การเดินทางของนักรบที่ไม่มีใครรู้จัก
หนังสือเดินทาง 7 เล่ม กับเพลง 7 ซีดีอัลบั้ม
ผมหลงชอบ ‘ตากอากาศ’ อย่างไม่ทราบสาเหตุ
ผมเห็นครั้งแรกจากหนังสือเล่มหนึ่ง ตากอากาศกลางสนามรบ นับแต่นั้นมา ตากอากาศก็เข้ามาอยู่ในใจผม มันให้ความรู้สึกนัยยะความหมาย กว้างไกลเมื่อไปอยู่ร่วมคำอื่น มีบวกลบอยู่ในนั้น
ผมถือโอกาสเชิญมาอยู่ร่วมในชื่อเรื่องอีกครั้ง
ต้นฉบับชิ้นนี้ เขียนห่างฝั่งทะเลสาบสงขลาราว 10 กิโลเมตร ผมกลับไปบ้านเกิด แบบด่วนๆ จึงต้องพกข้อมูลทุกอย่างใส่แฟ้ม พร้อมต้นฉบับอื่นที่ค้างคา รูปถ่าย กล้องถ่ายรูป(ประจำตัว) พร้อมเป้ และเจ้าชายน้อย 7 ขวบ เช่นเคย
เรื่องของเรื่องก็คือผมเตรียมตัวล่องใต้ เรื่องไม่ใหญ่ได้อย่างไร เมื่อนานเป็นปีกว่าจะกลับไปเยือนบ้านเกิดสักครั้ง วางแผนไว้ว่าจะไปยังเส้นทางที่เคยไป คน--สถานที่ที่เคยผูกพัน ไปสวน ไปตามทางเดินเก่าๆ ..
คิดได้อย่างนั้น ผมจะไปวิธีไหน
รถไฟ .. เป็นทางเลือกแรก ..
แล้วผมก็นึกถึงหนังสือ เพลง ทีนี้ ผมจะชวนหนังสือเล่มไหนร่วมเดินทาง ซีดีแผ่นไหนติดตัวไปด้วย.. (ผมขาดหนังสือ ขาดเพลงไม่ได้)
ยิ่งคิดไว้ล่วงหน้าว่า หากได้ไปเปิดหน้าหนังสือตรงสถานที่นั้น ฟังเพลง ณ ตรงโน้น เรื่องอะไรบ้างล้อมรอบตัว นึกเล่นๆไปอย่างนั้น แค่นึกก็ได้รับรสบางอย่างไหลเข้ามาแล้ว
ผมเลือกหนังสือมา 7 เล่ม (บอกไม่ปิดลับ)
เริ่มจาก แผ่นดินอื่น , สะพานขาด สองเล่มนี้ เป็นงานของ กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ อยากอ่านความคุ้นเคยร่วมบรรยากาศบ้านเกิด
หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว ของมาเควซ ผมเรียกสั้นๆอย่างนั้น เปิดหน้าไหนก็ชวนอัศจรรย์ อ่านได้ทุกบรรยากาศ
วิหารที่ว่างเปล่า ของ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล นักเขียนต้นแบบอีกคนหนึ่งที่ผมตามอ่านมานาน แค่มีวิหารที่ว่างเปล่าอยู่ตัว ก็ได้รับแรงดลใจเข้าแล้ว
ดาวที่ขีดเส้นฟ้า ของ พนม นันทพฤกษ์ ด้วยอยากย้อนรอยดาวที่ขีดเส้นฟ้า
นิค อาดัมส์ วัยหนุ่มของศิลปิน ของ เออร์เนสต์ เฮมมิงเวย์ หยิบหนังสือเล่มนี้อ่านแล้วได้พลัง(หนุ่ม)กลับมา
เทพเจ้าแห่งสิ่งเล็กๆ งานของ อรุณธตี รอย แปลโดย สดใส ผมเพิ่งได้มา ยังไม่ได้เปิดอ่าน
