวที่มณฑลเสฉวน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ลางสังหรณ์ดันไปโผล่ที่มลฑล Jiangsu บ้าง มณฑฉานตง (Shandong) บ้าง คุณรู้มั้ย มันห่างไกลกันเท่าไหร่ เหมื
ต่อจากกระทู้ข้างบน
แผ่นดินไหวที่มณฑลเสฉวน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ลางสังหรณ์ดันไปโผล่ที่มลฑล Jiangsu บ้าง มณฑฉานตง (Shandong) บ้าง คุณรู้มั้ย มันห่างไกลกันเท่าไหร่ เหมือนแผ่นดินไหวที่ธิเบตแล้วลางสังหรณ์มาโผล่ที่กรุงเทพฯ สำหรับผม ทฏษฎีนี้ยังเชื่อไม่ได้ครับ ไม่ทราบคุณอ้ายแสงดาวมีความเห็นว่ายังไงครับ - ขอแลกเปลี่ยนด้วย
คุณนิสคะ - เห็นข่าวแล้วเหมือนกันค่ะ
ภาพหลุมที่หนองบัวลำพู มีขนาดใหญ่ทีเดียว
แต่ในข่าวบอกว่า อาจจะเกิดจากผลกระทบของโรงโม่หินที่สูบน้ำระบายออกจากบริเวณนั้นไป จึงทำให้น้ำบนผิวดินเยอะมากจนเกิดแรงกด ทำให้ดินปากโพรงยุบตัว
จะติดตามข่าวต่อไปเช่นกันค่ะ เพราะดูๆ ไปก็น่ากลัวเหมือนกันเนอะ
อ้่ายแสงดาว - ตอนเกิดสึนามิมีเพื่อนของเพื่อนอยู่ 2 คนที่เล่าให้ฟังว่า รอดจากเหตุการณ์นี้ได้ เพราะสังเกตว่ารอบแรกน้ำมันลดลงไปอย่างกระทันหัน จึงไหวตัวแล้วหนีขึ้นไปอยู่บนที่สูง ก่อนคลื่นยักษ์จะตามมาในตอนหลัง
ปรากฎการณ์แบบนี้เรียกว่า "ไหวตัวทันเพราะคาดเดา หรือ มีความรู้อยู่แล้ว" อันนี้ก็ไม่ได้ถามเขาด้วยสิว่าเป็นภูมิปัญญาที่ได้มาจากชาวมอแกนหรือเปล่าค่ะ และเท่าที่เข้าใจคิดว่าชาวมอแกนในอดีตนั้นอยู่กับธรรมชาติมากที่สุด จึงเรียนรู้เกี่ยวกับภัยธรรมชาติได้มาก อันนี้เห็นด้วยค่ะ และคิดว่าภูมิปัญญาเหล่านั้นไม่รู้จะหายไปอีกไม่นานนี้หรือเปล่า
พี่วารุ - มีภาพเมฆที่ม้วนพาดมาทับกับแสงสะท้อนของพระอาทิตย์ สวยแต่แปลก แปลกไปจนถึงกระทั่งน่ากลัวค่ะ น่าจะเป็นวันเดียวกันกับที่พี่เห็น ไว้โอกาสหน้าจะเอาภาพมาขึ้นให้ชมค่ะ ตอนนี้ก
คุณเด็กพังงา
หวัดดีค่ะ ขอบคุณข้อมูลนะคะที่มาเล่าสู่กันฟัง
น่าดีใจที่หลุดรอดเหตุการณ์มาได้อย่างปลอดภัยค่ะ
ถ้าทุกรีสอร์ท บ้านพัก หรือแหล่งท่องเที่ยว มีผู้บริหารที่เข้าใจเรื่องนี้แบบรีสอร์ทของคุณเด็กพังงาคงจะดีเนอะ อย่างน้อยคงจะลดจำนวนผู้เสียชีวิตได้อีก ไม่มากก็น้อย
สำหรับข้อมูลที่เล่าถึงอ้ายแสงดาว ขออนุญาตแจมด้วยนะคะ
เรื่องสัตว์ที่หนีอพยพ มีแต่เฉพาะสัตว์กินพืชเท่านั้น - น่าสนใจค่ะ
แต่แบบนี้เราจะแยกแยะได้จากอะไรบ้างคะ หมายถึงว่า โครงสร้างของสัตว์ในอดีต หรือว่า พฤติกรรมของสัตว์ในปัจจุบัน เพราะเคยอ่านเจอว่ามนุษย์แท้จริงก็เป็นสัตว์กืนพืชเหมือนกัน จากลำไส้ รูปแบบฟัน เลยเคยคิดเล่นๆ ไปว่า จริง หมาก็น่าจะเป็นสัตว์กินพืชเหมือนเราหรือเปล่าก่อนจะเปลี่ยนไปเป็นสัตว์กินเนื้อแบบตอนนี้
