การเดินทางของนักรบที่ไม่มีใครรู้จัก
นางมาถึงหมู่บ้านเหมือนนกย้ายถิ่นประจำฤดู
ไม่มีใครรู้ว่านางมาถึงหมู่บ้านไหนเดือนไหน และเลือกเข้าไปบ้านใครก่อน ทุกคนในหมู่บ้านต่างรู้ว่านางจะมา ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ต่างเรียกนางจนติดปากว่า ซามูนะห์
ซามูนะห์มาแล้ว
ในความรู้สึกของเด็ก น่าสยอง น่าขนลุกขนพอง ใช่แล้ว หญิงบ้ากำลังเข้ามาหมู่บ้าน
เด็กคนไหนดื้อเกิน มักจะโดนพ่อแม่ขู่ จะให้ซามูนะห์จับใส่สอบนั่ง พาไปขาย
เด็กจะเงียบกริบ ผมเป็นหนึ่งในจำนวนเด็กกลัว เด็กไม่กลัวจะโต้ตอบอีกอย่าง เอากรวดปา หรือกระป๋องนมปาใส่นาง นางหยุดกึกบ่นพึมพำ ทำท่ายกไม้ยกมือปัดป้อง แล้วผู้ใหญ่ก็เข้ามาไล่พวกเด็กกลุ่มไม่กลัวนางอีกที

หมาเห่าไปตลอดทางที่นางเดินไป
ผมยังเด็กมาก แต่แม่ก็มอบหมายให้ต้มข้าวหมู โดยไปเอาบอนมาต้มกับปลายข้าวสาร นั่นหมายถึงต้องไปตัดบอนในหนองน้ำข้างทางรถไฟ ซึ่งมีปลิงเยอะมาก ผมไม่กล้าไปคนเดียว ต้องไปกับแม่เท่านั้น ผมกลัวจะพบซามูนะห์
นางมากับเสื้อผ้าชุดดำ ซิ่นดำเก่าๆ เสื้อดำเก่าๆ เสื้อดำที่หนังผีปอบชอบให้หญิงแก่ๆ เป็นปอบสวมใส่ แบบนั้นแหละ นางมากับสอบนั่งทุกครั้ง (ภาชนะทำจากต้นจูด วางไว้(ทูน)บนศีรษะ) เดินตีนเปล่าผ่านถนนตัดกลางหมู่บ้าน
ทุกคนเชื่อว่านางเดินมาตามทางรถไฟ พวกผู้ใหญ่บอกว่านางเดินไปเรื่อยตามทางรถไฟ บ้างบอกว่านางมาจากปัตตานีโน่นก็มี แวะพักตามแต่นางอยากจะหยุด
หน้ายับๆ แตกเป็นเส้นๆ เป็นขี้แมงวัน เส้นผมแห้งยาวเป็นกระเซิง ตาแข็งเย็นชาไร้ความรู้สึก เดินมาเหมือนคนหมดแรง ไม่พูดแม้แต่คำเดียว แต่ได้ยินเสียงบ่นอึ่มๆ ฮั่มๆ อยู่ในลำคอ เหมือนแมวส่งเสียงเครืออยู่ในลำคอตลอดเวลา

หน้าบ้านผมมีต้นน้อยหน่าเป็นสิบต้น ยอดสูงถึงหลังคา เตาไฟไม้ฟืนก่อขึ้น โดยเอาหินก้อนเส้าวางล้อมกองไฟ ปิ๊บต้มข้าวหมูตั้งวาง ถ้าน้ำแห้งก็เติมน้ำ ผมคอยเติมน้ำ และใช้ไม้พายกวนให้เข้ากัน จนกว่าข้าวต้มบอนจะเละ
ระหว่างควันคลุ้งขโมงอยู่นั่นเอง ร่างดำๆก็ปรากฏตัวขึ้น
ผมผงะวิ่งตาตั้งสุดแรงเข้าบ้าน ปิดประตูบ้าน ขังตัวอยู่ในบ้าน
“ซามูนะห์มา” ..