และเล่มสุดท้ายคือ ดินแดนลม บทกวีเล่มล่าสุดของผมเอง ที่ใช้ฉากตัวละครและเรื่องราวในบ้านเกิด (ลุ่มทะเลสาบสงขลา) เสียส่วนใหญ่
ตามด้วยแผ่นซีดี 7 แผ่น
เริ่มด้วย Shangri – La ของ MARK KNOPFLER แผ่นนี้ เสี้ยวจันทร์ แรมไพร หยิบยื่นให้ ฟังงานชุดนี้แล้วคิดถึงเกาะนางคำ เกาะยวน เกาะทอม เกาะหมาก เกาะสี่เกาะห้ากลางทะเลสาบทุกครั้ง
The next voice you hear งาน the best of Jackson browne ผมอยากฟังเพลง Late for the sky ดังขึ้นที่บ้านเกิด
Clapton Chronicles งาน the best of eric Clapton เพียงอยากฟัง tears in heaven , my father’s eyes และ wonderful tonight
SLEEP THROUGH THE STATIC งานชิ้นหลังสุดของ JACK JOHNSON
การเดินทางของตะกร้า (The Journey Of Basket) งานของ รังสรรค์ ราศี-ดิบ
นางฟ้าสีขาวกับรอยเท้าพระจันทร์ (White Angel and moon’s footprint) ของ สุวิชานนท์ รัตนภิมล เงาผมเอง
และสุดท้าย รู้ว่าความรักมีพลัง งานของพี่ศักดิ์สิริ มีสมสืบ ผมอยากฟังเพลงนางฟ้าชัดๆ ที่บ้านเกิดอีกที
เพียงพอสำหรับออกไปตากอากาศบ้านเกิด ผืนดินที่ได้ชื่อว่า แดดกับเมฆฝนผลัดเปลี่ยนกันครองพื้นที่อย่างต่อเนื่อง วูบวาบชวนอ่อนไหว เดี๋ยวมืดเดี๋ยวสว่าง สลับกับลมพัดแรง พัดจนใบยางลั่นสนั่นได้ยินไปทั่วหมู่บ้าน
ผมนึกล่วงหน้าไปถึงเส้นทางเก่าๆ สวน ทะเลสาบ ทางรถไฟ บ้านหลังที่ผูกพัน หน้าคนที่อยากไปเยี่ยม .. ใช้เวลาในช่วงสั้นๆ สู่ดินแดนนั้น เสมือนหนึ่งกลับไปเยือนดินแดนลม
[ Permalink ] . [ 8 ความคิดเห็น ]
หวัดดีครับพี่นนท์
ยินดีต้อนรับกลับบรรยากาศทะเลสาบสงขลาครับ
ผมเคยล่องเรือไปตากลมที่เกาะสี่เกาะห้า เมื่อครั้งออกค่ายพัฒฯ
ยังมีรอยประทับภาพอีแอ่นแตะขอบฟ้ายามเย็น
ยังอยู่ในความทรงจำ
ฮาริส
มาพัทลุงทั้งทีไม้แจ้งข่าวน้องล่วงหน้าเลย เผื่อทีจะได้ต้อนรับกัน อ่านบทกวีกันสักคืนคงสุขใจยิ่งว่ามั๊ยครับ หากว่าพี่รู้ความตามนี้ขณะยังนอนเวเปลฟังเพลงอยู่ที่ไหนสักที่ริมทะเลสาบบ้านเราก็ 083-1932783 ทันทีถึง หากไม่ได้เจอกันล่ะก็ผมขอเตือนให้พี่อัดเสียงคลื่นซัดฝั่งและเสียงลมคุยกับกิ่งไมไว้เยอะๆ นะครับ เพราะที่ไหนคงไม่เหมือนบ้านเราหรอกนะครับพี่ กลับไปไม่หายเหงาไม่รู้ด้วย...
