blogazine prachatai บล็อกกาซีน (beta)  |  บล็อกทั้งหมด  |  จัดการบล็อก  |  เงื่อนไขและข้อตกลง  |  นโยบายความเป็นส่วนตัว  |  ประชาไท

ตากอากาศบ้านเกิด (14) หลานปู่รุ่นตวาดเสือ

ส่งมาเมื่อ 02 ส.ค. 2008 - 11:49:19.  หมวด: ชีวิต  ป้าย:

คุณเดินไปตามทางดินแคบๆ ลัดเลาะสวนรกเรื้อที่ปล่อยให้ไม้ทุกชนิดขึ้นมาได้ คุณมองหาต้นมะปริงที่เด็กชายตัวน้อยๆ แอบย่องขึ้นไปเด็ดลูกสุกกิน กว่าจะได้กินก็ต้องสู้กับฝูงมดแดงยกโขยง มันไม่อยู่แล้ว มองหามะไฟต้นใหญ่ขนาดรอบโอบผู้ใหญ่ คุณเคยปีนขึ้นไปซ่อนตัวเงียบอยู่บนยอดราวกับลูกลิงขโมย มันไม่อยู่แล้ว

 


25_7_02

แล้วไปเกาะรั้วลวดหนาม ยืนมองทุ่งนากว้าง ซึ่งบัดนี้กลายสภาพเป็นที่เลี้ยงวัว ไม่มีร่องรอยเส้นซังข้าวแม้แต่เส้นเดียว นาข้าวร้างต้นข้าวมากว่าสิบปี แล้วคุณก็กวาดตามองครอบครัวยางนา มันอยู่เป็นครอบครัวจริงๆ ห้าหกต้น ต้นใหญ่สุดนั้นผู้ใหญ่สามคนโอบแทบไม่รอบทีเดียว ก็ไม่มียางนาเหลือแม้แต่ต้นเดียว


อันที่จริง คุณตั้งใจจะไปมองดูต้นตาลหรือต้นโหนดคู่นั้น เผื่อมันยังอยู่ คุณอยากเข้าไปโอบสักครั้ง โอบกอดให้หายคิดถึง แต่ไม่เหลืออีกแล้วเช่นกัน


หลานปู่รุ่นตวาดเสือ ก็ได้แต่ยืนเป่าลมเล่น ลมเดือนมีนาคมพัดผ่านทุ่งโล่งแรงมาก ใบมะพร้าวในสวนปู่สะบัดรัวราวกับคนทั้งหมู่บ้านออกมาสะบัดผืนผ้าพร้อมๆกัน หลานปู่ผมยาวปลิวเล่นลม มองจากไกลๆแทบแยกไม่ออกว่าหลานปู่เป็นผู้หญิงหรือชาย


ปู่เป็นคนรุ่นสุดท้ายของหมู่บ้าน ที่ลิ้มรสการเดินไปทุกหนแห่ง ไม่มีถนน ไม่มีรถ กลางคืนใช้ไต้น้ำมันยาง ตะเกียงน้ำมันก๊าด ชาวบ้านต่างรู้ฤทธิ์เดชของปู่ ว่าถ้าเดินตามหลังปู่แล้วขอให้อุ่นใจเถอะ เสือไม่กล้าเข้าใกล้ ปู่ตวาดเสือจนขี้แตกเยี่ยวพ่านมาหลายตัวแล้ว กลายเป็นเสือหัวหกก้นขวิดวิ่งหนีไปดื้อๆ


คุณได้รับเงาเหรียญสายเลือดผู้กล้าตามน้ำไปด้วย ประมาณว่าเป็นหลานของปู่รุ่นตวาดเสือเชียวหนา แม้จะพ่วงท้ายนับญาติอยู่ห่างๆ ก็ได้รับอานิสงฆ์บารมีปู่อยู่ไม่น้อย แต่คุณก็ไม่รู้สึกว่าต้องยืดตัวให้สูงขึ้น หรือยึดมาต่อความยาวสู่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง


มันแค่อดีตความทรงจำที่อยู่ไกลๆ และเลยผ่านไปแล้ว


ปู่จากไปตอนคุณยังเรียนต่อปริญญาโทของมหาวิทยาลัยมีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง ภาพคุณกลับไปร่วมไว้อาลัยราวกับเจ้าชายน้อยไปร่วมงาน เป็นหลานปู่อายุน้อยยี่สิบกว่าๆ แต่กำลังต่อดีกรีการศึกษาที่ไม่เคยมีหลานปู่คนใดในหมู่บ้านทำได้