ผมกลัวนางจะเข้ามาในบ้าน จึงลงกลอนประตูเสียด้วย
พอทุกอย่างเงียบ ผมค่อยๆย่องออกทางประตูหลังบ้าน ใจเต้นตุ่มๆต่อมๆ หวังจะวิ่งไปบ้านอื่น แต่ก็อดอยากรู้ไม่ได้ว่า ซามูนะห์ยังอยู่หน้าบ้านหรือไม่
นางนั่งดำอยู่จริงๆ นั่งอยู่ข้างปิ๊บต้มข้าวหมู
ความกลัวในใจผมเริ่มคลาย เมื่อเห็นนางกำลังใช้ไม้พาย ตักข้าวหมูใส่กะลาดำๆ แวววาว เป็นกะลาที่นางพกติดตัวตลอด นางใส่ไว้ในสอบนั่ง
นางกำลังกินข้าวหมู
ในทันใดนั้นเอง ที่แม่มาจากนา และเห็นซามูนะห์กินข้าวหมู แม่รีบเข้าไปคว้ากะลาซามูนะห์ พูดเสียงดังว่า อย่ากิน ข้าวหมู แล้วแม่ก็หันมาดุใส่ผมต่อ ว่าให้ยายกินข้าวหมูได้ยังไง
ผมวิ่งกลับไปถอดกลอนประตู แม่จับมือนางลากเข้าบ้าน ผมถอยมายืนดูห่างๆ แล้วแม่ก็ตักข้าวตักแกงให้นางกิน
นางกินรวดเดียวจนหมด
แม่บอกว่า อย่าไปอื่นเลย คืนนี้นอนที่บ้าน ผมตกใจมาก และไม่นึกว่าแม่จะชวนนางนอน แต่นางไม่นอน กินอิ่มแล้วไปต่อ แม่ถามว่าไปไหน นางไม่ตอบ ไม่ยิ้ม
ฤดูลมพัดเข้าหมู่บ้านอีกปี บ้านผมกลายเป็นสถานีหนึ่งที่นางจะหยุดแวะพัก แม่ให้ข้าวให้น้ำทุกครั้ง บางทีก็ให้เงินติดตัวไปบ้าง
นางหวงสอบนั่งมาก จะไม่ให้ใครแตะอย่างเด็ดขาด ครั้งหนึ่งแม่ขอดู นางยอมให้แม่เปิดดู และส่งเสียงในลำคอดังกว่าครั้งใดๆ เหมือนนางอยากบอก แต่บอกไม่ได้
ในสอบนั่งมีเสื้อผ้าขาดๆ ของแตกๆหักๆ ชามสังกะสีสีลอก ช้อนสังกะสีสีหลุด ตุ๊กตาคอหัก ทัพพีบิดงอ พวกเชือกป่านรวบเป็นก้อนๆ เส้นด้ายหลากสีเปื้อนดิน ล้วนเป็นสิ่งของแตกหักไม่สมบูรณ์ทั้งนั้น
แม่ถามว่า เอาไปทำอะไร ทิ้งเสียเถอะ
นางส่งเสียงในลำคอดังๆ แล้วรีบเก็บลงสอบนั่ง
แม่ให้เสื้อผ้า นางไม่เอา
ครั้งแล้วครั้งเล่าที่นางแวะที่บ้าน นางผ่านมาเหมือนลม ไปเหมือนลม แม่ถามว่าไปไหนมาบ้าง นางไม่ตอบ นั่งกินข้าวนิ่ง
เหมือนว่าข่าวมาตามทางรถไฟ บอกว่านางถูกรถไฟชนทับ ผมได้ยินแม่บ่นถึงซามูนะห์ด้วยน้ำตาคลอเบ้า แม่บอกว่า เห็นดูหมัน
น่าเอ็นดูเหลือเกิน ซามูนะห์ ...