สวัสดี พี่นนท์ ครับ
ผมกลับมาใต้เช่นกัน พาหนังสือ และ ดีวีดี เพลงมา เช่นกัน ครับ
สวัสดีครับฮารีส
พี่ไปเตร่อยู่ริมฝั่งเกาะหมาก เห็นเขาชัน เลยท่าวาไปหน่อย ข้างหน้าเห็นเกาะสีเกาะห้า โอย ฉากใหญ่มาก มีฉากเดิมๆให้เห็น คลื่นแรงลมแรง หนำใจ
อยู่ที่นั่นจนค่ำมืด
น้องปรเมศวร์ครับ
พี่ไม่ได้ส่งข่าวใครจริงๆ ครับ มีแต่เตร่ไปตามเส้นทางที่อยากไป เมื่อครั้งสิบยี่สิบปีที่แล้ว
หลายมุม หลายเส้นทาง ได้แรงมากๆ เวลาที่เหลือก็ทำภาระกิจลุงๆพี่ๆน้าๆ ฐานที่ไม่ค่อยได้ลงมา แค่นั้น วันต่อวันก็ขยับสั้นเหลือเกิน
ไว้วาระหน้านะครับ
วันนี้(15มีนา) พี่ถึงกรุงเทพเสียแล้ว
และน้องพีร์ครับ
เพลงกับหนังสือ อยู่ข้างตัวเราจริงๆครับ
ให้เต็มอิ่มครับ
คงได้เขียนเล่าอะๆรต่ออะไรครับ
อ่านแล้วน้ำตาซึมด้วยความฉ่ำใจ ดีใจที่นนท์ กลับไปเยือนคารวะ "ดินแดนลม" อีกคราหนึ่ง อ้ายยังจำได้ ประทับใจที่ไปเยือนคารวะคุณพ่อ คุณ แม่ที่บ้าน นนท์ ประทับใจในบ่อน้ำที่อยู่ใบบ้านชีวิตนั้นด้วย
" ตากอากาศกลางสนามรบ" อ้ายยังบ่ได้อ่าน ตากอากาศ กลางสนามรบ แล้วก้ต้อง ตากอากาศ กลางสนามรัก ด้วย หุ หุ
ขอให้นนท์ และ ไอ่หนู ฯ ธันวา ลูกหลายอ้าย เริงรื่นสดใสตลอดการเดินทาง คับ
บุญ ฮักษา คับ ... แล้วมาม่วนกัน ณ สุดสะแนน 22 มีค. ฃอบคุณ นนท์ , น้องปาน, น้องอิ๋ว และผองเพื่อนพี่น้องที่ให้ความรักอันงดงามแด่อ้ายและผองเพื่อนมนุษยชาติ นิรันดร์ มา
สวัสดีเจ้า อ้ายนนท์
คงจะจำกันได้น่ออ้าย ไม่ได้เจอกันคิดว่าหลายปีแล้ว
อ่านงานเขียนของอ้ายตามเว็บไซต์ และนิตยสาร
ยังจำคำของอ้ายที่บอกว่า "การเขียนงานเขียน ต้องเขียนบ่อย ๆ
จะได้มีมุมมองและเขียนได้ดี"
คงได้พบเจอกันวันที่ 22 มี.ค.51 ที่เพื่อนพ้อง น้องพี่
ร่วมกันจัดงานล้างรูปให้อ้ายแสงดาว ณ สุดสะแนน
เคยไปขี่มอเตอร์ไซด์เลาะสวนยาง
แถบแถวทะเลสาบสงขลา
อยู่พักนึง
พากันไปเก็บหม้อแกงลิงมาใส่ข้าวเหนียว
ต้องผ่านสวนยาง
ไปจนถึงทุ่งชื้นๆ
เคยเป็นนาข้าวมาก่อน ถูกปล่อยรกร้าง
คิดถึง"ฝนเดือนกันยา"รู้สึกเหมือนว่าเข้าไปใกล้เพลงนั้นกว่าคราวไหนๆ
ชอบ"ใต้ถุนบ้าน"และพกพาไปฟังด้วยเสมอ
ชุดใหม่หลายคนบอกว่า
เพลงหลังๆมีกลิ่นอีกแบบ...
แต่หนูว่าแบบไหนก็แล้วแต่
แค่สักวรรคที่โดนอย่าง"หนักเหนื่อยอย่างเรา ต้องร้องเพลงของเรา"
ก็พอแล้ว
หนูมีบทกวีเดินทางด้วยเสมอ
เล่มเก่าๆอ่านทีไรไม่เคยรู้สึกเหมือนเดิม
เห็นตัวเราผ่านบทกวี...
บ้านอยู่ไกล ความรู้สึกของการกลับบ้าน
คงต่างจากบ้านอยู่ใกล้ๆ
สวัสดีครับ ตุ๊ก เพิ่งได้เข้ามาตอบครับ ทางรอบเลสาบยังเป็นอย่างนั้นครับ ดีใจครับที่เพลง
สื่อสารกันได้ ครับ