การเดินทางของนักรบที่ไม่มีใครรู้จัก

“ถ้าน่องมนุษย์ตั้งท้องได้ คนทุกคนจะเป็นพี่น้องกัน”
ถึงเวลาหยิบปลาแห้ง กุ้งแห้ง กะปิ สะตอใส่กล่องลังเสียที ช่วงเวลาตากอากาศบ้านเกิดหมดลงอีกครั้ง ผมได้ย้อนกลับไปบนเส้นทางเก่าๆที่เคยไป สถานที่ที่ข้องเกี่ยวกับวัยเด็ก คนที่ผูกพันใจ รวมไปถึงพืชพันธุ์ต้นไม้ที่อยู่ในใจ กลับไปสู่ต้นสายปลายเหตุของตัวเอง และเดินทางต่อไป
อย่างที่บอกแต่ต้น ผมพกหนังสือไปหลายเล่ม แต่ไม่ได้อ่านครบทุกเล่ม อย่างเล่ม แผ่นดินอื่น รวมเรื่องสั้นของ กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ ผมเปิดอ่านผ่านๆอีกรอบ แต่ผมก็มีโอกาสไปเดิน บนถนนโคลีเซียม เรื่องสั้นเรื่องหนึ่งของเขา วันเวลาได้กลืนกินฉากเก่าๆไปแทบหมดสิ้น
ถนนโคลีเซี่ยม ในตัวเมืองพัทลุง ณ วันนี้ แม่มดได้เปลี่ยนหน้า แม่มดยุคใหม่ร่ายมนต์แสงสีบรรเจิด แต่น่าแปลกที่เปลือกชีวิตยังวนๆอยู่ในเรื่องเดิมๆ การต่อสู้ดิ้นรนเรื่องเดิมๆ ความลึกลับในอานุภาพอันทรงพลังของความเปลี่ยนแปลง ก็ยังว่ายวนอยู่บนถนนสายนี้
จะดูซาลงบ้าง ก็เป็นบรรยากาศทึมๆเทาๆอย่างกับบ่ายมัวซัวของเมฆฝน...
[ Permalink ] . [ Read more ] . [ 1 Comments ]
ยืนอยู่บนท่าเรือปากพะยูน มองเห็นเกาะสี่เกาะห้าที่อยู่ของรังนกนางแอ่นชัดเจน ราวกับภาพวาดในม่านฝน เบลอๆหมองๆ มองได้นานๆ ผมกลับบ้านทุกครั้ง ต้องไปให้ถึง ณ จุดนั้นให้ได้ ที่ซึ่งระเบียงยื่นออกไปในน้ำ
ยังมีร้านกาแฟ ชาผงชงถุงแบบโบราณ โต๊ะเก้าอี้ตั้งวางแบบเปิดโล่ง
ตกเย็นถุงกาแฟบนรถเข็นยกขึ้นลงไม่ขาดมือ ชงหวานชงขม ใส่นมข้นหวาน น้ำตาลกับโกปี้ โต๊ะต่อโต๊ะ เก้าอี้ต่อเก้าอี้ตั้งพื้นไม่มีหลังคา รับลมพัดมาแรงๆ มองออกไปยังเห็นพื้นน้ำเขียวกว้าง คราคร่ำด้วยเครื่องมือดักจับปลา
น่าจะเป็นมุมกาแฟที่อุบัติขึ้นมาตอนเย็นย่ำ และดูดีมากแห่งหนึ่ง ด้วยต่างคนต่างเป็นตัวละครให้กันและกัน ทำให้ฉากเก่าๆซึมๆเซาๆมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันตาเห็น นั่งได้ไม่เบื่อ

[ Permalink ] . [ Read more ] . [ 6 Comments ]
ผมใส่แผ่นซีดี Shangri-la ของ MARK KNOPFLER ลงในเครื่องเล่นซีดี เลือกเอาเพลง Whoop de doo

“ถ้าฉันกำลังทำเรื่องใหญ่
ด้วยย้อนคืนกลับบ้าน
ฉันไม่ได้มุ่งตรงดิ่งไป
สู่คำตอบใดๆของฉัน
และน้ำตาก็ไม่ได้มาง่ายๆ
หนทางที่ถูกใช้ไปสู่ Whoop de doo...”