แต่สมมุติว่าหมา แมว เป็นสัตว์กินเนื้อจริงๆ มันสามารถจะมี Extra Sensory เหมือนสัตว์กินพืชหรือเปล่านะ เพราะหลายๆ คนก็บอกว่าให้สังเกต หมา แมว นก หรือแม้กระทั่งปลา งู อย่างเช่นเหตุการณ์นี้ค่ะ
(ต่อค่ะ)
"มีการวิจัยพบว่า สัตว์ที่รู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดแผ่นดินไหวก่อนใครคืองู ทั้งนี้เพราะงูจำศีลอยู่ในโพรงใต้ดิน (งูในประเทศเขตหนาว) จึงรู้สึกถึงความผิดปกติได้ง่ายเมื่อมีการสั่นสะเทือนของเปลือกโลก มีก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ มีการเปลี่ยนแปลงของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ฯลฯ และจะหลบภัยด้วยการเลื้อยขึ้นมาบนดินแม้จะเป็นช่วงฤดูหนาวก็ตาม
ตัวอย่างเช่นเมื่อ ค.ศ. 1855 ก่อนเกิดแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นหนึ่งวัน พบฝูงงูเลื้อยขึ้นมาบนดินหลายตัว เมื่อ ค.ศ. 1977 ตอนเกิดแผ่นดินไหวที่โรมาเนีย ก็มีฝูงงูเลื้อยขึ้นมาแข็งตายบนดิน เมื่อ ค.ศ. 1976 หนึ่งวันก่อนเกิดแผ่นดินไหวที่เมืองถังซานประเทศจีน ก็มีฝูงงูจำนวนมากเข้าไปหลบอยู่ในซอกหิน"
(ข้อมูลจากกรมทรัพยากรธรณี)
ยังไงก็ตาม ลางสังหรณ์ที่เล่าสู่กันฟังนั้น ก็อย่างที่คุณเด็กพังงาว่าค่ะ มันอาจจะไม่มีหลักฐานสนับสนุนหรือการยืนยันอะไรมากนัก แต่เป็นเรื่องน่าคิด + น่าสังเกตนั่นเองค่ะ : ) ว่ามันเกี่ยวข้องกันแค่ไหน อย่างไร โดยเฉพาะเรื่องระยะทาง แล้วจะหาคำตอบต่อไปนะคะ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณ คุณดินยาที่ให้ข้อมูลครับ ผมมีข้อสังเกตบางประการเกี่ยวกับพฤติกรรมของสัตว์
1 สัตว์กินพีช เช่น ช้าง ม้า วัว ควาย อาจมี Sense รู้สึกถึงน้ำท่วมและการมาของคลื่นยักษ์ได้ก่อนประมาณ 15-20 นาที สัตว์พวกนี้อาจจะมีหรือไม่มี Sense เรื่องแผ่นดินไหว จากปรากฏการณ์ สึนามิ ที่ผมอยู่ในเหตุการณ์ด้วย นั้น ก่อนสึนามิ มา คนที่อยู่ชายฝั่งอันดามันจากพังงา ถึงระนอง ไม่มีใครรู้สึกถึงแผ่นดินไหว และไม่มีแผ่นดินไหวแถวนี้ครับ จู่ๆ น้ำทะเลก็แห้งไปค่อนทะเลประมาณ 15 นาที แล้วคลื่นยักษ์ก็มา ส่วนแผ่นดินไหวใต้น้ำนั้นที่ทำให้เกิดสึนามิในครั้งนั้น เกิดในทะเลอันดามันห่างจากประเทศไทยไปเป็นร้อย กม. ทีเดียว และเกิดก่อนคลื่นยักษ์มาถึงพังงาประมาณ 90-120 นาที ที่สัตว์กินพืชหนีก่อนนั้น ไม่ใช่รู้สึกว่าแผ่นดินจะไหวนะครับ แต่รู้สึกว่าคลื่นยักษ์กำลังจะมา