เปล่า คุณกลับไม่ได้รู้สึกชูคอให้สูงขึ้นตามปากคำยกยอจากญาติพี่น้อง


คุณรู้แต่ว่า ภาพขาวดำชัดเจนที่สุด มีปู่เคลื่อนไหวไปมาอยู่แจ่มชัดที่สุด ปู่ชอบปลูกต้นไม้ ปู่เลี้ยงวัวเป็นฝูง ปู่ปลูกกล้วยหอมที่ออกเครือใหญ่ลูกใหญ่มาก ปู่บ่มใส่โอ่งเอาไว้ คุณได้รับโอกาสเปิดฝาโอ่งก่อนใครทุกครั้ง


กลิ่นกล้วยหอมโชยเข้าจมูก คุณเลือกลูกสุกงอมมากินอย่างอร่อย


ไม่เพียงแค่นั้น ปู่ชอบขึ้นต้นโหนดคาบเอาน้ำตาลโหนดมากิน นั่นแหละของหอมหวานอันล้ำเลิศ คุณเดินตามหลังปู่ไปพร้อมกับพวงกระบอกไม้ไผ่ ดังโกร่งๆแกร่งๆ นั่งคอยอยู่ใต้ต้นโหนดนานมาก ดูปู่ขึ้นไปนั่งอยู่บนเรือนยอดอย่างสบายเฉิบ


พอปู่ลงมาถึงพื้นดิน ปู่ต้องยื่นกระบอกที่หวานที่สุดให้คุณดื่ม

กลิ่นน้ำตาลโหนดสดๆจากกระบอกไม้ไผ่ มันเป็นกลิ่นหอมไม่เหมือนอื่นใด คุณยกซดครั้งแล้วครั้งเล่า


ถ้าคุณไม่ได้ไปนั่งคอย ปู่ก็เอาน้ำตาลโหนดทั้งหมดเคี่ยวเป็นน้ำตาลเก็บไว้ แต่จะเหลือไว้ส่วนหนึ่ง ที่เอาน้ำตาลสดต้มตั้งไฟไว้พอเดือด ไว้ราดกินกับข้าว พอคุณขึ้นบนบ้าน ปู่ต้องใช้ไปกินข้าว มีน้ำตาลสดอุ่นๆอยู่ในหม้อแล้ว


ราดน้ำตาลสดอุ่นๆสีเหมือนน้ำซาวข้าว จนท่วมเม็ดข้าวในจาน

25_7_01


พอถึงฤดูส้มโอ ส้มแป้น ส้มเขียวหวาน ส้มจุกสุกคาต้น โอชะเปรี้ยวๆมีให้เด็กชะเง้อใต้โคนต้นได้ทั้งวัน ความหวานเปรี้ยวจากน้ำมือปู่อีกแล้ว


วันดีคืนดี ปู่ก็เอาลูกต่อผัดน้ำมันมาวางลง รวงรังผึ้งลูกอ่อนก็วางตรงหน้า หลานปู่ได้รับสิทธิให้หยิบใส่ปากได้เต็มกระพุ้งแก้ม ปากเปื้อนน้ำผึ้ง ไหลเยิ้มง่ามนิ้วมือ


หน้าเกี่ยวข้าวมาถึง ปู่ก็ตัดต้นไผ่นอนเกยอยู่แล้ว กอไผ่ของปู่มีหลายพันธุ์ ปล้องใหญ่ๆเนื้อกลาง ไม่อ่อนแก่เกินไปนั่นแหละ เอามาทำว่าว ปู่ต้องล้มต้นไผ่ไว้ทุกครั้งที่ลมว่าวมาถึง เด็กเล็กชวนเด็กใหญ่ที่ช่ำชองเรื่องการใช้มีด เอาออกมาจากพงรกจนได้


ถึงวันนี้ ถ้าปู่ยังมีชีวิตอยู่ คุณไม่แน่ใจว่าปู่จะสมหวังในตัวหลานชายหรือไม่ แต่ปู่ไม่เคยชวนพูดคุยถึงโลกในห้องเรียน โลกในตัวหนังสือ ปู่มีแต่ชีวิตจริงกลางแจ้งของปู่ นำออกมาแสดงให้หลานเห็น ใช้ชีวิตให้เห็นอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย


เพียงแต่ยามนี้ ต้นไม้ของปู่ บรรยากาศรอบตัวปู่ แทบไม่เหลือร่องรอยใดเหลือไว้รำลึกถึง ดูเหมือนทุกอย่างจะล้มหายตายจากไปกับปู่ สวนปู่เหลือเค้าลางให้เห็นบ้างก็แค่กอไผ่เท่านั้น มันดูโทรมแก่เฉาเต็มที คุณมุดพงรกเข้าไป เข้าไปยืนมองใกล้ๆ ฟังเสียงไผ่เบียดเสียดกัน ฟังดูราวกับปู่หลบหน้าหลานไปส่งเสียงอยู่ในปล้องไผ่


ส่งมาโดย ชล เมื่อ 04 ส.ค. 2008 - 00:16:59 - ip: 202.149.24.161  

ไม่มีใครตายจากชีวิตใครได้จริงๆ จนกว่าคนสองคนจะตายจากไป แต่ก็จะ็มีคนต่อไปและต่อๆไป จึงไม่จำเป็นต้องเสียใจกับการจากไปของใครสักคน ปู่ฉันเคยบอก ปู่ชอบปลูกต้นไม้แต่ไม่ค่อยมีลูก ท่านก็ไม่ตัดทิ้งทั้งยังแต่งกิ่งใส่ปุ๋ยให้ ท่านบอกว่าไม่เคยหวังว่าต้องมีลูก แค่ได้เห็นมันโตเป็นไม้หนุ่มไม้สาวได้นั่งเล่นใต้ต้น ได้ดูนกที่มาอาศัย ให้ปู่ได้ยิ้มทุกๆวัน ก็ถือว่ามันได้ตอบแทนปู่แล้ว ปู่สอนฉันว่าอย่าเป็นคนมีอนาคตเพราะอนาคตคือพรุ่งนี้ ทุกวันนี้ท่านจากไปแล้วแต่ก็ไม่เคยจากไปจริงๆสักทีู่

ส่งมาโดย นกเอี้ยงนครเจดีย์ เมื่อ 04 ส.ค. 2008 - 19:11:56 - ip: 117.47.13.180  

ไม่มีใครจากไปจริง ๆ ครับ เก็บความสุข สิ่งที่ดีงามไว้กับใจเราตลอดไป ความสุขเล็ก ๆ จะเกิดกับเราเสมอครับ

ส่งมาโดย AB เมื่อ 05 ส.ค. 2008 - 17:57:34 - ip: 118.173.14.115  

หวัดดี ขอโทษที่ส่งมา อ่านแล้ว อย่าหยุด กรุณาอ่านต่อ เพราะคุนได้โดนคำสาปนี้ไปแล้ว.... อ่านต่อเลย
เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับเด็กคนนึงในจ. พิษณุโลก
เด็กคนนี้ชื่อนิ้งเป็นเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ สาม วันนั้นเป็นวันสอบซ่อม นิ้งได้มาที่ รร
เพื่อที่จะสอบซ่อม ระหว่างที่รอเพื่อน ๆ อยู่นั้น นิ้ง ก้อเหลือบไปเห็นสิ่ง ๆ หนี่ง เขาเดินเข้ไปใกล้ ๆ
กับสิ่ง ๆ นั้น มันคือกล่องใส่กระดาษกล่องหนึ่ง นิ้งนั้นไม่รู้ว่าในนั้นมีอะไร
แต่เขาก้อได้เก็บกล่องนั้นไป หลังจากที่เขาสอบซ่อมเสร็จแล้ว นิ้งและเพื่อน ๆ ก้อกลับบ้านทันที
พวกเขาอยากรู้ว่าในกล่องนั้นมีอะไรซ่อนอยู่ ตกกลางคืนนิ้งและเพื่อน ๆ ก้อไปสนาม เดะเล่นและเปิดกล่อง ๆ
นั้น ข้างในกล่องมีกระดาษสีดำเขียนอยู่หนึ่งแผ่น ในกระดาษแผ่นนั้นเขียนไว้ว่า * สวัสดี
เราชื่อ"เปลวเทียน"เป็นเด็กนักเรียนคนนึง เราถูกฆาตกรโรคจิด
ข่มขืนและค่าหมกอยู่ในป่าแห่งหนี่ง ที่นั่นหนาวเหน็บไม่มีแม้แต่เสียงหายใจของมนุษย์
เราพยายามร้องให้คนมาช่วยแต่ก้อไม่มีคายมา ตอนนี้เราเหงาเหลือเกิน จะมีใครมาอยู่เป็นเพื่อนเราบ้างไหม
ถ้าเทอไม่อยากให้เราลากเทอมาอยู่เป็นเพื่อนกันเรา จากนี้ไปเป