[ Permalink ] . [ 13 ความคิดเห็น ]
ไม่มีชีวิตใครที่สมบูรณ์ืแบบ
"สอบนั่ง" แบบดั้งเดิม แม้จะหมดความนิยมไปแล้ว แต่ก็ยังใช้ใส่ของได้ดี แม้แต่ความทรงจำ
สอบนั่ง เหมือนสัญลักษณ์หมู่บ้าน กอบเอามาจากดินน้ำอากาศด้วยสอบนั่ง
ยุคสอบนั่งเฟื่องฟู น่าจะเป็นช่วงที่ไม่มีสังคมรถยนต์กระบะบรรทุกของ กระบะหรือกะบะมาถึงและฮิตติดบ้าน สอบนั่งก็สูญหายไปแล้ว ถึงอย่างไร อาจมีที่ใดที่หนึ่ง ซึ่งยังหลงเหลืออยู่ แต่อยู่ในวิถีชีวิตหรือไม่ ใครใช้ ใช้เพื่อการใด ใครรู้ใครเห็นส่งข่าวมาบ้างครับ อย่างน้อยในสังคมกระบะที่มีน้ำมันแพงหูร้อนเลยระดับ 5 ดาวไปแล้ว ยังมีสังคมสอบนั่งเหลืออยู่...
ซามูนะห์เคลื่อนไหวอยู่ในสังคมสอบนั่ง จึงได้รับการต้อนรับค่อนข้างดีถึงดีมาก อย่างคนรุ่นสอบนั่ง หากเป็นซามูนะห์ในสังคมกระบะ ผมไม่แน่ใจว่านางเป็นลมฤดูพัดผ่านหมู่บ้านหรือไม่..
ขอบคุณครับ คุณสายชลมาร่วมนั่งดูสอบนั่งครับ
สอบนั่งต้องไปที่เลน้อยคะ
สงสัยว่าเราคงเคยเจอ ผู้หญิงคนเดียวกัน มาก่อนแน่ๆ
โลกนี้มันน่าเบื่อครับ.....ความจริงโลกสวยงามมาก....มนุษย์เรานั่นแหละเป็นตัวกำหนด สร้างกฎเกณฑ์ สร้างระเบียบ สร้างแรงกดดัน และกดขี่ เพื่อจะขี่หัวเพื่อน เพื่อไปข้างหน้า....และสร้างกฎเพื่อทำลายเพื่อนที่อ่อนแอกว่า....ซามูนะห์ ก็คงจะเบื่อโลกเหมือนกัน....ไม่ต้องพูด ไม่ต้องรับรู้ ไม่ต้องมีกฎอะไรมาบังคับ ไม่ต้องมีขอบเขต....สบาย....และน่าจะสบายมากกว่าที่ไม่ต้องรู้อะไรเลย.....แกคงไปดีแล้ว.....ผมอิจฉา ซามูนะห์....ขอให้มีความสุข
"ซามูนะห์" มีอยู่ทั่วไปทั้ง ชาย และ หญิง แม้ในปัจจุบันี้ เราจะเห็นเขาและเธอเดินดุ่มไปตามถนนหนทางในเมืองแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าเก่าๆ บ้างก็เปลือย ตีน เปลือยอก
เห็นด้วยกับ"นกเอี้ยงนครเจดีย์"
อ่านแล้วนำตาซึมเหมือนกันนะ คารวะนำใจในพระตุณแม่ของนนท์ที่ให้นำใจแก่ป้า ซามูนะห์ ส่วนนนท์เป็นเด็กถูกผู้ใหญ่ขู่ ให้กลัว นนท์จึงวิ่ง บุญฮักษา คับ
คิดว่าสอบนั่ง ยังมีที่เลน้อยจริงๆครับ ยินดีครับคุณjim ผู้หญิงคนนั้นเมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว
คุณอาจพบก็ได้ครับ และเหมือนอ้ายแสงดาว ว่าก็ได้ครับ ยังพบเห็นวิถี ซามูนะห์ อยู่ทุกหนแห่ง ในนามของผู้ อนาคาริก หมายถึงผู้สัญจรไปนิรันดร์ คนล่าสุดที่ผมพบและได้เฝ้าสังเกต ก็อยู่กลางป่าลึกชายแดน ริมฝั่งแม่น้ำเงา นางไม่รับสิ่งใดทั้งสิ้น เว้นแต่นางจะทำงานแลกมา นางจะนอนพักแรมในเถียงนาเถียงไร่ที่แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ พร้อมกับเครื่องปั่นฝ้ายของนาง
ไม่มีใครรู้ว่าจะพบนางได้ที่ไหน แต่ทุกคนในหมู่บ้าน ต่างบอกว่า นางบ้าไปแล้ว แต่ผมเห็นแล้วเป็นวิถีทางของนาง ยินดีครับอ้ายแสงดาว ให้สุขภาพแข็งแรงครับอ้าย
และคุณนกเอี้ยงนครเจดีย์ โลกมันน่าเบื่อจริงๆครับ ผมเชื่อมานานแล้วครับ ...