2 เป็นไปได้ว่าสัตว์บางชนิดอาจมี Sense รู้ได้ว่าจะมีแผ่นดินไหว เช่น งู กบ หรือสัตว์อะไรก็ตามที่ชอบซุกอยู่ในรูใต้ดิน แต่พวกนี้อาจไม่มี Sense รู้สึกถึงน้ำท่วมและการมาของคลื่นยักษ์ คราวที่เกิดสีนามิครั้งที่แล้ว ไม่มีแผ่นดินไหวแถวๆ นี้เป็นการเตือนก่อน จู่ๆ ค
ชาวบ้านที่ขอนแก่นบอกว่า ก่อนวันเกิดสึนามิ 1วัน มีบ่อน้ำผุด น้ำพุ่งขึ้นมาที่หมู่บ้านเขตอำเภอหนองเรือ จากนั้นอีกวันต่อมา มีคลื่นยักษ์บ่อน้ำก็แห้ง
ต่อจากกระทู้ข้างบน
คราวที่เกิดสีนามิครั้งที่แล้ว ไม่มีแผ่นดินไหวแถวๆ นี้เป็นการเตือนก่อน จู่ๆ คลื่นก็มาเลย สัตว์พวกกบและงู เลยตายเพียบ ( แต่เป็ดรอดทุกตัวครับ มันถือคติ ไม่รู้ ไม่หนี แล้วก็ไม่ตายด้วย เยี่ยมมั้ย ฮิฮิ)
3 ส่วนเรื่องเมฆเตือนภัย กับ OMEN ทั้งหลายที่ไปเกิดไกลจากที่เกิดเหตุมากๆ เป็นพันๆ กิโลนั้น ผมว่าเป็นเรื่องเหลวไหลมากกว่า
คุณดินยา มีความเห็นยังไงบ้างครับ
หมายเหตุ รีสอร์ทที่ผมทำอยู่ชื่อ อันดามาเนีย บีช รีสอร์ท ครับ ว่างๆ มาเที่ยวก็ได้ นะครับ
ขอบคุณ "คุณเด็กพังงา" ทำให้การแลกเปลี่ยนได้รับความรู้เพิ่มขึ้นต่อชาวเว็บฯ
ขอบคุณ หนู "ดินยา" ด้วยคับ ... บุญฮักษาทุกๆคน ตวย คับ ... ราวัง อีกไม่นาน มนุษย์ในสังคมอภิมหาอภิมหาริโภคทุนนิยมสุดโต่ง ต้องเจอแม้พระธรรมชาติเฆี่ยนโบยแน่นอน หนู ดินยา อ้ายว่าสร้างเรือโนอาไม่ได้แล้ว ถ้าพูดแบบจิกโก๋ ก้อต้อง ว่า ... โลก ร้อ น แล้ ว โ ว๊ ย !!!! ตัวครายย ตัว มันนนน์
หวัดดีกันอีกรอบค่ะ
คุณเด็กพังงาคะ
หายไปหลายวันไม่ได้มาตอบ แต่เชื่อว่ายังอยู่แถวนี้นะคะ สองวันมานี้เพื่อนคนหนึ่่งบอกว่างูเหลือมเข้าบ้านเธอมาตัวขนาด 1 เมตร
นั่งเฝ้า ระหว่างรอเจ้าหน้าที่มาจับตัวไป ก็พบว่า
มันมาอีก 1 ตัว ซึ่งตัวขนาดนี้ น่าจะอายุสัก 1 เดือน
แล้วเขาสันนิษฐานอยู่ว่า สงสัยรังมันจะอยู่ในท่อใต้บ้านค่ะ อาจจะหิว เลยมาหาอะไรกิน หรือมาออกมาเที่ยวเล่น
(นี่นอกเรื่องนะคะ ไม่เกี่ยวกับในเรื่องเลย อยากเล่าเฉยๆค่ะ ฮา : )
คุณกัญเกราคะ
รอติดตามตอนใหม่นะคะ เขียนถึงเรื่องหลุมยุบล่ะ เรื่องนี้น่าสนใจมาก เพราะว่ากำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับแผ่นดินไหว ไว้รออ่านแล้วมาคุยกันอีกนะคะ
อ้ายแสงดาวฯ
ขอบคุณอ้ายค่ะ
เรากำลังจะรวมพลังกันเพื่อต่อต้านการลงโทษของธรรมชาติ อ้ายฯ ว่ามันจะเป็นไปได้ไหม หรือไม่ ก็คือ ยอมให้ธรรมชาติลงโทษ อย่างรู้สึกสำนึก พร้อมกับบอกว่า ได้โปรดเหลือเวลาให้แก้ตัว อย่างนั้นด้วยดีไหมคะ ; )