[ Permalink ] . [ Read more ] . [ 3 Comments ]

แล้วไปเกาะรั้วลวดหนาม ยืนมองทุ่งนากว้าง ซึ่งบัดนี้กลายสภาพเป็นที่เลี้ยงวัว ไม่มีร่องรอยเส้นซังข้าวแม้แต่เส้นเดียว นาข้าวร้างต้นข้าวมากว่าสิบปี แล้วคุณก็กวาดตามองครอบครัวยางนา มันอยู่เป็นครอบครัวจริงๆ ห้าหกต้น ต้นใหญ่สุดนั้นผู้ใหญ่สามคนโอบแทบไม่รอบทีเดียว ก็ไม่มียางนาเหลือแม้แต่ต้นเดียว
[ Permalink ] . [ Read more ] . [ 4 Comments ]
นางมาถึงหมู่บ้านเหมือนนกย้ายถิ่นประจำฤดู
ไม่มีใครรู้ว่านางมาถึงหมู่บ้านไหนเดือนไหน และเลือกเข้าไปบ้านใครก่อน ทุกคนในหมู่บ้านต่างรู้ว่านางจะมา ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ต่างเรียกนางจนติดปากว่า ซามูนะห์
ซามูนะห์มาแล้ว
ในความรู้สึกของเด็ก น่าสยอง น่าขนลุกขนพอง ใช่แล้ว หญิงบ้ากำลังเข้ามาหมู่บ้าน
เด็กคนไหนดื้อเกิน มักจะโดนพ่อแม่ขู่ จะให้ซามูนะห์จับใส่สอบนั่ง พาไปขาย
เด็กจะเงียบกริบ ผมเป็นหนึ่งในจำนวนเด็กกลัว เด็กไม่กลัวจะโต้ตอบอีกอย่าง เอากรวดปา หรือกระป๋องนมปาใส่นาง นางหยุดกึกบ่นพึมพำ ทำท่ายกไม้ยกมือปัดป้อง แล้วผู้ใหญ่ก็เข้ามาไล่พวกเด็กกลุ่มไม่กลัวนางอีกที
[ Permalink ] . [ Read more ] . [ 13 Comments ]
วจีเอ่ยเอื้อนออกไปอาจมิใช่ดังใจรู้สึก
หากแต่เราคงดำเนินต่อข้ามผ่านกาลคืน
ค้นหาแรกก้าวจากเริ่มต้น
จนพลันหายไปในอากาศ
พยายามเข้าใจ...จะดำรงอยู่อย่างมีเราอย่างไร ณ ที่นั้น
สบเข้าไปนัยน์ตาเธอ
มิใช่ใครเลยที่ฉันรู้จัก
ดื่มด่ำความงงงันอันว่างเปล่าด้วยสำนึกที่แสนเปลี่ยวเหงา
ณ บัดนี้ สำหรับฉัน บางคำผุดขึ้นมาอย่างง่ายดายซึ่งฉันรู้ว่ามิมีความหมายมากมาย
หากเปรียบเทียบกับคำกล่าว
เมื่อฅนรักได้สัมผัส
เธอมิอาจรู้ว่าสิ่งใดที่ทำให้ฉันรักในเธอ
และฉันเองก็มิอาจรู้ว่าเธอรักสิ่งใดในความเป็นฉัน
อาจเป็นภาพของใครบางฅนที่เธอคาดหวัง
ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ฉันมิอาจเสแสร้งใดใด ด้วยรู้ว่าแสนเปลี่ยวเหงา
และใกล้ถึงจุดท้ายสุดแห่งความรู้สึกที่เราต่างรับรู้
นานเท่าไหร่ที่ฉันหลับใหลนานเท่าไหร่ที่ฉันล่องลอยกับความเปลี่ยวเหงา
ข้ามผ่านกาลคืน
นานเท่าไหร่ที่ฉันอยู่ในฝันที่อาจเป็นจริง