ส่งมาโดย AB เมื่อ 05 ส.ค. 2008 - 17:59:24 - ip: 118.173.14.115  

หวัดดี ขอโทษที่ส่งมา อ่านแล้ว อย่าหยุด กรุณาอ่านต่อ เพราะคุนได้โดนคำสาปนี้ไปแล้ว.... อ่านต่อเลย
เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับเด็กคนนึงในจ. พิษณุโลก
เด็กคนนี้ชื่อนิ้งเป็นเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ สาม วันนั้นเป็นวันสอบซ่อม นิ้งได้มาที่ รร
เพื่อที่จะสอบซ่อม ระหว่างที่รอเพื่อน ๆ อยู่นั้น นิ้ง ก้อเหลือบไปเห็นสิ่ง ๆ หนี่ง เขาเดินเข้ไปใกล้ ๆ
กับสิ่ง ๆ นั้น มันคือกล่องใส่กระดาษกล่องหนึ่ง นิ้งนั้นไม่รู้ว่าในนั้นมีอะไร
แต่เขาก้อได้เก็บกล่องนั้นไป หลังจากที่เขาสอบซ่อมเสร็จแล้ว นิ้งและเพื่อน ๆ ก้อกลับบ้านทันที
พวกเขาอยากรู้ว่าในกล่องนั้นมีอะไรซ่อนอยู่ ตกกลางคืนนิ้งและเพื่อน ๆ ก้อไปสนาม เดะเล่นและเปิดกล่อง ๆ
นั้น ข้างในกล่องมีกระดาษสีดำเขียนอยู่หนึ่งแผ่น ในกระดาษแผ่นนั้นเขียนไว้ว่า * สวัสดี
เราชื่อ"เปลวเทียน"เป็นเด็กนักเรียนคนนึง เราถูกฆาตกรโรคจิด
ข่มขืนและค่าหมกอยู่ในป่าแห่งหนี่ง ที่นั่นหนาวเหน็บไม่มีแม้แต่เสียงหายใจของมนุษย์
เราพยายามร้องให้คนมาช่วยแต่ก้อไม่มีคายมา ตอนนี้เราเหงาเหลือเกิน จะมีใครมาอยู่เป็นเพื่อนเราบ้างไหม
ถ้าเทอไม่อยากให้เราลากเทอมาอยู่เป็นเพื่อนกันเรา จากนี้ไปเป

แสดงความคิดเห็น

ในทุกความคิดเห็น จะมีหมายเลขไอพีของคุณ (38.103.63.62) แสดง

  • การแสดงความเห็นในเว็บบอร์ดต้องอยู่บนพื้นฐานการเคารพในสิทธิและความหลากหลายทางเชื้อชาติ เพศ ศาสนา วัฒนธรรม และความเชื่อ ตลอดจน วิถีชีวิต และสิทธิส่วนบุคคล
  • การวิพากษ์วิจารณ์คำพูด ข้อเขียน หรือความคิดเห็นของบุคคลอื่น ย่อมทำได้โดยสุภาพหลีกเลี่ยงข้อความใดๆอันเป็นการละเมิดหรือดูแคลนต่อบุคคลอื่น
  • การวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของบุคคลอื่นย่อมทำได้โดยสุภาพ ในกรณีที่เป็นการกระทำที่กระทบต่อสาธารณะหรือกระทำโดยสาธารณะ
  • ประชาไทขอความร่วมมือ หากต้องการให้ข้อมูลที่คิดว่าเป็นประโยชน์ได้แสดงบนเว็บบอร์ด กรุณางดเว้นการใช้ถ้อยคำที่มีลักษณะเหยียดเพศ เหยียดเชื้อชาติ ศาสนา และเชื่อมโยงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นการล่อแหลม

คำถาม: วันนี้วันที่เท่าไหร่ ? (ใส่เฉพาะเลขวันที่เท่านั้น) *

ชื่อ: *

อีเมล: (ถ้ามี) ข้อมูลนี้จะไม่แสดงต่อสาธารณะ.

โฮมเพจ: (ถ้ามี)

ความคิดเห็น: * ใช้โค้ด HTML ไม่ได้

(สูงสุด 1,000 ตัวอักษร)
พิมพ์ได้อีก ตัว

 

ชนกลุ่มน้อย

ชนกลุ่มน้อย

หน้าเว็บ

บันทึกล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

Blogroll

บล็อกก่อนหน้า

มีอะไรใหม่ในบล็อกกาซีน

พิเศษ