พี่นนท์ ครับ ผมแอบเก็บ ตากอากาศไว้หมดแล้วครับ อิอิ
อ่านแล้วทำให้คิดถึงบ้าน ครับ แค่เห็นรูปก็ทำให้นึกถึงไปไกลถึงบ้าน
สิงหานี้จะกลับบ้านครับ เป็นไปได้ว่าจะแวะไป ทุ่งขุนหลวง เพราะไม่ไกลจากบ้านผมเท่าไหร่
แล้วพี่นนท์จะกลับบ้านอีกเมื่อไหร่ครับ
รักษาสุขภาพครับพี่
รักษ์โลก
เอก
น้องเอกครับ ทำให้นึกสงสัยแล้วแหละครับ เป็นเอกไหนนะ ถึงอยู่ใกล้วัดทุ่งขุนหลวง
คนชื่อเอก ที่พี่มักคุ้นมีอยู่หลายเอกครับ 4 เอกทีเดียว แต่นึกน้องเอกที่คุ้นกับทุ่งขุนหลวงไม่ได้ มีโอกาสคงได้แนะนำกันอีกที เผื่อเป็นเอก รุ่นหลานของทุ่งขุนหลวง ดีเลยครับ ได้กลับไปตากอากาศบ้านเกิด และได้ไปทุ่งขุนหลวง
พี่นนท์ครับ
ผมเอกที่เป็นรุ่นน้องพี่พล พี่อิ๋วอ่ะครับ ที่พี่นนท์ชวนไปงานคาริลอ่ะครับ
ไม่รู้ว่านึกออกมั้ย ผมอยู่พัทลุง แถวแม่ขรีครับ เคยบอกพี่นนท์ไปแล้วพี่คงจำไม่ได้
รักษาสุขภาพครับ
น้องเอกครับ พี่นึกว่าจะมีน้องเอกอีกคน ที่อยู่รอบขอบทุ่งขุนหลวง
ถ้าน้องเอกกลับบ้านแวะไปดูนะ เข้าไปทางปาก(พะ)ยูน ไปให้ถึงทางรถไฟ แล้วมีถนนดินไปทางขวามือ ก่อนข้ามทางรถไฟ ไปตามเส้นนั้น ราวๆ 1 กิโลกว่าๆ ผ่านสะพานโค้งน่าเกรงขาม
ไปราว200 เมตร มีถนนเล็กๆแยกขวามือเข้าไปถึงวัดทุ่งขุนหลวงเลย ทางรถไฟช่วงนั้นแหละครับ พี่เดินไปโรงเรียนทุกวันครับ บายดีนะ ส่งข่าวกันครับ
กำลังคิดย้อยไปว่าเมื่อก่อนแถวบ้าน
เคยพบเจอคนอย่างซามูนะห์
บ้างไหม
อ่านแล้ว
ไม่รู้จะเศร้ายังไงดี
นนท์,คับ ... ขอบคุณมาก ที่ช่วยสแกนรูปส่งไปประชาไท ให้ อ้ายฯ บุญฮักษา ทุกๆคน คับ