หากฉันเพียงหลับตาและพยายามทั้งหมดใจ
เพื่อเป็นใครฅนหนึ่งฅนนั้นของเธอ
ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ฉันมิอาจเสแสร้งใดใด ด้วยรู้ว่าแสนเปลี่ยวเหงา
และใกล้ถึงจุดท้ายสุดแห่งความรู้สึกที่เราต่างรับรู้
นานเท่าไหร่ที่ฉันหลับใหลนานเท่าไหร่ที่ฉันลอยล่องอย่างเปลี่ยวใจผ่านกาลคืนนั้น
นานเท่าไหร่ที่ฉันคงดำเนินต่อไปเพื่อเข้าถึงยามอรุณรุ่ง
ข้ามผ่านเสียงกระซิบ และแสงที่แปรเปลี่ยน
ณ ที่ที่เราต่างเอนกายเคียงข้าง
[ Permalink ] . [ Read more ] . [ 16 Comments ]
ตากอากาศบ้านเกิด (11) ทุ่งขุนหลวง
Submitted on 25 June 2008 - 00:00:00. Category: ชีวิต. Tags:
ไม่มีสถานที่ไหน ผูกมัดใจผมไว้แน่นเท่าที่แห่งนี้ เป็นแววตาของพ่อที่มองลูกด้วยความเอ็นดู ดินแดนที่เราเหล่าเด็กๆไม่ได้ไปบ่อย หนึ่งปีผ่านไปเพียงหนึ่งครั้งเท่านั้น เวลาอื่นราวกับมันเป็นสถานที่ต้องห้าม และน่าเกรงกลัว
ความจริงในโลกของเด็กชาย ต้องเดินไปเรียนหนังสือตามทางรถไฟ ไปกลับวันละ 10 กิโลเมตร เพียงมองข้ามผ่านทุ่งนาไปทางทิศตะวันตก ห่างราวครึ่งกิโลเมตร ก็เห็นแนวป่าทึบเป็นกำแพงหนา ล้อมไม้ใหญ่ต้นสูงเสียดฟ้าต้นหนึ่ง มีธงเหลืองปลิวอยู่เหนือยอดไม้ มองไม่เห็นโรงธรรม กุฎิ หรือต้นลั่นทมเก่าแก่ล้อมโรงธรรม
เดินผ่านทุกครั้ง ในใจผมผุดพรายถึงฉากนั้น เปลือกลำต้นกิ่งก้านลั่นทมที่ดูเหมือนแขนขาคนแก่ บิดงอเป็นโหนกนูนตุ่มตายื่นขึ้นมาจากดิน จะต่างออกไปก็ตรงที่มันเป็นลำแขนเหี่ยวแข็งเป็นหินที่ให้ช่อดอกขาว กลิ่นหอมโชยทั่วอาณาบริเวณโรงธรรม มากกว่านั้นก็คือ คูน้ำที่ไหลเป็นกำแพงเกือบล้อมรอบอาณาบริเวณ อย่างกับคูเมืองยังไงยังงั้น
ในโรงธรรมมีตาหลวงกับยายทอง ผู้ใหญ่เล่าให้เด็กฝังใจจำ ว่าเป็นพระผุดขึ้นมาจากดิน พร้อมยายทอง คนทุกรุ่นในหมู่บ้านบอกว่า ตั้งแต่เกิดก็เห็นมีอยู่แล้ว[ Permalink ] . [ Read more ] . [ 7 Comments ]
ตากอากาศบ้านเกิด (10) เดินตามหลังแม่ชี
Submitted on 16 June 2008 - 00:00:00. Category: ชีวิต. Tags:
ภาพขาวดำที่มีอายุยืนยาว เหมือนแสงส่องเข้าไปไม่ถึง ตรึงอยู่ในเบื้องลึกของก้นบึ้งความทรงจำ มันแตกพร่ามาสั่นไหวดวงใจทุกครั้งที่นึกรำลึก จริงเหมือนไม่เคยมีจริง ภาพเบลอมัวหม่นเต็มไปด้วยความรู้สึกดีเหลือเกิน ปลอดภัย เป็นสุข สงบ ไม่ร้อน ไม่รน สีของความเก่าแก่ สีของนักบวช เพียงไม่นึกถึงมันก็ถอยร่นไปอยู่ลึก ราวกับถูกลืมเลือนหายไปสิ้น
ผมกลับไปเดินบนทางดินสายนั้น ทางเลียบลำคลองที่ออกไปสู่ทะเลสาบสงขลา ทำให้นึกถึงครั้งหนึ่ง เคยเดินตามหลังแม่ชีทุกเช้า กลิ่นแม่ชีเป็นกลิ่นนักบวช โชยเข้าจมูกมาจนถึงปัจจุบัน เป็นกลิ่นที่ราวกับมัดผูกไว้กับต้นไม้ภายใน ที่ไม่เคยผลัดใบเปลี่ยนสีกลิ่นเป็นอื่น
แม่ชีเดินอุ้มบาตร เด็กชายวัยสิบสองสิบสามปีเดินถือปิ่นโต ทางเดินของแม่ชีไม่ต่างไปจากวันก่อน เริ่มต้นจากกุฏิไม้หลังคามุงจาก ทุกอย่างวางตั้งอยู่ในนั้น แม่ชีมีสิ่งของเครื่องใช้ไม่กี่อย่าง ชามช้อนแค่จำนวนนิ้วมือข้างเดียว ไม่มีหม้อ มีแต่กาน้ำกับไม้ฟืน มีกระติกน้ำร้อน แก้วน้ำสองสามใบ ไม่มีตู้ใส่เสื้อผ้า เสื้อแม่ชีสองสามชุดเก่าๆทั้งนั้น พาดอยู่ตามฝา ซ้อนทับอยุ่บนพื้นไม้เก่าๆ
มีกลิ่นธูปเทียนโชยอยู่ตลอดเวลา
ทางดินเท่าฝ่าเท้า เดินกันจนเป็นร่องลึก เด็กชายเดินเงียบตามหลัง ได้ยินเสียงลมพัดใบมะพร้าว เสียงนกร้องชัดเจนมาก ทางดินตัดผ่านเขตแดนที่ไม่มีรั้วบ้าน ตัดผ่านสวนผลไม้จำพวกมังคุด ละมุด(สะหวา) ฝรั่ง ชมพู่มะเหมี่ยว ลางสาด น้อยหน่า มะปริง มะปราง มะไฟ มะม่วง หมาก มะพร้าว ฯลฯ เป็นสวนผลไม้ที่ต่อเนื่องกันไม่มีที่สิ้นสุดเหมือนแม่ชีเดินวนๆอยู่ในสวนผลไม้ แม่ชีเดินไปทางไหน เด็กชายเดินตามหลัง ไม่น่าเชื่อว่าจะมีบ้านไม้เก่าๆซุกซ่อนตัวอยู่ในสวนผลไม้ เต็มไปด้วยใบหน้าคนจีนแก่ๆ บ้านทุกหลังรู้จักกันหมด รู้ว่าใครเป็นลูกใคร
![]()
[ Permalink ] . [ Read more ] . [ 6 Comments ]
ตากอากาศบ้านเกิด (9) ผ้าร้ายควาย ถึงนายกรัฐมนตรี
Submitted on 03 June 2008 - 03:19:37. Category: ชีวิต. Tags:
ทางไปนาเหมือนทางเดินในสนามเพลาะ ขุดลึกลงไปในดินด้วยแรงน้ำกัดเซาะ จะว่าไปน่าจะเป็นผลพวงของการขนไม้หมอนรถไฟ เส้นทางชักลากไม้สมัยคนรุ่นปู่ยังหนุ่ม ไม้ล้มลงจำนวนมหาศาลต่อเนื่องกันหลายปี
ไปเป็นไม้หมอนรถไฟ
ร่องรอยเหลือไว้ คือเส้นทางขุดลึกลงไปในดิน
เมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว มันเป็นทางเดียวที่พาผมไปพบกับผ้าร้ายควาย
ผ้าร้ายควายชั้นดีอยู่ในป่าพรุ โคลนลึกถึงหน้าขาผู้ใหญ่ บางช่วงเลยบั้นเอว บางช่วงผู้ใหญ่จะรู้กันว่า เป็นวังโคลนดูด โคลนมีชีวิตดูดวัวควายตายไปนักต่อนัก โดยเฉพาะวัวควายที่โจรขโมยมา พลั้งพลาดรีบเดินไปในอาณาบริเวณโคลนดูด
[ Permalink ] . [ Read more ] . [ 3 Comments ]
ถ้าเกาะสี่เกาะห้าเป็นเรื่องสั้น
Submitted on 21 May 2008 - 00:38:00. Category: ชีวิต. Tags:
ถ้าเกาะสี่เกาะห้าเป็นเรื่องสั้น ใครก็คงคิดว่าต้องเป็นเรื่องสั้นขนาดยาว แต่คุณกลับเห็นต่าง ใครคงคาดไม่ถึงกระมังว่า ความจริงมากพอที่จะนับเป็นนวนิยายได้สบายๆนั้น คุณกลับไม่เห็นเป็นนวนิยาย คุณอ้างถึงข้อมูลที่คุณมีอยู่เพียงน้อยนิด ไม่ได้มีมโหฬารขนาดใส่โบกี้รถไฟ เรื่องสั้นๆห้วนๆขาดๆเกินๆ คุณจะทำอะไรได้มากไปกว่านั่งมอง แม้คุณจะบอกใครๆว่าคุณเห็นเกาะสี่เกาะมาตั้งแต่จำความได้ก็ตาม
ในสายตาของคุณ เกาะสี่เกาะห้าเป็นแค่เรื่องสั้นที่ไม่เคยมีใครเขียนจบ
ไม่มีใครอยากให้คุณรู้มากไปกว่า เกาะรังนกนางแอ่นหรือรังนกแอ่นทำรังอยู่กลาง(ทะ)เลสาบสงขลา มีคนเฝ้ายาม มีปืนคอยระวังนกให้รอดพ้นจากคนขโมย (คนขโมยรังนกเขาเรียกว่าโจรรังนก) แม้จะรู้ทั้งรู้ว่าคุณไม่มีโอกาสหลุดลอดสายตา ผ่านดงปืนฝ่าดงกระสุน จากน้ำมือใบหน้าแปลกหน้าดุๆไม่เป็นมิตรของชายร่างกำยำก็ตาม
ไม่ใช่เกาะหินปูนไว้สำหรับตากอากาศ ตั้งแคมป์พักแรม
คุณเคยคิดว่า คุณจะแอบเกาะขอนไม้ขึ้นไปบนเกาะในช่วงเวลาฝนฟ้าคะนอง ขณะทะเลสาบปล่อยคลื่นสูงออกอาระวาดเหนือน่านน้ำ เสียงคลื่นทบเข้าฝั่งจะกลบกลืนเสียงทุกอย่าง คุณอาศัยช่วงชุลมุนของคลื่นน้ำฝนฟ้า ขึ้นฝั่งได้สบาย
คุณแค่อยากผ่านความรู้สึกท้าทายนั้น มากกว่าจะแอบขโมยรังนก คุณแค่อยากเห็นเกาะสี่เกาะห้าตอนกลางคืน มองความเวิ้งว้างของท้องทะเล มองฝั่งแผ่นดินเป็นแนวทึบๆอยู่ไกลๆ หรือไม่ก็แสงไฟจากนากุ้งที่ดูราวโรงมหรพแสงไฟสว่างอยู่รอบขอบน้ำ
ถ้าคุณทำได้ คุณมีเวลาได้นั่งชมวิวทิวทัศน์ได้แค่ข้ามคืนเท่านั้น เพราะนานจากนั้น คุณจะตกอยู่ในวงล้อมของพวกเวรยาม[ Permalink ] . [ Read more ] . [ 7 Comments ]